เกี่ยวกับ Beta X Plus
เบต้าแคโรทีนเสริมกับคนสูบบุหรี่ ทำไมงานวิจัยใหญ่จึงเตือน และกินจากอาหารต่างกันอย่างไร
คำตอบสั้น: งานทดลองขนาดใหญ่ 2 งานในกลุ่มเสี่ยงสูงพบผลที่ไม่คาดคิด งาน ATBC ในชายสูบบุหรี่ชาวฟินแลนด์ 29,133 คนที่ได้ เบต้าแคโรทีนวันละ 20 มก. นาน 5–8 ปี พบมะเร็งปอดมากขึ้นร้อยละ 18 (ตามบทคัดย่อต้นฉบับ 2537 ส่วน LPI เขียนว่าร้อยละ 16 หลังติดตาม 6 ปี) และงาน CARET ในคนสูบบุหรี่ เคยสูบ และคนงานที่สัมผัสแร่ใยหิน 18,314 คน ที่ได้ เบต้าแคโรทีนวันละ 30 มก. ร่วมกับวิตามินเอ เฉลี่ย 4 ปี พบความเสี่ยงมะเร็งปอดสูงขึ้น (ความเสี่ยงสัมพัทธ์ 1.28) จนต้องหยุดการศึกษาก่อนกำหนด 21 เดือน คณะทำงานด้านบริการเชิงป้องกันของสหรัฐ (USPSTF) จึงแนะนำ ไม่ให้ เสริมเบต้าแคโรทีนเพื่อป้องกันมะเร็ง โดยเฉพาะในคนสูบบุหรี่ ตามที่ Linus Pauling Institute (LPI ทบทวน ต.ค. 2566) สรุปไว้ ส่วนเบต้าแคโรทีนจากผักผลไม้ ข้อมูลที่ LPI สรุปไม่ได้แสดงความเสี่ยงแบบเดียวกัน ส่วนผิวเหลืองจากเบต้าแคโรทีน LPI ระบุว่าไม่สัมพันธ์กับปัญหาสุขภาพ และหายได้เมื่อลดปริมาณลง
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- ATBC (ตีพิมพ์ปี 2537): ชายสูบบุหรี่ 29,133 คน เบต้าแคโรทีนวันละ 20 มก. 5–8 ปี → มะเร็งปอดเพิ่มร้อยละ 18 ตามบทคัดย่อ (LPI ทบทวน ต.ค. 2566 เขียนว่าร้อยละ 16 หลัง 6 ปี) การเสียชีวิตรวมเพิ่มร้อยละ 8
- CARET (ตีพิมพ์ปี 2539): 18,314 คน เบต้าแคโรทีนวันละ 30 มก. + วิตามินเอ 25,000 IU เฉลี่ย 4 ปี → มะเร็งปอดสูงขึ้น หยุดการศึกษาก่อนกำหนด
- อดีตผู้สูบบุหรี่ก็ต้องระวัง: LPI สรุปว่าการติดตามงาน AREDS2 พบมะเร็งปอดเกือบ 2 เท่าในอดีตผู้สูบที่ได้เบต้าแคโรทีน
- USPSTF แนะนำไม่ให้เสริมเบต้าแคโรทีนเพื่อป้องกันมะเร็ง โดยเฉพาะคนสูบบุหรี่และกลุ่มเสี่ยงสูง
- จากอาหาร: ไม่พบสัญญาณอันตรายแบบเดียวกันในข้อมูลที่ LPI สรุป แต่ก็ไม่ได้ป้องกันมะเร็งปอดอย่างมีนัยสำคัญ
- ผิวเหลือง (แคโรทีโนเดอร์เมีย): LPI ระบุว่าไม่สัมพันธ์กับปัญหาสุขภาพ หายเมื่อหยุดหรือลด · ถ้าตาขาวเหลืองด้วย ให้พบแพทย์ (คำแนะนำของบทความ)
- สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเบต้าแคโรทีน และขอความช่วยเหลือเรื่องเลิกบุหรี่
เบต้าแคโรทีนคืออะไร
เบต้าแคโรทีนเป็นสารสีส้มเหลืองในกลุ่มแคโรทีนอยด์ ร่างกายเปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้ จึงเรียกว่าสารตั้งต้นวิตามินเอ (โปรวิตามินเอ) LPI ระบุว่าผักสีส้มเหลือง เช่น แครอทและฟักทอง เป็นแหล่งที่ดี และผักโขมก็มีเบต้าแคโรทีนมาก เพียงแต่สีเขียวของคลอโรฟิลล์บังสีส้มไว้ อ่านพื้นฐานเพิ่มได้ที่ เบต้าแคโรทีนคืออะไร
งาน ATBC พบอะไรในคนสูบบุหรี่
ATBC (Alpha-Tocopherol, Beta Carotene Cancer Prevention Study) ตีพิมพ์ใน New England Journal of Medicine เมื่อ เม.ย. 2537 เป็นงานทดลองแบบสุ่ม ปกปิดสองทาง เทียบยาหลอก เพื่อดูว่าการเสริมวิตามินอีหรือเบต้าแคโรทีนลดมะเร็งปอดได้หรือไม่ รายละเอียดจากบทคัดย่อมีดังนี้
- ผู้เข้าร่วม: ชายสูบบุหรี่ 29,133 คน อายุ 50–69 ปี จากทางตะวันตกเฉียงใต้ของฟินแลนด์
- สิ่งที่ได้รับ: วิตามินอีวันละ 50 มก. หรือเบต้าแคโรทีนวันละ 20 มก. หรือทั้งสองอย่าง หรือยาหลอก
- ระยะติดตาม: 5–8 ปี พบมะเร็งปอดรายใหม่ 876 ราย
- ผล: กลุ่มที่ได้เบต้าแคโรทีน มีอุบัติการณ์มะเร็งปอดสูงกว่าโดยไม่คาดคิด ร้อยละ 18 (ช่วงความเชื่อมั่นร้อยละ 3–36) และ การเสียชีวิตรวมสูงกว่าร้อยละ 8 ส่วนใหญ่จากมะเร็งปอดและโรคหัวใจขาดเลือด เบต้าแคโรทีนมีผลน้อยหรือไม่มีผลต่อมะเร็งชนิดอื่น
- ข้อสรุปของผู้วิจัย: ไม่พบว่าอาหารเสริมทั้งสองลดมะเร็งปอดในชายสูบบุหรี่ และงานนี้ทำให้เกิดความเป็นไปได้ว่าอาหารเสริมเหล่านี้อาจมีทั้งผลเสียและผลดี
หมายเหตุเรื่องตัวเลข: LPI (ทบทวน ต.ค. 2566) เขียนถึงงานเดียวกันว่าความเสี่ยงมะเร็งปอดเพิ่มร้อยละ 16 หลังติดตาม 6 ปี ส่วนบทคัดย่อต้นฉบับ (เม.ย. 2537) รายงานร้อยละ 18 (ช่วงความเชื่อมั่นร้อยละ 3–36) LPI ไม่ได้อธิบายว่าทำไมตัวเลขจึงต่างกัน บทความนี้ยกไว้ทั้งสองค่า และใช้ตัวเลขจากบทคัดย่อต้นฉบับเป็นหลัก
งาน CARET พบอะไร ทำไมต้องหยุดก่อนกำหนด
CARET (Beta-Carotene and Retinol Efficacy Trial) ตีพิมพ์ใน New England Journal of Medicine เมื่อ พ.ค. 2539 เป็นงานทดลองแบบสุ่ม ปกปิดสองทาง เทียบยาหลอก หลายศูนย์ในสหรัฐ
- ผู้เข้าร่วม: 18,314 คน เป็นคนสูบบุหรี่ คนที่เคยสูบ และคนงานที่สัมผัสแร่ใยหิน
- สิ่งที่ได้รับ: เบต้าแคโรทีนวันละ 30 มก. ร่วมกับเรตินอล (วิตามินเอ) วันละ 25,000 IU เทียบกับยาหลอก
- ระยะติดตาม: เฉลี่ย 4.0 ปี พบมะเร็งปอดรายใหม่ 388 ราย
- ผล: กลุ่มที่ได้สารเสริมมีความเสี่ยงสัมพัทธ์ต่อมะเร็งปอด 1.28 การเสียชีวิตจากมะเร็งปอด 1.46 และการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุ 1.17 เทียบกับยาหลอก
- ผลที่ตามมา: จากผลนี้ งานต้องหยุดให้สารเสริม ก่อนกำหนด 21 เดือน
- ข้อสรุปของผู้วิจัย: หลังเสริมเฉลี่ย 4 ปี การให้เบต้าแคโรทีนร่วมกับวิตามินเอไม่มีประโยชน์ และอาจมีผลเสียต่อมะเร็งปอดและการเสียชีวิต ในคนสูบบุหรี่และคนงานที่สัมผัสแร่ใยหิน
ข้อจำกัดที่ควรรู้: CARET ให้เบต้าแคโรทีนร่วมกับวิตามินเอ จึงแยกผลของเบต้าแคโรทีนเดี่ยวไม่ได้ และทั้งสองงานศึกษาในกลุ่มเสี่ยงสูง
ผลในคนที่เคยสูบ และในคนที่ไม่สูบ
LPI สรุปงานอื่นที่ช่วยให้เห็นภาพ
- AREDS2: งานทดลองวิตามินและแร่ธาตุสำหรับจอตาเสื่อมตามวัย การติดตาม 5 ปีพบว่าการเสริมเบต้าแคโรทีน เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งปอดเกือบ 2 เท่าในอดีตผู้สูบบุหรี่ เมื่อเทียบกับคนไม่สูบ (คนที่ยังสูบอยู่ไม่ได้รับเบต้าแคโรทีนในงานนี้)
- Physicians' Health Study: แพทย์ชายในสหรัฐ 22,071 คน มีผู้สูบบุหรี่ร้อยละ 11 ได้เบต้าแคโรทีน 50 มก. วันเว้นวัน นานกว่า 12 ปี ไม่พบความเสี่ยงมะเร็งปอดเพิ่มในกลุ่มเสี่ยงต่ำนี้
- การวิเคราะห์รวม 4 งานทดลอง (รวมแต่ไม่จำกัดเฉพาะกลุ่มเสี่ยงสูง) พบว่าการเสริมเบต้าแคโรทีนเดี่ยวหรือร่วมกับเรตินอลนาน 3.7–12 ปี เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งปอดร้อยละ 20
LPI ระบุว่ายังไม่ทราบชัดว่าทำไมความเสี่ยงจึงเพิ่ม และ USPSTF ประเมินว่าความเสี่ยงของการเสริมเบต้าแคโรทีนขนาดสูงมีมากกว่าประโยชน์ที่อาจได้ในการป้องกันมะเร็ง ผู้ที่เป็นจอตาเสื่อมตามวัยและสูบบุหรี่หรือเคยสูบ ให้ถามจักษุแพทย์เรื่องสูตรวิตามิน อ่านเพิ่มที่ วิตามินสำหรับจอตาเสื่อม
เบต้าแคโรทีนจากผักผลไม้ต่างจากแบบเสริมอย่างไร
งาน ATBC เองเขียนในส่วนที่มาว่า ข้อมูลระบาดวิทยาเคยพบว่าอาหารที่มีผักผลไม้อุดมแคโรทีนอยด์ และระดับเบต้าแคโรทีนในเลือดสูง สัมพันธ์กับความเสี่ยงมะเร็งปอดที่ต่ำกว่า จึงเป็นเหตุให้ทดลองเสริม แต่ผลการทดลองกลับไม่เป็นอย่างนั้น
LPI สรุปข้อมูลจากการศึกษาเชิงสังเกตว่า การได้แคโรทีนอยด์รวมจากอาหารสูงสัมพันธ์กับความเสี่ยงมะเร็งปอดที่ต่ำกว่า แต่เมื่อแยกรายสาร เบต้าแคโรทีนจากอาหารไม่ได้สัมพันธ์กับความเสี่ยงที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และ LPI สรุปว่าผลป้องกันของแคโรทีนอยด์จากอาหารต่อมะเร็งปอด ถ้ามี น่าจะน้อยและไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
สิ่งที่ข้อมูลบอก: ปัญหาที่พบในงานทดลองมาจาก เบต้าแคโรทีนเสริมขนาดสูงในกลุ่มเสี่ยงสูง ไม่ใช่จากการกินผักผลไม้ แต่การกินผักผลไม้ก็ไม่ได้แปลว่าลดมะเร็งปอดในคนที่ยังสูบอยู่ ข้อมูลเหล่านี้เป็นงานสังเกต บอกเหตุและผลไม่ได้
เบต้าแคโรทีนได้จากอะไรบ้าง ตัวอย่างในตารางของ LPI (อ้างฐานข้อมูล USDA) เช่น ฟักทองบรรจุกระป๋อง 1 ถ้วย 17.0 มก. ผักโขมแช่แข็งปรุงสุก 1 ถ้วย 13.8 มก. มันเทศอบ 1 หัวขนาดกลาง 13.1 มก. แครอทต้ม 1 ถ้วย 13.0 มก. แครอทดิบ 1 หัวขนาดกลาง 10.1 มก. และแคนตาลูป 1 ถ้วย 4.5 มก. จะเห็นว่าอาหารบางมื้อให้เบต้าแคโรทีนในระดับมิลลิกรัมเลขสองหลัก ซึ่งเป็นรูปแบบอาหารที่ไม่ได้อยู่ในงาน ATBC หรือ CARET
เรื่อง "กินตอนไหน" แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้กำหนดเวลาที่ดีกว่า บทความนี้จึงไม่ระบุ
เบต้าแคโรทีนมากเกินไป ผิวเหลืองอันตรายไหม
LPI (ทบทวน ต.ค. 2566) อธิบายว่า เบต้าแคโรทีนเสริมขนาดสูง (ตั้งแต่วันละ 30 มก.) และการกินอาหารที่มีแคโรทีนมาก ทำให้ผิวเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เรียกว่า แคโรทีโนเดอร์เมีย ภาวะนี้ ไม่สัมพันธ์กับปัญหาสุขภาพแอบแฝง และหายไปเมื่อหยุดเสริมหรือลดอาหารที่มีแคโรทีน
คำแนะนำของบทความ: แหล่งที่เราเปิดอ่านพูดถึงเฉพาะผิวเหลืองจากแคโรทีน ถ้าผิวเหลืองร่วมกับตาขาวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม หรืออุจจาระสีซีด อาจเป็นอาการของโรคอื่นที่ต้องตรวจ ให้พบแพทย์โดยเร็ว อย่าสรุปเองว่าเป็นแค่แคโรทีน
คนสูบบุหรี่หรือเพิ่งเลิก ควรทำอย่างไร
- บอกแพทย์ทุกครั้งว่าสูบบุหรี่หรือเคยสูบ ก่อนเริ่มอาหารเสริมหรือวิตามินรวมที่มีเบต้าแคโรทีน งานที่พบอันตรายใช้วันละ 20–30 มก. แต่ ไม่มีงานที่บอกว่าขนาดต่ำกว่านั้นปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัยในคนสูบบุหรี่ จึงให้แพทย์พิจารณา
- อ่านฉลากวิตามินรวม หาคำว่า เบต้าแคโรทีน beta-carotene หรือแคโรทีนอยด์ และนับรวมทุกขวด
- การเลิกบุหรี่ แนวทางโรคหืดในผู้ใหญ่ของไทย (TAC 2568) แนะนำให้ผู้ป่วยหืดเลิกบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า อ่านวิธีเลิกได้ที่ วิธีเลิกบุหรี่ และ เลิกบุหรี่กินอะไรดี
- ไอเรื้อรังเกิน 3 สัปดาห์ หรือน้ำหนักลดไม่ทราบสาเหตุ NHS ให้พบแพทย์ ส่วน ไอเป็นเลือด ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 (NHS หน้า Flu ทบทวน 3 ก.พ. 2569 จัดเป็นเหตุโทร 999)
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)
เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน (mulberry) 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก. · แคปซูลเป็นเจลาติน
ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) และเบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ ไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์ และไม่ระบุสารสำคัญในผงกระชาย
ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม
คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน ผู้ใช้ยาประจำตัว ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน และหญิงให้นมบุตร ซึ่งฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
เรื่องเบต้าแคโรทีนในผลิตภัณฑ์นี้: ฉลากระบุ "เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก." ซึ่งตามการตีความทั่วไปคือผงเบต้าแคโรทีนเจือจาง 10% คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 2 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ผู้ผลิตยังไม่ได้ยืนยันการตีความนี้ ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ป้องกันมะเร็ง ปกป้องปอด หรือลดผลเสียของบุหรี่ และยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง
- เบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (ราว 2 มก. ต่อวัน คำนวณ) — ATBC ใช้วันละ 20 มก. ราว 10 เท่า และ CARET ใช้วันละ 30 มก. ร่วมกับวิตามินเอ ราว 15 เท่า (คำนวณ) ทั้งสองเป็นงานด้านความปลอดภัยที่พบผลเสียในกลุ่มเสี่ยงสูง ไม่มีงานที่บอกว่าขนาดราววันละ 2 มก. ปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัยในคนสูบบุหรี่ บทความนี้จึงไม่สรุปทั้งสองทาง ผู้ที่สูบบุหรี่หรือเคยสูบ ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน และนับรวมเบต้าแคโรทีนจากวิตามินรวมหรืออาหารเสริมอื่นด้วย
- ผงบร็อคโคลี 50 มก. ต่อแคปซูล (100 มก. ต่อวัน คำนวณ) — ฉลากไม่ระบุปริมาณสารสำคัญ เช่น ซัลโฟราเฟน และไม่ระบุว่าเป็นผงต้นหรือยอดอ่อน งานยอดบร็อคโคลีในผู้ป่วยหอบหืดใช้ยอดสดวันละ 100 กรัม ซึ่งต่างกันทั้งรูปแบบและน้ำหนักมาก (ราว 1,000 เท่าโดยน้ำหนัก คำนวณ) และงานนั้นไม่พบประโยชน์ จึงเทียบกับแคปซูลไม่ได้
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ (สองข้อแรกเป็นคำเตือนบนฉลาก ข้อที่เหลือเป็นคำแนะนำของบทความจากส่วนประกอบบนฉลาก)
- ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
- สูบบุหรี่หรือเคยสูบ หรือเคยทำงานสัมผัสแร่ใยหิน: มีเบต้าแคโรทีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: มีอาร์จินีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด/ทำฟัน: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีม่อนและขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยากดภูมิคุ้มกัน หรือโรคภูมิต้านตนเอง: ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: มีซิงค์ ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
- กินวิตามินรวมหรือซิงค์จากผลิตภัณฑ์อื่นอยู่: ให้นับรวมทุกแหล่ง
- โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน โรคตับ หรือนิ่วในถุงน้ำดี: ปรึกษาแพทย์ก่อน
- แพ้ยีสต์ ขิง หรือกระชาย: หลีกเลี่ยง
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาสูดหรือยาพ่นหอบหืด ยาปฏิชีวนะ และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้น หรือเริ่มรับประทานสมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนวัคซีน ยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาพ่นหอบหืด ยาที่แพทย์สั่ง หรืออะดรีนาลีน
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
- หายใจเร็วมาก หายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีดมาก หรือรู้สึกเหมือนสำลักหรือหายใจไม่ทัน
- หอบเหนื่อยจนพูดเป็นคำหรือเป็นประโยคไม่ได้
- คอแน่น หรือกลืนลำบาก
- ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงิน เทา หรือซีด
- สับสน ง่วงซึม หรือเวียนศีรษะมากขึ้นมาทันที
- เจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที
- เริ่มไอเป็นเลือด
- ล้มฟุบ เป็นลม หรือหมดสติ
- แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว หรือพูดไม่ชัด
รายการข้างต้นมาจากหน้าที่ NHS จัดเป็นเหตุให้โทรเรียกรถฉุกเฉิน ได้แก่ หน้าแพ้รุนแรง (ทบทวน 21 มิ.ย. 2566) และหน้าไข้หวัดใหญ่ (ทบทวน 3 ก.พ. 2569) ส่วนข้อสุดท้ายเป็นสัญญาณอันตรายที่ใช้ทั่วทั้งเว็บไซต์นี้ หน้า NHS แพ้รุนแรงระบุว่าผู้ที่มีปากกาฉีดอะดรีนาลีนให้ใช้ทันที แล้วโทรเรียกรถพยาบาล คำแนะนำของบทความ: อย่ารอดูอาการด้วยยาแก้แพ้ชนิดกิน
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →คำถามที่พบบ่อย
เบต้าแคโรทีนมีข้อเสียอะไร
งานทดลองขนาดใหญ่ ATBC และ CARET พบว่าการเสริมเบต้าแคโรทีนวันละ 20–30 มก. ในคนสูบบุหรี่ เคยสูบ หรือสัมผัสแร่ใยหิน สัมพันธ์กับมะเร็งปอดมากขึ้น USPSTF จึงแนะนำไม่ให้เสริมเบต้าแคโรทีนเพื่อป้องกันมะเร็ง โดยเฉพาะคนสูบบุหรี่ ขนาดสูงยังทำให้ผิวเหลืองได้
คนสูบบุหรี่กินเบต้าแคโรทีนได้ไหม
งานที่พบอันตรายใช้วันละ 20–30 มก. และยังไม่มีงานบอกว่าขนาดต่ำกว่านั้นปลอดภัยหรือไม่ในคนสูบบุหรี่ ผู้ที่สูบหรือเคยสูบควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้วิตามินหรืออาหารเสริมที่มีเบต้าแคโรทีน
กินแครอทหรือฟักทองเยอะ ๆ อันตรายเหมือนกันไหม
ข้อมูลที่ Linus Pauling Institute สรุปไม่ได้แสดงความเสี่ยงแบบเดียวกันจากเบต้าแคโรทีนในอาหาร แต่ก็ไม่ได้ป้องกันมะเร็งปอดอย่างมีนัยสำคัญ การกินอาหารที่มีแคโรทีนมากอาจทำให้ผิวเหลือง ซึ่งหายได้เมื่อลดปริมาณลง
เบต้าแคโรทีนมากเกินไปผิวเหลืองอันตรายไหม
Linus Pauling Institute ระบุว่าผิวเหลืองจากแคโรทีน (แคโรทีโนเดอร์เมีย) ไม่สัมพันธ์กับปัญหาสุขภาพแอบแฝง และหายเมื่อหยุดเสริมหรือลดอาหาร แต่ถ้าตาขาวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม หรืออุจจาระสีซีดร่วมด้วย ให้พบแพทย์โดยเร็ว
เบต้าแคโรทีนได้จากอะไรบ้าง
ตัวอย่างจาก Linus Pauling Institute เช่น ฟักทอง ผักโขม มันเทศ แครอท ผักใบเขียวเข้ม และแคนตาลูป
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- The effect of vitamin E and beta carotene on the incidence of lung cancer and other cancers in male smokersNew England Journal of Medicine (PubMed)
- Effects of a combination of beta carotene and vitamin A on lung cancer and cardiovascular diseaseNew England Journal of Medicine (PubMed)
- CarotenoidsLinus Pauling Institute, Oregon State University
- FluNHS
- CoughNHS
- A Randomized Controlled Trial of the Effect of Broccoli Sprouts on Antioxidant Gene Expression and Airway Inflammation in AsthmaticsJ Allergy Clin Immunol Pract 2016 (PubMed)
- Thai Asthma Guideline in Adults 2025 (แนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคหืดในประเทศไทยสำหรับผู้ใหญ่ พ.ศ. 2568)สมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย (สำเนาเผยแพร่โดยโรงพยาบาลฟากท่า)
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
