เกี่ยวกับ Beta Vit
เบนโฟไทอะมีนกับวิตามินบี 1 ต่างกันอย่างไร งานวิจัยเรื่องชาใช้ตัวไหน
คำตอบสั้น: วิตามินบี 1 (ไธอะมิน) คือวิตามินที่ร่างกายต้องใช้เปลี่ยนแป้งและน้ำตาลเป็นพลังงาน ส่วนเบนโฟไทอะมีน (benfotiamine) เป็นสารสังเคราะห์ที่ละลายในไขมัน ร่างกายเปลี่ยนกลับเป็นไธอะมินได้และดูดซึมได้ดีกว่า งานวิจัยเรื่องอาการชาปลายมือปลายเท้าจากเบาหวานส่วนใหญ่ใช้เบนโฟไทอะมีน 300–600 มก. ต่อวัน ไม่ใช่วิตามินบี 1 ธรรมดา และผลยังไม่สอดคล้องกัน โดยงานที่ติดตาม 1–2 ปีไม่พบผลต่อเส้นประสาท
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- วิตามินบี 1 บนฉลากอาหารเสริมส่วนใหญ่อยู่ในรูปไธอะมินไฮโดรคลอไรด์หรือไธอะมินโมโนไนเตรต ส่วนเบนโฟไทอะมีนต้องเขียนชื่อนี้ไว้ชัดเจน
- งานวิจัยอาการชาจากเบาหวานที่คนมักอ้างถึงเป็นงานของเบนโฟไทอะมีน จึงยกผลไปใช้กับวิตามินบี 1 ธรรมดาตรง ๆ ไม่ได้
- งาน 6 สัปดาห์พบคะแนนอาการดีขึ้นในบางการวิเคราะห์ แต่งาน 24 เดือนและงาน 12 เดือนไม่พบผลต่อการทำงานของเส้นประสาท
- คนที่เสี่ยงขาดวิตามินบี 1 คือคนดื่มสุราเรื้อรัง ผู้ใช้ยาขับปัสสาวะฟูโรเซไมด์ ผู้ป่วยหัวใจล้มเหลว และคนที่กินปลาน้ำจืดดิบหรือหอยดิบเป็นประจำ
- อาการชามีหลายสาเหตุ ควรให้แพทย์หาสาเหตุก่อนซื้อวิตามินมากินเอง
วิตามินบี 1 (ไธอะมิน) คืออะไร ร่างกายเอาไปใช้ทำอะไร
วิตามินบี 1 คือวิตามินกลุ่มบีที่ละลายในน้ำ ช่วยให้เซลล์เปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตเป็นพลังงาน ข้อมูลของ MedlinePlus หอสมุดแพทยศาสตร์แห่งชาติสหรัฐฯ ระบุว่าไธอะมินยังเกี่ยวกับการหดตัวของกล้ามเนื้อและการส่งสัญญาณประสาท
ร่างกายเก็บวิตามินบี 1 ไว้ได้ไม่มาก จึงต้องได้จากอาหารทุกวัน MedlinePlus ระบุแหล่งอาหารที่มีไธอะมิน เช่น ธัญพืชไม่ขัดสี เนื้อหมู ปลาบางชนิด ไข่ ถั่วเมล็ดแห้ง และเมล็ดพืช สำหรับคนไทย อาหารใกล้ตัวคือเนื้อหมู ข้าวกล้อง และถั่วต่าง ๆ
ปริมาณที่ผู้ใหญ่ต้องการต่อวันไม่มาก ตามค่าอ้างอิงที่ MedlinePlus ยกมา ผู้ชายอายุ 14 ปีขึ้นไปต้องการ 1.2 มก. ต่อวัน และผู้หญิงอายุ 19 ปีขึ้นไปต้องการ 1.1 มก. ต่อวัน
ถ้าขาดมาก จะเกิดโรคเหน็บชา (beriberi) สถาบัน Linus Pauling มหาวิทยาลัยแห่งรัฐออริกอน อธิบายว่าเหน็บชาแบบแห้งมีอาการเด่นคือปลายประสาทเสื่อม ช่วงแรกอาจแสบร้อนฝ่าเท้า ต่อมามีความรู้สึกลดลงและแขนขาอ่อนแรง อ่านเพิ่มเรื่องนี้ได้ที่ โรคเหน็บชาจากขาดวิตามินบี 1
เบนโฟไทอะมีนคืออะไร ต่างจากวิตามินบี 1 ตรงไหน
เบนโฟไทอะมีนคือสารสังเคราะห์ที่ละลายในไขมัน ร่างกายเปลี่ยนให้เป็นไธอะมินได้ และดูดซึมได้ดีกว่าไธอะมินธรรมดา ข้อมูลนี้มาจากสถาบัน Linus Pauling ซึ่งเรียกเบนโฟไทอะมีนว่า "สารตั้งต้นของไธอะมิน" (precursor)
ความต่างที่ควรรู้มี 3 ข้อ
- โครงสร้าง: ไธอะมินที่อยู่ในอาหารและอาหารเสริมทั่วไปละลายในน้ำ ส่วนเบนโฟไทอะมีนถูกดัดแปลงให้ละลายในไขมัน
- การดูดซึม: สถาบัน Linus Pauling ระบุว่าเบนโฟไทอะมีนมีชีวประสิทธิผล (bioavailability คือสัดส่วนของสารที่เข้าสู่กระแสเลือดได้จริง) สูงกว่าไธอะมิน
- ระดับในเลือด: งานวิจัยในผู้ป่วยเบาหวานที่ตีพิมพ์ในวารสาร Diabetes Care ปี 2012 พบว่ากลุ่มที่ได้เบนโฟไทอะมีน 300 มก. ต่อวัน มีระดับไธอะมินในเลือดสูงขึ้นชัดเจนเมื่อเทียบกับยาหลอก
แต่ "เข้าเลือดได้มากกว่า" ไม่ได้แปลว่า "ช่วยอาการได้จริง" เสมอไป หัวข้อถัดไปจะเห็นว่าระดับในเลือดสูงขึ้น แต่การทำงานของเส้นประสาทไม่ได้ต่างจากยาหลอก
บนฉลากเขียนแบบไหน แยกอย่างไรว่าเป็นตัวไหน
ถ้าฉลากเขียนว่า "วิตามินบี 1" "ไธอะมิน" "ไธอะมินไฮโดรคลอไรด์" หรือ "ไธอะมินโมโนไนเตรต" แปลว่าเป็นวิตามินบี 1 รูปธรรมดา สถาบัน Linus Pauling ระบุว่าอาหารเสริมส่วนใหญ่ใช้วิตามินบี 1 สองรูปนี้
เบนโฟไทอะมีนเป็นสารคนละชื่อ ฉลากต้องเขียนคำว่า "เบนโฟไทอะมีน" หรือ "benfotiamine" ถ้าไม่เห็นคำนี้ ให้ถือว่าไม่ใช่เบนโฟไทอะมีน
เคล็ดลับการอ่านฉลาก
- ดูชื่อสารให้ครบ ไม่ดูแค่คำว่า "บี 1"
- ดูปริมาณเป็นมิลลิกรัมต่อเม็ดหรือต่อแคปซูล และวิธีรับประทานต่อวัน
- ถ้ากินวิตามินบีหลายผลิตภัณฑ์พร้อมกัน ให้นำทุกกล่องไปให้เภสัชกรดูรวม เพราะวิตามินบี 6 ขนาดสูงมากเป็นเวลานานอาจทำให้ปลายประสาทเสื่อมได้ตามข้อมูลของสถาบัน Linus Pauling
งานวิจัยเรื่องอาการชาจากเบาหวานใช้ตัวไหน และผลเป็นอย่างไร
งานวิจัยแบบสุ่มที่มียาหลอกเรื่องปลายประสาทเสื่อมจากเบาหวานส่วนใหญ่ใช้เบนโฟไทอะมีน และผลยังไม่สอดคล้องกัน ปลายประสาทเสื่อมจากเบาหวาน (diabetic polyneuropathy) คือภาวะที่เส้นประสาทส่วนปลายเสียหายจากน้ำตาลสูงนาน ทำให้ชา เหน็บ หรือแสบร้อนที่เท้าและมือ
สรุปงานหลักที่เปิดอ่านบทคัดย่อจาก PubMed
- งาน BENDIP (เยอรมนี ตีพิมพ์ปี 2008): สุ่มผู้ป่วย 165 คน ได้เบนโฟไทอะมีน 600 มก. หรือ 300 มก. ต่อวัน หรือยาหลอก นาน 6 สัปดาห์ คะแนนอาการปลายประสาท (NSS) ต่างอย่างมีนัยสำคัญเฉพาะในกลุ่มที่กินครบตามแผน (p=0.033) แต่เมื่อวิเคราะห์ทุกคนที่ถูกสุ่ม ผลไม่ถึงเกณฑ์นัยสำคัญ (p=0.055) และคะแนนอาการรวม (TSS) ไม่ต่างกัน
- งานในเบาหวานชนิดที่ 1 (นอร์เวย์ Diabetes Care ปี 2012): 67 คน ได้เบนโฟไทอะมีน 300 มก. ต่อวันหรือยาหลอก นาน 24 เดือน ระดับไธอะมินในเลือดสูงขึ้น แต่การทำงานของเส้นประสาทส่วนปลายและสารบ่งชี้การอักเสบไม่ต่างจากยาหลอก
- งาน BOND (เยอรมนี ตีพิมพ์ปี 2026): ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีอาการปลายประสาทระดับน้อยถึงปานกลาง 57 คน ได้เบนโฟไทอะมีน 300 มก. วันละ 2 ครั้งหรือยาหลอก นาน 12 เดือน ตัวชี้วัดหลัก (ความยาวเส้นใยประสาทที่กระจกตา) ไม่ต่างกัน ตัวชี้วัดรองด้านโครงสร้าง การทำงานของเส้นประสาท อาการ และคุณภาพชีวิตก็ใกล้เคียงกัน ผู้วิจัยสรุปว่ายาทนได้ดีแต่ไม่มีผลอย่างมีนัยสำคัญ บทคัดย่อแจ้งว่ามีผู้ร่วมวิจัยเป็นพนักงานของบริษัทยา
ข้อสังเกตคือ งานที่ดูดีเป็นงานสั้น 6 สัปดาห์ ส่วนงานที่ติดตาม 1–2 ปีไม่พบผลต่อเส้นประสาท และขนาดที่ใช้ศึกษาคือ 300–600 มก. ต่อวัน
ความเชื่อที่พบบ่อย: วิตามินบี 1 ขนาดสูงแก้ชาได้จริงไหม
ยังไม่มีหลักฐานว่าวิตามินบี 1 ขนาดสูงทำให้อาการชาจากเบาหวานหายในคนที่ไม่ได้ขาดวิตามินบี 1 ความเชื่อนี้มักมาจากการเอางานวิจัยของเบนโฟไทอะมีนมาเล่าเหมือนเป็นวิตามินบี 1 ธรรมดา ทั้งที่เป็นสารคนละรูปแบบ และงานระยะยาวของเบนโฟไทอะมีนเองก็ไม่พบผล
วิตามินบี 1 จะมีประโยชน์ชัดเจนเมื่อร่างกาย "ขาดจริง" เช่น เหน็บชาจากขาดไธอะมิน ซึ่งต้องให้แพทย์วินิจฉัยและรักษา ไม่ใช่การเดาเองจากอาการชา
อาการชาปลายมือปลายเท้ามีหลายสาเหตุ เช่น เบาหวาน ขาดวิตามินบี 12 สุรา ยาบางชนิด และโรคอื่น ๆ ถ้าซื้อวิตามินมากินเองแล้วรอดูอาการ อาจทำให้ไปตรวจหาสาเหตุช้า อ่านเปรียบเทียบสาเหตุได้ที่ ชาปลายมือปลายเท้าขาดวิตามินอะไร และเรื่องคนเป็นเบาหวานกับวิตามินบีที่ เป็นเบาหวานกินวิตามินบีรวมได้ไหม
ใครเสี่ยงขาดวิตามินบี 1 บ้าง
กลุ่มที่เสี่ยงขาดวิตามินบี 1 คือคนดื่มสุราเรื้อรัง ผู้ใช้ยาขับปัสสาวะบางชนิด ผู้ป่วยหัวใจล้มเหลว ผู้ป่วยเบาหวาน และคนที่กินอาหารบางอย่างเป็นประจำ ข้อมูลจากสถาบัน Linus Pauling และ MedlinePlus สรุปได้ดังนี้
- ดื่มสุราเรื้อรัง: MedlinePlus ระบุว่าสุราทำให้ร่างกายดูดซึมไธอะมินจากอาหารได้ยาก และเป็นสาเหตุหลักของการขาดวิตามินบี 1 ในสหรัฐฯ
- ยาขับปัสสาวะฟูโรเซไมด์: สถาบัน Linus Pauling อ้างงานขนาดเล็ก 25 คนที่พบว่าผู้ใช้ฟูโรเซไมด์ตั้งแต่ 80 มก. ต่อวันขึ้นไป ขาดไธอะมินถึง 98% เพราะยาทำให้ขับวิตามินบี 1 ออกทางปัสสาวะมากขึ้น
- หัวใจล้มเหลว: การวิเคราะห์รวมงานสังเกต 9 งานที่สถาบันเดียวกันอ้างถึง พบว่าผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวเสี่ยงขาดไธอะมินสูงกว่าคนทั่วไปราว 2.5 เท่า
- เบาหวาน: มีรายงานว่าผู้ป่วยเบาหวานมีไธอะมินในเลือดต่ำและไตขับออกมากกว่าปกติ
- อาหารบางอย่าง: สถาบัน Linus Pauling ระบุว่าปลาน้ำจืดดิบและหอยดิบมีเอนไซม์ที่ทำลายไธอะมิน (ความร้อนจากการปรุงสุกทำลายเอนไซม์นี้ได้) และการดื่มชาหรือกาแฟปริมาณมาก การเคี้ยวใบชาหรือหมาก อาจทำให้ระดับไธอะมินลดลง สำหรับคนไทย จึงควรกินปลาร้าและอาหารจากปลาน้ำจืดแบบปรุงสุก
ผู้ใช้ยาขับปัสสาวะหรือมีโรคหัวใจ ห้ามหยุดยาเอง ถ้ากังวลเรื่องวิตามินบี 1 ให้ถามแพทย์ว่าควรตรวจหรือไม่
วิตามินบี 1 ขนาดสูงอันตรายไหม
วิตามินบี 1 แบบกินยังไม่มีการกำหนดปริมาณสูงสุดที่รับได้ต่อวัน (UL) สถาบัน Linus Pauling อธิบายว่าคณะกรรมการอาหารและโภชนาการของสหรัฐฯ ไม่ได้กำหนด UL เพราะไม่พบพิษชัดเจนจากการกินระยะยาวถึง 200 มก. ต่อวัน และ MedlinePlus ระบุว่ายังไม่มีรายงานพิษจากการได้รับไธอะมินมากเกินไป
ข้อยกเว้นที่มีรายงานคือการแพ้รุนแรงซึ่งพบน้อยมาก และเกิดกับการฉีดเข้าหลอดเลือดดำขนาดสูง ไม่ใช่การกิน
ส่วนเบนโฟไทอะมีน งาน BENDIP และ BOND รายงานว่าผู้เข้าร่วมทนต่อสารได้ดี แต่เป็นข้อมูลในช่วงเวลาที่ศึกษาเท่านั้น คนที่ใช้ยาประจำหลายตัวควรบอกแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งที่เริ่มกินวิตามินหรืออาหารเสริมใหม่
เมื่อไรต้องไปพบแพทย์
ควรไปพบแพทย์ถ้ามีอาการชา เหน็บ หรือแสบร้อนที่มือเท้านานหลายสัปดาห์ เป็นมากขึ้น หรือเริ่มเดินเซ แพทย์จะตรวจหาสาเหตุ เช่น ตรวจน้ำตาล ระดับวิตามินบี 12 และการทำงานของไต อ่านรายละเอียดการตรวจได้ที่ ปลายประสาทอักเสบตรวจยังไง
ผู้ป่วยเบาหวานควรตรวจเท้าตามนัด และดูเท้าตัวเองทุกวัน ถ้ามีแผลที่เท้าไม่หาย ให้ไปพบแพทย์โดยเร็ว
ถ้ามีอาการ ข้อใดข้อหนึ่ง ต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- ชาหรืออ่อนแรงครึ่งซีกขึ้นมาทันที
- หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด
- คนที่ดื่มสุราหนักแล้วมีอาการสับสน เดินเซ หรือกลอกตาผิดปกติ (อาจเป็นภาวะสมองผิดปกติจากขาดวิตามินบี 1 ตามที่สถาบัน Linus Pauling อธิบาย)
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าวิต (Beta Vit)
เบต้าวิต (Beta Vit) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0062 บรรจุ 30 แคปซูล ฉลากให้รับประทานวันละ 1 แคปซูล
ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับหัวข้อนี้ ตามฉลากต่อ 1 แคปซูล
- วิตามินบี 1 100 มก. — ฉลากไม่ได้ระบุรูปเกลือ และไม่ใช่เบนโฟไทอะมีน ปริมาณนี้คิดเป็นราว 83–91 เท่าของค่าแนะนำต่อวันของผู้ใหญ่ไทย (คำนวณ) และวิตามินบี 1 ไม่มี UL งานวิจัยเรื่องอาการชาจากเบาหวานส่วนใหญ่ใช้เบนโฟไทอะมีน 300–600 มก. ต่อวัน ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์คนละรูปแบบกับวิตามินบี 1 ในแคปซูลนี้ และผลยังไม่สอดคล้องกัน (งาน 2 ปีไม่พบผลต่อเส้นประสาท) จึงนำผลมาเทียบกันไม่ได้ และยังไม่มีงานวิจัยที่แสดงว่าวิตามินบี 1 ขนาด 100 มก. ช่วยอาการชา
- กรดอัลฟาไลโปอิก 50 มก. — สารนี้มีงานวิจัยในผู้ป่วยเบาหวานที่มีอาการปลายประสาท โดยใช้ 600–1,800 มก. ต่อวัน มากกว่าในแคปซูล 12–36 เท่า ผลช่วยเรื่องคะแนนอาการในระยะสั้น แต่งานที่ติดตาม 4 ปีไม่พบผลที่ตัวชี้วัดหลัก
- วิตามินบี 6 2 มก. — ราว 118–133% ของค่าแนะนำผู้ใหญ่อายุ 51 ปีขึ้นไป (คำนวณ) ห่างมากจากขนาดที่มีรายงานว่าทำให้ปลายประสาทเสื่อม แต่ต้องนับรวมถ้ากินวิตามินบีรวมขนาดสูงตัวอื่นอยู่
- วิตามินบี 12 600 ไมโครกรัม — น้อยกว่าขนาดที่ใช้รักษาภาวะขาดวิตามินบี 12 แบบกินในงานวิจัย (1,000–2,000 ไมโครกรัมต่อวัน) จึงไม่ใช้แทนการตรวจและการรักษาจากแพทย์
ส่วนประกอบแต่ละตัวในผลิตภัณฑ์นี้มีงานวิจัยในคน แต่หลายงานใช้ปริมาณมากกว่าในแคปซูลหลายเท่า บางงานให้ผลไม่ชัดหรือไม่พบประโยชน์ และยังไม่มีงานวิจัยของสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง
คำเตือนบนฉลาก: "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" และ "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" ฉลากมีกรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค"
แคปซูลยังมีวิตามินเค 2 (MK-7) ราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณจากฉลาก) โคเอนไซม์คิวเท็น 30 มก. และแมกนีเซียม ซึ่งทั้ง 3 ตัวเกี่ยวกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด งานในอาสาสมัครพบว่า MK-7 เพียง 10–45 ไมโครกรัมต่อวันทำให้ค่า INR เปลี่ยนได้ โคเอนไซม์คิวเท็นมีรายงานลดฤทธิ์วาร์ฟาริน และสถาบัน Linus Pauling ระบุว่าแมกนีเซียมลดประสิทธิภาพของยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดกิน ผู้ที่ใช้วาร์ฟารินจึงไม่ควรเริ่มเอง ต้องให้แพทย์ที่ดูแลเรื่องยาตัดสินใจ
คำแนะนำของเรา (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ที่เป็นโรคไต ใช้ยาเบาหวาน หรือใช้ยาประจำอื่น ๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าวิตทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาบนกล่อง 2,990 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Vit →คำถามที่พบบ่อย
เบนโฟไทอะมีนกับวิตามินบี 1 เหมือนกันไหม
ไม่เหมือนกัน เบนโฟไทอะมีนเป็นสารสังเคราะห์ที่ละลายในไขมัน ร่างกายเปลี่ยนเป็นไธอะมินได้และดูดซึมได้ดีกว่า ส่วนวิตามินบี 1 บนฉลากทั่วไปมักเป็นไธอะมินไฮโดรคลอไรด์หรือโมโนไนเตรต
เบนโฟไทอะมีนแก้ชาจากเบาหวานได้ไหม
ยังไม่มีหลักฐานที่ชัด งาน 6 สัปดาห์พบคะแนนอาการดีขึ้นเฉพาะบางการวิเคราะห์ แต่งานที่ติดตาม 12 และ 24 เดือนไม่พบผลต่อการทำงานของเส้นประสาทเมื่อเทียบกับยาหลอก
วิตามินบี 1 กินเยอะเกินอันตรายไหม
วิตามินบี 1 แบบกินยังไม่มีการกำหนดปริมาณสูงสุดที่รับได้ เพราะไม่พบพิษชัดเจนจากการกินระยะยาวถึง 200 มก. ต่อวัน การแพ้รุนแรงพบน้อยมากและมักเกิดกับการฉีดขนาดสูง
ใครเสี่ยงขาดวิตามินบี 1
คนดื่มสุราเรื้อรัง ผู้ใช้ยาขับปัสสาวะฟูโรเซไมด์ ผู้ป่วยหัวใจล้มเหลว ผู้ป่วยเบาหวาน และคนที่กินปลาน้ำจืดดิบหรือหอยดิบเป็นประจำ ถ้าสงสัยให้ถามแพทย์ว่าควรตรวจหรือไม่ และห้ามหยุดยาเอง
ดูฉลากยังไงว่าเป็นเบนโฟไทอะมีน
ฉลากต้องเขียนคำว่าเบนโฟไทอะมีนหรือ benfotiamine ไว้ชัดเจน ถ้าเขียนเพียงวิตามินบี 1 ไธอะมิน ไธอะมินไฮโดรคลอไรด์ หรือไธอะมินโมโนไนเตรต แปลว่าเป็นวิตามินบี 1 รูปธรรมดา
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- ThiaminLinus Pauling Institute, Oregon State University
- Thiamin: MedlinePlus Medical EncyclopediaU.S. National Library of Medicine (MedlinePlus)
- Benfotiamine in diabetic polyneuropathy (BENDIP): results of a randomised, double blind, placebo-controlled clinical studyExp Clin Endocrinol Diabetes 2008 (PubMed)
- The effects of long-term oral benfotiamine supplementation on peripheral nerve function and inflammatory markers in patients with type 1 diabetes: a 24-month, double-blind, randomized, placebo-controlled trialDiabetes Care 2012 (PubMed)
- Effects of benfotiamine treatment over 12 months on morphometric, neurophysiological and clinical measures in type 2 diabetes patients with symptomatic polyneuropathy (BOND study)BMJ Open Diabetes Res Care 2026 (PubMed)
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-11-06
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
