บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta Vit

เป็นเบาหวานกินวิตามินบีรวมได้ไหม ช่วยเรื่องชาได้จริงหรือเปล่า

คำตอบสั้น: แหล่งที่เราอ่านไม่ได้ห้ามคนเป็นเบาหวานกินวิตามินบีรวม แต่ก็ไม่ได้แนะนำให้กินทุกคน แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน 2566 ของไทยระบุว่า "ไม่จำเป็นต้องให้วิตามินหรือแร่ธาตุเสริมในผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่ได้ขาดสารอาหารเหล่านั้น" กลุ่มที่ควรถามแพทย์เรื่องตรวจระดับวิตามินคือผู้ที่กินยาเมทฟอร์มินมานาน (เสี่ยงบี 12 ต่ำ) งานวิจัยเรื่องอาการชาจากเบาหวานส่วนใหญ่ใช้ เบนโฟไทอะมีน ซึ่งเป็นสารคนละรูปแบบกับวิตามินบี 1 ทั่วไป และผลยังไม่สอดคล้องกัน สิ่งที่ต้องระวังคือวิตามินบี 6 ขนาดสูง ซึ่งทำให้ชาได้เอง และห้ามหยุดยาเบาหวานแม้รู้สึกดีขึ้น

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • แนวทางไทย 2566: ไม่จำเป็นต้องเสริมวิตามินในผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่ได้ขาด ผู้ที่เสี่ยงขาดบางกลุ่มอาจให้ได้ตามดุลยพินิจของแพทย์
  • น้ำตาลในวิตามิน: ตัววิตามินบีไม่ใช่น้ำตาล แต่บางรูปแบบ เช่น เม็ดเคี้ยวหรือกัมมี่ อาจมีน้ำตาล ต้องอ่านส่วนประกอบบนฉลาก
  • กลุ่มเสี่ยงบี 12 ต่ำ: ผู้ใช้เมทฟอร์มินนาน ADA 2025 แนะนำตรวจเป็นระยะ
  • งานวิจัยอาการชา: งานที่ใช้เบนโฟไทอะมีนให้ผลไม่สอดคล้องกัน งาน 24 เดือนไม่พบผลต่อเส้นประสาท
  • บี 6 ขนาดสูง: NHS (2563) ระบุว่าวันละ 200 มก. ขึ้นไปทำให้ชาแขนขาได้
  • ห้ามหยุดยาเบาหวาน: MedlinePlus ระบุว่าเมทฟอร์มินคุมเบาหวานแต่ไม่ได้ทำให้หาย ให้กินต่อแม้รู้สึกสบายดี

วิตามินบีมีผลต่อน้ำตาลไหม คนเบาหวานกินแล้วน้ำตาลขึ้นหรือเปล่า

ตัววิตามินบีเองไม่ใช่น้ำตาลหรือแป้ง NHS หน้าวิตามินบี (ทบทวน 3 ส.ค. 2563) อธิบายว่าวิตามินบีหลายตัวช่วยให้ร่างกายปลดปล่อยพลังงานจากอาหาร แต่ไม่ได้เป็นแหล่งพลังงานเอง

สิ่งที่อาจมีน้ำตาลคือรูปแบบผลิตภัณฑ์ ข้อสังเกตของบทความ: วิตามินชนิดเม็ดเคี้ยว กัมมี่ ผงชงดื่ม หรือน้ำเชื่อม อาจเติมน้ำตาลหรือสารให้ความหวาน ฉลากต้องแสดงส่วนประกอบ ให้มองหาคำว่า น้ำตาล ซูโครส กลูโคส ฟรุกโตส มอลโทส หรือน้ำผึ้ง ซึ่ง NHS หน้าเรื่องน้ำตาลระบุว่าเป็นชื่อเรียกน้ำตาลที่เติมในอาหาร วิธีอ่านฉลากแบบละเอียดอ่านที่ เป็นเบาหวาน อ่านฉลากอาหารเสริมดูน้ำตาลยังไง

อย่าตีความว่าวิตามินช่วยลดน้ำตาล แนวทางเบาหวานไทย 2566 ระบุว่ายังไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าการได้รับโครเมียม แมกนีเซียม หรือวิตามินดีเสริมช่วยให้คุมน้ำตาลได้ดีขึ้น ส่วนวิตามินบี 1 Linus Pauling Institute (LPI) สรุปงานนำร่องที่ใช้ไธอะมินวันละ 300 มก. นาน 6 สัปดาห์ ในคนน้ำตาลสูงหรือเบาหวานเพิ่งวินิจฉัย ว่าไม่ได้ทำให้น้ำตาลลดลง

ใครในกลุ่มเบาหวานเสี่ยงขาดวิตามินบี 12 และบี 1 จริง

วิตามินบี 12

  • ผู้ที่กินเมทฟอร์มินมานาน: ADA Standards of Care 2025 หมวด 9 ระบุว่าเมทฟอร์มินสัมพันธ์กับความเสี่ยงขาดบี 12 และอาการปลายประสาทแย่ลง จึงเสนอให้ตรวจระดับบี 12 เป็นระยะ งานทดลอง HOME ในเนเธอร์แลนด์ (2553) พบบี 12 ลดลง 19% ในกลุ่มที่ได้เมทฟอร์มิน 4.3 ปี เทียบยาหลอก
  • ผู้ที่ใช้ยาลดกรดกลุ่ม PPI หรือ H2 blocker นาน: งานสังเกตแบบเปรียบเทียบผู้ป่วยกับกลุ่มควบคุมในสหรัฐ (2556) พบว่าผู้ที่มีประวัติได้รับจ่ายยา PPI รวม 2 ปีขึ้นไป มีโอกาสขาดบี 12 สูงกว่า (OR 1.65) งานนี้ใช้ฐานข้อมูลการจ่ายยา ผลแล็บ และการวินิจฉัยของระบบสุขภาพเดียว (Kaiser Permanente แคลิฟอร์เนียเหนือ) และเป็นงานสังเกต บอกเหตุและผลไม่ได้แน่ (ข้อสังเกตของบทความ: การวัดจากประวัติการจ่ายยาไม่ได้ยืนยันว่ากินจริง)
  • ผู้สูงอายุและผู้กินมังสวิรัติเคร่งครัด: DRI ไทย 2563 ระบุว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง และ LPI ระบุว่ากระเพาะอักเสบเรื้อรังชนิดฝ่อ ซึ่งทำให้ดูดซึมบี 12 จากอาหารได้น้อย พบ 10–30% ของคนอายุเกิน 50 ปี

วิตามินบี 1

  • ผู้ป่วยเบาหวาน: LPI ระบุว่างานสังเกตพบไธอะมินในเลือดต่ำกว่าและไตขับออกมากกว่า แต่เป็นงานสังเกต ไม่ได้แปลว่าทุกคนขาด
  • ผู้ใช้ยาขับปัสสาวะฟูโรเซไมด์: LPI ระบุงานเล็ก 25 คนที่ใช้วันละ 80 มก. ขึ้นไปพบขาดบี 1 ถึง 98%
  • ผู้ดื่มสุราเรื้อรัง และผู้ที่กินอาหารที่ทำลายบี 1 เป็นประจำ เช่น ปลาร้าดิบ ใบชา ใบเมี่ยง หมาก (DRI ไทย 2563)

ทางที่ถูกคือถามแพทย์ว่าควรตรวจหรือไม่ ไม่ใช่เดาเองว่าขาดแล้วซื้อมากิน รายละเอียดเรื่องเมทฟอร์มินอ่านที่ ยาเมทฟอร์มินกับวิตามินบี 12 ต่ำ

งานวิจัยวิตามินบีกับอาการชาจากเบาหวานพบอะไร มีข้อจำกัดอะไร

ต้องแยกให้ออกว่า "วิตามินบี 1" ในงานวิจัยกับในขวดอาจไม่ใช่สารเดียวกัน งานเรื่องอาการชาจากเบาหวานส่วนใหญ่ใช้ เบนโฟไทอะมีน ซึ่ง NHS เรียกว่าเป็นวิตามินบี 1 รูปแบบหนึ่ง และเป็นสารสังเคราะห์คนละรูปแบบกับไธอะมิน ฉลากวิตามินบีรวมบางยี่ห้อเขียนเพียง "วิตามินบี 1" ให้ถามเภสัชกรถ้าไม่แน่ใจว่าเป็นรูปแบบไหน

  • งาน BENDIP (ตีพิมพ์ 2551): สุ่ม 165 คน ได้เบนโฟไทอะมีนวันละ 600 หรือ 300 มก. หรือยาหลอก นาน 6 สัปดาห์ คะแนนอาการทางระบบประสาท (NSS) ต่างจากยาหลอกอย่างมีนัยสำคัญเฉพาะการวิเคราะห์ตามโปรโตคอล (p=0.033) ส่วนการวิเคราะห์ทุกคนที่สุ่ม (ITT) ไม่ถึงเกณฑ์ (p=0.055) และคะแนนอาการรวม (TSS) ไม่ต่างจากยาหลอก
  • งานในเบาหวานชนิดที่ 1 (ตีพิมพ์ 2555): 67 คน ได้เบนโฟไทอะมีนวันละ 300 มก. นาน 24 เดือน ไม่ต่างจากยาหลอก ทั้งการทำงานของเส้นประสาทและสารบ่งชี้การอักเสบ

ข้อจำกัด: งานเล็ก ระยะสั้น ใช้สารคนละรูปแบบ และผลไม่สอดคล้องกัน NHS (2565) จึงระบุว่าหลักฐานของเบนโฟไทอะมีน "ยังไม่ชัดเจนเสมอไป" และให้ปรึกษาแพทย์ก่อนลอง ส่วน ADA 2025 ระบุว่ายังไม่มีการรักษาเฉพาะที่ย้อนความเสียหายของเส้นประสาท

วิตามินบี 12: ประโยชน์ที่แหล่งระบุชัดคือในคนที่ ขาดจริง NHS ระบุว่าภาวะขาดบี 12 รักษาด้วยยาฉีดหรือยาเม็ดตามที่แพทย์สั่ง งานติดตาม DPP/DPPOS (2559) พบปลายประสาทเสื่อมมากกว่าในกลุ่มเมทฟอร์มินที่บี 12 ต่ำ แต่เป็นการเปรียบเทียบ ไม่ใช่การทดลองให้บี 12 แล้ววัดอาการชา บทความนี้ไม่พบงานที่ทดสอบว่าบี 12 ลดอาการชาในคนเบาหวานที่ระดับบี 12 ปกติ อ่านเพิ่มที่ วิตามินบี 12 กับอาการชา

ระวังวิตามินบี 6 ขนาดสูง ทำให้ชามากขึ้นได้

ข้อนี้สำคัญกับคนที่ชาอยู่แล้ว เพราะอาการพิษของบี 6 คือปลายประสาทเสื่อมเหมือนกัน

  • NHS (ทบทวน 3 ส.ค. 2563): บี 6 จากผลิตภัณฑ์เสริมวันละ 200 มก. ขึ้นไปทำให้สูญเสียความรู้สึกที่แขนขา ส่วนใหญ่ดีขึ้นเมื่อหยุด แต่บางรายที่กินขนาดสูงนานหลายเดือนอาจเป็นถาวร ผลของขนาด 10–200 มก. ยังไม่ชัด และแนะนำว่า ไม่ให้กินบี 6 จากผลิตภัณฑ์เสริมเกินวันละ 10 มก. เว้นแต่แพทย์แนะนำ
  • LPI (ปรับ พ.ค. 2567): ปลายประสาทเสื่อมจากบี 6 ส่วนใหญ่รายงานที่ขนาดเกินวันละ 1,000 มก. แต่มีรายงานผู้สูงอายุ 3 รายที่กินวันละ 600 มก. นาน 3–10 ปี

แหล่งต่างประเทศสองแห่งนี้ให้ตัวเลขต่างกัน (NHS 2563 กับ LPI 2567) บทความนี้ใช้ตัวเลขที่ระวังกว่าของ NHS เป็นเกณฑ์ (คำแนะนำของบทความ) คนที่กินวิตามินบีหลายยี่ห้อพร้อมกัน ให้รวมบี 6 จากทุกขวด แล้วให้เภสัชกรดู วิธีนับอ่านที่ วิตามินบี 1 6 12 กินยังไง กินเกินอันตรายไหม

ทำไมห้ามหยุดยาเบาหวาน แม้กินวิตามินแล้วรู้สึกดีขึ้น

  • ยาเบาหวานคุมโรค ไม่ได้ทำให้หาย: MedlinePlus หน้ายาเมทฟอร์มิน (ปรับ 15 ต.ค. 2569) ระบุว่า "เมทฟอร์มินคุมเบาหวานแต่ไม่ได้ทำให้หาย ให้กินต่อแม้รู้สึกสบายดี และอย่าหยุดยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์"
  • หยุดแล้วน้ำตาลกลับขึ้น: NHS หน้ายาเมทฟอร์มิน (ทบทวน 5 ส.ค. 2569) ระบุว่าถ้าหยุดยา น้ำตาลอาจเริ่มสูงขึ้นอีก ให้คุยกับแพทย์ถ้ามีปัญหากับยา
  • ความรู้สึกไม่ใช่ค่าน้ำตาล (ข้อสังเกตของบทความ): อาการเพลียหรือชาที่ดีขึ้น ไม่ได้บอกว่าน้ำตาลหรือ HbA1c อยู่ในเป้า ต้องดูจากผลตรวจ

บอกแพทย์และเภสัชกรทุกครั้งว่ากินวิตามินอะไรอยู่ MedlinePlus ระบุให้แจ้งวิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมทุกชนิดก่อนเริ่มเมทฟอร์มิน เพื่อให้แพทย์ประเมินและเฝ้าระวังผลข้างเคียง ภาพรวมของอาหารเสริมกับเบาหวานอ่านที่ อาหารเสริมเบาหวาน มีจริงไหม

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าวิต (Beta Vit)

เบต้าวิต (Beta Vit) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0062 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 30 แคปซูล แคปซูลละ 900 มก. ฉลากระบุรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แมกนีเซียมออกไซด์ 440 มก. · แมกนีเซียม บิสไกลซิเนต คีเลต (20%) 100 มก. · วิตามินบี 1 (100%) 100 มก. · กรดอัลฟาไลโปอิก (95%) 50 มก. · วิตามินเค 2 (เมนาควิโนน-7) จากบาซิลลัส ซับทิลิส นัตโตะ (0.2%) 37.5 มก. · โคเอนไซม์ คิวเท็น (99.5%) 30 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 6 มก. · วิตามินบี 6 (100%) 2 มก. · วิตามินบี 12 (100%) 0.6 มก. · แคปซูลเป็นเจลาติน · ส่วนประกอบบนฉลากไม่มีน้ำตาล

ค่าคำนวณจากฉลาก: วิตามินเค 2 เป็นผงเจือจาง คิดเป็น MK-7 ราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ) · วิตามินดี 3 เป็นผงเจือจาง คิดเป็นราว 600 IU หรือ 15 ไมโครกรัม (คำนวณ) · วิตามินบี 12 0.6 มก. เท่ากับ 600 ไมโครกรัม · แมกนีเซียมจากสองรูปรวมกันราว 280–285 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ได้ระบุตัวเลขนี้ และยังรอผู้ผลิตยืนยันด้วยเอกสารผลวิเคราะห์ (COA) ตัวเลขนี้คิดเป็นราว 80% ของปริมาณสูงสุดที่รับได้ต่อวันสำหรับแมกนีเซียมจากผลิตภัณฑ์เสริม 350 มก. (คำนวณ)

ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ

เรื่องวิตามินบีกับเบาหวาน: ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่วิตามินบีรวมครบทุกตัว มีวิตามินบีเพียง 3 ตัว (บี 1 บี 6 บี 12) ร่วมกับแมกนีเซียมและสารอื่น ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้อาการชาจากเบาหวานดีขึ้นหรือช่วยคุมน้ำตาล และยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง แนวทางเบาหวานไทย 2566 ระบุว่าไม่จำเป็นต้องให้วิตามินหรือแร่ธาตุเสริมในผู้ที่ไม่ได้ขาด ส่วนที่เกี่ยวกับหัวข้อนี้มีดังนี้

  • วิตามินบี 1 100 มก. ต่อแคปซูล — ราว 83–91 เท่าของค่าแนะนำผู้ใหญ่ไทย (คำนวณจาก DRI ไทย 2563) เป็นวิตามินบี 1 ตามฉลาก ไม่ใช่เบนโฟไทอะมีน งานเรื่องอาการชาจากเบาหวานที่กล่าวถึงข้างบนใช้เบนโฟไทอะมีนวันละ 300–600 มก. ซึ่งเป็นคนละสาร จึงเทียบกันไม่ได้ งานนำร่องที่ใช้ไธอะมินวันละ 300 มก. (3 เท่าของแคปซูล คำนวณ) ไม่ได้ทำให้น้ำตาลลดลงตามที่ LPI สรุป
  • วิตามินบี 6 2 มก. ต่อแคปซูล — ราว 118–133% ของค่าแนะนำผู้ใหญ่อายุ 51 ปีขึ้นไป (คำนวณ) ผู้ที่กินวิตามินบีรวมตัวอื่นอยู่ ให้รวมบี 6 จากทุกผลิตภัณฑ์แล้วเทียบกับคำแนะนำของ NHS ที่ไม่ให้เกินวันละ 10 มก. จากผลิตภัณฑ์เสริม
  • วิตามินบี 12 600 ไมโครกรัมต่อแคปซูล — ราว 250 เท่าของค่าแนะนำผู้ใหญ่ไทย 2.4 ไมโครกรัม (คำนวณ) LPI ระบุว่าบี 12 ขนาดสูงดูดซึมแบบซึมผ่านได้ราว 1–2% งานทบทวน Cochrane (2561) ใช้บี 12 แบบกินวันละ 1,000–2,000 ไมโครกรัมรักษาภาวะขาด มากกว่าในแคปซูล 1.7–3.3 เท่า (คำนวณ) ไม่ใช้แทนการตรวจและการรักษาภาวะขาดบี 12 ของผู้ใช้เมทฟอร์มิน ผู้ป่วยโรคไตจากเบาหวาน: งาน DIVINe (2553) ที่ให้เม็ดรวมกรดโฟลิก 2.5 มก. บี 6 25 มก. และบี 12 1 มก. พบไตเสื่อมเร็วขึ้น งานนี้ไม่ได้แยกว่าตัวไหนเป็นสาเหตุ แต่เป็นเหตุผลให้ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้วิตามินขนาดสูง

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ (ข้อแรกและข้อเด็ก/ตั้งครรภ์มีคำเตือนบนฉลาก ส่วนที่เหลือเป็นคำแนะนำของบทความจากส่วนประกอบบนฉลาก)

  • ผู้ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด: ฉลากระบุว่า "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" คำแนะนำของบทความคือ ห้ามเริ่มเอง ต้องให้แพทย์ที่ดูแลยาตัดสินก่อน เพราะงานวิจัยในอาสาสมัครที่ได้ยาต้านวิตามินเค (2556) พบว่า MK-7 เพียงวันละ 10–20 ไมโครกรัมทำให้ค่า INR เปลี่ยนอย่างมีความหมายในบางคน ขณะที่แคปซูลมีราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ) และ LPI ระบุว่ามีรายงานไม่กี่รายว่าโคเอนไซม์คิวเท็นลดฤทธิ์วาร์ฟาริน ถ้าแพทย์อนุญาต ต้องตรวจ INR ตามนัด · Linus Pauling Institute หน้าแมกนีเซียม (ทบทวน ต.ค. 2568) ระบุด้วยว่าแมกนีเซียมลดประสิทธิภาพของยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดกินได้
  • ใช้ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: LPI ระบุว่าในทางทฤษฎีกรดอัลฟาไลโปอิก (50 มก. ต่อแคปซูล) อาจเสริมฤทธิ์ลดน้ำตาล และควรติดตามน้ำตาลใกล้ชิด ให้รู้จักอาการน้ำตาลต่ำ เช่น หิว เหงื่อออก ตัวสั่น ใจสั่น สับสน และตรวจน้ำตาลตามที่แพทย์สั่ง ห้ามลดหรือหยุดยาเบาหวานเอง
  • ผู้ป่วยโรคไต ไตเสื่อม หรือฟอกไต: ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน LPI ระบุว่าผู้ที่ไตทำงานบกพร่องเสี่ยงแมกนีเซียมสะสมจนเป็นพิษ
  • ใช้ยาระบายหรือยาลดกรดที่มีแมกนีเซียม หรือแมกนีเซียมเสริมตัวอื่นอยู่: รวมกันอาจเกิน 350 มก. ต่อวัน เสี่ยงท้องเสีย แมกนีเซียมออกไซด์เองก็ทำให้บางคนถ่ายเหลวได้ ถ้าท้องเสียมากหรือมีอาการขาดน้ำ ให้หยุดผลิตภัณฑ์และปรึกษาแพทย์
  • ยาที่ต้องกินห่างจากแมกนีเซียม: ยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนและเตตราไซคลีน ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต ยาไทรอยด์ และกาบาเพนติน ให้เภสัชกรจัดเวลาให้
  • เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่า "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์ · เก็บให้พ้นมือเด็ก
  • ผู้ใช้ยาประจำตัวให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน (คำแนะนำของบทความ ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก) และแจ้งทีมแพทย์ก่อนผ่าตัดหรือทำฟันว่ากินผลิตภัณฑ์นี้อยู่

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าวิตทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาเบาหวาน อินซูลิน เมทฟอร์มิน ยาความดัน ยาขับปัสสาวะ ยาลดไขมันกลุ่มสแตติน ยาละลายลิ่มเลือดหรือวาร์ฟาริน ยาลดกรด และยาแก้ปวดปลายประสาท แม้จะรู้สึกดีขึ้น หรือเริ่มรับประทานวิตามินหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม ถ้าสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่ การปรับยาเป็นหน้าที่ของแพทย์

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจหาสาเหตุของอาการชา

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • หน้าเบี้ยวหรือปากตกข้างหนึ่ง ยิ้มไม่ได้
  • แขนอ่อนแรงหรือชาข้างเดียว ยกแขนสองข้างค้างไว้ไม่ได้
  • พูดไม่ชัด พูดลำบาก หรือสับสน
  • ชาหรืออ่อนแรงครึ่งซีกของร่างกายขึ้นมาทันที
  • เจ็บหรือแน่นหน้าอกขึ้นมาทันทีและไม่หายไป อาจรู้สึกเหมือนถูกบีบ ถูกกด แสบร้อน หรือเหมือนอาหารไม่ย่อย
  • เจ็บที่ร้าวไปแขนซ้ายหรือขวา คอ กราม ท้อง หรือหลัง
  • เจ็บหน้าอกพร้อมเหงื่อแตก คลื่นไส้ หน้ามืด หรือหายใจไม่อิ่ม
  • ผู้ใช้ยาเบาหวานที่หมดสติ หรือไม่ตอบสนองตามปกติ (ห้ามป้อนอาหารหรือน้ำ จัดท่านอนตะแคง)
  • ผู้ใช้ยาเบาหวานที่ชัก
  • ผู้ใช้เมทฟอร์มินที่สงสัยภาวะกรดแล็กติกคั่ง เช่น อาเจียน ปวดท้อง ตะคริว หายใจลำบาก อ่อนเพลียรุนแรง
  • คอหรือลิ้นบวม หายใจลำบาก หรือผื่นนูนคันขึ้นทั่วตัวหลังกินยา (แพ้รุนแรง)

รายการนี้มาจากหน้าที่ NHS จัดเป็นเหตุให้โทร 999 ได้แก่ อาการโรคหลอดเลือดสมอง (ทบทวน 12 ก.ย. 2567) เจ็บหน้าอก (8 ส.ค. 2566) น้ำตาลในเลือดต่ำ (3 ส.ค. 2566) และยาเมทฟอร์มิน (5 ส.ค. 2569) NHS ระบุว่าอาการโรคหลอดเลือดสมอง แม้หายไปเองแล้วก็ต้องไปทันที และห้ามขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง ส่วนอาการชักและหมดสติ NHS ระบุว่าเป็นอาการของน้ำตาลต่ำรุนแรง โดยหน้า NHS ให้โทร 999 เมื่อผู้ป่วยไม่ตอบสนองตามปกติหรือหมดสติ และไม่มียาฉีดกลูคากอน หรือฉีดแล้วไม่ฟื้นใน 10 นาที หรือดื่มสุรามา ในไทยผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่มีกลูคากอนติดบ้าน บทความนี้จึงใช้ระดับที่ปลอดภัยกว่า คือไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ทุกครั้ง (คำแนะนำของบทความ)

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta Vit ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 30 แคปซูล

Beta Vitเบต้าวิต

เลข อย. 13-1-01566-5-0062

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาบนกล่อง 2,990 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Vit →

คำถามที่พบบ่อย

เป็นเบาหวานกินวิตามินบีรวมได้ไหม

แหล่งที่เราอ่านไม่ได้ห้าม แต่แนวทางเบาหวานไทย 2566 ระบุว่าไม่จำเป็นต้องให้วิตามินหรือแร่ธาตุเสริมในผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่ได้ขาด ถ้าจะกิน ให้อ่านฉลากว่ามีน้ำตาลไหม นับบี 6 จากทุกผลิตภัณฑ์ และบอกแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

วิตามินบีทำให้น้ำตาลขึ้นไหม

ตัววิตามินบีไม่ใช่น้ำตาล แต่บางรูปแบบ เช่น เม็ดเคี้ยว กัมมี่ ผงชง อาจเติมน้ำตาล ให้อ่านส่วนประกอบบนฉลาก และวิตามินบีก็ไม่ได้ช่วยลดน้ำตาล

คนเบาหวานกลุ่มไหนเสี่ยงขาดวิตามินบี 12

ADA 2025 ระบุว่าการใช้เมทฟอร์มินสัมพันธ์กับความเสี่ยงขาดบี 12 และแนะนำตรวจระดับเป็นระยะ กลุ่มอื่นที่แหล่งระบุ เช่น ผู้ใช้ยาลดกรดนาน ผู้สูงอายุ และผู้กินมังสวิรัติเคร่งครัด ให้ถามแพทย์เรื่องการตรวจ ไม่ใช่เดาเอง

วิตามินบีช่วยอาการชาจากเบาหวานได้จริงไหม

หลักฐานยังไม่ชัด งานส่วนใหญ่ใช้เบนโฟไทอะมีน ซึ่งเป็นสารคนละรูปแบบกับวิตามินบี 1 ทั่วไป ผลไม่สอดคล้องกัน และงาน 24 เดือนไม่พบผลต่อเส้นประสาท ส่วนบี 12 มีประโยชน์ชัดในคนที่ขาดจริงและรักษาตามแพทย์สั่ง

กินวิตามินบี 6 มากไปอันตรายไหม

อันตรายได้ NHS ระบุว่าบี 6 จากผลิตภัณฑ์เสริมวันละ 200 มก. ขึ้นไปทำให้ชาแขนขาได้ และแนะนำไม่ให้เกินวันละ 10 มก. เว้นแต่แพทย์แนะนำ ผู้ที่กินหลายผลิตภัณฑ์ให้รวมบี 6 จากทุกขวด

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-29

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท