เกี่ยวกับ Beta Vit
โรคเหน็บชาจากขาดวิตามินบี 1 คืออะไร อาการ ใครเสี่ยง
คำตอบสั้น: โรคเหน็บชา (beriberi) คือโรคที่ ร่างกายขาดวิตามินบี 1 (ไธอะมิน) MedlinePlus (ทบทวน 23 ก.ค. 2567) แบ่งเป็น 2 แบบหลัก คือ แบบเปียก ที่กระทบหัวใจและหลอดเลือด ทำให้หอบ ใจเต้นเร็ว ขาบวม และ แบบแห้ง ที่กระทบระบบประสาท ทำให้ชา เหน็บ เดินลำบาก กล้ามเนื้อขาอ่อนแรง ภาวะสมองจากขาดบี 1 ที่เรียกว่า เวอร์นิเก (Wernicke encephalopathy) ทำให้สับสน ตากระตุก เดินเซ และ MedlinePlus ให้ติดต่อแพทย์หรือไปห้องฉุกเฉินเมื่อมีอาการ บทความนี้จึงจัดเป็นเหตุให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 กลุ่มเสี่ยงสำคัญคือ คนดื่มสุรามาก ผู้ที่กินข้าวขัดสีเป็นหลักแต่กินอาหารอื่นน้อย ผู้ใช้ยาขับปัสสาวะขนาดสูง ผู้ฟอกไต และผู้เคยผ่าตัดลดน้ำหนัก
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- เหน็บชาแบบแห้ง: ชา เหน็บ ปวดแสบเท้า เดินลำบาก ขาอ่อนแรง (MedlinePlus, Linus Pauling Institute)
- เหน็บชาแบบเปียก: หอบเวลาออกแรง ตื่นกลางคืนเพราะหายใจไม่อิ่ม ใจเต้นเร็ว ขาบวม จนถึงหัวใจล้มเหลว
- ใครเสี่ยง: ดื่มสุรามาก กินข้าวขัดสีเป็นหลัก ใช้ยาขับปัสสาวะขนาดสูง ฟอกไต ผ่าตัดลดน้ำหนัก อาเจียนรุนแรงช่วงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุที่กินได้น้อย
- อาหารที่ทำลายบี 1: ปลาน้ำจืดดิบ หอยดิบ ปลาร้าที่ไม่ปรุงสุก ใบชา ใบเมี่ยง หมาก (DRI ไทย 2563, Linus Pauling Institute)
- แพทย์รักษาด้วยบี 1 แบบฉีดหรือแบบกิน ตามความรุนแรง
- สับสน ตากระตุกหรือเห็นภาพซ้อน เดินเซ: ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
เหน็บชา กับ อาการชาเป็นเหน็บ ต่างกันไหม
คำว่า "เหน็บชา" ในภาษาไทยใช้ 2 ความหมาย ความหมายแรกคือ อาการชาซ่าเป็นเหน็บ ที่เกิดเมื่อนั่งทับขานาน ๆ แล้วหายเอง ซึ่งไม่ใช่โรคขาดวิตามิน ความหมายที่สองคือ โรคเหน็บชา (beriberi) ที่เกิดจากขาดวิตามินบี 1 จริง บทความนี้พูดถึงความหมายที่สอง
อาการชาปลายมือปลายเท้ามีได้หลายสาเหตุ เช่น เบาหวาน ขาดบี 12 ไทรอยด์ทำงานต่ำ โรคไต สุรา และยาบางชนิด (สมาคมโรคเบาหวานอเมริกัน ADA 2025) การขาดบี 1 เป็นเพียงสาเหตุหนึ่ง จึงต้องให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุ อ่านเพิ่มใน ชาเป็นเหน็บเกิดจากอะไร
โรคเหน็บชาแบบแห้งกับแบบเปียกต่างกันอย่างไร
แบบแห้ง (กระทบระบบประสาท) MedlinePlus ระบุอาการ ได้แก่
- เดินลำบาก
- ความรู้สึกที่มือและเท้าลดลง
- กล้ามเนื้อขาส่วนล่างทำงานลดลงหรืออ่อนแรงจนขยับไม่ได้
- สับสน พูดลำบาก ตากระตุก
- ปวด เหน็บ อาเจียน
Linus Pauling Institute (ทบทวน ต.ค. 2564) เพิ่มว่าลักษณะเด่นของแบบแห้งคือปลายประสาทเสื่อม ช่วงแรกอาจมีอาการ ปวดแสบร้อนที่เท้า มีอาการปวดและกดเจ็บที่กล้ามเนื้อ และลุกจากท่านั่งยองลำบาก
แบบเปียก (กระทบหัวใจ) MedlinePlus ระบุอาการ ได้แก่ ตื่นกลางคืนเพราะหายใจไม่อิ่ม ใจเต้นเร็ว หอบเมื่อออกแรง และขาส่วนล่างบวม Linus Pauling Institute ระบุว่าแบบเปียกอาจลงเอยด้วย หัวใจล้มเหลว ซึ่ง MedlinePlus ระบุว่าความเสียหายของหัวใจมักกลับคืนได้เมื่อรักษา แต่ถ้าเกิดหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันแล้ว การพยากรณ์โรคไม่ดี
Linus Pauling Institute ยังแบ่งย่อยอีก 2 แบบ คือแบบที่กระทบสมอง (นำไปสู่เวอร์นิเกและคอร์ซาคอฟ) และแบบทางเดินอาหาร ที่มีคลื่นไส้ อาเจียน และปวดท้องรุนแรงจากกรดแล็กติกคั่ง
ขาดวิตามินบี 1 เกิดจากอะไร ใครเสี่ยง
ดื่มสุรามาก MedlinePlus ระบุว่าปัจจุบันโรคเหน็บชาในสหรัฐพบส่วนใหญ่ในคนที่ดื่มสุรามาก เพราะกินอาหารได้ไม่ดี และแอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายดูดซึมและเก็บบี 1 ได้ยากขึ้น Linus Pauling Institute ระบุว่าในประเทศอุตสาหกรรม สุราเป็นสาเหตุหลักของการขาดบี 1 อ่านต่อใน ดื่มเหล้ากับวิตามินบี 1
กินข้าวขัดสีเป็นหลักแต่อาหารอื่นน้อย Linus Pauling Institute ระบุว่าในประเทศกำลังพัฒนา สาเหตุหลักคือกินบี 1 ไม่พอ พบในกลุ่มรายได้น้อยที่กินคาร์โบไฮเดรตสูงแต่บี 1 ต่ำ เช่น ข้าวขัดขาว และการขัดข้าวทำให้ไธอะมินหายไปเกือบหมด
ยาและการรักษาบางอย่าง MedlinePlus ระบุว่าการฟอกไต และการใช้ยาขับปัสสาวะขนาดสูงเพิ่มความเสี่ยง Linus Pauling Institute ระบุว่ายาขับปัสสาวะกลุ่มลูป โดยเฉพาะฟูโรเซไมด์ ทำให้ขับบี 1 ทางปัสสาวะมากขึ้น และการรวมผลงานสังเกต 9 งานพบว่าผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวขาดบี 1 มากกว่าราว 2.5 เท่า ห้ามหยุดหรือลดยาขับปัสสาวะเอง ให้ถามแพทย์ว่าควรตรวจหรือไม่ อ่านวิธีใช้ยาใน ยาขับปัสสาวะกินอย่างไร
ภาวะอื่นที่ MedlinePlus (หน้าเวอร์นิเก-คอร์ซาคอฟ ทบทวน 27 ม.ค. 2569) ระบุ: ร่างกายดูดซึมอาหารไม่ดี ผ่าตัดลดน้ำหนัก เอชไอวี มะเร็งที่แพร่กระจายหรือเคมีบำบัด อาเจียนรุนแรงช่วงตั้งครรภ์ หัวใจล้มเหลวที่ใช้ยาขับปัสสาวะระยะยาว ได้อาหารทางหลอดเลือดนานโดยไม่ได้บี 1 ฟอกไตระยะยาว และไทรอยด์ฮอร์โมนสูงมาก
ผู้สูงอายุ Linus Pauling Institute ระบุว่าการอยู่ในสถานดูแลและความยากจนเพิ่มโอกาสที่ผู้สูงอายุจะได้บี 1 ไม่พอ
ข้อมูลไทย DRI ไทย 2563 (กรมอนามัย) รวบรวมการสำรวจเก่าช่วง พ.ศ. 2530–2539 ที่พบภาวะขาดบี 1 ในชายวัยแรงงานบางภาค และในผู้สูงอายุในกรุงเทพฯ ร้อยละ 3.4–11.9 ข้อมูลนี้เก่ากว่า 30 ปี ใช้บอกความเสี่ยงในอดีตได้ แต่ไม่ได้บอกสถานการณ์ปัจจุบัน
อาหารที่มีวิตามินบี 1 และอาหารที่ทำลายบี 1
แหล่งบี 1: DRI ไทย 2563 ระบุเนื้อหมู ข้าวซ้อมมือ ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วดำ และงา Linus Pauling Institute ระบุธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว ถั่วเปลือกแข็ง เนื้อหมูไม่ติดมัน และยีสต์ DRI ไทยยังระบุว่า การซาวข้าวหรือหุงแบบเช็ดน้ำ ทำให้เสียไธอะมินราวร้อยละ 50
สารที่ทำลายบี 1 (anti-thiamin factors):
- เอนไซม์ไธอะมิเนส ในปลาน้ำจืด หอยลาย และปลาร้า (DRI ไทย 2563) Linus Pauling Institute ระบุว่าคนที่กินปลาน้ำจืดดิบหรือหอยดิบเป็นประจำเสี่ยงขาดบี 1 มากขึ้น เพราะเอนไซม์นี้ปกติถูกทำลายด้วยความร้อนเวลาปรุง คำแนะนำในแหล่งคือ ต้มปลาร้าให้สุก
- สารทนความร้อน ใน ใบชา ใบเมี่ยง และหมาก (DRI ไทย 2563) Linus Pauling Institute ระบุว่าการดื่มชาหรือกาแฟปริมาณมาก (รวมกาแฟไม่มีคาเฟอีน) และการเคี้ยวใบชาหรือหมาก อาจทำให้ระดับบี 1 ต่ำลง
คำแนะนำของบทความ: ไม่ต้องเลิกชาหรือกาแฟทั้งหมด แต่ถ้าดื่มมากทุกวัน กินปลาร้าดิบหรือส้มตำปลาร้าดิบเป็นประจำ และกินอาหารอื่นน้อย ให้ปรับอาหารให้หลากหลาย และเล่าให้แพทย์ฟังเมื่อมีอาการชาหรืออ่อนแรง
แพทย์วินิจฉัยและรักษาโรคเหน็บชาอย่างไร
MedlinePlus ระบุว่าแพทย์อาจ ตรวจร่างกายหาสัญญาณหัวใจล้มเหลว เช่น หายใจลำบาก หลอดเลือดดำที่คอโป่ง หัวใจโต น้ำในปอด ใจเต้นเร็ว ขาบวมทั้งสองข้าง และ ตรวจระบบประสาท เช่น การเดิน การประสานงานของกล้ามเนื้อ ปฏิกิริยารีเฟล็กซ์ลดลง หนังตาตก รวมถึงอาจ ตรวจเลือดวัดระดับบี 1 และตรวจปัสสาวะดูการขับบี 1
การรักษาคือเติมบี 1 ที่ขาด โดยให้ แบบฉีดหรือแบบกิน และแพทย์อาจให้วิตามินอื่นร่วม แล้วตรวจเลือดซ้ำเพื่อดูการตอบสนอง MedlinePlus ระบุว่าถ้าไม่รักษา โรคเหน็บชาอาจถึงแก่ชีวิต เมื่อรักษาอาการมักดีขึ้นเร็ว ความเสียหายของระบบประสาทกลับคืนได้ถ้าพบเร็ว แต่ถ้าพบช้า อาการบางอย่าง เช่น ความจำเสื่อมหรือสับสน อาจยังคงอยู่
ทำไมบางรายต้องฉีด MedlinePlus หน้าเวอร์นิเก-คอร์ซาคอฟระบุว่า บี 1 มักให้ ฉีดเข้าหลอดเลือดดำหรือกล้ามเนื้อโดยเร็ว และถ้าสงสัยภาวะนี้ ต้องเริ่มรักษาทันที โดยมักไม่ต้องรอผล MRI สมอง แหล่งที่เปิดตรวจไม่ได้อธิบายเหตุผลเชิงกลไกของการเลือกฉีด เราจึงไม่อธิบายแทน ขนาดและวิธีให้ยาเป็นเรื่องที่แพทย์กำหนด อ่านเรื่องบี 1 ขนาดสูงแบบกินใน วิตามินบี 1 ขนาดสูงคืออะไร
ภาวะสมองจากขาดวิตามินบี 1 (เวอร์นิเก) อาการแบบไหนต้องไปโรงพยาบาลทันที
MedlinePlus (ทบทวน 27 ม.ค. 2569) ระบุว่าเวอร์นิเกและคอร์ซาคอฟเกิดจาก สมองเสียหายเพราะขาดบี 1 มักพบในคนที่มีปัญหาการดื่มสุรา ถ้าไม่รักษาอาการจะแย่ลงเรื่อย ๆ และอาจถึงแก่ชีวิต และระบุว่าอาการสับสนของเวอร์นิเก อาจลุกลามจนโคม่าและเสียชีวิต ถ้าสงสัยภาวะนี้ต้องเริ่มรักษาทันที MedlinePlus ให้ ติดต่อแพทย์หรือไปห้องฉุกเฉิน เมื่อมีอาการ หรือเมื่อเคยได้รับการวินิจฉัยแล้วอาการแย่ลงหรือกลับมา แหล่งนี้ให้ทางเลือกทั้งสองระดับ และ MedlinePlus ระบุว่ามักให้บี 1 ทางหลอดเลือดดำหรือกล้ามเนื้อโดยเร็วที่สุด บทความนี้จึงยึดระดับที่ปลอดภัยกว่า คือไปห้องฉุกเฉิน
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- สับสน ซึม ความคิดช้าลงผิดปกติ
- กล้ามเนื้อทำงานไม่ประสานกัน เดินเซ
- ตากระตุกไปมา
- เห็นภาพซ้อน
- หนังตาตกขึ้นมาใหม่
- อาการแย่ลงหรือกลับมาอีกในคนที่เคยได้รับการวินิจฉัยภาวะนี้แล้ว
คนที่ดื่มสุรามากและเพิ่งหยุดดื่มอาจมีอาการถอนสุราร่วมด้วย MedlinePlus ระบุอาการถอนสุราเป็นหนึ่งในอาการของเวอร์นิเก ส่วนอาการของคอร์ซาคอฟคือจำเรื่องใหม่ไม่ได้ ความจำเสื่อม แต่งเรื่องขึ้นมาเอง และเห็นหรือได้ยินสิ่งที่ไม่มีจริง ซึ่ง MedlinePlus ระบุว่าบี 1 มักไม่ช่วยให้ความจำที่เสียไปกลับคืน MedlinePlus ระบุว่า การหยุดดื่มสุราช่วยป้องกันไม่ให้สมองและเส้นประสาทเสียหายเพิ่ม ผู้ที่อยากเลิกสุราปรึกษาแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านได้
หอบเหนื่อยรุนแรง ริมฝีปากเขียว หรือหมดสติ อาจเป็นหัวใจล้มเหลวหรือภาวะฉุกเฉินอื่น ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ตามรายการท้ายบทความ ส่วนอาการแบบเปียกที่ยังไม่รุนแรง เช่น ขาบวมขึ้น หอบเวลาออกแรง ตื่นกลางคืนเพราะหายใจไม่อิ่ม ให้ ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าวิต (Beta Vit)
เบต้าวิต (Beta Vit) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0062 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 30 แคปซูล แคปซูลละ 900 มก. (น้ำหนักสุทธิ 27 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบสำคัญใน 1 แคปซูลตามฉลาก: แมกนีเซียมออกไซด์ 440 มก. · แมกนีเซียม บิสไกลซิเนต คีเลต (20%) 100 มก. · วิตามินบี 1 (100%) 100 มก. · กรดอัลฟาไลโปอิก (95%) 50 มก. · วิตามินเค 2 (เมนาควิโนน-7) จากบาซิลลัส ซับทิลิส นัตโตะ (0.2%) 37.5 มก. · โคเอนไซม์ คิวเท็น (99.5%) 30 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 6 มก. · วิตามินบี 6 (100%) 2 มก. · วิตามินบี 12 (100%) 0.6 มก. · แคปซูลทำจากเจลาติน
ค่าคำนวณจากฉลาก: ฉลากไม่ระบุปริมาณแมกนีเซียมธาตุ เมื่อคำนวณจากสูตรเคมีของแมกนีเซียมออกไซด์และความหมายของ "(20%)" ตามเกรดวัตถุดิบ จะได้แมกนีเซียมราว 280–285 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) ค่านี้ยังรอผู้ผลิตยืนยันด้วยใบวิเคราะห์ (COA) และเป็นปริมาณในแคปซูล ไม่ใช่ปริมาณที่ร่างกายดูดซึมได้ วิตามินเค 2 (MK-7) คิดเป็นราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ) วิตามินดี 3 ราว 600 IU หรือ 15 ไมโครกรัม (คำนวณ) และวิตามินบี 12 0.6 มก. เท่ากับ 600 ไมโครกรัม
ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ
เรื่องโรคเหน็บชา: โรคเหน็บชาและภาวะเวอร์นิเกต้องให้แพทย์วินิจฉัยและรักษา ซึ่งบางรายต้องได้บี 1 แบบฉีดในโรงพยาบาล ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ป้องกันหรือแก้โรคเหน็บชา อาการชา หรืออาการหัวใจจากขาดบี 1 และยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรนี้โดยตรง ฉลากไม่ระบุรูปเกลือของบี 1 และ ไม่ใช่เบนโฟไทอะมีน ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์คนละรูปแบบ
- วิตามินบี 1 100 มก. ต่อวัน (1 แคปซูล) — ราว 83 เท่า (ชาย) และ 91 เท่า (หญิง) ของปริมาณที่แนะนำต่อวันตาม DRI ไทย 2563 ซึ่งกำหนด 1.2 และ 1.1 มก. (คำนวณ) ยังไม่มีการกำหนด UL แต่ไม่มี UL ไม่ได้แปลว่ายืนยันความปลอดภัยในทุกคน · งานวิจัยขนาดเล็กในผู้ป่วยเบาหวานที่มีไข่ขาวรั่วในปัสสาวะใช้ไธอะมินวันละ 300 มก. (3 เท่าของแคปซูล) ส่วนงานในผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวที่ใช้บี 1 แบบกินวันละ 200–300 มก. ไม่พบประโยชน์ต่อหัวใจ (Linus Pauling Institute)
- การรักษาภาวะขาดบี 1 ใช้ยาที่แพทย์สั่งและติดตามผลเลือด ไม่ใช่การกินผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเอง
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ (สองข้อแรกเป็นคำเตือนบนฉลาก ข้อที่เหลือเป็นคำแนะนำของบทความจากส่วนประกอบบนฉลาก ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก)
- เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่า "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด: ฉลากระบุว่า "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" · คำแนะนำของบทความ: ผู้ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดอื่น ห้ามเริ่มเอง ต้องให้แพทย์ที่ดูแลตัดสินก่อน เพราะงานวิจัยในอาสาสมัครพบว่า MK-7 เพียง 10–20 ไมโครกรัมต่อวันทำให้ค่า INR (ค่าการแข็งตัวของเลือด) เปลี่ยนในบางคน ขณะที่แคปซูลมี MK-7 ราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ) และมีรายงานว่าโคเอนไซม์คิวเท็นลดฤทธิ์วาร์ฟาริน · Linus Pauling Institute หน้าแมกนีเซียม (ทบทวน ต.ค. 2568) ระบุด้วยว่าแมกนีเซียมลดประสิทธิภาพของยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดกินได้
- ผู้ใช้ยาประจำตัว: ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน โดยเฉพาะผู้ใช้ยาขับปัสสาวะและยาหัวใจ
- ผู้ป่วยโรคไตหรือฟอกไต: ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน Linus Pauling Institute ระบุว่าผู้ที่ไตทำงานบกพร่องเสี่ยงต่อภาวะแมกนีเซียมเกินสูงกว่าคนทั่วไป
- ใช้ยาระบายหรือยาลดกรดที่มีแมกนีเซียม หรือวิตามินรวมอื่นอยู่: แมกนีเซียมราว 280–285 มก. (คำนวณ) คิดเป็นราว 80% ของเพดานแมกนีเซียมจากผลิตภัณฑ์เสริม 350 มก. ต่อวัน ถ้ารวมแหล่งอื่นอาจเกิน และเสี่ยงท้องเสีย
- ยาที่ต้องกินห่างจากแมกนีเซียม: ยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนหรือเตตราไซคลีน ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต และยาไทรอยด์เลโวไทร็อกซีน ให้เภสัชกรจัดเวลาให้
- ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีกรดอัลฟาไลโปอิก ซึ่ง Linus Pauling Institute ระบุว่าในทางทฤษฎีอาจเสี่ยงน้ำตาลต่ำเมื่อใช้ร่วมกับยาเบาหวาน ให้ติดตามน้ำตาลตามแพทย์สั่ง
- ไม่บริโภคเจลาติน: แคปซูลทำจากเจลาติน
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าวิตทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาเบาหวาน อินซูลิน ยาความดัน ยาลดไขมัน ยาละลายลิ่มเลือด ยาลดกรด ยาขับปัสสาวะ ยากันชัก และยาพาร์กินสัน แม้จะเริ่มรับประทานวิตามินหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- เจ็บหน้าอกแบบแน่นหรือเหมือนถูกบีบ
- เจ็บหรือแน่นอึดอัดหน้าอกขึ้นมาทันทีและไม่หายไป อาจรู้สึกเหมือนถูกกดทับ แสบร้อน หรือเหมือนอาหารไม่ย่อย
- เจ็บที่ร้าวไปแขนข้างซ้ายหรือขวา คอ กราม ท้อง หรือหลัง
- เจ็บหน้าอก แล้วมีเหงื่อออก
- เจ็บหน้าอก แล้วคลื่นไส้หรืออาเจียน
- เจ็บหน้าอก แล้วหน้ามืดหรือเวียนศีรษะ
- เจ็บหน้าอก แล้วหายใจไม่อิ่ม
- หายใจลำบากรุนแรง หอบ สำลัก หรือพูดเป็นคำไม่ได้
- ริมฝีปากหรือผิวซีด เขียว หรือเทา
- หมดสติ หรือไม่ตอบสนองตามปกติ
- หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงหรือชาซีกเดียว หรือพูดไม่ชัด แม้อาการจะหายไปเองแล้ว
รายการข้างต้นมาจากหน้าที่ NHS จัดเป็นเหตุให้โทร 999 หรือไปห้องฉุกเฉิน ได้แก่ หน้าหัวใจขาดเลือด (ทบทวน 31 มี.ค. 2569) หน้าเจ็บหน้าอก (ทบทวน 8 ส.ค. 2566) หน้าอาการโรคหลอดเลือดสมอง (ทบทวน 12 ก.ย. 2567) และหน้าภาวะแพ้รุนแรง (ทบทวน 21 มิ.ย. 2566) NHS ระบุว่าห้ามขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง
ราคาบนกล่อง 2,990 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Vit →คำถามที่พบบ่อย
เหน็บชาขาดวิตามินอะไร
โรคเหน็บชา (beriberi) เกิดจากขาดวิตามินบี 1 หรือไธอะมิน (MedlinePlus) แต่อาการชาซ่าเป็นเหน็บทั่วไปมีได้หลายสาเหตุ เช่น เบาหวาน ขาดบี 12 ไทรอยด์ต่ำ สุรา และยาบางชนิด ต้องให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุ
ขาดวิตามินบี 1 เกิดจากอะไร
MedlinePlus และ Linus Pauling Institute ระบุสาเหตุ เช่น ดื่มสุรามาก กินข้าวขัดสีเป็นหลักโดยกินอาหารอื่นน้อย ใช้ยาขับปัสสาวะขนาดสูง ฟอกไต ผ่าตัดลดน้ำหนัก และกินปลาน้ำจืดดิบ หอยดิบ หรือชา หมาก ปริมาณมาก
อาการขาดวิตามินบี 1 มีอะไรบ้าง
แบบแห้งมีชา เหน็บ ปวดแสบเท้า เดินลำบาก ขาอ่อนแรง แบบเปียกมีหอบเวลาออกแรง ตื่นกลางคืนเพราะหายใจไม่อิ่ม ใจเต้นเร็ว ขาบวม ถ้าสับสน ตากระตุก เห็นภาพซ้อน หรือเดินเซ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
โรคเหน็บชารักษายังไง
MedlinePlus ระบุว่าแพทย์เติมบี 1 ที่ขาดด้วยยาฉีดหรือยากิน อาจให้วิตามินอื่นร่วม และตรวจเลือดติดตาม ถ้าสงสัยภาวะสมองจากขาดบี 1 ต้องเริ่มรักษาทันที มักให้บี 1 ทางหลอดเลือดดำหรือกล้ามเนื้อ
กินปลาร้าทำให้ขาดวิตามินบี 1 จริงไหม
DRI ไทย 2563 ระบุว่าปลาร้า ปลาน้ำจืด และหอยลายมีเอนไซม์ไธอะมิเนสที่ทำลายบี 1 แต่เอนไซม์นี้ถูกทำลายด้วยความร้อน แหล่งจึงแนะนำให้ต้มปลาร้าให้สุก
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- BeriberiMedlinePlus Medical Encyclopedia
- Wernicke-Korsakoff syndromeMedlinePlus Medical Encyclopedia
- ThiaminLinus Pauling Institute, Oregon State University
- ปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย พ.ศ. 2563กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
- Standards of Care in Diabetes—2025: Section 12 Retinopathy, Neuropathy, and Foot CareAmerican Diabetes Association (PMC)
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-29
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
