บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta Vit

วิตามินบีรวม ใครห้ามกิน โรคอะไรต้องระวัง ห้ามกินคู่กับอะไร

คำตอบสั้น: วิตามินบีละลายน้ำได้ แต่ ไม่ได้แปลว่ากินเท่าไรก็ได้ NHS ระบุว่าวิตามินบี 6 จากอาหารเสริมวันละ 200 มก. ขึ้นไปทำให้เกิดอาการชาที่แขนขาได้ และแนะนำไม่ให้กินบี 6 จากอาหารเสริมเกินวันละ 10 มก. หากแพทย์ไม่ได้แนะนำ กลุ่มที่ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนกินวิตามินบีรวม ได้แก่ ผู้ป่วยโรคไต หญิงตั้งครรภ์ เด็ก ผู้ใช้ยากันชักบางตัว ผู้ใช้ยาพาร์กินสันเลโวโดปา และผู้ที่กำลังจะตรวจเลือด ส่วนคนที่เป็นภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD ยังไม่พบแหล่งที่เปิดตรวจได้ที่ระบุว่าวิตามินบีเป็นตัวกระตุ้น จึงควรถามแพทย์ที่ดูแลก่อน

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • ละลายน้ำ ไม่เท่ากับไม่มีเพดาน: บี 6 ขนาดสูงต่อเนื่องทำให้ปลายประสาทเสื่อมได้ (NHS, Linus Pauling Institute)
  • เพดานบี 6 แต่ละแหล่งไม่เท่ากัน: สหรัฐ 100 มก./วัน · EFSA (ยุโรป, 2566) 12 มก./วัน · NHS แนะนำไม่เกิน 10 มก./วันจากอาหารเสริม
  • โรคไต: งานวิจัยในผู้ป่วยโรคไตจากเบาหวานที่ได้วิตามินบีขนาดสูงรวมกัน พบไตเสื่อมเร็วกว่ากลุ่มยาหลอก
  • ยาที่ต้องบอกแพทย์: ยากันชักฟีนิโทอินและฟีโนบาร์บิทาล ยาพาร์กินสันเลโวโดปา (Linus Pauling Institute)
  • ก่อนตรวจเลือด: บอกแพทย์ทุกครั้งว่ากินวิตามินอะไรอยู่
  • ห้ามหยุดยาที่แพทย์สั่งเอง เพื่อจะกินวิตามินแทน

วิตามินบีละลายน้ำ กินเยอะก็ขับออกทางปัสสาวะ จริงไหม

ส่วนหนึ่งจริง แต่ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยทุกขนาด Linus Pauling Institute (ปรับข้อมูล พ.ค. 2567) เขียนไว้ว่า แม้วิตามินบี 6 จะละลายน้ำและขับออกทางปัสสาวะ การกินบี 6 เสริมขนาดสูงมากเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดปลายประสาทเสื่อมชนิดที่ทำให้เดินเซ (sensory ataxic neuropathy) ซึ่ง อาจไม่หายกลับ อาการคือปวดและชาที่มือเท้า ถ้ารุนแรงจะเดินลำบาก

ตัวเลขที่ Linus Pauling Institute ระบุ:

  • อาการนี้มักเกิดเมื่อกินบี 6 (ไพริดอกซีน) เกินวันละ 1,000 มก.
  • มีรายงานผู้ป่วยไม่กี่รายที่เกิดอาการเมื่อกินน้อยกว่าวันละ 500 มก. นานหลายเดือนถึงหลายปี เช่น ผู้สูงอายุ 3 รายที่กินวันละ 600 มก. นาน 3–10 ปี
  • งานที่ตรวจระบบประสาทอย่างเป็นระบบ ไม่พบความเสียหายของเส้นประสาทรับความรู้สึกเมื่อกินต่ำกว่าวันละ 200 มก.

NHS (หน้าวิตามินบีและกรดโฟลิก ทบทวนล่าสุด 3 ส.ค. 2563 เลยกำหนดทบทวนครั้งถัดไป ส.ค. 2566 แล้ว จึงเป็นข้อมูลค่อนข้างเก่า) ระบุว่าการกินบี 6 วันละ 200 มก. ขึ้นไปอาจทำให้แขนขาชา อาการมักดีขึ้นเมื่อหยุดอาหารเสริม แต่บางรายที่กินปริมาณมากนานเกินไม่กี่เดือนอาจเป็นถาวร และ ผลของขนาด 10–200 มก. ยังไม่ชัด สองแหล่งนี้ต่างกันตรงที่ NHS (2563) เขียนว่าส่วนใหญ่ดีขึ้นเมื่อหยุด ส่วน Linus Pauling Institute (ปรับ พ.ค. 2567) เน้นว่าอาจไม่หายกลับ เราจึงยึดข้อที่ระวังกว่า คือ อาการชาจากบี 6 อาจเป็นถาวรได้

เพดานวิตามินบี 6 คือเท่าไร ทำไมแต่ละแหล่งไม่เท่ากัน

แต่ละหน่วยงานกำหนดปริมาณสูงสุดที่รับได้ต่อวัน (UL) ของบี 6 ไม่เท่ากัน และปีที่ประกาศต่างกัน:

  • สหรัฐอเมริกา: UL ผู้ใหญ่ 100 มก./วัน ตั้งไว้เพื่อป้องกันปลายประสาทเสื่อม (ตามที่ Linus Pauling Institute อ้าง ปรับข้อมูล พ.ค. 2567)
  • EFSA (หน่วยงานความปลอดภัยอาหารยุโรป) ฉบับ พ.ค. 2566: UL ผู้ใหญ่ รวมหญิงตั้งครรภ์และให้นม 12 มก./วัน โดยใช้ปลายประสาทเสื่อมเป็นผลหลักในการกำหนด
  • หน้า Linus Pauling Institute (ปรับ พ.ค. 2567) ยังเขียนค่า UL ของยุโรปไว้ที่ 25 มก./วัน ซึ่งอ้างเอกสารของ EFSA ฉบับเก่ากว่า ค่าล่าสุดที่เปิดตรวจจากบทคัดย่อของ EFSA เองคือ 12 มก./วัน
  • NHS (ทบทวน 3 ส.ค. 2563): กรมอนามัยและการดูแลสังคมของอังกฤษแนะนำ ไม่ให้กินบี 6 จากอาหารเสริมเกินวันละ 10 มก. หากแพทย์ไม่ได้แนะนำ

เมื่อแหล่งต่างกัน คำแนะนำของบทความคือยึดค่าที่ต่ำกว่าเป็นเส้นระวัง และ นับรวมบี 6 จากทุกผลิตภัณฑ์ที่กินอยู่ เพราะวิตามินบีรวม วิตามินรวม และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอื่นหลายตัวมีบี 6 ซ้อนกันได้ อ่านต่อเรื่องการกินอาหารเสริมหลายตัวพร้อมกันใน อาหารเสริมหลายตัวซ้อนกัน และเรื่องขนาดบี 6 ใน ขนาดวิตามินบีรวมกับพิษบี 6

ถ้ากินวิตามินบีอยู่แล้วเริ่มชามากขึ้น อย่าเดาว่าขาดวิตามินแล้วกินเพิ่ม ให้นำทุกขวดไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดู

โรคอะไรต้องปรึกษาแพทย์ก่อนกินวิตามินบีรวม

โรคไต โดยเฉพาะโรคไตจากเบาหวาน งานวิจัยแบบสุ่มในแคนาดา (ตีพิมพ์ JAMA 2553) ในผู้ป่วยเบาหวานที่มีโรคไตจากเบาหวาน 238 คน ให้เม็ดรวมกรดโฟลิก 2.5 มก. บี 6 25 มก. และบี 12 1 มก. ต่อวัน เทียบยาหลอก ติดตามเฉลี่ยราว 32 เดือน พบว่ากลุ่มที่ได้วิตามิน อัตรากรองของไตลดลงมากกว่า (16.5 เทียบ 10.7 มล./นาที/1.73 ตร.ม.) และเหตุการณ์รวมของหัวใจวาย อัมพาต การทำหลอดเลือด และการเสียชีวิต สูงกว่า งานนี้ใช้วิตามิน 3 ตัวขนาดสูงพร้อมกัน จึงบอกไม่ได้ว่าตัวไหนเป็นสาเหตุ

Linus Pauling Institute (หน้าวิตามินบี 12 ทบทวน พ.ย. 2566) ระบุว่ามีผู้แสดงความกังวลเรื่องพิษของไซยาโนโคบาลามิน (บี 12 รูปที่ใช้ในอาหารเสริมส่วนใหญ่) ขนาดสูงในผู้ที่ไตทำงานบกพร่อง และมีผู้เสนอรูปอื่นสำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้ ผู้ป่วยโรคไต ฟอกไต หรือล้างไตทางช่องท้อง อ่านเพิ่มใน วิตามินบีกับผู้ป่วยไตและฟอกไต

หญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นม และเด็ก ความต้องการวิตามินต่างจากผู้ใหญ่ทั่วไป MedlinePlus (หน้ายาฉีดไซยาโนโคบาลามิน ทบทวนล่าสุด 1 ก.ย. 2553 ข้อมูลค่อนข้างเก่า) ให้คุยกับแพทย์เรื่องปริมาณบี 12 ที่ควรได้ต่อวันขณะตั้งครรภ์หรือให้นม ผลิตภัณฑ์บางตัวมีคำเตือนบนฉลากว่าเด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน จึงต้องอ่านฉลากทุกครั้ง อ่านต่อใน อาหารเสริมกับคนท้องและเด็ก

กำลังกินกรดโฟลิกขนาดสูง NHS ระบุว่ากรดโฟลิกเกินวันละ 1 มก. อาจบดบังอาการของภาวะขาดบี 12 ซึ่งถ้าไม่ได้ตรวจพบและรักษา อาจทำลายระบบประสาทได้ในภายหลัง เรื่องนี้น่ากังวลในผู้สูงอายุ เพราะดูดซึมบี 12 ได้ยากขึ้นตามวัย

วิตามินบีห้ามกินคู่กับยาอะไร

Linus Pauling Institute (หน้าวิตามินบี 6) ระบุว่า บี 6 ขนาดสูงลดประสิทธิภาพของยา 3 ตัว ได้แก่

  • ฟีโนบาร์บิทาล (ยากันชัก)
  • ฟีนิโทอิน (ยากันชัก)
  • เลโวโดปา (ยาพาร์กินสัน)

แหล่งเดียวกันระบุด้วยว่ายาบางตัวทำให้ร่างกายใช้บี 6 ได้น้อยลง เช่น ยาวัณโรคไอโซไนอะซิด ยาพาร์กินสันเลโวโดปาและคาร์บิโดปา และเพนิซิลลามีน ส่วนยาที่ลดการดูดซึมบี 12 ได้แก่ ยาลดกรดกลุ่ม PPI (เช่น โอเมพราโซล) และยาเบาหวานเมทฟอร์มิน (ดูบทความ ขาดวิตามินบี 12)

MedlinePlus หน้ายาคาร์บิโดปาและเลโวโดปา (ปรับ 15 มิ.ย. 2569) ให้บอกแพทย์ถ้าเคยขาดวิตามินบี 6 และให้ จดรายการยา วิตามิน แร่ธาตุ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั้งหมดที่กินอยู่ แล้วนำติดตัวทุกครั้งที่ไปพบแพทย์หรือเข้าโรงพยาบาล

ห้ามลด หยุด หรือเปลี่ยนเวลากินยากันชักและยาพาร์กินสันเอง ถ้าอยากกินวิตามินบีรวม ให้ถามแพทย์หรือเภสัชกรที่จ่ายยาก่อน ส่วนคนที่กินยาหลายตัวและอยากรู้ว่าอาหารเสริมไหนห้ามกินคู่กัน อ่านต่อใน อาหารเสริมที่ห้ามกินคู่กัน

กินวิตามินบี 12 อยู่ ตรวจเลือดได้ไหม

ตรวจได้ แต่ ต้องบอกแพทย์ก่อนเจาะเลือดว่ากินวิตามินอะไรอยู่ MedlinePlus หน้าตรวจระดับวิตามินบี 12 (ทบทวน 10 ม.ค. 2569) ระบุว่ายาบางชนิดมีผลต่อผลตรวจ เช่น เมทฟอร์มิน ยา PPI ยา H2 blocker (เช่น ฟาโมทิดีน) ฟีนิโทอิน และโคลชิซีน และให้ ห้ามหยุดยาใดก่อนคุยกับแพทย์ ส่วนหน้าตรวจวิตามินบี (ปรับ 20 ส.ค. 2569) ระบุว่าการแปลผลตรวจวิตามินบีไม่ได้ชัดเสมอ เพราะการอักเสบในร่างกายและยาบางชนิดมีผลต่อค่า

แหล่งที่เปิดตรวจไม่ได้เขียนตรง ๆ ว่าการกินบี 12 เสริมทำให้ค่าในเลือดสูงขึ้น แต่คำแนะนำของบทความคือ ให้บอกแพทย์ว่ากินผลิตภัณฑ์ที่มีบี 12 อยู่ เพื่อให้แพทย์แปลผลได้ถูก และถามแพทย์ว่าต้องงดก่อนตรวจหรือไม่ อย่าตัดสินใจเอง อ่านเรื่องค่าบี 12 สูงใน วิตามินบี 12 ในเลือดสูง

เป็น G6PD กินวิตามินบีรวมได้ไหม

ภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD คือภาวะที่เม็ดเลือดแดงแตกง่ายเมื่อเจอสารกระตุ้น MedlinePlus (ทบทวน 29 ม.ค. 2569) ระบุตัวกระตุ้น ได้แก่ การติดเชื้อ ถั่วปากอ้า และยาบางกลุ่ม เช่น ยาต้านมาลาเรียอย่างควินิน แอสไพรินขนาดสูง ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ยากลุ่มซัลฟา ยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนและไนโตรฟูแรนโทอิน และสารในลูกเหม็น

รายการนี้ไม่มีวิตามินบี แต่หน้าเว็บเขียนว่าเป็นตัวอย่าง (including) ไม่ใช่รายการครบทุกตัว และเราไม่พบแหล่งที่เปิดตรวจได้ที่ตอบเรื่องวิตามินบีกับ G6PD โดยตรง คำแนะนำของบทความคือ ให้ถามแพทย์ที่ดูแลหรือเภสัชกร พร้อมแสดงฉลากผลิตภัณฑ์ทุกตัว รวมถึงสมุนไพรที่ผสมอยู่

MedlinePlus ระบุอาการเม็ดเลือดแดงแตก เช่น ปัสสาวะสีเข้ม ตัวเหลืองตาเหลือง ซีด ใจเต้นเร็ว หอบเหนื่อย มีไข้ ปวดท้อง อ่อนเพลีย และให้ติดต่อแพทย์ถ้ามีอาการ คำแนะนำของบทความคือถ้ามีอาการเหล่านี้ ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด ถ้าหายใจลำบากรุนแรง ริมฝีปากเขียว หรือหมดสติ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ตามรายการท้ายบทความ

บอกหมอและเภสัชกรเรื่องวิตามินที่กินอยู่ยังไงดี

คำแนะนำของบทความ (อิงจากคำแนะนำของ MedlinePlus ให้จดรายการยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารติดตัว):

  1. ถ่ายรูปฉลากด้านส่วนประกอบของทุกขวด หรือหยิบขวดจริงใส่ถุงไปโรงพยาบาล
  2. จดชื่อ ขนาด และจำนวนที่กินต่อวัน ทั้งยาแพทย์สั่ง ยาซื้อเอง วิตามิน สมุนไพร และเครื่องดื่มชง
  3. บอกทุกครั้งที่แพทย์จะสั่งยาใหม่ ก่อนเจาะเลือด ก่อนผ่าตัดหรือทำฟัน
  4. ถามให้ชัด: "ผมกินตัวนี้คู่กับยาที่หมอสั่งได้ไหม ต้องกินห่างกันกี่ชั่วโมง และต้องงดก่อนตรวจเลือดหรือเปล่า"
  5. ห้ามหยุดยาที่แพทย์สั่งเอง เพราะคิดว่าวิตามินจะทดแทนได้

เภสัชกรร้านยาที่มีใบอนุญาตและเภสัชกรโรงพยาบาลช่วยตรวจยาตีกันได้ ถ้าใช้สิทธิบัตรทองแล้วไม่แน่ใจว่าการตรวจระดับวิตามินเบิกได้หรือไม่ ให้สอบถามโรงพยาบาลหรือโทร สปสช. 1330

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าวิต (Beta Vit)

เบต้าวิต (Beta Vit) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0062 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 30 แคปซูล แคปซูลละ 900 มก. (น้ำหนักสุทธิ 27 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบสำคัญใน 1 แคปซูลตามฉลาก: แมกนีเซียมออกไซด์ 440 มก. · แมกนีเซียม บิสไกลซิเนต คีเลต (20%) 100 มก. · วิตามินบี 1 (100%) 100 มก. · กรดอัลฟาไลโปอิก (95%) 50 มก. · วิตามินเค 2 (เมนาควิโนน-7) จากบาซิลลัส ซับทิลิส นัตโตะ (0.2%) 37.5 มก. · โคเอนไซม์ คิวเท็น (99.5%) 30 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 6 มก. · วิตามินบี 6 (100%) 2 มก. · วิตามินบี 12 (100%) 0.6 มก. · แคปซูลทำจากเจลาติน

ค่าคำนวณจากฉลาก: ฉลากไม่ระบุปริมาณแมกนีเซียมธาตุ เมื่อคำนวณจากสูตรเคมีของแมกนีเซียมออกไซด์และความหมายของ "(20%)" ตามเกรดวัตถุดิบ จะได้แมกนีเซียมราว 280–285 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) ค่านี้ยังรอผู้ผลิตยืนยันด้วยใบวิเคราะห์ (COA) และเป็นปริมาณในแคปซูล ไม่ใช่ปริมาณที่ร่างกายดูดซึมได้ วิตามินเค 2 (MK-7) คิดเป็นราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ) วิตามินดี 3 ราว 600 IU หรือ 15 ไมโครกรัม (คำนวณ) และวิตามินบี 12 0.6 มก. เท่ากับ 600 ไมโครกรัม

ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ

เรื่องใครต้องระวัง: สูตรนี้ไม่ใช่วิตามินบีรวมครบ 8 ตัว ฉลากมีวิตามินบีเพียง 3 ตัว คือ บี 1 บี 6 และบี 12 ไม่มีกรดโฟลิก และยังมีแมกนีเซียม วิตามินเค 2 โคเอนไซม์คิวเท็น กรดอัลฟาไลโปอิก และวิตามินดี 3 ข้อควรระวังจึงมากกว่าวิตามินบีอย่างเดียว ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้เหมาะหรือปลอดภัยกว่าวิตามินบีรวมทั่วไปสำหรับกลุ่มใด และยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรนี้โดยตรง

  • วิตามินบี 6 2 มก. ต่อวัน (1 แคปซูล) — ราว 118–133% ของปริมาณที่แนะนำต่อวันของผู้ใหญ่อายุ 51 ปีขึ้นไปตาม DRI ไทย 2563 (คำนวณ) ต่ำกว่าเพดานของทุกแหล่งข้างต้น (NHS 10 มก. EFSA 12 มก. สหรัฐ 100 มก. ต่อวัน) แต่ต้องนับรวมกับบี 6 จากผลิตภัณฑ์อื่นที่กินอยู่ งานที่พบปลายประสาทเสื่อมเป็นขนาดหลายร้อยถึงเกินพันมิลลิกรัมต่อวัน
  • วิตามินบี 12 600 ไมโครกรัม — ราว 250 เท่าของปริมาณที่แนะนำต่อวัน 2.4 ไมโครกรัมตาม DRI ไทย 2563 (คำนวณ) ยังไม่มีการกำหนด UL ของบี 12 แต่ไม่มี UL ไม่ได้แปลว่ายืนยันความปลอดภัยในทุกคน งานในผู้ป่วยโรคไตจากเบาหวานที่ได้บี 12 1,000 ไมโครกรัมต่อวันร่วมกับกรดโฟลิกและบี 6 ขนาดสูง พบไตเสื่อมเร็วขึ้น
  • วิตามินบี 1 100 มก. ต่อวัน — ราว 83–91 เท่าของปริมาณที่แนะนำต่อวัน (คำนวณ) ยังไม่มีการกำหนด UL

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ (สองข้อแรกเป็นคำเตือนบนฉลาก ข้อที่เหลือเป็นคำแนะนำของบทความจากส่วนประกอบบนฉลาก ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก)

  • เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่า "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด: ฉลากระบุว่า "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" · คำแนะนำของบทความ: ผู้ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดอื่น ห้ามเริ่มเอง ต้องให้แพทย์ที่ดูแลตัดสินก่อน เพราะงานวิจัยในอาสาสมัครพบว่า MK-7 เพียง 10–20 ไมโครกรัมต่อวันทำให้ค่า INR (ค่าการแข็งตัวของเลือด) เปลี่ยนในบางคน ขณะที่แคปซูลมี MK-7 ราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ) และมีรายงานว่าโคเอนไซม์คิวเท็นลดฤทธิ์วาร์ฟาริน · Linus Pauling Institute หน้าแมกนีเซียม (ทบทวน ต.ค. 2568) ระบุด้วยว่าแมกนีเซียมลดประสิทธิภาพของยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดกินได้
  • ผู้ใช้ยาประจำตัว: ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน โดยเฉพาะยากันชักฟีนิโทอินหรือฟีโนบาร์บิทาล และยาพาร์กินสันเลโวโดปา
  • ผู้ป่วยโรคไต: ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน Linus Pauling Institute ระบุว่าผู้ที่ไตทำงานบกพร่องเสี่ยงต่อภาวะแมกนีเซียมเกินสูงกว่าคนทั่วไป และงานในผู้ป่วยโรคไตจากเบาหวานที่ได้วิตามินบีขนาดสูงพบไตเสื่อมเร็วขึ้น
  • ใช้ยาระบายหรือยาลดกรดที่มีแมกนีเซียม หรือวิตามินรวมอื่นอยู่: แมกนีเซียมราว 280–285 มก. (คำนวณ) คิดเป็นราว 80% ของเพดานแมกนีเซียมจากผลิตภัณฑ์เสริม 350 มก. ต่อวัน ถ้ารวมแหล่งอื่นอาจเกิน และเสี่ยงท้องเสีย
  • ยาที่ต้องกินห่างจากแมกนีเซียม: ยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนหรือเตตราไซคลีน ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต และยาไทรอยด์เลโวไทร็อกซีน ให้เภสัชกรจัดเวลาให้
  • ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีกรดอัลฟาไลโปอิก ซึ่ง Linus Pauling Institute ระบุว่าในทางทฤษฎีอาจเสี่ยงน้ำตาลต่ำเมื่อใช้ร่วมกับยาเบาหวาน ให้ติดตามน้ำตาลตามแพทย์สั่ง
  • จะตรวจเลือด: บอกแพทย์ว่ากินผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินบี 12 และวิตามินดีอยู่
  • ไม่บริโภคเจลาติน: แคปซูลทำจากเจลาติน

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าวิตทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาเบาหวาน อินซูลิน ยาความดัน ยาลดไขมัน ยาละลายลิ่มเลือด ยาลดกรด ยาขับปัสสาวะ ยากันชัก และยาพาร์กินสัน แม้จะเริ่มรับประทานวิตามินหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • เจ็บหน้าอกแบบแน่นหรือเหมือนถูกบีบ
  • เจ็บหรือแน่นอึดอัดหน้าอกขึ้นมาทันทีและไม่หายไป อาจรู้สึกเหมือนถูกกดทับ แสบร้อน หรือเหมือนอาหารไม่ย่อย
  • เจ็บที่ร้าวไปแขนข้างซ้ายหรือขวา คอ กราม ท้อง หรือหลัง
  • เจ็บหน้าอก แล้วมีเหงื่อออก
  • เจ็บหน้าอก แล้วคลื่นไส้หรืออาเจียน
  • เจ็บหน้าอก แล้วหน้ามืดหรือเวียนศีรษะ
  • เจ็บหน้าอก แล้วหายใจไม่อิ่ม
  • หายใจลำบากรุนแรง หอบ สำลัก หรือพูดเป็นคำไม่ได้
  • ริมฝีปากหรือผิวซีด เขียว หรือเทา
  • หมดสติ หรือไม่ตอบสนองตามปกติ
  • หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงหรือชาซีกเดียว หรือพูดไม่ชัด แม้อาการจะหายไปเองแล้ว

รายการข้างต้นมาจากหน้าที่ NHS จัดเป็นเหตุให้โทร 999 หรือไปห้องฉุกเฉิน ได้แก่ หน้าหัวใจขาดเลือด (ทบทวน 31 มี.ค. 2569) หน้าเจ็บหน้าอก (ทบทวน 8 ส.ค. 2566) หน้าอาการโรคหลอดเลือดสมอง (ทบทวน 12 ก.ย. 2567) และหน้าภาวะแพ้รุนแรง (ทบทวน 21 มิ.ย. 2566) NHS ระบุว่าห้ามขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta Vit ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 30 แคปซูล

Beta Vitเบต้าวิต

เลข อย. 13-1-01566-5-0062

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาบนกล่อง 2,990 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Vit →

คำถามที่พบบ่อย

วิตามินบีรวม ใครต้องระวังก่อนกินเอง

ผู้ป่วยโรคไต หญิงตั้งครรภ์และให้นม เด็ก ผู้ใช้ยากันชักฟีนิโทอินหรือฟีโนบาร์บิทาล และผู้ใช้ยาพาร์กินสันเลโวโดปา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน และอ่านคำเตือนบนฉลากของผลิตภัณฑ์นั้นทุกครั้ง

วิตามินบีละลายน้ำ กินเกินแล้วขับออกเอง ไม่อันตรายจริงไหม

ไม่จริงทั้งหมด NHS และ Linus Pauling Institute ระบุว่าวิตามินบี 6 ขนาดสูงต่อเนื่องทำให้ปลายประสาทเสื่อมได้ และอาจไม่หายกลับในบางราย NHS แนะนำไม่ให้กินบี 6 จากอาหารเสริมเกินวันละ 10 มก. หากแพทย์ไม่ได้แนะนำ

วิตามินบี 6 ห้ามกินกับยาอะไร

Linus Pauling Institute ระบุว่าบี 6 ขนาดสูงลดประสิทธิภาพของยากันชักฟีโนบาร์บิทาลและฟีนิโทอิน และยาพาร์กินสันเลโวโดปา ผู้ใช้ยาเหล่านี้ให้ถามแพทย์ก่อน และห้ามปรับยาเอง

เป็น G6PD กินวิตามินบีรวมได้ไหม

รายการตัวกระตุ้นใน MedlinePlus ไม่มีวิตามินบี แต่เป็นเพียงตัวอย่าง และยังไม่พบแหล่งที่ตอบเรื่องนี้โดยตรง ให้ถามแพทย์ที่ดูแลหรือเภสัชกรพร้อมแสดงฉลาก ถ้ามีปัสสาวะสีเข้ม ตัวเหลือง ซีด หรือหอบเหนื่อย ให้ไปโรงพยาบาลวันนี้

กินวิตามินบี 12 อยู่ ต้องหยุดก่อนตรวจเลือดไหม

ให้บอกแพทย์ก่อนเจาะเลือดว่ากินอะไรอยู่ แล้วให้แพทย์ตัดสินว่าต้องงดหรือไม่ MedlinePlus ระบุว่ายาบางชนิดมีผลต่อผลตรวจบี 12 และห้ามหยุดยาใดก่อนคุยกับแพทย์

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-29

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท