เกี่ยวกับ Beta X Plus
หอบหืดห้ามกินอะไร อาหาร ผลไม้ และยาที่อาจกระตุ้นอาการ
คำตอบสั้น: ไม่มีอาหารหรือผลไม้ที่คนเป็นหอบหืดทุกคนต้องห้าม บทความทบทวนใน Pediatrics (ปี 2546) ระบุว่าหอบหืดที่เกิดจากอาหารอย่างเดียวหรือเรื้อรังจากอาหารพบไม่บ่อย และปฏิกิริยาหอบจากสารเติมแต่งอาหารเกิดได้แต่ไม่บ่อย ข้อยกเว้นคือผู้ที่แพ้อาหารชนิดนั้นจริง และผู้ที่ไวต่อสารซัลไฟต์ซึ่งใช้เป็นสารกันเสียในอาหารและเครื่องดื่ม ส่วนที่ต้องระวังมากกว่าคือยา NHS ระบุว่าแอสไพริน ไอบูโพรเฟน และยาเบต้าบล็อกเกอร์ กระตุ้นอาการหอบหืดได้ในบางคน จึงอย่าใช้ยาอื่นโดยไม่ถามเภสัชกรหรือแพทย์ก่อน
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- อาหารไม่ใช่ตัวกระตุ้นหลักของหอบหืดในคนส่วนใหญ่ ตามบทความทบทวนปี 2546 ไม่มีรายการอาหารต้องห้ามสำหรับทุกคน
- ผู้ที่แพ้อาหารและเป็นหอบหืด เสี่ยงแพ้รุนแรงมากขึ้น ต้องเลี่ยงอาหารที่แพ้และคุมหอบหืดให้ดี
- สารซัลไฟต์ ทำให้เกิดปฏิกิริยาในผู้ป่วยหอบหืดราวร้อยละ 3–10 ตามงานทบทวนปี 2552
- ยาที่ต้องถามก่อนใช้ ได้แก่ แอสไพริน ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด เช่น ไอบูโพรเฟน และยาเบต้าบล็อกเกอร์
- น้ำหนักเกินและกรดไหลย้อน เป็นโรคร่วมที่ TAC 2568 ให้ดูแลเพื่อคุมหอบหืด
- กินผักผลไม้หลากหลายตามปกติ ยกเว้นชนิดที่แพ้
หอบหืดห้ามกินอะไร อาหารทำให้หอบกำเริบได้จริงไหม
ในคนส่วนใหญ่ อาหารไม่ได้เป็นสาเหตุหลัก บทความทบทวนเรื่องอาการทางเดินหายใจจากการแพ้อาหาร (Pediatrics ปี 2546) ระบุว่า
- อาการทางเดินหายใจจากการแพ้อาหารมักเป็นส่วนหนึ่งของปฏิกิริยาแพ้รุนแรงทั้งร่างกาย
- หอบหืดหรือจมูกอักเสบที่เกิดจากอาหารอย่างเดียวหรือเรื้อรังจากอาหาร พบไม่บ่อย
- ปฏิกิริยาหอบจากสารเติมแต่งอาหารเกิดได้ แต่ไม่บ่อย
- ควรพิจารณาตรวจการแพ้อาหารในผู้ที่หอบกำเริบรุนแรงโดยหาสาเหตุไม่ได้ ผู้ที่หอบหลังกินอาหารบางชนิด และผู้ที่มีอาการแพ้อาหารแบบอื่นร่วม เช่น แพ้รุนแรง หรือผื่นผิวหนังอักเสบปานกลางถึงรุนแรง
MedlinePlus ระบุ "สารเคมีในอากาศหรือในอาหาร" ไว้ในรายการสิ่งกระตุ้นที่พบบ่อยด้วย แต่ไม่ได้ระบุชนิดอาหาร ส่วนรายการสิ่งกระตุ้นอื่นของ NHS และ MedlinePlus เป็นสิ่งที่หายใจเข้าไป การติดเชื้อ อากาศเย็น การออกแรง และยาเป็นส่วนใหญ่
คำแนะนำของบทความ: การงดอาหารหลายอย่างเองโดยไม่มีหลักฐานว่าแพ้ อาจทำให้กินได้น้อยลงโดยไม่จำเป็น ถ้าสงสัยว่าอาหารใดทำให้หอบ ให้จดว่ากินอะไร อาการเกิดหลังกินนานเท่าไร แล้วนำไปปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาตรวจ
กรณีที่อาหารเกี่ยวกับหอบหืดจริง
แพ้อาหาร
NHS (หน้า Food allergy ทบทวน 20 ส.ค. 2569) ระบุว่าคนที่เป็นหอบหืด ภูมิแพ้อื่น หรือผื่นผิวหนังอักเสบ หรือมีญาติใกล้ชิดเป็น มีโอกาสแพ้อาหารสูงขึ้นเล็กน้อย บทความทบทวนใน Journal of Food Allergy (ปี 2563) ระบุว่าหอบหืดเป็นปัจจัยเสี่ยงในราวร้อยละ 75 ของผู้เสียชีวิตจากการแพ้อาหารรุนแรง และผู้ที่ทั้งแพ้อาหารและเป็นหอบหืดควรได้รับการรักษาหอบหืดให้เหมาะสม และรู้สิ่งกระตุ้นของตัวเอง ส่วน NHLBI (หน้า Asthma Attack) จัดผู้ที่แพ้อาหารไว้ในกลุ่มที่ควรไปรับการดูแลทันทีเมื่อมีอาการหอบ อาการแพ้อาหารและเวลาที่อาการเกิดอ่านได้ที่ แพ้อาหารอาการเป็นอย่างไร เกิดเร็วแค่ไหน
สารซัลไฟต์ในอาหารและเครื่องดื่ม
งานทบทวนเรื่องผลทางคลินิกของสารเติมแต่งซัลไฟต์ (Clinical & Experimental Allergy ปี 2552) ซึ่งเป็นบทความทบทวนวรรณกรรม ไม่ใช่งานวิจัยใหม่ และบทคัดย่อไม่ได้ระบุจำนวนงานที่รวบรวมหรือวิธีทบทวนอย่างเป็นระบบ ระบุว่า
- ซัลไฟต์ใช้เป็นสารกันเสียและสารกันหืนในอุตสาหกรรมอาหารและยา คนได้รับส่วนใหญ่จากอาหารและเครื่องดื่มที่เติมสารนี้
- ในคนที่ไว ปฏิกิริยามีตั้งแต่ผื่น ลมพิษ หน้าแดง ความดันต่ำ ปวดท้อง ท้องเสีย ไปจนถึงแพ้รุนแรงและหอบที่อันตรายถึงชีวิต
- งานส่วนใหญ่รายงานว่าผู้ป่วยหอบหืดราวร้อยละ 3–10 ไวต่อซัลไฟต์ที่กินเข้าไป ความรุนแรงต่างกัน และผู้ที่ต้องพึ่งยาสเตียรอยด์ ผู้ที่หลอดลมไวมาก และเด็กที่เป็นหอบหืดเรื้อรัง ดูเหมือนเสี่ยงมากกว่า
- ผู้เขียนระบุว่าการปรับอาหารหรือพฤติกรรมเพียงเล็กน้อยให้ผลทางคลินิกที่ดีมากในผู้ที่ไวต่อซัลไฟต์
บทคัดย่อของงานนี้ไม่ได้ระบุรายชื่ออาหารหรือเครื่องดื่มที่มีซัลไฟต์ บทความนี้จึงไม่ยกรายการอาหารเอง คำแนะนำของบทความ: ผู้ที่หอบหลังกินอาหารแปรรูปหรือดื่มเครื่องดื่มบางชนิดซ้ำ ๆ ให้จดชื่อสินค้าและส่วนประกอบบนฉลากไปปรึกษาแพทย์
โรคหอบหืดห้ามกินผลไม้อะไร
ไม่พบแหล่งที่เปิดตรวจได้ที่ห้ามผลไม้ชนิดใดชนิดหนึ่งสำหรับผู้ป่วยหอบหืดทุกคน ข้อควรรู้มีดังนี้
- แพ้ผลไม้ชนิดนั้นจริง: ต้องเลี่ยงชนิดที่แพ้ ไม่ว่าจะเป็นหอบหืดหรือไม่
- กลุ่มอาการแพ้ในช่องปาก (oral allergy syndrome): NHS ระบุว่าบางคนคันปากและคอหลังกินผลไม้ ผัก หรือถั่วดิบ มักไม่รุนแรง และการกินแบบปรุงสุกดีช่วยได้
- ผักผลไม้กับความเสี่ยงหอบหืด: งานวิเคราะห์รวม (Nutrition Reviews ปี 2557) จาก 42 งาน ซึ่งเป็นงานสังเกต ได้แก่ งานติดตามกลุ่มคน งานเปรียบเทียบผู้ป่วยกับคนทั่วไป และงานสำรวจภาคตัดขวาง พบว่ากลุ่มที่กินผักผลไม้มากสัมพันธ์กับความเสี่ยงหอบหืดและเสียงหวีดที่ต่ำกว่า ผู้วิจัยสรุปว่า "อาจ" ลดความเสี่ยง งานแบบนี้บอกเหตุและผลไม่ได้ และเป็นเรื่องการเกิดโรค ไม่ใช่การคุมอาการของคนที่เป็นแล้ว
- NHLBI ระบุการเพิ่มผักผลไม้ในอาหารเป็นตัวอย่างหนึ่งของการใช้ชีวิตแบบสุขภาพดี ในหัวข้อขั้นตอนที่อาจช่วยไม่ให้เกิดหอบหืด
ความเชื่อที่พบบ่อย: เป็นหอบหืดห้ามกินน้ำเย็นหรือของเย็น จริงไหม ไม่พบแหล่งที่เปิดตรวจได้ที่ระบุว่าเครื่องดื่มเย็นเป็นตัวกระตุ้นหอบหืด สิ่งที่ NHS และ MedlinePlus ระบุคืออากาศเย็น ถ้าสังเกตว่าตัวเองหอบหลังกินหรือดื่มอะไรซ้ำ ๆ ให้จดไปเล่าให้แพทย์ฟัง (คำแนะนำของบทความ)
หอบหืดห้ามกินยาอะไร
ยาที่แหล่งระบุว่าต้องระวัง มีดังนี้ ทั้งหมดเป็นเรื่องที่ต้องถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ไม่ใช่ให้หยุดยาที่แพทย์สั่งเอง
แอสไพรินและยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs)
- NHS (หน้า Asthma) ระบุว่าอย่ากินยาสำหรับโรคอื่นโดยไม่ถามเภสัชกรหรือแพทย์ก่อน เพราะยาบางตัว เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน และยาเบต้าบล็อกเกอร์ กระตุ้นอาการหอบหืดได้ในบางคน
- MedlinePlus ระบุแอสไพรินและยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสดอื่น ๆ ไว้ในรายการสิ่งกระตุ้นหอบหืดที่พบบ่อย
- NHS หน้ายาไอบูโพรเฟน (ทบทวน 27 ส.ค. 2568) ระบุว่ายานี้อาจไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นหอบหืดหรือภูมิแพ้ และหน้ายาแอสไพรินแก้ปวด (ทบทวน 3 ก.ค. 2569) ระบุว่าอาจไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นหอบหืด
- TAC 2568 ระบุว่าผู้ป่วยที่มีโรคทางเดินหายใจกำเริบจากแอสไพริน (AERD) ควรหลีกเลี่ยงแอสไพริน และใช้ยากลุ่มอื่น เช่น ยาเอ็นเสดชนิดเลือกจับ COX-2 หรือพาราเซตามอลแทน การวินิจฉัยและเลือกยาแก้ปวดเป็นเรื่องของแพทย์
ผู้ที่แพทย์สั่งแอสไพรินขนาดต่ำเพื่อโรคหัวใจหรือหลอดเลือด ห้ามหยุดเอง ให้แจ้งแพทย์ว่าเป็นหอบหืดเพื่อให้แพทย์ประเมิน ยาแก้ปวดกับไตอ่านได้ที่ ยาแก้ปวดไตพังไหม
ยาเบต้าบล็อกเกอร์ (ยาลดความดันและยาโรคหัวใจบางตัว)
- NHS (หน้า Beta blockers ทบทวน 4 ก.ย. 2569) ระบุว่ายากลุ่มนี้อาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาการหายใจ เช่น หอบหืดหรือปอดอุดกั้นเรื้อรัง
- อีกด้านหนึ่ง งานวิเคราะห์รวมการทดลองแบบสุ่มใน Annals of Internal Medicine (ปี 2545) ซึ่งรวมการทดลองระยะสั้น (ให้ยาครั้งเดียว หรือให้ต่อเนื่อง 3 วันถึง 4 สัปดาห์) พบว่ายาเบต้าบล็อกเกอร์ชนิดเจาะจงหัวใจ (cardioselective) ไม่ทำให้เกิดผลเสียต่อการหายใจที่มีนัยสำคัญทางคลินิกในผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจไวเกินระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง และผู้วิจัยสรุปว่าไม่ควรงดยากลุ่มนี้ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ที่มีข้อบ่งใช้ เช่น หัวใจล้มเหลว หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือความดันสูง
สองแหล่งนี้นำเสนอต่างกัน คือ NHS (ทบทวนปี 2569) ระบุว่าอาจไม่เหมาะ ส่วนงานวิเคราะห์รวมปี 2545 ศึกษาเฉพาะยาชนิดเจาะจงหัวใจในผู้ป่วยที่อาการเล็กน้อยถึงปานกลาง การเลือกยาจึงเป็นเรื่องที่แพทย์ต้องประเมินเป็นรายคน ผู้ที่ใช้ยาเบต้าบล็อกเกอร์อยู่ ห้ามหยุดเอง ให้แจ้งแพทย์ว่าเป็นหอบหืดหรือมีอาการหายใจหวีด
ยาหยอดตาก็เกี่ยวด้วย งานจากฐานข้อมูลประชากรในสหราชอาณาจักรร่วมกับการวิเคราะห์รวมการทดลอง (British Journal of Clinical Pharmacology ปี 2559) พบว่ายาหยอดตาเบต้าบล็อกเกอร์ชนิดไม่เจาะจง (ใช้ลดความดันในลูกตา) ทำให้ค่า FEV1 ของผู้ป่วยหอบหืดลดลงเฉลี่ยราวร้อยละ 11 เมื่อได้รับยาระยะสั้น และราว 1 ใน 3 มีค่า FEV1 ลดลงตั้งแต่ร้อยละ 20 (ผลจากการวิเคราะห์รวมการทดลอง) ส่วนงานฐานข้อมูลซึ่งเป็นงานแบบสังเกต พบว่าการได้รับยาระยะสั้นสัมพันธ์กับหอบกำเริบระดับปานกลางที่เพิ่มขึ้น แต่การใช้ระยะยาวไม่สัมพันธ์ ผู้วิจัยสรุปว่ายานี้ยังถูกสั่งให้ผู้ป่วยหอบหืดบ่อย ทั้งที่มียาที่ปลอดภัยกว่า คำแนะนำของบทความ: ผู้ที่เป็นหอบหืดและใช้ยาหยอดตาลดความดันลูกตาหรือยาต้อหิน ให้บอกจักษุแพทย์ว่าเป็นหอบหืด ห้ามหยุดยาหยอดตาเอง
น้ำหนักตัวและกรดไหลย้อน เกี่ยวกับการคุมหอบหืดอย่างไร
น้ำหนักเกิน TAC 2568 ระบุว่าในผู้ป่วยหืดที่มีภาวะอ้วน การลดน้ำหนักลงร้อยละ 10 ทำให้สมรรถภาพปอดและการควบคุมโรคหืดดีขึ้น และในหน้าการดูแลโรคร่วม TAC ระบุว่าการลดน้ำหนักร้อยละ 5–10 ทำให้การควบคุมโรค สมรรถภาพปอด และคุณภาพชีวิตดีขึ้น TAC ยังอ้างการศึกษาว่าร้อยละ 37 ของผู้ป่วยหืดแบบรุนแรงมีภาวะอ้วนร่วม และโรคอ้วนสัมพันธ์กับภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นช่วงนอนหลับและกรดไหลย้อน NHLBI ระบุว่าน้ำหนักเกินเพิ่มโอกาสเป็นหอบหืดหรือทำให้อาการแย่ลง
กรดไหลย้อน TAC 2568 ระบุว่ากรดไหลย้อนเป็นโรคร่วมที่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อหืดกำเริบ และให้รักษาด้วยยาลดการหลั่งกรดกลุ่ม PPI หรือยาเพิ่มการบีบตัวของทางเดินอาหาร ตามที่แพทย์พิจารณา อาการไอจากกรดไหลย้อนอ่านได้ที่ ไอจากกรดไหลย้อน
คนเป็นหอบหืดกินอะไรได้บ้าง
กินอาหารหลากหลายตามปกติได้ เลี่ยงเฉพาะสิ่งที่แพ้หรือสิ่งที่แพทย์ยืนยันว่ากระตุ้นอาการ ไม่พบแหล่งที่เปิดตรวจได้ที่กำหนดเมนูเฉพาะสำหรับผู้ป่วยหอบหืด สิ่งที่แหล่งระบุตรงกันคือ
- NHS แนะนำให้รักษาน้ำหนักให้เหมาะสม และหน้ายาสูดเบโคลเมทาโซนแนะนำให้กินอาหารหลากหลาย และลดน้ำหนักส่วนเกินถ้าจำเป็น
- ผักผลไม้กินได้ตามปกติ เว้นชนิดที่แพ้ ส่วนงานสังเกตเรื่องผักผลไม้กับหอบหืดเป็นเรื่องความเสี่ยงเกิดโรค ไม่ได้พิสูจน์ว่าช่วยคุมอาการ
- ผู้ที่แพ้อาหาร ให้ทำตามแผนที่แพทย์ให้ และพกยาตามที่แพทย์สั่ง
มีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้หลังกินอาหารหรือยา ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 (NHS หน้าแพ้รุนแรงและหน้าหอบหืด)
- ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
- หายใจลำบาก หายใจเร็วมาก หรือหวีดมาก
- คอแน่น เสียงแหบ หรือกลืนลำบาก
- ผิว ริมฝีปาก หรือลิ้น สีออกน้ำเงิน เทา หรือซีด
- สับสน เวียนศีรษะ หรือเป็นลม
- หอบกำเริบแล้วใช้ยาพ่นบรรเทาอาการตามแผนแล้วไม่ดีขึ้น หรือแย่ลง
NHS ระบุว่าแพ้รุนแรงเกิดเร็ว มักภายในไม่กี่นาทีหลังสัมผัสสิ่งที่แพ้ ผู้ที่มีปากกาฉีดอะดรีนาลีนให้ใช้ตามแผนของแพทย์ แล้วโทร 1669 ห้ามรอดูอาการด้วยยาแก้แพ้ อ่านความต่างของหอบหืดกับภูมิแพ้ได้ที่ หอบหืดกับภูมิแพ้ต่างกันไหม และอาการหอบหืดในผู้ใหญ่ที่ หอบหืดอาการเริ่มต้นในผู้ใหญ่
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)
เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน (mulberry) 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก.
ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) และเบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) วิตามินซีที่ฉลากระบุชัดคือ 3 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ และไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์
ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม
คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน และผู้ใช้ยาประจำตัว ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
เรื่องหอบหืดกับอาหาร: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้อาการหอบหืดลดลง หรือทำให้ผู้ที่แพ้อาหารหรือไวต่อซัลไฟต์มีอาการน้อยลง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่สิ่งที่ใช้แทนยาพ่นหอบหืด ปากกาฉีดอะดรีนาลีน หรือการกินผักผลไม้หลากหลายตามปกติ ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง ผู้ที่แพ้ยีสต์ ขิง หรือกระชาย ซึ่งเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์นี้ ควรเลี่ยง และผู้ที่ใช้ยาแก้ปวด ยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาเบต้าบล็อกเกอร์ ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับหัวข้ออาหาร เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูลได้ดังนี้
- ผงบร็อคโคลี 50 มก. (100 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — งานในคนที่เกี่ยวกับหอบหืดโดยตรงคืองานในผู้ใหญ่หอบหืดที่แพ้สารก่อภูมิแพ้ในบ้าน 40 คน ให้กินยอดบร็อคโคลีสดวันละ 100 กรัม นาน 3 วัน เทียบกับยอดอัลฟัลฟา พบว่าซัลโฟราเฟนในเลือดสูงขึ้น แต่ไม่ลดการอักเสบของหลอดลม ไม่เพิ่มการทำงานของยีนต้านออกซิเดชัน และอาการกับสมรรถภาพปอดไม่ดีขึ้น ยอดสด 100 กรัมมากกว่าผงในแคปซูลราว 1,000 เท่าโดยน้ำหนัก (คำนวณ) แต่ของสดกับผงแห้งเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ ฉลากไม่ระบุว่าเป็นผงจากยอดอ่อนหรือไม่ และไม่ระบุปริมาณซัลโฟราเฟน
- สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. และกรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. ต่อแคปซูล — ฉลากระบุว่ามีวิตามินซี 1.5 มก. ต่อแคปซูล หรือ 3 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ซึ่งเป็นส่วนน้อยของปริมาณที่ผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวัน (ชาย 100 มก. หญิง 85 มก. ตามข้อแนะนำของกรมอนามัย) ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ ไม่พบงานที่ใช้ได้เรื่องอะเซโรล่าหรือวิตามินซีกับหอบหืดในแหล่งที่ใช้ งานทบทวนของ Cochrane เรื่องวิตามินซีกับหวัดใช้ขนาดตั้งแต่วันละ 200 มก. มากกว่าวิตามินซีที่ฉลากระบุราว 67 เท่า (คำนวณ) และพบว่าการกินเป็นประจำไม่ลดโอกาสเป็นหวัดในคนทั่วไป แหล่งวิตามินซีหลักยังควรมาจากผักผลไม้ วิตามินซีเสริมขนาดสูงมีงานสังเกตว่าสัมพันธ์กับนิ่วไตในผู้ชาย ส่วนฉลากผลิตภัณฑ์นี้ระบุว่า "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" โดยไม่ได้ระบุเหตุผล
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
- ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: มีอาร์จินีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด/ทำฟัน: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีม่อนและขิง ปรึกษาแพทย์ก่อนและสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ
- ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น ทาโครลิมัส ไซโคลสปอริน) หรือโรคภูมิต้านตนเอง: ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: มีซิงค์ ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
- กินวิตามินรวมหรือซิงค์จากผลิตภัณฑ์อื่นอยู่: ให้นับรวมทุกแหล่ง
- สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: มีเบต้าแคโรทีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
- โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน โรคตับ หรือนิ่วในถุงน้ำดี: ปรึกษาแพทย์ก่อน
- แพ้ยีสต์ ขิง หรือกระชาย: ควรเลี่ยง
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาสูดหรือยาพ่นหอบหืดทั้งยาควบคุมและยาบรรเทาอาการ ยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาปฏิชีวนะ ยาความดัน และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช่สิ่งที่ใช้แทนยาพ่นหอบหืด ยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาที่แพทย์สั่ง อะดรีนาลีน หรือวัคซีนตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- หอบหืดกำเริบ แล้วรู้สึกแย่ลงเมื่อไรก็ตาม
- หอบหืดกำเริบ แล้วใช้ยาพ่นบรรเทาอาการครบขนาดสูงสุดตามแผนของแพทย์แล้วไม่ดีขึ้น
- หอบหืดกำเริบ และไม่มียาพ่นบรรเทาอาการอยู่กับตัว
- เดินหรือพูดลำบากเพราะหายใจยากมาก หรือต้องนั่งงอตัวโน้มไปข้างหน้าเพื่อหายใจ
- หายใจเร็วมาก หายใจลำบากมาก หอบจนพูดไม่เป็นคำ หรือรู้สึกเหมือนสำลักหรือหายใจไม่ทัน
- ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
- คอแน่น หรือกลืนลำบาก
- ผิว ลิ้น ริมฝีปาก หรือเล็บ เปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงิน เทา หรือซีด
- สับสนขึ้นมาทันที ง่วงซึม ตอบสนองน้อยกว่าปกติ หรือเวียนศีรษะมากขึ้นมาทันที
- หมดสติและปลุกไม่ตื่น
- เจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที
- ไอเป็นเลือด
รายการข้างต้นมาจากหน้าที่ NHS จัดเป็นเหตุฉุกเฉิน ได้แก่ หน้าหอบหืด (ทบทวน 7 เม.ย. 2568) แพ้รุนแรง (ทบทวน 21 มิ.ย. 2566) ไข้หวัดใหญ่ (ทบทวน 3 ก.พ. 2569) และปอดอักเสบ (ทบทวน 17 ก.ค. 2569) และหน้าสัญญาณหอบหืดกำเริบของ MedlinePlus (ทบทวน 14 ม.ค. 2569) ซึ่งให้โทรเรียกรถฉุกเฉินทันที ส่วนหน้าอาการไอของ NHS (ทบทวน 8 ธ.ค. 2566) จัดการไอเป็นเลือดไว้เป็นนัดพบแพทย์ด่วน บทความนี้ยึดระดับที่เร็วกว่า ระหว่างรอรถพยาบาล ให้ใช้ยาพ่นบรรเทาอาการตามแผนที่แพทย์ให้ไว้ ผู้ที่มีปากกาฉีดอะดรีนาลีนตามที่แพทย์สั่ง ให้ใช้ตามแผนที่แพทย์ให้ไว้แล้วโทร 1669 และ NHS ระบุว่าห้ามขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →คำถามที่พบบ่อย
หอบหืดห้ามกินอะไร
ไม่มีอาหารที่ผู้ป่วยหอบหืดทุกคนต้องห้าม บทความทบทวนปี 2546 ระบุว่าหอบหืดจากอาหารอย่างเดียวพบไม่บ่อย ให้เลี่ยงเฉพาะอาหารที่แพ้จริง หรือที่แพทย์ยืนยันว่ากระตุ้นอาการ เช่น ในผู้ที่ไวต่อสารซัลไฟต์
หอบหืดห้ามกินยาอะไร
NHS ระบุว่าแอสไพริน ไอบูโพรเฟน และยาเบต้าบล็อกเกอร์ กระตุ้นอาการหอบหืดได้ในบางคน จึงอย่าใช้ยาอื่นโดยไม่ถามเภสัชกรหรือแพทย์ก่อน แต่ผู้ที่แพทย์สั่งยาเหล่านี้อยู่ห้ามหยุดเอง ให้แจ้งแพทย์ว่าเป็นหอบหืด
โรคหอบหืดห้ามกินผลไม้อะไร
ไม่พบแหล่งที่ห้ามผลไม้ชนิดใดสำหรับผู้ป่วยหอบหืดทุกคน ให้เลี่ยงเฉพาะผลไม้ที่แพ้ NHS ระบุว่าบางคนคันปากและคอหลังกินผลไม้ดิบ ซึ่งมักไม่รุนแรง และการกินแบบปรุงสุกช่วยได้
คนเป็นหอบหืดกินอะไรได้บ้าง
กินอาหารหลากหลายตามปกติได้ รวมถึงผักผลไม้ เว้นชนิดที่แพ้ NHS แนะนำให้รักษาน้ำหนักให้เหมาะสม และ TAC 2568 ระบุว่าการลดน้ำหนักในผู้ที่มีภาวะอ้วนทำให้คุมโรคหืดได้ดีขึ้น
เป็นหอบหืดห้ามกินน้ำเย็นจริงไหม
ไม่พบแหล่งที่เปิดตรวจได้ที่ระบุว่าเครื่องดื่มเย็นกระตุ้นหอบหืด สิ่งที่ NHS และ MedlinePlus ระบุคืออากาศเย็น ถ้าสังเกตว่าหอบหลังกินหรือดื่มอะไรซ้ำ ๆ ให้จดไปปรึกษาแพทย์
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Respiratory manifestations of food allergyPediatrics 2003 (PubMed)
- Clinical effects of sulphite additivesClin Exp Allergy 2009 (PubMed)
- Food allergy and asthmaJ Food Allergy 2020 (PubMed)
- AsthmaNHS
- Beta blockersNHS
- Cardioselective beta-blockers in patients with reactive airway disease: a meta-analysisAnn Intern Med 2002 (PubMed)
- Respiratory effect of beta-blocker eye drops in asthma: population-based study and meta-analysis of clinical trialsBr J Clin Pharmacol 2016 (PubMed)
- Fruit and vegetable intake and risk of wheezing and asthma: a systematic review and meta-analysisNutr Rev 2014 (PubMed)
- แนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคหืดในประเทศไทยสำหรับผู้ใหญ่ พ.ศ. 2568 (Thai Asthma Guideline in Adults 2025)สมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย (สำเนาเผยแพร่โดยโรงพยาบาลฟากท่า)
- Food allergyNHS
- AnaphylaxisNHS
- Ibuprofen for adultsNHS
- Aspirin for pain reliefNHS
- AsthmaMedlinePlus Medical Encyclopedia
- Asthma Causes and TriggersNational Heart, Lung, and Blood Institute (NHLBI)
- Asthma AttackNational Heart, Lung, and Blood Institute (NHLBI)
- Common questions about beclometasone inhalersNHS
- A Randomized Controlled Trial of the Effect of Broccoli Sprouts on Antioxidant Gene Expression and Airway Inflammation in AsthmaticsJ Allergy Clin Immunol Pract 2016 (PubMed)
- Vitamin C for preventing and treating the common coldCochrane Database Syst Rev 2013 (PubMed)
- Total, Dietary, and Supplemental Vitamin C Intake and Risk of Incident Kidney StonesAm J Kidney Dis 2016 (PubMed)
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
