เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS
ข้อเท้าแพลงกี่วันหาย ประคบร้อนหรือเย็น ต้องหาหมอไหม
คำตอบสั้น: NHS (ทบทวน 23 เม.ย. 2567) ระบุว่าข้อเท้าแพลงส่วนใหญ่รู้สึกดีขึ้นหลัง 2 สัปดาห์ แต่ควรเลี่ยงการออกกำลังหนัก เช่น วิ่ง นานถึง 8 สัปดาห์ และแพลงรุนแรงอาจใช้เวลาเป็นเดือน ช่วง 2–3 วันแรก NHS ให้ประคบเย็น พัก พันผ้า ยกเท้าสูง และเลี่ยงความร้อน การนวด และแอลกอฮอล์ ถ้าได้ยินเสียงดังกร๊อบตอนบาดเจ็บ ข้อเท้าผิดรูป เท้าชา หรือผิวเปลี่ยนเป็นสีคล้ำเย็น อาจกระดูกหัก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- ข้อเท้าแพลง คือเอ็นยึดข้อเท้ายืดเกินหรือฉีกขาด ส่วนใหญ่เกิดจากเท้าพลิกเข้าด้านใน (MedlinePlus, AAOS)
- ระยะเวลา: NHS ระบุว่าส่วนใหญ่ดีขึ้นหลัง 2 สัปดาห์ MedlinePlus ระบุว่าแพลงเล็กน้อยมักหายใน 7–10 วัน
- 2–3 วันแรก: ประคบเย็น ไม่ประคบร้อน ไม่นวด (NHS)
- เฝือก: AAOS ระบุว่าแพลงระดับ 3 อาจต้องใส่เฝือกสั้นใต้เข่าหรือเฝือกพยุงแบบมีข้อ (cast-brace) 10–14 วัน การผ่าตัดพบน้อย
- แพลงซ้ำบ่อย: AAOS ระบุว่าการฝึกหลังบาดเจ็บไม่ครบเป็นสาเหตุที่พบบ่อยกว่าสาเหตุอื่นของข้อเท้าหลวมเรื้อรัง
- ผู้สูงอายุ: การหกล้มเป็นเรื่องใหญ่ WHO ระบุว่าการฝึกความแข็งแรงและการทรงตัวช่วยป้องกันได้
ข้อเท้าแพลงคืออะไร อาการเป็นอย่างไร
MedlinePlus (ทบทวน 1 เม.ย. 2568) อธิบายว่าข้อแพลงคือการบาดเจ็บของเอ็นยึดข้อ (เส้นใยเหนียวที่ยึดกระดูกเข้าด้วยกัน) เมื่อเอ็นถูกยืดเกินหรือฉีกขาด บริเวณรอบข้อจะปวดและบวม การบิดข้อเท้าเป็นตัวอย่างที่พบบ่อย
AAOS (สมาคมแพทย์ศัลยกรรมกระดูกและข้อสหรัฐ) ระบุว่าราวร้อยละ 90 ของข้อเท้าแพลงเกิดจากเท้าพลิกเข้าด้านใน ทำให้เอ็นด้านนอกข้อเท้าบาดเจ็บ ส่วนแพลงด้านในข้อเท้าจากเท้าพลิกออกพบน้อยกว่า
อาการที่ AAOS ระบุ ได้แก่
- ปวดทั้งตอนพักและตอนลงน้ำหนัก
- บวม
- ฟกช้ำ
- กดเจ็บ
- ข้อเท้าไม่มั่นคง รู้สึกเหมือนข้อเท้าจะพับ
AAOS ระบุด้วยว่าอาการของข้อเท้าแพลงรุนแรงคล้ายกระดูกหัก จึงต้องให้แพทย์ประเมินโดยเร็ว
ข้อเท้าแพลงมีกี่ระดับ
AAOS แบ่งความรุนแรงเป็น 3 ระดับตามความเสียหายของเอ็น
- ระดับ 1: เอ็นยืดและฉีกขาดระดับเล็กมาก กดเจ็บ ฟกช้ำ บวมเล็กน้อย มักไม่ปวดเวลาลงน้ำหนัก ข้อไม่หลวม
- ระดับ 2: เอ็นฉีกขาดบางส่วน กดเจ็บ ฟกช้ำ บวมปานกลาง ปวดเล็กน้อยเวลาลงน้ำหนัก ข้อหลวมเล็กน้อยเมื่อเทียบกับข้างที่ไม่เจ็บ
- ระดับ 3: เอ็นฉีกขาดทั้งหมด กดเจ็บ ฟกช้ำ บวมมาก ปวดมากเวลาลงน้ำหนัก ข้อหลวมมาก
ระดับนี้แพทย์เป็นผู้ประเมินจากการตรวจ ไม่ใช่สิ่งที่ควรเดาเองที่บ้าน
ข้อเท้าแพลงกี่วันหาย
แหล่งข้อมูลให้ตัวเลขใกล้เคียงกัน แต่ไม่เหมือนกันทุกข้อ
- NHS (ทบทวน 23 เม.ย. 2567): ส่วนใหญ่รู้สึกดีขึ้นหลัง 2 สัปดาห์ ควรเลี่ยงการออกกำลังหนัก เช่น วิ่ง นานถึง 8 สัปดาห์ เพราะเสี่ยงบาดเจ็บซ้ำ แพลงรุนแรงอาจใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะกลับเป็นปกติ
- MedlinePlus (ทบทวน 1 เม.ย. 2568): แพลงเล็กน้อยมักหายใน 7–10 วัน ส่วนแพลงหนักอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าปวดและบวมจะหาย
- AAOS: โปรแกรมรักษา 3 ระยะอาจใช้เพียง 2 สัปดาห์ในรายเล็กน้อย หรือ 6–12 สัปดาห์ในรายรุนแรง ส่วนใหญ่บวมและปวดมาก 2–3 วันแรก
"หายปวด" ไม่ได้แปลว่าเอ็นหายสนิท AAOS ระบุว่าบอกได้ยากว่าเอ็นหายสมบูรณ์เมื่อไร และถ้ากลับไปทำงานหรือเล่นกีฬาก่อนข้อเท้าฟื้นตัวและได้ฝึกหลังบาดเจ็บ ก็อาจแพลงซ้ำได้
ข้อเท้าแพลงทำยังไงใน 2–3 วันแรก
NHS แนะนำหลัก PRICE 5 ข้อ สำหรับ 2–3 วันแรก เพื่อลดบวมและพยุงส่วนที่บาดเจ็บ
- ป้องกัน (Protection): ใช้อุปกรณ์พยุง หรือรองเท้าที่พยุงเท้าและข้อเท้า
- พัก (Rest): หยุดออกกำลังกายและกิจกรรม พยายามไม่ลงน้ำหนักที่ข้อเท้าข้างที่เจ็บ
- ประคบเย็น (Ice): ใช้ถุงน้ำแข็ง (หรือถุงผักแช่แข็ง) ห่อผ้า ประคบครั้งละไม่เกิน 20 นาที ทุก 2–3 ชั่วโมง
- พันผ้า (Compression): พันผ้ายืดพยุงในช่วงกลางวัน
- ยกสูง (Elevate): วางเท้าบนหมอนให้สูงไว้ให้มากเท่าที่ทำได้
MedlinePlus เพิ่มว่าอย่าวางน้ำแข็งบนผิวโดยตรง พันผ้าให้แน่นแต่ไม่รัดเกินไป และยกข้อที่บวมให้สูงกว่าระดับหัวใจ แม้ตอนนอน
AAOS ระบุวิธีประคบเย็นต่างออกไปเล็กน้อย คือครั้งละ 20–30 นาที วันละ 3–4 ครั้ง และยกข้อเท้าสูงกว่าหัวใจให้บ่อยเท่าที่ทำได้ในช่วง 48 ชั่วโมงแรก ถ้าไม่แน่ใจว่าจะใช้แบบไหน ให้ถามเภสัชกรหรือแพทย์ที่ตรวจ
เมื่อขยับได้โดยความปวดไม่ทำให้ต้องหยุด NHS ให้พยายามขยับข้อต่อไป เพื่อไม่ให้ข้อฝืดแข็ง ส่วน AAOS ระบุว่าในระยะแรกมักแนะนำให้เริ่มลงน้ำหนักเท่าที่ทนได้
ข้อเท้าแพลงประคบร้อนหรือเย็น
ช่วงแรกให้ประคบเย็น NHS ระบุให้เลี่ยงความร้อน (เช่น อาบน้ำร้อน ถุงประคบร้อน) แอลกอฮอล์ และการนวด ในช่วงสองสามวันแรก เพื่อช่วยป้องกันบวม
แหล่งที่เราอ่านไม่ได้ระบุวันที่แน่นอนว่าเริ่มประคบร้อนได้เมื่อไร ถ้าพ้นช่วงแรกแล้วยังบวมหรือปวดมาก ให้ปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดก่อน
กินยาแก้ปวดอะไรได้บ้าง
NHS ระบุว่าเภสัชกรช่วยแนะนำได้ ระยะแรกอาจใช้พาราเซตามอลแก้ปวด และไอบูโพรเฟนชนิดเจลหรือสเปรย์ทาเพื่อลดบวม และใช้ไอบูโพรเฟนชนิดกินถ้าจำเป็น AAOS ระบุว่ายาแก้อักเสบกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ช่วยคุมปวดและบวม ถ้าใช้ยากลุ่มนี้ไม่ได้ ใช้พาราเซตามอลแทนได้
ผู้สูงอายุ ผู้ที่เป็นโรคไต โรคกระเพาะ หรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดอยู่ ควรถามเภสัชกรก่อนซื้อยาแก้อักเสบเอง และผู้ที่แพทย์สั่งยาแก้ปวดอยู่ห้ามเปลี่ยนยาเอง อ่านเพิ่มที่ ยาแก้ปวดข้อ
ข้อเท้าแพลงต้องใส่เฝือกไหม
ขึ้นกับความรุนแรง AAOS ระบุว่าข้อเท้าแพลงแบบทั่วไปเกือบทั้งหมดรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แม้เอ็นฉีกขาดทั้งหมด (ระดับ 3) ก็หายได้ถ้าได้ตรึงข้อและฝึกหลังบาดเจ็บอย่างเหมาะสม
- ระดับ 2: AAOS ระบุว่าอุปกรณ์ถอดได้ เช่น รองเท้าบูทพยุงข้อเท้า หรือที่ประคองข้อเท้า ช่วยพยุงได้
- ระดับ 3: AAOS ระบุว่าอาจต้องใส่เฝือกสั้นใต้เข่า หรือเฝือกพยุงแบบมีข้อ (cast-brace) 10–14 วัน
- AAOS ระบุว่าต้องเลิกตรึงข้อเท้าในระยะที่ 2 เพื่อไม่ให้ข้อฝืด และแพทย์อาจให้ใช้ไม้ค้ำยันช่วงที่เดินลำบาก
การผ่าตัดพบน้อย AAOS ระบุว่าสงวนไว้สำหรับรายที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาโดยไม่ผ่าตัด รายที่ข้อเท้ายังหลวมและปวดหลังฝึกกายภาพบำบัดหลายเดือน บางรายที่เอ็นยึดระหว่างกระดูกหน้าแข้งกับกระดูกน่องบาดเจ็บจนข้อไม่มั่นคง หรือรายที่มีกระดูกอ่อนหรือเส้นเอ็นบาดเจ็บร่วมด้วย
ข้อเท้าแพลงต้องเอกซเรย์ไหม แบบไหนอาจกระดูกหัก
AAOS ระบุว่าข้อเท้าแพลงวินิจฉัยจากประวัติการบาดเจ็บ อาการ และการตรวจร่างกายเป็นหลัก แต่แพลงรุนแรงอาจปวด ฟกช้ำ และบวมได้พอ ๆ กับกระดูกหัก จึงแยกจากกันได้ยาก ถ้าลงน้ำหนักลำบาก หรือกดเจ็บที่กระดูกของเท้าและข้อเท้า อาจต้องตรวจเพิ่ม เช่น เอกซเรย์ เพื่อแยกกระดูกหัก
AAOS ระบุว่าไม่จำเป็นต้องตรวจ MRI เพื่อวินิจฉัยข้อเท้าแพลง แต่แพทย์อาจสั่งถ้าสงสัยเอ็นหรือกระดูกอ่อนบาดเจ็บ หรืออาการยังอยู่เกิน 6–8 สัปดาห์แม้รักษาแล้ว
NHS หน้าแพลง (ทบทวน 23 เม.ย. 2567) ระบุว่าอาการต่อไปนี้อาจเป็นกระดูกหัก ต้องโทร 999 หรือไปห้องฉุกเฉิน สำหรับคนไทยคือไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- ได้ยินเสียงดังกร๊อบตอนบาดเจ็บ
- ส่วนที่บาดเจ็บผิดรูปหรือบิดเป็นมุมแปลก
- ส่วนที่บาดเจ็บชา ซ่า หรือเป็นเหน็บ
- ผิวรอบที่บาดเจ็บเปลี่ยนสี เช่น คล้ำออกน้ำเงินหรือเทา หรือคลำแล้วเย็น
NHS ระบุว่าอย่าขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง ให้คนอื่นพาไปหรือเรียกรถพยาบาล และนำยาที่ใช้อยู่ไปด้วย
ผู้สูงอายุข้อเท้าแพลง ต้องระวังกระดูกหักมากกว่าไหม
แหล่งที่เราเปิดอ่านในบทความนี้ ไม่ได้ให้เกณฑ์เอกซเรย์ที่แยกตามอายุ ผู้สูงอายุที่ล้มแล้วข้อเท้าปวดบวม จึงควรให้แพทย์ตรวจตามอาการข้างต้น ไม่ควรสรุปเองว่าเป็นแค่แพลง และถ้ายังไม่เคยประเมินความเสี่ยงกระดูกพรุน ให้ถามแพทย์ด้วย อ่านเรื่อง ใครควรตรวจมวลกระดูก
แพลงซ้ำ ๆ ข้อเท้าหลวม ทำอย่างไร
AAOS ระบุว่าเคยแพลงมาก่อนเพิ่มโอกาสแพลงซ้ำ และถ้าแพลงรุนแรงแล้วไม่ได้รักษาหรือฝึกหลังบาดเจ็บให้ดี ข้อเท้าอาจอ่อนแอ แพลงซ้ำบ่อย จนเกิดปวดเรื้อรัง ข้อเสื่อม และข้อเท้าไม่มั่นคงในระยะยาว
AAOS ระบุว่าการฝึกหลังบาดเจ็บไม่ครบเป็นสาเหตุที่พบบ่อยกว่าสาเหตุอื่นของข้อเท้าหลวมเรื้อรังหลังแพลง ถ้าหยุดออกกำลังกายเสริมความแข็งแรง เอ็นที่บาดเจ็บจะอ่อนแอและเสี่ยงแพลงอีก และถ้ายังปวดเกิน 4–6 สัปดาห์ อาจเป็นข้อเท้าแพลงเรื้อรัง
ฝึกทรงตัวช่วยอย่างไร
AAOS ระบุว่าการทรงตัวไม่ดีมักนำไปสู่การแพลงซ้ำและข้อเท้าหลวม การฝึกหลังบาดเจ็บจึงรวมสิ่งเหล่านี้
- ขยับข้อเท้าเร็ว ในช่วงที่ไม่มีแรงต้าน เพื่อกันข้อฝืด
- เสริมกล้ามเนื้อ หน้าแข้งและน่องเมื่อบวมและปวดลดลง เช่น เขย่งปลายเท้า ถ้าลงน้ำหนักแล้วปวดเกินไปอาจฝึกในน้ำ
- ฝึกการรับรู้ตำแหน่งข้อและการทรงตัว AAOS ยกตัวอย่างการยืนขาเดียวข้างที่บาดเจ็บแล้วหลับตา
ท่าหลับตายืนขาเดียวเป็นท่าที่ยาก แหล่งที่เราอ่านไม่ได้ระบุวิธีปรับสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ที่ทรงตัวไม่ดีหรือเคยหกล้มควรให้นักกายภาพบำบัดเลือกท่าให้ก่อน
ข้อเท้าแพลงในผู้สูงอายุ เกี่ยวกับการหกล้มอย่างไร
AAOS ระบุว่าข้อเท้าแพลงเกิดได้จากการเดินบนพื้นขรุขระ การหกล้มหรือสะดุด และปัจจัยเสี่ยงรวมถึงการทรงตัวไม่ดี รองเท้าที่พยุงเท้าไม่พอ และรองเท้าพื้นลื่น
สำหรับผู้สูงอายุ เรื่องนี้ไม่ได้จบที่ข้อเท้า WHO (เอกสารข้อเท็จจริง ปรับปรุง 21 ต.ค. 2569) ระบุว่า
- ปี 2566 มีผู้เสียชีวิตจากการหกล้มทั่วโลกราว 842,000 คน การหกล้มเป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากการบาดเจ็บโดยไม่ตั้งใจอันดับ 2 รองจากอุบัติเหตุทางถนน
- ราวร้อยละ 71 ของผู้เสียชีวิตจากการหกล้มเป็นผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป
- มาตรการป้องกันในผู้สูงอายุรวมถึงการออกกำลังกายที่ฝึกการทรงตัวและความแข็งแรง การประเมินและปรับบ้านในผู้ที่เสี่ยงสูง และการทบทวนยาที่เพิ่มความเสี่ยงหกล้ม
ถ้าผู้สูงอายุในบ้านแพลงบ่อยหรือเดินไม่มั่นคง ให้แจ้งแพทย์เรื่องการหกล้มด้วย อ่านวิธีป้องกันที่ ผู้สูงอายุหกล้ม ป้องกันที่บ้านและรับมืออย่างไร และถ้าปวดข้อเท้าทั้งที่ไม่ได้แพลง อ่านต่อที่ ปวดข้อเท้าเกิดจากอะไร
ความเชื่อที่พบบ่อยเรื่องข้อเท้าแพลง
- "แพลงต้องนวดน้ำมันร้อน ๆ ทันที" NHS ระบุให้เลี่ยงความร้อนและการนวดในช่วงสองสามวันแรก เพื่อช่วยป้องกันบวม
- "เดินได้แปลว่ากระดูกไม่หัก" AAOS ระบุว่าแพลงรุนแรงกับกระดูกหักมีอาการคล้ายกันจนแยกได้ยาก ถ้ากดเจ็บที่กระดูกหรือลงน้ำหนักลำบาก ควรให้แพทย์ตรวจ
- "ต้องพักนิ่ง ๆ จนหายปวด" AAOS ระบุว่าระยะแรกมักให้ลงน้ำหนักเท่าที่ทนได้ และต้องเลิกตรึงข้อในระยะฝึกหลังบาดเจ็บเพื่อไม่ให้ข้อฝืด NHS ก็ให้ขยับข้อต่อเมื่อความปวดไม่ทำให้ต้องหยุด
- "หายปวดแล้วกลับไปวิ่งได้เลย" NHS ให้เลี่ยงการออกกำลังหนักนานถึง 8 สัปดาห์ และ AAOS ระบุว่ากลับไปเร็วก่อนฝึกหลังบาดเจ็บเสร็จเสี่ยงแพลงซ้ำ
ข้อเท้าแพลงต้องหาหมอไหม
นัดพบแพทย์ ถ้าแพลงแล้วอาการแย่ลง หรือดูแลเองแล้วไม่ดีขึ้น (NHS) AAOS ระบุเพิ่มว่าควรพบบุคลากรทางการแพทย์ถ้าข้อเท้ายังบวมหรือปวดอยู่หลายสัปดาห์แม้ดูแลแล้ว หรือลงน้ำหนักลำบาก และ MedlinePlus ให้ติดต่อแพทย์ถ้าปวดไม่หายหลังหลายสัปดาห์
ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง (NHS ให้ติดต่อ NHS 111 หรือศูนย์รักษาเร่งด่วน · MedlinePlus ให้ติดต่อแพทย์)
- ปวดมาก หรือปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ
- บวมหรือฟกช้ำมาก หรือบวมและฟกช้ำมากขึ้น
- ลงน้ำหนักไม่ได้เลย หรือเดินได้ไม่กี่ก้าว
- ข้อฝืดมากหรือขยับยาก
- ดูแลเองแล้วไม่ดีขึ้น
- มีไข้สูง หรือรู้สึกร้อนสลับหนาวสั่น
- บวมไม่เริ่มยุบภายใน 2 วัน
- ผิวแดง อุ่น เจ็บ หรือมีไข้เกิน 38 องศาเซลเซียส
ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง (NHS ให้โทร 999 หรือไปห้องฉุกเฉิน · MedlinePlus ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทรเบอร์ฉุกเฉิน)
- ได้ยินเสียงดังกร๊อบตอนบาดเจ็บ
- ข้อเท้าผิดรูป บิดเป็นมุมแปลก หรือดูหลุดออกจากตำแหน่ง
- เท้าชา ซ่า หรือเป็นเหน็บ
- ผิวรอบข้อเท้าคล้ำออกน้ำเงินหรือเทา หรือคลำแล้วเย็น
- คิดว่ากระดูกหัก
- บาดเจ็บรุนแรงหรือปวดรุนแรง
- ได้ยินเสียงดังป๊อก แล้วใช้ข้อนั้นไม่ได้ทันที
แหล่งข้อมูลจัดบางอาการต่างกัน NHS หน้าปวดข้อเท้า (ทบทวน 20 พ.ย. 2568) จัด "ปวดข้อเท้ารุนแรง" "ข้อเท้าหรือเท้าผิดรูปหรือบิดเป็นมุมแปลก" และ "ได้ยินเสียงหัก เสียงครูด หรือเสียงป๊อกตอนบาดเจ็บ" ไว้ในกลุ่มติดต่อ NHS 111 (เร่งด่วน) แต่ NHS หน้าแพลง (ทบทวน 23 เม.ย. 2567) จัดเสียงดังกร๊อบและการผิดรูปไว้ในกลุ่มโทร 999 หรือไปห้องฉุกเฉิน และ MedlinePlus (ทบทวน 1 เม.ย. 2568) จัด "ปวดรุนแรง" และ "เสียงป๊อกแล้วใช้ข้อไม่ได้ทันที" ไว้ในกลุ่มไปโรงพยาบาลทันที บทความนี้จึงใช้การจัดกลุ่มที่ปลอดภัยกว่า คือไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)
เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8.5 กรัม) ฉลากระบุให้รับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (คิดเป็นราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัม คำนวณ)
คำเตือนบนฉลาก: ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน · ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ · ฉลากระบุว่า ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
เรื่องข้อเท้าแพลง: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยให้ข้อเท้าแพลงหายเร็วขึ้น ลดบวม ลดปวด ทำให้เอ็นติด หรือป้องกันการแพลงซ้ำ ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง และงานวิจัยของส่วนประกอบที่เรารวบรวมไว้ไม่ได้ศึกษาในข้อเท้าแพลง สิ่งที่แหล่งข้อมูลข้างต้นระบุคือการดูแลช่วงแรก การฝึกหลังบาดเจ็บ และการให้แพทย์ตรวจเมื่อสงสัยกระดูกหัก
ส่วนประกอบที่คนมักถามเมื่อบาดเจ็บข้อหรือกังวลเรื่องกระดูก เทียบปริมาณในแคปซูลกับขนาดที่ใช้ในงานวิจัย
- คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. ต่อแคปซูล (40 มก. ต่อวันตามฉลาก คำนวณ) — งานทดลองในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม 191 คน ให้คอลลาเจนไทป์ทูชนิดไม่เสียสภาพ (UC-II) 40 มก. ต่อวัน เทียบกับกลูโคซามีนร่วมคอนดรอยติน และยาหลอก 180 วัน คะแนนอาการลดลงมากกว่ายาหลอก ผู้วิจัยหลักสังกัดบริษัทผู้ผลิต ตัวเลข 40 มก. ต่อวันตรงกันในเชิงตัวเลข แต่ฉลากไม่ระบุว่าคอลลาเจนในแคปซูลเป็นชนิดไม่เสียสภาพหรือไม่ จึงบอกไม่ได้ว่าเป็นสารเดียวกับในงานวิจัย และงานนี้ศึกษาข้อเข่าเสื่อม ไม่ใช่เอ็นข้อเท้าบาดเจ็บ
- แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต 350 มก. ต่อแคปซูล — คิดเป็นแคลเซียมราว 44 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 89 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณแคลเซียมธาตุรวม งานในคนที่พบเป็นงานวัดการดูดซึมในอาสาสมัครชาวจีนสุขภาพดี 14 คน ที่ได้เม็ดแคลเซียมแอล-ทรีโอเนต 300 มก. (แคลเซียม 40 มก.) ครั้งเดียว พบว่าดูดซึมได้ราวร้อยละ 26.5 งานนี้ไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบกับแคลเซียมชนิดอื่น และยังไม่พบงานทดลองที่วัดผลต่อมวลกระดูกหรือกระดูกหัก ปริมาณแคลเซียมราว 89 มก. ต่อวัน (คำนวณ) เป็นราวร้อยละ 9 ของ 1,000 มก. ที่กรมอนามัยแนะนำต่อวันสำหรับผู้ใหญ่อายุ 51 ปีขึ้นไป (คำนวณ) แหล่งแคลเซียมหลักยังควรมาจากอาหาร
- วิตามินดี 3 ราว 100 IU ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) — งานทดลองในผู้ใหญ่สหรัฐ 25,871 คนที่ไม่ได้คัดเฉพาะคนขาดวิตามินดี ใช้วิตามินดี 3 วันละ 2,000 IU ราว 5 ปี ไม่ลดกระดูกหักเมื่อเทียบกับยาหลอก ขนาดนั้นมากกว่าในแคปซูล 20 เท่า (คำนวณ) และการวิเคราะห์รวม 81 งานทดลองไม่พบว่าวิตามินดีลดการหกล้ม
ข้อควรระวังเรื่องขมิ้นชันและขิงกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด: MSKCC ระบุว่าขมิ้นชันอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในผู้ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดอื่น และมีรายงานเลือดออกในผู้สูงอายุที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดร่วมกับขิง ผู้ที่ใช้ยากลุ่มนี้ ยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาแก้อักเสบกลุ่มเอ็นเสด ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน ห้ามหยุดยาเอง
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้แพ้โปรตีนนมวัว: มีโคลอสตรุ้ม (น้ำนมเหลือง) ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้มีประวัติแพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่ว (ไต ทางเดินปัสสาวะ ถุงน้ำดี) ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้มีท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากห้ามใช้ ขมิ้นชันมีงานในคนพบว่าทำให้ถุงน้ำดีบีบตัว
- ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดสูง หรือโรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม (ควิโนโลน เตตราไซคลีน) ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต หรือยาเหล็ก: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยาเหล่านี้ ระยะห่างที่เหมาะสมขึ้นกับชนิดยา ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดเวลา
- ผู้ใช้ยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์ หรือยาไดจอกซิน: แจ้งแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ผลิตภัณฑ์มีขมิ้นชันและขิง ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาแก้ปวดเป็นประจำ (แอสไพริน ไอบูโพรเฟน พาราเซตามอล): MSKCC ระบุว่าขมิ้นชันอาจลดฤทธิ์ยา (ข้อมูลจากหลอดทดลอง) ให้ถามเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดยาแก้ปวดเอง
- ผู้มีโรคตับ หรือมีอาการตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย คลื่นไส้: ให้หยุดและพบแพทย์ เพราะมีรายงานตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน
- ผู้ที่ได้วิตามินดีหรือแคลเซียมจากแพทย์อยู่แล้ว: นับรวมทุกแหล่ง และห้ามเปลี่ยนยาเอง
- เด็กและสตรีมีครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน
- ผู้ใช้ยาแก้ปวดข้อ ยากระดูกพรุน หรือยาเกาต์: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง
ผลิตภัณฑ์นี้มีแคลเซียม ขมิ้นชัน และขิง ฉลากระบุว่าผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน และห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน ผู้ที่เป็นโรคไต ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะ หรือยากระดูกพรุน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยาเกาต์ ยากระดูกพรุน และยาต้านการแข็งตัวของเลือด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจของแพทย์ การกายภาพบำบัด หรือการตรวจมวลกระดูก
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก
- หกล้มแล้วลงน้ำหนักหรือเดินไม่ได้
- ขาผิดรูปหรือสั้นลงหลังล้ม
- ได้ยินเสียงดังกร๊อบตอนบาดเจ็บ
- ส่วนที่บาดเจ็บผิดรูปหรือบิดเป็นมุมแปลก
- ขาทั้งสองข้างชา อ่อนแรง หรือปวด
- ชารอบอวัยวะเพศหรือรอบทวารหนัก
- ปัสสาวะไม่ออก หรือกลั้นปัสสาวะไม่ได้
- กลั้นอุจจาระไม่ได้
- ปวดท้องหรือปวดหลังรุนแรงขึ้นมาทันที
- เจ็บแน่นหน้าอก
- หายใจลำบากหรือหายใจไม่ออก
- หมดสติ
ถ้ามีไข้และข้อบวมแดงร้อน อาจเป็นข้ออักเสบติดเชื้อ ให้ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด
ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →คำถามที่พบบ่อย
ข้อเท้าแพลงกี่วันหาย
NHS ระบุว่าส่วนใหญ่รู้สึกดีขึ้นหลัง 2 สัปดาห์ แต่ควรเลี่ยงการออกกำลังหนักนานถึง 8 สัปดาห์ MedlinePlus ระบุว่าแพลงเล็กน้อยมักหายใน 7–10 วัน ส่วนแพลงรุนแรงอาจใช้เวลาเป็นเดือน
ข้อเท้าแพลงประคบร้อนหรือเย็น
ช่วง 2–3 วันแรก NHS ให้ประคบเย็นครั้งละไม่เกิน 20 นาที ทุก 2–3 ชั่วโมง และเลี่ยงความร้อน การนวด และแอลกอฮอล์ในสองสามวันแรกเพื่อช่วยป้องกันบวม
ข้อเท้าแพลงต้องใส่เฝือกไหม
ขึ้นกับความรุนแรง AAOS ระบุว่าระดับ 2 อาจใช้อุปกรณ์พยุงแบบถอดได้ ระดับ 3 อาจต้องใส่เฝือกสั้นใต้เข่าหรือเฝือกพยุงแบบมีข้อ (cast-brace) 10–14 วัน และการผ่าตัดพบน้อย
ข้อเท้าแพลงแบบไหนต้องไปโรงพยาบาล
NHS ให้โทรเบอร์ฉุกเฉินหรือไปห้องฉุกเฉินถ้าได้ยินเสียงดังกร๊อบตอนบาดเจ็บ ข้อเท้าผิดรูป ชา หรือผิวเปลี่ยนสีและเย็น ในไทยคือไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้าลงน้ำหนักไม่ได้หรือบวมมากขึ้น ให้ไปโรงพยาบาลวันนี้
ข้อเท้าแพลงบ่อยทำอย่างไร
AAOS ระบุว่าการฝึกหลังบาดเจ็บไม่ครบเป็นสาเหตุที่พบบ่อยกว่าสาเหตุอื่นของข้อเท้าหลวมเรื้อรัง การฝึกกล้ามเนื้อและการทรงตัวเป็นส่วนสำคัญ ผู้ที่แพลงซ้ำบ่อยควรพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Sprains and strainsNHS
- SprainsMedlinePlus Medical Encyclopedia
- Sprained AnkleAAOS OrthoInfo
- Ankle painNHS
- Falls (fact sheet)World Health Organization
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
