บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS

ปวดข้อเท้าเกิดจากอะไร ไม่ได้แพลงก็ปวดได้ ข้อเท้าเสื่อม เกาต์ หรือเอ็นอักเสบ

คำตอบสั้น: ปวดข้อเท้าโดยไม่ได้แพลงมีได้หลายสาเหตุ เช่น ข้อเท้าเสื่อม (มักปวดค่อยเป็นค่อยไปและแย่ลงตามเวลา) ข้ออักเสบหลังบาดเจ็บ ที่เกิดได้หลายปีหลังข้อเท้าหักหรือเคลื่อน รูมาตอยด์ (มักเป็นสองข้างเท่ากัน) เกาต์ (ปวดรุนแรงทันที ข้อบวมแดงร้อน) และเอ็นร้อยหวายอักเสบ ส่วนข้อเท้าบวมทั้งสองข้างอาจไม่ใช่ปัญหาข้อเลย แต่เกิดจากยืนหรือนั่งนาน กินเค็ม ยาบางชนิด หรือโรคหัวใจ ไต ตับ NHS ระบุว่าอย่าวินิจฉัยสาเหตุเอง ถ้าปวดไม่ดีขึ้นใน 2 สัปดาห์ เท้าชา หรือเป็นเบาหวาน ให้พบแพทย์

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • ข้อเท้าเสื่อม รูมาตอยด์ และข้ออักเสบหลังบาดเจ็บ เป็นข้ออักเสบชนิดหลักที่พบที่เท้าและข้อเท้า (AAOS)
  • เกาต์ มักเริ่มที่นิ้วโป้งเท้า แต่เป็นที่ข้อเท้าได้ (NHS)
  • ปวดข้อเท้าและส้นเท้า ปวดน่องเวลาเขย่ง อาจเป็นเอ็นร้อยหวายอักเสบ (NHS)
  • ข้อเท้าบวมสองข้าง อาจมาจากหัวใจ ไต ตับ หรือยา ไม่ใช่ข้อ (NHS)
  • บวมข้างเดียวไม่ทราบสาเหตุ หรือบวมแดงร้อน ให้ไปโรงพยาบาลวันนี้ ถ้าหายใจลำบากหรือเจ็บหน้าอก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

ปวดข้อเท้าเกิดจากอะไรได้บ้าง

NHS (ทบทวน 20 พ.ย. 2568) ระบุว่าปวดข้อเท้ามักเกิดจากการออกกำลังมากเกินไปหรือใส่รองเท้าคับ แต่มีสาเหตุอื่นอีกมาก และไม่ควรวินิจฉัยเอง ตารางอาการของ NHS ยกตัวอย่างไว้ดังนี้

  • ปวด บวม ฟกช้ำ หลังออกกำลังหนักหรือซ้ำ ๆ อาจเป็นข้อเท้าแพลง
  • ปวดข้อเท้าและส้นเท้า ปวดน่องเวลายืนเขย่ง อาจเป็นเอ็นร้อยหวายอักเสบ
  • แดง บวม ปวดตื้อ ๆ อาจเป็นถุงน้ำรอบข้ออักเสบ
  • ปวดแปลบทันที บวม มีเสียงป๊อกหรือเสียงดีดตอนบาดเจ็บ เดินลำบาก ข้อเท้าบิดผิดมุม อาจเป็นข้อเท้าหัก

ถ้าเพิ่งพลิกหรือบาดเจ็บมา อ่านเรื่อง ข้อเท้าแพลง บทความนี้เน้นปวดข้อเท้าที่ไม่ได้มาจากการแพลงครั้งล่าสุด

ข้อเท้าเสื่อม รูมาตอยด์ และข้ออักเสบหลังบาดเจ็บ

AAOS ระบุว่าข้ออักเสบมีมากกว่า 100 ชนิด หลายชนิดเกิดที่เท้าและข้อเท้า โดยชนิดหลักมี 3 แบบ

ข้อเท้าเสื่อม

AAOS อธิบายว่าในข้อเสื่อม กระดูกอ่อนผิวข้อค่อย ๆ สึกบางลง ผิวข้อขรุขระ ช่องระหว่างกระดูกแคบลง จนกระดูกอาจเสียดสีกันและเกิดกระดูกงอก นอกจากอายุ ปัจจัยเสี่ยงยังมีภาวะอ้วนและประวัติครอบครัว อาการค่อยเป็นค่อยไป ปวดและฝืดมากขึ้นตามเวลา

AAOS เรียกข้อเสื่อมว่าเป็นข้ออักเสบจากการสึกหรอ แต่ NIAMS (ทบทวน ก.ย. 2566) ระบุว่าข้อเสื่อมไม่ได้เกิดจากการสึกหรอธรรมดา แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อในข้อ สองแหล่งจึงใช้คำอธิบายต่างกัน

ข้ออักเสบหลังบาดเจ็บ

AAOS ระบุว่าเกิดได้หลังบาดเจ็บที่เท้าหรือข้อเท้า โดยเฉพาะข้อเคลื่อนและกระดูกหักที่ผิวข้อเสียหาย และอาจเกิดหลังบาดเจ็บหลายปี AAOS ระบุด้วยว่าข้อที่เคยบาดเจ็บมีโอกาสเกิดข้ออักเสบมากกว่าข้อที่ไม่เคยบาดเจ็บราว 7 เท่า แม้จะรักษาอย่างเหมาะสม

รูมาตอยด์

AAOS ระบุว่ารูมาตอยด์เป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง มักเริ่มที่เท้าและข้อเท้า และมักเป็นสองข้างเท่ากัน AAOS ระบุว่าเยื่อบุข้อที่อักเสบจะบวม และนานไปอาจทำลายกระดูก กระดูกอ่อน เอ็น จนข้อผิดรูปได้ และแพทย์อาจส่งต่อแพทย์โรคข้อเพื่อตรวจเลือดยืนยัน อ่านความต่างของอาการที่ รูมาตอยด์ เกาต์ ข้อเสื่อม ต่างกันอย่างไร

AAOS ระบุอาการของข้ออักเสบที่เท้าและข้อเท้าไว้ดังนี้

  • ปวดเวลาขยับ
  • ปวดมากขึ้นเมื่อทำกิจกรรมหนัก
  • กดเจ็บที่ข้อ
  • ข้อบวม อุ่น แดง
  • ปวดและบวมมากขึ้นตอนเช้า หรือหลังนั่งหรือพัก
  • เดินลำบากจากอาการเหล่านี้

ปวดข้อเท้าเพราะเกาต์ได้ไหม

ได้ NHS (ทบทวน 24 ส.ค. 2566) ระบุว่าอาการหลักของเกาต์คือปวดข้อรุนแรงขึ้นมาทันที มักเป็นที่นิ้วโป้งเท้า แต่เป็นที่ข้ออื่นของเท้า ข้อเท้า มือ ข้อมือ ข้อศอก หรือเข่าได้ ร่วมกับผิวเหนือข้อร้อน บวม แดง ถ้าไม่รักษา อาการกำเริบมักอยู่ 1–2 สัปดาห์ และปล่อยไว้นานอาจทำให้ข้อเสียหายถาวร

NHS ให้พบแพทย์ถ้ามีอาการแบบเกาต์ครั้งแรก หรือเป็นเกาต์อยู่แล้วแต่ยาที่ใช้ไม่ช่วย และระบุว่ายาลดกรดยูริกต้องกินสม่ำเสมอแม้ไม่มีอาการ อ่านอาการเริ่มต้นที่ เกาต์ระยะแรก

เอ็นร้อยหวายอักเสบ ปวดข้อเท้าด้านหลัง

NHS ระบุว่าปวดที่ข้อเท้าและส้นเท้า และปวดน่องเวลายืนเขย่งปลายเท้า อาจเป็นเอ็นร้อยหวายอักเสบ เราไม่ได้เปิดแหล่งข้อมูลเฉพาะเรื่องเอ็นร้อยหวายในบทความนี้ จึงไม่ลงรายละเอียดการรักษา ถ้าปวดหลังส้นเท้าเป็นหลัก อ่าน ปวดหลังส้นเท้า

ข้อเท้าบวมสองข้าง อาจไม่ใช่ปัญหาข้อ

NHS (ทบทวน 26 ก.พ. 2569) ระบุว่าข้อเท้า เท้า หรือขาบวม มักเกิดจากน้ำคั่ง และมักหายเอง สาเหตุที่พบบ่อยได้แก่

  • ยืนหรือนั่งท่าเดิมนานเกินไป
  • กินอาหารเค็มมากเกินไป
  • น้ำหนักเกิน
  • ตั้งครรภ์
  • ยาบางชนิด เช่น ยาความดันบางตัว ยาคุมกำเนิด ฮอร์โมน ยาต้านซึมเศร้า หรือสเตียรอยด์
  • เส้นเลือดขอด
  • โรคไทรอยด์

NHS ระบุว่าบวมยังเกิดได้จากการบาดเจ็บ แมลงกัดต่อย โรคไต ตับ หรือหัวใจ ลิ่มเลือด และการติดเชื้อ

ข้อสำคัญ: ข้อเท้าบวมที่ไม่ได้ปวดในข้อ แต่เกิดพร้อมกันสองข้าง ควรให้แพทย์ดูทั้งตัว ไม่ใช่ดูแค่ข้อ คนที่กินยาความดันแล้วเท้าบวม อ่าน กินยาความดันแล้วขาบวม และห้ามหยุดยาเอง

น้ำหนักตัวและรองเท้าเกี่ยวกับปวดข้อเท้าอย่างไร

  • รองเท้า: NHS ระบุว่าปวดข้อเท้ามักเกิดจากรองเท้าคับ และแนะนำรองเท้าหน้ากว้าง ส้นเตี้ย พื้นนุ่ม ไม่ใส่ส้นสูงหรือรองเท้าหัวแหลมคับ
  • น้ำหนักตัว: AAOS ระบุว่าภาวะอ้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงของข้อเสื่อม และการลดน้ำหนักช่วยลดแรงที่ข้อ ทำให้ปวดน้อยลงและใช้งานได้ดีขึ้น ในผู้ที่มีข้ออักเสบที่เท้าและข้อเท้า
  • ชนิดกิจกรรม: AAOS แนะนำให้เปลี่ยนจากกิจกรรมกระแทกสูง เช่น วิ่ง เทนนิส ไปเป็นกิจกรรมกระแทกต่ำ เช่น ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน

ดูแลเบื้องต้นอย่างไร

NHS ระบุว่าถ้าข้อเท้าไม่ได้หัก อาจดูแลเองได้ดังนี้

  • พักและยกข้อเท้าสูงเมื่อทำได้
  • ประคบเย็นด้วยถุงน้ำแข็งห่อผ้า ครั้งละไม่เกิน 20 นาที ทุก 2–3 ชั่วโมง
  • ใส่รองเท้าหน้ากว้าง ส้นเตี้ย พื้นนุ่ม หรือใช้แผ่นรองเท้านุ่ม
  • พันผ้าพยุงข้อเท้า
  • ยืดเหยียดเบา ๆ สม่ำเสมอ
  • ใช้ยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล หรือเจลไอบูโพรเฟน (หรือไอบูโพรเฟนชนิดกินถ้าจำเป็น)
  • ไม่เดินหรือยืนนาน

AAOS ระบุว่าการรักษาข้ออักเสบที่ข้อเท้าเริ่มจากวิธีไม่ผ่าตัด เช่น ปรับกิจกรรม ลดน้ำหนัก กายภาพบำบัด อุปกรณ์พยุงข้อเท้า แผ่นรองเท้า และยาแก้อักเสบ AAOS ระบุว่าการฉีดสเตียรอยด์เข้าข้ออาจลดปวดและลดอักเสบได้ แต่ผลมักอยู่ชั่วคราว และพิจารณาผ่าตัดเมื่อปวดจนทุพพลภาพและวิธีไม่ผ่าตัดไม่ได้ผล

ผู้สูงอายุ ผู้ที่เป็นโรคไต โรคกระเพาะ หรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดอยู่ ควรถามเภสัชกรก่อนใช้ยาแก้อักเสบ และผู้ที่แพทย์สั่งยาอยู่ห้ามเปลี่ยนเอง

ความเชื่อที่พบบ่อยเรื่องปวดข้อเท้า

  • "ไม่ได้ล้มไม่ได้แพลง ปวดข้อเท้าไม่น่ามีอะไร" AAOS ระบุว่าข้ออักเสบหลังบาดเจ็บเกิดได้หลายปีหลังบาดเจ็บ และเกาต์หรือรูมาตอยด์ก็ทำให้ปวดข้อเท้าได้โดยไม่มีการบาดเจ็บ
  • "ข้อเท้าบวมแปลว่าข้อเสื่อม" NHS ระบุว่าข้อเท้าบวมมีสาเหตุจากหัวใจ ไต ตับ ยา หรือลิ่มเลือดได้ ไม่ได้มาจากข้อเสมอไป
  • "ข้อเสื่อมเป็นเรื่องของการสึกหรอตามอายุ ทำอะไรไม่ได้" NIAMS ระบุว่าข้อเสื่อมไม่ได้เกิดจากการสึกหรอธรรมดา และ AAOS ระบุว่าการปรับกิจกรรม ลดน้ำหนัก และกายภาพบำบัดช่วยลดปวดและชะลอการแย่ลงได้

ปวดข้อเท้าเมื่อไรควรตรวจ

นัดพบแพทย์ ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง (NHS หน้าปวดข้อเท้า)

  • ปวดจนทำกิจวัตรไม่ได้
  • ปวดมากขึ้นหรือเป็นซ้ำ
  • ดูแลเองแล้ว 2 สัปดาห์ยังไม่ดีขึ้น
  • เท้าชาหรือซ่า
  • เป็นเบาหวานและปวดเท้า เพราะปัญหาเท้าในคนเป็นเบาหวานอาจรุนแรงกว่า

NHS หน้าข้อเท้าบวมให้พบแพทย์ถ้าข้อเท้าบวมทั้งสองข้าง และดูแลเองหลายวันแล้วไม่ดีขึ้น บวมมากขึ้น หรือเป็นโรคหัวใจ ไต หรือหลอดเลือดดำที่ขาอยู่แล้ว

ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง (NHS ให้ติดต่อ NHS 111 หรือขอนัดแพทย์เร่งด่วน)

  • ปวดข้อเท้ารุนแรง
  • เป็นลม เวียนศีรษะ หรือคลื่นไส้จากความปวด
  • เดินไม่ได้
  • ข้อเท้าบวมข้างเดียวโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • บวมรุนแรง ปวด หรือบวมขึ้นมาทันที
  • บวมที่ส่วนอื่นด้วย เช่น หน้า หรือท้อง
  • บริเวณที่บวมแดงหรือคลำแล้วร้อน
  • มีไข้สูง หรือรู้สึกร้อนสลับหนาวสั่น
  • เป็นเบาหวานและเท้า ข้อเท้า หรือขาบวม
  • ข้อปวดบวมขึ้นมาทันทีและมีไข้ หรือคลื่นไส้กินไม่ได้ (NHS หน้าเกาต์ระบุว่าอาจเป็นข้อติดเชื้อ)

ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง (NHS หน้าข้อเท้าบวมให้โทร 999 เพราะอาจเป็นลิ่มเลือดที่ปอด)

  • หายใจไม่อิ่มหรือหายใจลำบาก
  • แน่นหน้าอก หนักหน้าอก หรือเจ็บหน้าอก
  • ไอเป็นเลือด
  • ใจสั่น รู้สึกหัวใจเต้นแรงชัด
  • หน้ามืด จะเป็นลม สับสน คลื่นไส้ หรือเหงื่อออกตัวเย็น

NHS หน้าปวดข้อเท้าระบุว่าถ้าสงสัยข้อเท้าหัก อย่ารักษาเอง หน้านี้ (ทบทวน 20 พ.ย. 2568) จัดข้อเท้าผิดรูปหรือบิดผิดมุม และเสียงหัก เสียงบด หรือเสียงป๊อกตอนบาดเจ็บ ไว้ในกลุ่มติดต่อ NHS 111 แต่ NHS หน้าแพลง (ทบทวน 23 เม.ย. 2567) จัดเสียงดังกร๊อบตอนบาดเจ็บและส่วนที่บาดเจ็บผิดรูปไว้ในกลุ่มโทร 999 หรือไปห้องฉุกเฉิน บทความนี้จึงใช้การจัดกลุ่มที่ปลอดภัยกว่า: ถ้าบาดเจ็บแล้วมีอาการข้อใดข้อหนึ่งนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 รายละเอียดอาการหลังบาดเจ็บดูในบทความ ข้อเท้าแพลง

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)

เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8.5 กรัม) ฉลากระบุให้รับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (คิดเป็นราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัม คำนวณ)

คำเตือนบนฉลาก: ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน · ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ · ฉลากระบุว่า ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

เรื่องปวดข้อเท้า: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ลดปวดข้อเท้า ลดข้อเท้าบวม ชะลอข้อเท้าเสื่อม หรือป้องกันเกาต์กำเริบที่ข้อเท้า ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง และงานวิจัยของส่วนประกอบที่เรารวบรวมไว้ศึกษาในข้อเข่าเสื่อมหรือเกาต์ ไม่ได้ศึกษาข้อเท้าโดยตรง ผู้ที่ปวดหรือบวมข้อเท้าต้องให้แพทย์หาสาเหตุก่อน

ส่วนประกอบที่คนมักถามเมื่อปวดข้อหรือเป็นเกาต์ เทียบปริมาณในแคปซูลกับขนาดที่ใช้ในงานวิจัย

  • ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. ต่อแคปซูล (200 มก. ต่อวันตามฉลาก คำนวณ) — งานติดตามผู้ป่วยเกาต์ 633 คนทางออนไลน์ 1 ปี พบว่าช่วง 2 วันที่กินเชอร์รี่ สัมพันธ์กับโอกาสเกาต์กำเริบต่ำกว่าช่วงที่ไม่กินราวร้อยละ 35 แต่เป็นงานสังเกต จึงบอกไม่ได้ว่าเชอร์รี่เป็นสาเหตุ ส่วนงานทดลองในผู้ป่วยเกาต์ 50 คนในนิวซีแลนด์ ที่ให้น้ำเชอร์รี่ทาร์ตเข้มข้น 7.5–30 มล. วันละ 2 ครั้ง 28 วัน ไม่ลดกรดยูริกในเลือด และจำนวนครั้งกำเริบไม่ต่างกัน แนวทาง ACR 2020 (วิทยาลัยแพทย์โรคข้อสหรัฐ) ไม่ให้คำแนะนำเรื่องเชอร์รี่เพราะหลักฐานคุณภาพต่ำหรือต่ำมาก งานที่ใช้สารสกัดเชอร์รี่ใช้ 3,600 มก. ต่อวัน มากกว่าในแคปซูล 18 เท่า (คำนวณ) และฉลากไม่ระบุว่าผงเชอร์รี่เป็นผงผลหรือผงน้ำคั้น
  • คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. ต่อแคปซูล (40 มก. ต่อวันตามฉลาก คำนวณ) — งานทดลองในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม 191 คน ให้คอลลาเจนไทป์ทูชนิดไม่เสียสภาพ (UC-II) 40 มก. ต่อวัน เทียบกับกลูโคซามีนร่วมคอนดรอยติน และยาหลอก 180 วัน คะแนนอาการลดลงมากกว่ายาหลอก ผู้วิจัยหลักสังกัดบริษัทผู้ผลิต ตัวเลข 40 มก. ต่อวันตรงกันในเชิงตัวเลข แต่ฉลากไม่ระบุว่าคอลลาเจนในแคปซูลเป็นชนิดไม่เสียสภาพหรือไม่ จึงบอกไม่ได้ว่าเป็นสารเดียวกับในงานวิจัย และงานนี้ศึกษาข้อเข่า ไม่ใช่ข้อเท้า

ผู้ที่เป็นเกาต์และใช้ยาลดกรดยูริกหรือยาแก้ปวดข้ออยู่ ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง เชอร์รี่ไม่ใช้แทนยาเกาต์

ข้อควรระวังเรื่องขมิ้นชันและขิงกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด: MSKCC ระบุว่าขมิ้นชันอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในผู้ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดอื่น และมีรายงานเลือดออกในผู้สูงอายุที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดร่วมกับขิง ผู้ที่ใช้ยากลุ่มนี้ ยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาแก้อักเสบกลุ่มเอ็นเสด ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน ห้ามหยุดยาเอง

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้แพ้โปรตีนนมวัว: มีโคลอสตรุ้ม (น้ำนมเหลือง) ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้มีประวัติแพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่ว (ไต ทางเดินปัสสาวะ ถุงน้ำดี) ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้มีท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากห้ามใช้ ขมิ้นชันมีงานในคนพบว่าทำให้ถุงน้ำดีบีบตัว
  • ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดสูง หรือโรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม (ควิโนโลน เตตราไซคลีน) ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต หรือยาเหล็ก: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยาเหล่านี้ ระยะห่างที่เหมาะสมขึ้นกับชนิดยา ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดเวลา
  • ผู้ใช้ยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์ หรือยาไดจอกซิน: แจ้งแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ผลิตภัณฑ์มีขมิ้นชันและขิง ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาแก้ปวดเป็นประจำ (แอสไพริน ไอบูโพรเฟน พาราเซตามอล): MSKCC ระบุว่าขมิ้นชันอาจลดฤทธิ์ยา (ข้อมูลจากหลอดทดลอง) ให้ถามเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดยาแก้ปวดเอง
  • ผู้มีโรคตับ หรือมีอาการตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย คลื่นไส้: ให้หยุดและพบแพทย์ เพราะมีรายงานตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน
  • ผู้ที่ได้วิตามินดีหรือแคลเซียมจากแพทย์อยู่แล้ว: นับรวมทุกแหล่ง และห้ามเปลี่ยนยาเอง
  • เด็กและสตรีมีครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน
  • ผู้ใช้ยาแก้ปวดข้อ ยากระดูกพรุน หรือยาเกาต์: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง

ผลิตภัณฑ์นี้มีแคลเซียม ขมิ้นชัน และขิง ฉลากระบุว่าผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน และห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน ผู้ที่เป็นโรคไต ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะ หรือยากระดูกพรุน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยาเกาต์ ยากระดูกพรุน และยาต้านการแข็งตัวของเลือด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจของแพทย์ การกายภาพบำบัด หรือการตรวจมวลกระดูก

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก
  • หกล้มแล้วลงน้ำหนักหรือเดินไม่ได้
  • ขาผิดรูปหรือสั้นลงหลังล้ม
  • ได้ยินเสียงดังกร๊อบตอนบาดเจ็บ
  • ส่วนที่บาดเจ็บผิดรูปหรือบิดเป็นมุมแปลก
  • ขาทั้งสองข้างชา อ่อนแรง หรือปวด
  • ชารอบอวัยวะเพศหรือรอบทวารหนัก
  • ปัสสาวะไม่ออก หรือกลั้นปัสสาวะไม่ได้
  • กลั้นอุจจาระไม่ได้
  • ปวดท้องหรือปวดหลังรุนแรงขึ้นมาทันที
  • เจ็บแน่นหน้าอก
  • หายใจลำบากหรือหายใจไม่ออก
  • หมดสติ

ถ้ามีไข้และข้อบวมแดงร้อน อาจเป็นข้ออักเสบติดเชื้อ ให้ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร BETA CAL PRO PLUS ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มิลลิกรัม

BETA CAL PRO PLUSเบต้าแคลโปรพลัส

เลข อย. 13-1-01566-5-0027

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →

คำถามที่พบบ่อย

ปวดข้อเท้าเกิดจากอะไร

NHS ระบุว่ามักเกิดจากออกกำลังมากเกินไปหรือรองเท้าคับ แต่มีสาเหตุอื่น เช่น ข้อเท้าแพลง เอ็นร้อยหวายอักเสบ ถุงน้ำรอบข้ออักเสบ กระดูกหัก และ AAOS ระบุข้อเสื่อม รูมาตอยด์ และข้ออักเสบหลังบาดเจ็บ ไม่ควรวินิจฉัยเอง

ไม่ได้แพลงแต่ปวดข้อเท้าเป็นอะไร

อาจเป็นข้อเท้าเสื่อม ข้ออักเสบหลังบาดเจ็บที่เกิดได้หลายปีหลังข้อเท้าหัก รูมาตอยด์ เกาต์ หรือเอ็นร้อยหวายอักเสบ ถ้าปวดเกิน 2 สัปดาห์หรือปวดมากขึ้น ควรพบแพทย์

ข้อเท้าบวมสองข้างเกิดจากอะไร

NHS ระบุว่ามักเกิดจากน้ำคั่ง เช่น ยืนหรือนั่งนาน กินเค็ม น้ำหนักเกิน ยาบางชนิด แต่เกิดจากโรคหัวใจ ไต ตับ หรือลิ่มเลือดได้ ถ้าหายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หรือไอเป็นเลือด ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

ปวดข้อเท้าเป็นเกาต์ได้ไหม

ได้ NHS ระบุว่าเกาต์มักเป็นที่นิ้วโป้งเท้า แต่เป็นที่ข้อเท้าได้ อาการคือปวดรุนแรงทันที ผิวเหนือข้อร้อน บวม แดง ถ้าเป็นครั้งแรกควรพบแพทย์

ปวดข้อเท้าใส่รองเท้าแบบไหน

NHS แนะนำรองเท้าหน้ากว้าง ส้นเตี้ย พื้นนุ่ม หรือใช้แผ่นรองเท้านุ่ม และไม่ใส่ส้นสูงหรือรองเท้าหัวแหลมคับ

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท