เกี่ยวกับ Beta Care
วิตามินดีมีในอาหารอะไรบ้าง แหล่งที่หาได้ในไทย

นอกจากแสงแดด วิตามินดียังได้จากอาหาร แต่มีอยู่ในอาหารไม่กี่ชนิด
หน้านี้รวมแหล่งที่หาได้จริงในไทย
กลุ่มที่ 1 ปลาทะเลที่มีไขมันสูง
เป็นแหล่งอาหารธรรมชาติที่ให้วิตามินดีสูงที่สุด
- ปลาแซลมอน
- ปลาซาร์ดีน
- ปลาแมกเคอเรล
- ปลาทูน่า
- ปลาเฮอริง
ในอาหารไทยที่หาง่าย ปลาทูและปลากะพงก็อยู่ในกลุ่มปลาทะเล แม้ปริมาณจะต่างกันตามชนิดและแหล่งที่มา
น้ำมันตับปลา เป็นแหล่งที่เข้มข้นเป็นพิเศษ
กลุ่มที่ 2 ไข่แดง
วิตามินดีอยู่ในไข่แดง ไม่ใช่ไข่ขาว
ปริมาณขึ้นกับอาหารที่แม่ไก่ได้รับและการเลี้ยง ไข่จากไก่ที่เลี้ยงปล่อยและได้รับแสงแดดมักมีมากกว่า
กลุ่มที่ 3 ตับ
ตับสัตว์เป็นแหล่งวิตามินดี แต่ควรทานในปริมาณพอเหมาะ เพราะตับมีวิตามินเออยู่สูงมากด้วย
ผู้ที่ตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์เรื่องการทานตับ
กลุ่มที่ 4 เห็ดที่ได้รับแสงยูวี
เห็ดเป็นแหล่งวิตามินดีจากพืชที่โดดเด่นที่สุด
แต่ต้องเป็นเห็ดที่ได้รับแสงยูวี ไม่ว่าจะจากแสงแดดธรรมชาติหรือจากกระบวนการฉายแสงยูวีในการผลิต
เห็ดที่ปลูกในที่มืดสนิทจะมีวิตามินดีน้อยมาก
และวิตามินดีในเห็ดเป็นวิตามินดี 2 ซึ่งเป็นคนละรูปแบบกับที่ได้จากสัตว์และจากผิวหนัง อ่านความต่างได้ที่ วิตามินดี 2 กับ วิตามินดี 3 ต่างกันอย่างไร
กลุ่มที่ 5 อาหารที่เติมวิตามินดี
ในไทยพบได้ในนม นมถั่วเหลือง ซีเรียล และผลิตภัณฑ์บางชนิด
ต้องอ่านฉลากโภชนาการ เพราะไม่ใช่ทุกยี่ห้อที่เติม และปริมาณที่เติมต่างกัน
ทำไมการได้จากอาหารอย่างเดียวจึงทำได้ยาก
เพราะวิตามินดีมีอยู่ในอาหารไม่กี่ชนิด และหลายชนิดไม่ใช่อาหารที่คนไทยทานทุกวัน
ปลาทะเลไขมันสูงราคาค่อนข้างสูง และไม่ใช่อาหารประจำของทุกครัวเรือน
นี่คือเหตุผลที่แพทย์มักดูทั้งอาหาร แสงแดด และผลตรวจเลือดประกอบกัน ไม่ได้ดูอย่างใดอย่างหนึ่ง
วิธีอ่านฉลากโภชนาการเรื่องวิตามินดี
ดู 2 อย่าง
1. หน่วย — อาจเป็น IU หรือไมโครกรัม ต้องแปลงให้เหมือนกันก่อนเทียบ วิธีแปลงอยู่ที่ หน่วย IU กับ มก. บนฉลากวิตามิน แปลงกันอย่างไร
2. ปริมาณต่อหน่วยบริโภค — ไม่ใช่ต่อทั้งกล่อง ซึ่งเป็นจุดที่คนอ่านผิดบ่อยที่สุด
สิ่งที่หน้านี้จะไม่บอก
เว็บนี้จะไม่บอกว่าควรได้วิตามินดีวันละเท่าไร
เพราะ ปริมาณที่เหมาะสมต่างกันตามอายุ ภาวะสุขภาพ ผลตรวจเลือด และยาที่ใช้อยู่ ซึ่งเป็นเรื่องที่แพทย์ต้องประเมินเป็นรายบุคคล
และการได้รับมากเกินไปก็มีข้อควรระวัง อ่านได้ที่ วิตามินดีได้รับมากเกินไปได้ไหม
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้ให้ความรู้เรื่องสารอาหารและวิธีอ่านฉลาก ไม่ได้ระบุว่าผลิตภัณฑ์ใดให้ผลอย่างไรต่อร่างกาย
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
ปริมาณที่เหมาะสมกับแต่ละคนต่างกัน ขึ้นกับอายุ อาหารที่รับประทาน โรคประจำตัว และยาที่ใช้อยู่ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิด
ราคาโปรโมชัน 890 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 2,490 · 8 กล่อง 4,590 · 15 กล่อง 7,890 · 25 กล่อง 12,990 บาท (ก.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Care →คำถามที่พบบ่อย
วิตามินดีมีในอาหารอะไรบ้าง
แหล่งหลักคือปลาทะเลที่มีไขมันสูงอย่างแซลมอน ซาร์ดีน แมกเคอเรล ทูน่า น้ำมันตับปลา ไข่แดง ตับสัตว์ เห็ดที่ได้รับแสงยูวี และอาหารที่เติมวิตามินดีเช่นนมและซีเรียลบางยี่ห้อ
เห็ดมีวิตามินดีจริงไหม
มี แต่ต้องเป็นเห็ดที่ได้รับแสงยูวีไม่ว่าจากแสงแดดหรือจากกระบวนการฉายแสงในการผลิต เห็ดที่ปลูกในที่มืดสนิทจะมีน้อยมาก และวิตามินดีในเห็ดเป็นวิตามินดี 2 ซึ่งคนละรูปแบบกับที่ได้จากสัตว์
กินอาหารอย่างเดียวพอไหม
ทำได้ยากเพราะวิตามินดีมีอยู่ในอาหารไม่กี่ชนิด และหลายชนิดไม่ใช่อาหารที่คนไทยทานทุกวัน แพทย์จึงมักดูทั้งอาหาร แสงแดด และผลตรวจเลือดประกอบกัน
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-08-24
อ่านต่อ
ซื้อเบต้าแคร์ให้พ่อแม่ ควรบอกอะไรและควรถามอะไรก่อน
ก่อนซื้อเบต้าแคร์ให้พ่อแม่ ควรพาไปถามเภสัชกรพร้อมกล่องและรายการยาที่ท่านใช้อยู่ พร้อมคำเตือน 4 ข้อบนฉลากที่ต้องอ่านให้ครบก่อน
ซื้อเบต้าแคร์จากตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้ง ต่างจากแพลตฟอร์มอย่างไร
ความต่างระหว่างซื้อเบต้าแคร์จากตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับแต่งตั้งกับซื้อในแพลตฟอร์ม และวิธีตรวจผู้ขายรายใดก็ได้ด้วยเลข อย. 13-1-01566-5-0066
คำถามที่คนถามบ่อยเรื่องโปรโมชันเบต้าแคร์
รวมคำถามเรื่องโปรโมชันเบต้าแคร์ ราคาชุด 890 2,490 4,590 7,890 12,990 บาท ส่งฟรีทุกออเดอร์ พร้อมย้ำว่าราคาเปลี่ยนตามช่วงเวลา
ซื้อเบต้าแคร์ชุด 4 8 15 และ 25 กล่อง ตกกล่องละและวันละเท่าไร
ชุด 4 กล่อง 2,490 ตกกล่องละ 622.50 บาท ชุด 8 กล่อง 4,590 ตกกล่องละ 573.75 บาท ชุด 15 และ 25 กล่องพร้อมราคาต่อวันและวิธีคิดเลขให้ตรวจเองได้
