บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta X Plus

ไซนัสอักเสบปวดฟัน ปวดหัว ปวดหน้า แยกจากปวดฟันจริงและไมเกรนอย่างไร

คำตอบสั้น: ไซนัสอักเสบทำให้ปวดฟันได้ NHS ระบุว่าปวดฟันเป็นอาการหนึ่งของไซนัสอักเสบ ร่วมกับปวด บวม และกดเจ็บรอบโหนกแก้ม ตา หรือหน้าผาก คัดจมูก ได้กลิ่นลดลง และน้ำมูกเขียวหรือเหลือง ในทางกลับกัน โรคของฟันบนก็ทำให้เกิดไซนัสอักเสบได้ ส่วนอาการปวดหัวที่คนคิดว่าเป็นไซนัส งานวิจัยในคลินิกปวดศีรษะสหรัฐพบว่าผู้ที่คิดว่าตัวเองปวดหัวจากไซนัส โดยไม่มีการติดเชื้อ ร้อยละ 88 เข้าเกณฑ์ไมเกรน การแยกให้แน่นอนต้องให้แพทย์หรือทันตแพทย์ตรวจ ผู้ที่มีโรคประจำตัวควรถามเภสัชกรก่อนเลือกยาแก้ปวด และถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่ง เช่น ปวดฟันแล้วรอบตาหรือคอบวม ปากหรือคอบวมจนหายใจหรือกลืนลำบาก หรือปวดศีรษะรุนแรงขึ้นมาทันที ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • ไซนัสอักเสบปวดฟันได้ NHS (ทบทวน 31 ม.ค. 2567) และ MedlinePlus (ทบทวน 29 เม.ย. 2569) ระบุปวดฟันไว้ในอาการของไซนัสอักเสบ
  • ฟันบนที่มีปัญหาทำให้เป็นไซนัสอักเสบได้ เรียกว่าไซนัสอักเสบจากฟัน ต้องรักษาฟันร่วมด้วย
  • ปวดหัวที่คิดว่าเป็นไซนัส อาจเป็นไมเกรน โดยเฉพาะเมื่อปวดซ้ำ ๆ โดยไม่มีไข้หรือน้ำมูกเป็นหนอง
  • ปวดฟันนานเกิน 2 วัน หรือกินยาแก้ปวดแล้วไม่หาย ให้พบทันตแพทย์ (NHS หน้าปวดฟัน)
  • ยาแก้ปวดไม่เหมาะกับทุกคน ไอบูโพรเฟนอาจไม่เหมาะกับผู้เป็นหอบหืด ภูมิแพ้ แผลในกระเพาะ โรคหัวใจ ตับ ไต หรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (NHS)
  • ปวดฟันแล้วรอบตาหรือคอบวม หรือปากหรือคอบวมจนหายใจ กลืน หรือพูดลำบาก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

โพรงไซนัสอยู่ตรงไหน ทำไมไซนัสอักเสบปวดร้าวไปฟันบน

ไซนัสอยู่หลังโหนกแก้มและหน้าผาก NHS อธิบายว่าไซนัสเป็นโพรงอากาศเล็ก ๆ หลังโหนกแก้มและหน้าผาก ที่เชื่อมกับโพรงจมูก MedlinePlus ระบุว่าไซนัสอยู่หลังหน้าผาก กระดูกจมูก โหนกแก้ม และตา

ปวดฟันเป็นอาการที่แหล่งข้อมูลระบุไว้ MedlinePlus ระบุอาการของไซนัสอักเสบเฉียบพลันในผู้ใหญ่ ได้แก่ ปวดแบบแน่น ๆ ปวดหลังตา ปวดฟัน หรือกดเจ็บที่ใบหน้า และระบุว่าอาการของแบบเรื้อรังเหมือนกัน แต่มักเบากว่าและเป็นนานกว่า แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้อธิบายกลไกละเอียดว่าทำไมความปวดจากไซนัสจึงรู้สึกที่ฟันบน

ความใกล้ชิดของฟันบนกับไซนัส งานทบทวนวรรณกรรมเรื่องไซนัสอักเสบจากฟัน (คณะผู้เขียนจาก Medical College of Wisconsin ตีพิมพ์ปี 2561) ระบุว่าการติดเชื้อของฟันกรามบน การทำหัตถการทางทันตกรรม และการบาดเจ็บของฟันบน เป็นต้นเหตุของไซนัสอักเสบได้ งานนี้ไม่ได้พูดถึงการปวดร้าวจากไซนัสไปที่ฟัน

ปวดหน้าจากไซนัส ต่างจากปวดฟันผุและไมเกรนอย่างไร

อาการที่ชี้ไปทางไซนัสอักเสบ NHS ระบุอาการหลักไว้ดังนี้

  • ปวด บวม และกดเจ็บรอบโหนกแก้ม ตา หรือหน้าผาก
  • คัดจมูกหรือน้ำมูกไหล
  • ได้กลิ่นลดลง
  • น้ำมูกสีเขียวหรือเหลือง
  • มีไข้

อาการอื่นที่อาจมี ได้แก่ ปวดศีรษะ ปวดฟัน กลิ่นปาก ไอ และรู้สึกแน่นในหู NHS ระบุว่าไซนัสอักเสบพบบ่อยหลังเป็นหวัดหรือไข้หวัดใหญ่

อาการที่ชี้ไปทางปัญหาที่ฟันเอง NHS (หน้าปวดฟัน ทบทวน 1 ก.ค. 2567) ระบุสาเหตุของปวดฟัน ได้แก่ ฟันผุ ฝีที่ฟัน ฟันร้าวหรือแตก วัสดุอุดฟันหลวมหรือหลุด การติดเชื้อรอบฟันคุดที่ขึ้นไม่สุด เหงือกอักเสบ และการนอนกัดฟัน และระบุอาการที่ต้องพบทันตแพทย์ เช่น ปวดเวลากัด เหงือกแดง มีรสไม่ดีในปาก หรือแก้มหรือขากรรไกรบวม

อาการที่ชี้ไปทางไมเกรน NHS (หน้าไมเกรน) ระบุอาการหลักของไมเกรน ได้แก่

  • ปวดศีรษะตุบ ๆ อาจปวดรุนแรง มักปวดข้างเดียว และปวดมากขึ้นเมื่อขยับตัว
  • คลื่นไส้หรืออาเจียน
  • ไวต่อแสงและเสียงมาก

NHS ระบุว่าไมเกรนมักเป็นนาน 4 ชั่วโมงถึง 3 วัน และบางคนมีอาการเตือนก่อนปวด (ออรา) เช่น เห็นเส้นซิกแซกหรือแสงวาบ ชาหรือเหมือนเข็มทิ่ม

อาการหลายอย่างซ้อนกันได้ บทความทบทวนเรื่องปวดศีรษะจากไซนัส (ตีพิมพ์ปี 2547 ในวารสาร Otolaryngologic Clinics of North America เขียนโดยแพทย์จากคลินิกปวดศีรษะในสหรัฐ) ระบุว่าไมเกรนอาจมาพร้อมอาการปวดใบหน้า คัดจมูก และน้ำมูกไหล และอาการของไมเกรน ไซนัสอักเสบ และโรคอื่นในจมูกซ้อนทับกันชัดเจน แต่โรคในจมูกก็ทำให้ปวดศีรษะได้จริง และมักมีอาการอื่นร่วม การแยกให้แน่นอนจึงต้องให้แพทย์ซักประวัติและตรวจ

ปวดหัวไซนัส อาจเป็นไมเกรนจริงหรือ

งานวิจัยในคลินิกปวดศีรษะพบสัดส่วนสูง งานของคลินิกปวดศีรษะในสหรัฐ (ตีพิมพ์ปี 2547 ในวารสาร Archives of Internal Medicine) คัดกรองผู้ป่วย 2,991 คนที่เคยคิดเองหรือเคยได้รับการวินิจฉัยว่าปวดศีรษะจากไซนัส โดยไม่เคยได้รับการวินิจฉัยไมเกรน และไม่มีหลักฐานการติดเชื้อ ผลคือ

  • ร้อยละ 88 เข้าเกณฑ์ปวดศีรษะชนิดไมเกรน (ร้อยละ 80 เข้าเกณฑ์ไมเกรน และร้อยละ 8 เข้าเกณฑ์อาการคล้ายไมเกรน)
  • อาการบริเวณไซนัสที่ผู้ป่วยรายงานบ่อย ได้แก่ แน่นไซนัส (ร้อยละ 84) ปวดไซนัส (ร้อยละ 82) และคัดจมูก (ร้อยละ 63)

ผู้วิจัยสรุปว่า ในผู้ที่ปวดศีรษะซ้ำ ๆ โดยไม่มีไข้หรือน้ำมูกเป็นหนอง อาการบริเวณไซนัสอาจเป็นส่วนหนึ่งของไมเกรน

ข้อจำกัดที่ต้องรู้ งานนี้ทำในผู้ที่มาคลินิกและตัดผู้ที่มีการติดเชื้อออก จึงใช้กับคนที่มีไข้ น้ำมูกเขียวข้น หรือมีอาการไซนัสอักเสบชัดเจนไม่ได้ การวินิจฉัยใช้ประวัติและอาการ และบทคัดย่อไม่ระบุแหล่งทุน

ทำไมต้องแยกให้ถูก ไมเกรนกับไซนัสอักเสบรักษาต่างกัน NHS ระบุว่าการบรรเทาอาการไมเกรนใช้ยาแก้ปวด ยากลุ่มทริปแทนหรือเจแพนท์ และยาแก้คลื่นไส้ และมียาป้องกันสำหรับผู้ที่เป็นบ่อย ส่วนไซนัสอักเสบเรื้อรังใช้การล้างจมูกและยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ตามแนวทาง TAC 2568 ผู้ที่ปวดหัวซ้ำ ๆ และเคยกินยาแก้ไซนัสหรือยาปฏิชีวนะหลายรอบโดยไม่ดีขึ้น ควรบอกแพทย์ให้พิจารณาไมเกรนด้วย

ฟันผุทำให้เป็นไซนัสอักเสบได้ไหม

ได้ เรียกว่าไซนัสอักเสบจากฟัน (odontogenic sinusitis) งานทบทวนวรรณกรรมปี 2561 ระบุว่าภาวะนี้เป็นการอักเสบของไซนัสที่เกิดจากโรคของฟัน มักเกิดจากการทำหัตถการทางทันตกรรมหรือช่องปากมาก่อน การติดเชื้อของฟันบน หรือการบาดเจ็บของฟันบน

การรักษาต้องดูทั้งฟันและไซนัส งานเดียวกันระบุว่าการรักษาด้วยยาควบคู่กับการจัดการโรคของฟันที่เป็นต้นเหตุเป็นขั้นแรกที่สำคัญ และงานช่วงหลังพบว่าผู้ป่วยส่วนหนึ่งอาจต้องผ่าตัดไซนัสด้วยกล้อง การติดเชื้อมักเป็นเชื้อหลายชนิดผสมกัน ซึ่งแพทย์ต้องพิจารณาเลือกยาเป็นพิเศษ

ดูแลฟันเพื่อลดปัญหาฟัน NHS แนะนำให้ตรวจฟันสม่ำเสมอ ลดอาหารและเครื่องดื่มหวาน แปรงฟันวันละ 2 ครั้งราว 2 นาทีด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ และทำความสะอาดซอกฟันทุกวัน ผู้สูงอายุที่ใส่ฟันปลอมอ่านเพิ่มได้ที่ ฟันปลอมกับการกินอาหาร

คนที่เป็นไซนัสอักเสบข้างเดียวซ้ำ ๆ NHS ระบุว่าแพทย์อาจส่งต่อแพทย์หู คอ จมูก เมื่ออาการเป็นซีกเดียวของใบหน้า ให้แจ้งแพทย์ด้วยถ้าเคยถอนฟัน รักษารากฟัน หรือทำรากฟันเทียมที่ฟันบนข้างเดียวกัน

ปวดไซนัสกินยาอะไร ยาแก้ปวดที่ต้องระวังกับโรคประจำตัว

ยาแก้ปวดที่แหล่งข้อมูลกล่าวถึง NHS (หน้าไซนัสอักเสบ) ระบุยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอลหรือไอบูโพรเฟน และห้ามให้แอสไพรินแก่เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี MedlinePlus ระบุอะเซตามิโนเฟน (พาราเซตามอล) ไอบูโพรเฟน หรือนาพรอกเซน บทความนี้ไม่ระบุขนาดยา ให้ใช้ตามฉลากยาหรือตามที่เภสัชกรแนะนำ

ไอบูโพรเฟนอาจไม่เหมาะกับผู้ที่ (NHS หน้าไอบูโพรเฟน ทบทวน 27 ส.ค. 2568)

  • เคยแพ้ไอบูโพรเฟน แอสไพริน หรือยาเอ็นเสดตัวอื่น
  • มีแผลในกระเพาะหรือเคยเป็น
  • เป็นหอบหืดหรือภูมิแพ้ เช่น ภูมิแพ้อากาศ
  • เป็นโรคหัวใจ ตับ หรือไต
  • มีปัญหาการแข็งตัวของเลือด หรือเคยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง
  • ตั้งครรภ์หรือกำลังวางแผนตั้งครรภ์

NHS ระบุว่าไอบูโพรเฟนอาจไม่เข้ากับยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาร์ฟาริน ยาสเตียรอยด์ ยาต้านซึมเศร้า และยาลดความดันบางชนิด และห้ามกินพร้อมยาเอ็นเสดตัวอื่น เช่น นาพรอกเซนหรือแอสไพริน

พาราเซตามอลอาจไม่เหมาะกับผู้ที่ เคยแพ้พาราเซตามอล เป็นโรคไตหรือโรคตับ หรือติดสุราหรือดื่มหนักในช่วงสั้น ๆ (NHS หน้าพาราเซตามอล)

ผู้ที่แพ้แอสไพรินและเป็นหอบหืด แนวทาง TAC 2568 ระบุว่าผู้ป่วยหืดที่มีโรคทางเดินหายใจกำเริบจากแอสไพริน (AERD) ควรหลีกเลี่ยงแอสไพริน และอาจใช้ยากลุ่มอื่นแทน เช่น ยาเอ็นเสดชนิดเลือกจำเพาะ COX-2 หรือพาราเซตามอล ตามที่แพทย์พิจารณา

อย่ากินยาแก้ปวดบ่อยเกินไป NHS (หน้าไมเกรน) แนะนำให้พยายามไม่ใช้ยาแก้ปวดเกิน 2 วันต่อสัปดาห์ เพราะอาจทำให้ปวดศีรษะบ่อยขึ้นและรักษาไมเกรนยากขึ้น อ่านเรื่องยาแก้ปวดกับโรคประจำตัวเพิ่มที่ ยาแก้ปวดกับโรคไต โรคตับกินยาแก้ปวดอะไรได้ และ กินยาละลายลิ่มเลือด กินยาแก้ปวดได้ไหม

ผู้ที่ใช้ยาประจำอยู่ ห้ามหยุดหรือเปลี่ยนยาเองเพื่อกินยาแก้ปวด ให้แจ้งเภสัชกรว่าใช้ยาอะไรอยู่บ้าง ทั้งยาพ่นจมูก ยาสูดหอบหืด ยาละลายลิ่มเลือด และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

เมื่อไรควรพบแพทย์ หรือทันตแพทย์

พบทันตแพทย์ NHS (หน้าปวดฟัน) ให้ไปพบทันตแพทย์ถ้าปวดฟัน

  • นานเกิน 2 วัน
  • กินยาแก้ปวดแล้วไม่หาย
  • มีไข้สูง ปวดเวลากัด เหงือกแดง หรือมีรสไม่ดีในปาก
  • แก้มหรือขากรรไกรบวม

NHS ระบุว่าแพทย์ทั่วไปทำการรักษาทางทันตกรรมไม่ได้ จึงควรไปหาทันตแพทย์ ในไทย ผู้ที่ไม่แน่ใจเรื่องสิทธิทันตกรรม ให้สอบถามโรงพยาบาลตามสิทธิ หรือสายด่วน สปสช. 1330

พบแพทย์ NHS (หน้าไซนัสอักเสบ) ให้พบแพทย์เมื่อดูแลตัวเอง 3 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น รักษาจากร้านยาหรือแพทย์ 7 วันแล้วไม่ดีขึ้น หรือเป็นไซนัสอักเสบซ้ำบ่อย และ NHS (หน้าไมเกรน) ให้พบแพทย์เมื่อไมเกรนรุนแรงหรือแย่ลง เป็นมากกว่าสัปดาห์ละครั้ง หรือคุมอาการได้ยาก

ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้

  • มีอาการไซนัสอักเสบและรู้สึกไม่สบายมาก
  • กินยาแก้ปวดแล้วไม่ดีขึ้น หรืออาการไซนัสแย่ลง
  • ภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น กำลังได้ยาเคมีบำบัด แล้วมีอาการไซนัสอักเสบ
  • ไมเกรนเป็นนานกว่า 72 ชั่วโมง
  • อาการเตือนก่อนปวด (ออรา) เป็นนานกว่า 1 ชั่วโมงต่อครั้ง

ข้อเหล่านี้เป็นกลุ่มที่ NHS ให้ขอนัดแพทย์ด่วนหรือโทร NHS 111

ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้

  • บริเวณรอบตาบวม
  • คอบวม
  • ปาก หรือคอบวมจนหายใจ กลืน หรือพูดลำบาก
  • ปวดศีรษะขึ้นมาทันทีและปวดรุนแรงมาก
  • พูดลำบาก หรือจำอะไรไม่ได้
  • มองไม่เห็น ตามัว หรือเห็นภาพซ้อน
  • ลูกตาถูกดันหรือโปน หรือกลอกตาไม่ได้
  • หน้าผากบวม
  • ง่วงซึมหรือสับสน
  • ชัก
  • มีอาการของเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
  • ขยับไม่ได้ หรือแขนขาหรือใบหน้าอ่อนแรงซีกใดซีกหนึ่ง
  • ปวดศีรษะหลังเพิ่งได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ

3 ข้อแรกมาจาก NHS หน้าปวดฟัน ซึ่งให้ผู้ที่ปวดฟันและมีอาการเหล่านี้ไปห้องฉุกเฉิน (ตาบวมรอบตายังเป็นอาการเตือนของไซนัสอักเสบตาม TAC ด้วย) และห้ามขับรถไปเอง ให้คนอื่นขับไปส่งหรือโทร 999 ข้อเรื่องปวดศีรษะ การพูด การมองเห็น ง่วงซึม ชัก เยื่อหุ้มสมองอักเสบ อ่อนแรง และบาดเจ็บที่ศีรษะ มาจากรายการโทร 999 ของ NHS หน้าไมเกรน ส่วนลูกตาโปน กลอกตาไม่ได้ และหน้าผากบวม เป็นอาการเตือนของไซนัสอักเสบตามแนวทาง TAC 2568 ซึ่งแผนภูมิหน้า 24 จัดเป็นการส่งต่อฉุกเฉิน

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)

เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน (mulberry) 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก.

ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) และเบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) วิตามินซีที่ฉลากระบุชัดคือ 3 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ และไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์

ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม

คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน และผู้ใช้ยาประจำตัว ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

เรื่องปวดฟัน ปวดหัว และไซนัส: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้บรรเทาอาการปวดไซนัส ปวดฟัน หรือไมเกรน หรือใช้แทนยาแก้ปวดและการรักษาฟัน ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง

ส่วนประกอบที่มักถูกถามในหัวข้อนี้ เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูลได้ดังนี้

  • วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน 98%) 0.85 มก. ต่อแคปซูล (ไรโบฟลาวินราว 1.67 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — NHS (หน้าไมเกรน) ระบุวิตามินบี 2 ไว้ในรายการการรักษาเพื่อป้องกันไมเกรน โดยไม่ได้ระบุขนาด สถาบันไลนัส พอลลิง (หน้าไรโบฟลาวิน ทบทวน ก.ค. 2565) ระบุว่างานทดลองในผู้ป่วยไมเกรนใช้ไรโบฟลาวินขนาดสูงมาก วันละ 400 มก. นาน 3–4 เดือน และ LPI สรุปว่าผลยังขัดกัน ขนาดที่ศึกษา 400 มก. ต่อวัน เป็นราว 240 เท่าของไรโบฟลาวินในแคปซูลวันละ 2 แคปซูล (400 ÷ 1.67 คำนวณ) ปริมาณในแคปซูลใกล้เคียงค่าที่แนะนำให้ได้รับต่อวันตามข้อกำหนดของไทย (ราว 128% สำหรับผู้ชาย และ 152% สำหรับผู้หญิง คำนวณ) ไม่มีหลักฐานว่าปริมาณนี้ลดไมเกรนหรือปวดศีรษะ ผู้ที่เป็นไมเกรนควรให้แพทย์ประเมินการรักษา
  • สารสกัดขิง 50 มก. (100 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — งานวิจัยของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ชาวไทย 80 คน ใช้สารสกัดขิงวันละ 500 มก. นาน 6 สัปดาห์ เทียบกับยาแก้แพ้ลอราทาดีน คะแนนอาการจมูกลดลงทั้งสองกลุ่มโดยไม่ต่างกัน แต่ไม่มีกลุ่มยาหลอก ปริมาณที่ศึกษาเป็น 5 เท่าของในแคปซูลต่อวัน (คำนวณ) งานนี้ไม่ได้ศึกษาอาการปวดฟัน ปวดศีรษะ หรือไซนัสอักเสบ ข้อควรระวังที่เกี่ยวกับบทความนี้: ศูนย์มะเร็ง Memorial Sloan Kettering (โรงพยาบาลมะเร็งในสหรัฐ หน้าขิง ปรับปรุง 2 มิ.ย. 2565) ระบุว่าขิงชนิดเสริมอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกเมื่อใช้ร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด และระบุยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสดไว้ในรายการยาที่ต้องระวัง ผู้ที่กินไอบูโพรเฟนหรือนาพรอกเซนบ่อย หรือจะถอนฟันหรือผ่าตัด ให้ปรึกษาแพทย์หรือทันตแพทย์ก่อน

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
  • โรคตับ หรือกินยาหลายชนิด: มีกระชาย ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
  • โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน: มีกรดอะมิโนเสริม (ซิสเทอีน อาร์จินีน ออร์นิทีน ไกลซีน) ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: มีอาร์จินีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด/ทำฟัน: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีม่อนและขิง ปรึกษาแพทย์ก่อนและสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ
  • ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น ทาโครลิมัส ไซโคลสปอริน) หรือโรคภูมิต้านตนเอง: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: มีซิงค์ ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
  • กินวิตามินรวม วิตามินบีรวม หรือซิงค์จากผลิตภัณฑ์อื่นอยู่: ให้นับรวมทุกแหล่ง
  • สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: มีเบต้าแคโรทีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • นิ่วในถุงน้ำดี: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • แพ้ยีสต์ ขิง หรือกระชาย: ควรเลี่ยง

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรืออาการดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ ยาสูดหรือยาพ่นหอบหืด ยาปฏิชีวนะ และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาพ่นหอบหืด อะดรีนาลีน หรือวัคซีนตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
  • หายใจเร็วมาก หรือหายใจลำบาก หอบมีเสียงหวีดมาก หรือรู้สึกเหมือนสำลักหรือหายใจไม่ทัน
  • คอแน่น หรือกลืนลำบาก
  • ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงิน เทา หรือซีด
  • สับสน ง่วงซึม หรือเวียนศีรษะมากขึ้นมาทันที
  • หมดสติและปลุกไม่ตื่น
  • เด็กตัวอ่อนปวกเปียก หรือไม่ตอบสนองเหมือนปกติ
  • หอบหืดกำเริบ แล้วใช้ยาพ่นบรรเทาอาการตามแผนของแพทย์แล้วไม่ดีขึ้น หรือแย่ลง
  • หอบหืดกำเริบ และไม่มียาพ่นบรรเทาอาการอยู่กับตัว
  • เจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที
  • ไอเป็นเลือด

อาการแพ้รุนแรงข้างต้นเป็นรายการที่ NHS (ระบบสุขภาพของสหราชอาณาจักร หน้าภาวะแพ้รุนแรง ทบทวน 21 มิ.ย. 2566) ให้โทรเรียกรถฉุกเฉินทันที ผู้ที่มีปากกาฉีดอะดรีนาลีนตามที่แพทย์สั่ง ให้ใช้ตามแผนที่แพทย์ให้ไว้ แล้วโทร 1669 แม้จะรู้สึกดีขึ้น ห้ามรอดูอาการด้วยยาแก้แพ้ และห้ามขับรถไปโรงพยาบาลเอง

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta X Plus ของแบรนด์ Hopeful พื้นกล่องสีเขียวมิ้นต์

Beta X Plusเบต้าเอ็กซ์พลัส

เลข อย. 10-1-15662-5-0098

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →

คำถามที่พบบ่อย

ไซนัสอักเสบทำให้ปวดฟันได้ไหม

ได้ NHS และ MedlinePlus ระบุปวดฟันไว้ในอาการของไซนัสอักเสบ ร่วมกับปวดหรือกดเจ็บรอบโหนกแก้ม ตา หรือหน้าผาก คัดจมูก และได้กลิ่นลดลง แต่ปวดฟันก็เกิดจากฟันผุ ฝี หรือฟันร้าวได้ จึงควรให้ทันตแพทย์หรือแพทย์ตรวจ

ปวดหัวไซนัสกับไมเกรนต่างกันอย่างไร

NHS ระบุว่าไมเกรนมักปวดตุบ ๆ ข้างเดียว ปวดมากขึ้นเมื่อขยับ คลื่นไส้ และไวต่อแสงเสียง ส่วนไซนัสอักเสบมักมีคัดจมูก น้ำมูกเขียวเหลือง และได้กลิ่นลดลง งานในคลินิกสหรัฐพบว่าผู้ที่คิดว่าปวดหัวจากไซนัสโดยไม่มีการติดเชื้อ ร้อยละ 88 เข้าเกณฑ์ไมเกรน

ฟันผุทำให้เป็นไซนัสอักเสบได้ไหม

ได้ งานทบทวนวรรณกรรมปี 2561 ระบุว่าไซนัสอักเสบจากฟันมักเกิดจากการทำหัตถการทางทันตกรรมมาก่อน การติดเชื้อของฟันบน หรือการบาดเจ็บของฟันบน และต้องจัดการโรคของฟันร่วมด้วย

ปวดไซนัสกินยาแก้ปวดอะไรได้

NHS กล่าวถึงพาราเซตามอลหรือไอบูโพรเฟน แต่ไอบูโพรเฟนอาจไม่เหมาะกับผู้เป็นหอบหืด ภูมิแพ้ แผลในกระเพาะ โรคหัวใจ ตับ ไต หรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด และพาราเซตามอลอาจไม่เหมาะกับผู้เป็นโรคตับหรือไต ให้ถามเภสัชกรก่อนเลือกยา

ปวดฟันแบบไหนต้องไปโรงพยาบาลทันที

NHS ให้ไปห้องฉุกเฉินถ้าปวดฟันแล้วรอบตาหรือคอบวม หรือปากหรือคอบวมจนหายใจ กลืน หรือพูดลำบาก ในไทยให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และห้ามขับรถไปเอง

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท