เกี่ยวกับ Beta Care
สะเก็ดเงินเสี่ยงโรคหัวใจและเบาหวานจริงไหม ควรตรวจอะไรบ้าง
คำตอบสั้น: จริง สะเก็ดเงินไม่ได้เป็นแค่โรคผิว กรมการแพทย์ระบุว่าสะเก็ดเงินสัมพันธ์กับโรคร่วม เช่น อ้วนลงพุง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ข้ออักเสบ และปัญหาสุขภาพจิต งานรวมผลการศึกษาเชิงสังเกตพบว่าผู้ป่วยสะเก็ดเงินรุนแรงมีความเสี่ยงกล้ามเนื้อหัวใจตายสูงกว่ากลุ่มเทียบราว 1.7 เท่า และมีโอกาสเป็นเบาหวานสูงกว่า ผู้ป่วยสะเก็ดเงินจึงควรตรวจความดัน น้ำตาล ไขมันในเลือด น้ำหนักและรอบเอวเป็นประจำ และบอกแพทย์ทุกคนที่ดูแลว่าเป็นสะเก็ดเงิน
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- กรมการแพทย์ (29 ต.ค. 2568) ระบุว่าสะเก็ดเงิน สัมพันธ์กับโรคร่วม เช่น อ้วนลงพุง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ข้ออักเสบสะเก็ดเงิน และปัญหาสุขภาพจิต ถ้าไม่ได้รับการรักษาเหมาะสมอาจนำไปสู่ความพิการหรือเสียชีวิตจากโรคร่วม
- งานรวมผล 9 การศึกษา (วารสารสมาคมโรคหัวใจอเมริกัน ปี 2013) พบว่าสะเก็ดเงินรุนแรงสัมพันธ์กับ กล้ามเนื้อหัวใจตายเพิ่มขึ้นราว 70% และหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้นราว 56%
- งานรวมผล 27 การศึกษา (JAMA Dermatology ปี 2013) พบว่าผู้ป่วยสะเก็ดเงินมี โอกาสเป็นเบาหวานสูงกว่า และเด่นที่สุดในผู้ที่เป็นรุนแรง
- สมาคมแพทย์ผิวหนังสหรัฐฯ (AAD) แนะนำให้ นัดแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปเพื่อตรวจปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจ เช่น ความดัน ไขมัน และประวัติครอบครัว
- กระทรวงสาธารณสุขให้คนอายุ 35 ปีขึ้นไป ประเมินเบาหวานทุก 1 ปี ผู้ป่วยสะเก็ดเงินควรเข้ารับการตรวจนี้เช่นกัน
ทำไมโรคผิวหนังอย่างสะเก็ดเงินถึงเกี่ยวกับหัวใจ
เพราะสะเก็ดเงินเป็นการอักเสบที่เกิดทั้งบนผิวและภายในร่างกาย ไม่ได้อยู่แค่ที่ผื่น
สะเก็ดเงินคือโรคเรื้อรังที่ระบบภูมิคุ้มกันกระตุ้นให้เซลล์ผิวแบ่งตัวเร็วผิดปกติ จนเกิดผื่นแดงหนาและขุยสีขาวเงิน รามาธิบดีอธิบายว่าโรคนี้ส่งผลต่อการอักเสบของระบบอื่นในร่างกาย เช่น ข้ออักเสบ และเพิ่มโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ
AAD อธิบายว่า การอักเสบที่เป็นอยู่นานภายในร่างกายอาจส่งผลต่อหัวใจและหลอดเลือด ทำให้เสี่ยงโรคหัวใจหรือหลอดเลือดสมองมากขึ้น
องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุในรายงานปี 2016 ว่ามีผู้ป่วยสะเก็ดเงินทั่วโลกราว 100 ล้านคน และเป็นโรคไม่ติดต่อที่สัมพันธ์กับโรคร่วมหลายโรค ส่วนกรมการแพทย์โดยสถาบันโรคผิวหนังจัดงานวันสะเก็ดเงินโลก 2025 ภายใต้แนวคิด "รักษาตรงจุด หยุดโรคร่วมลุกลาม" และเน้นการคัดกรองโรคร่วมควบคู่กับการรักษาผื่น
สะเก็ดเงินเสี่ยงโรคหัวใจมากแค่ไหน
ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามความรุนแรงของโรค ผู้ที่เป็นรุนแรงมีตัวเลขสูงกว่าผู้ที่เป็นน้อยชัดเจน
งานทบทวนอย่างเป็นระบบและรวมผลของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เดวิส ตีพิมพ์ใน Journal of the American Heart Association ปี 2013 รวม 9 การศึกษา ผู้ป่วยสะเก็ดเงินระดับน้อยราว 201,000 คน และระดับรุนแรงราว 17,400 คน พบว่า
- สะเก็ดเงินระดับน้อย — ความเสี่ยงกล้ามเนื้อหัวใจตายสูงขึ้นราว 1.29 เท่า และหลอดเลือดสมองราว 1.12 เท่า
- สะเก็ดเงินระดับรุนแรง — ความเสี่ยงกล้ามเนื้อหัวใจตายสูงขึ้นราว 1.70 เท่า หลอดเลือดสมองราว 1.56 เท่า และเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดราว 1.39 เท่า
"ความเสี่ยงสัมพัทธ์ 1.70 เท่า" หมายถึงโอกาสเกิดโรคสูงกว่ากลุ่มเทียบราว 70% ไม่ได้แปลว่า 70 คนใน 100 คนจะเป็นโรคหัวใจ
ข้อจำกัดคือเป็นการศึกษาเชิงสังเกต การปรับปัจจัยอื่น เช่น บุหรี่ น้ำหนัก ทำได้ไม่เท่ากันในแต่ละงาน ผู้วิจัยเองเตือนว่าอาจมีปัจจัยกวนที่ยังเหลืออยู่ และ AAD ระบุว่าความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นเห็นชัดในผู้ที่เป็นระดับปานกลางถึงรุนแรง ส่วนระดับน้อยดูเหมือนไม่เพิ่ม ข้อมูลจึงยังไม่ตรงกันทั้งหมดในกลุ่มที่เป็นน้อย
สะเก็ดเงินทำให้เป็นเบาหวานได้ไหม
งานวิจัยพบความสัมพันธ์ แต่ยังไม่ได้พิสูจน์ว่าสะเก็ดเงินเป็นสาเหตุโดยตรง
งานรวมผล 27 การศึกษาเชิงสังเกต ตีพิมพ์ใน JAMA Dermatology ปี 2013 พบว่า
- ผู้ป่วยสะเก็ดเงินมีโอกาสเป็นเบาหวาน (odds ratio) ราว 1.59 เท่าของคนที่ไม่เป็น
- แยกตามความรุนแรง ระดับน้อยราว 1.53 เท่า ระดับรุนแรงราว 1.97 เท่า
- ในงานที่ติดตามการเกิดเบาหวานรายใหม่ ผู้ป่วยสะเก็ดเงินมีความเสี่ยงเกิดเบาหวานสูงขึ้นราว 1.27 เท่า
odds ratio คือตัวเลขเทียบโอกาสของสองกลุ่ม ยิ่งมากกว่า 1 ยิ่งพบในกลุ่มแรกมากกว่า ผู้วิจัยสรุปว่าความสัมพันธ์น่าจะชัดที่สุดในผู้ที่เป็นรุนแรง
เหตุผลเชิงปฏิบัติที่สำคัญกว่าคือ ทั้งสะเก็ดเงิน เบาหวาน และโรคหัวใจ มีปัจจัยร่วม เช่น น้ำหนักเกิน สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งคณะแพทยศาสตร์รามาธิบดีระบุว่าเป็นปัจจัยที่ทำให้สะเก็ดเงินกำเริบด้วย ดูเกณฑ์อ้วนลงพุงและไขมันที่ใช้ประเมินได้ที่ ภาวะเมตาบอลิกซินโดรมคืออะไร
ความเชื่อที่พบบ่อย: เป็นสะเก็ดเงินแค่ไม่กี่จุด ไม่ต้องห่วงเรื่องหัวใจ จริงไหม
ไม่ควรสรุปแบบนั้น เพราะผื่นน้อยไม่ได้แปลว่าปัจจัยเสี่ยงอื่นน้อยตาม
งานรวมผลปี 2013 ยังพบความเสี่ยงกล้ามเนื้อหัวใจตายและหลอดเลือดสมองที่สูงขึ้นเล็กน้อยในกลุ่มที่เป็นน้อย แม้ AAD จะระบุว่ากลุ่มที่เป็นน้อยดูเหมือนไม่เพิ่มความเสี่ยงก็ตาม สิ่งที่ทุกแหล่งเห็นตรงกันคือ การตรวจความดัน น้ำตาล และไขมันเป็นเรื่องที่ทุกคนควรทำอยู่แล้ว ไม่ว่าผื่นจะมากหรือน้อย
อีกความเชื่อหนึ่งคือ "ผื่นยุบแล้ว แปลว่าเรื่องอื่นปกติด้วย" ซึ่งไม่จริง ความดันสูงและเบาหวานระยะแรกมักไม่มีอาการ ต้องวัดหรือเจาะเลือดจึงจะรู้
คนเป็นสะเก็ดเงินควรตรวจอะไรบ้าง
ตรวจปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดพื้นฐาน แล้วให้แพทย์แปลผลร่วมกับประวัติของคุณ
AAD แนะนำให้ผู้ป่วยสะเก็ดเงินนัดแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป และถามว่ามีปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจหรือหลอดเลือดหรือไม่ ได้แก่ ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ และญาติสายตรงที่เคยเป็นหัวใจวายหรือหลอดเลือดสมอง แพทย์อาจสั่งเจาะเลือดดูไขมัน ถ้าพบปัจจัยเสี่ยง แพทย์จะช่วยลดความเสี่ยงด้วยการปรับพฤติกรรม ยา หรือทั้งสองอย่าง
รายการที่ควรคุยกับแพทย์
- ความดันโลหิต — วัดที่โรงพยาบาลหรือวัดเองที่บ้านแล้วจดไปให้แพทย์ดู
- น้ำตาลในเลือด — กรมควบคุมโรคระบุว่าตัวชี้วัดคัดกรองเบาหวานปี 2567 ให้ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปประเมินทุก 1 ปี ด้วยการเจาะปลายนิ้ว หรือเจาะเลือดจากหลอดเลือดดำตอนเช้าหลังอดอาหารมากกว่า 8 ชั่วโมง
- ไขมันในเลือด — คอเลสเตอรอลรวม แอลดีแอล เอชดีแอล และไตรกลีเซอไรด์
- น้ำหนัก ดัชนีมวลกาย และรอบเอว — เพราะอ้วนลงพุงเป็นทั้งโรคร่วมและตัวกระตุ้นให้สะเก็ดเงินกำเริบ
- ประวัติสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ — บอกแพทย์ตามจริง
ถ้าตรวจน้ำตาลสะสม (HbA1c) แล้วผลไม่สอดคล้องกับน้ำตาลปลายนิ้ว กรมควบคุมโรคอธิบายว่าอาจเกิดจากธาลัสซีเมียหรือยาบางชนิด โดยคนไทยเป็นพาหะค่อนข้างมาก เพราะเม็ดเลือดแดงแตกเร็วทำให้ค่า HbA1c ต่ำกว่าความจริง ให้บอกแพทย์ถ้ารู้ว่าตัวเองเป็นพาหะ
แพทย์อาจใช้คะแนนความเสี่ยงช่วยตัดสินใจ อ่านวิธีคิดได้ที่ ประเมินความเสี่ยงด้วย Thai CV Risk Score
รักษาสะเก็ดเงินให้ดี ช่วยเรื่องหัวใจด้วยหรือเปล่า
มีงานวิจัยบางส่วนชี้ไปทางนั้น แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป และไม่ใช่เหตุผลให้เปลี่ยนยาเอง
AAD ระบุว่าผลจากงานวิจัยบางชิ้นพบว่าผู้ป่วยสะเก็ดเงินระดับปานกลางถึงรุนแรงที่ได้รับการรักษา มีหัวใจวาย หลอดเลือดสมอง และการเสียชีวิตจากโรคหัวใจน้อยกว่า ยาที่ถูกกล่าวถึงคือยาที่แพทย์สั่งสำหรับโรคระดับปานกลางถึงรุนแรง เช่น เมโธเทรกเซตและยาชีววัตถุ แต่ AAD ย้ำว่า ไม่ใช่ทุกงานวิจัยที่ได้ข้อสรุปนี้ และยาเหล่านี้มีผลข้างเคียง แพทย์ผิวหนังจึงคัดกรองผู้ป่วยก่อนสั่งทุกครั้ง
ข้อปฏิบัติที่ได้จากเรื่องนี้คือ ไปตามนัดแพทย์ผิวหนังสม่ำเสมอ กินยาตามที่สั่ง และบอกแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปว่าเป็นสะเก็ดเงิน เพื่อเลี่ยงยาที่ตีกันหรือยาที่กระตุ้นผื่น ผู้ที่ใช้เมโธเทรกเซตอ่านวิธีกินที่ถูกต้องได้ที่ ยาเมโธเทรกเซตสะเก็ดเงิน ทำไมกินสัปดาห์ละครั้ง
นอกจากหัวใจ ต้องสังเกตโรคร่วมอะไรอีก
ข้ออักเสบสะเก็ดเงินและสุขภาพจิตเป็นโรคร่วมที่กรมการแพทย์ระบุไว้ และมักถูกมองข้าม
- ข้ออักเสบสะเก็ดเงิน — ปวด บวม หรือข้อฝืดซ้ำ ๆ ควรบอกแพทย์ผิวหนังโดยเร็ว อ่านสัญญาณที่ควรรู้ได้ที่ ข้ออักเสบสะเก็ดเงิน สัญญาณที่ควรรีบบอกแพทย์
- ความเครียด ซึมเศร้า วิตกกังวล — WHO ระบุว่าผู้ป่วยสะเก็ดเงินเผชิญการตีตราและการเลือกปฏิบัติ ถ้านอนไม่หลับ หมดความสนใจในสิ่งที่เคยชอบ หรือรู้สึกท้อแท้นาน ให้บอกแพทย์ได้ตรง ๆ
- ถ้ามีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 แล้วโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 (ฟรี 24 ชั่วโมง)
เมื่อไรต้องไปพบแพทย์ทันที
อาการของหัวใจขาดเลือดและหลอดเลือดสมองต้องไปโรงพยาบาลทันที ไม่ต้องรอวันนัดผิวหนัง
ถ้ามีอาการ ข้อใดข้อหนึ่ง ต่อไปนี้ ให้โทร 1669 หรือไปโรงพยาบาลทันที
- เจ็บแน่นหน้าอก
- หายใจไม่ออก
- แขนขาอ่อนแรงทันที
- ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด
ส่วนเรื่องที่ควรนัดแพทย์เร็วขึ้นโดยไม่ต้องรอวันนัดเดิม ได้แก่ ความดันที่วัดเองที่บ้านสูงซ้ำ ๆ หรือปวด บวม ข้อฝืดซ้ำ ๆ
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคร์ (Beta Care)
เบต้าแคร์ (Beta Care) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0066 บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 510 มก. ฉลากระบุให้รับประทานวันละ 1 แคปซูล ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลที่ผู้ใช้ยาประจำตัวควรรู้
- สารสกัดขมิ้นชัน 50 มก. — ศูนย์ข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล ให้ระวังการใช้ขมิ้นชันร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด ซึ่งผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงหัวใจหลายคนใช้อยู่ ฉลากไม่ได้ระบุว่ามีเคอร์คูมินกี่เปอร์เซ็นต์
- วิตามินอี 10 IU (จากดี-แอลฟา-โทโคฟีรอล 20 มก.) — สถาบัน Linus Pauling มหาวิทยาลัยออริกอนสเตต ระบุว่าวิตามินอีขนาดสูงเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกเมื่อใช้ร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาร์ฟาริน และยาต้านเกล็ดเลือด เช่น แอสไพริน โคลพิโดเกรล ผู้ที่กินยากลุ่มนี้ควรแจ้งแพทย์ว่ากำลังได้วิตามินอีจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
ยังไม่มีงานวิจัยของผลิตภัณฑ์นี้ทั้งสูตร ผู้ที่ใช้ยาต้านเกล็ดเลือดหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด ควรนำกล่องไปปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
คำเตือนบนฉลาก: ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · มีผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคร์ทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที
ราคาโปรโมชัน 890 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 2,490 · 8 กล่อง 4,590 · 15 กล่อง 7,890 · 25 กล่อง 12,990 บาท (พ.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Care →คำถามที่พบบ่อย
สะเก็ดเงินเสี่ยงโรคหัวใจจริงไหม
จริง งานรวมผล 9 การศึกษาพบว่าผู้ป่วยสะเก็ดเงินรุนแรงมีความเสี่ยงกล้ามเนื้อหัวใจตายสูงกว่ากลุ่มเทียบราว 1.7 เท่า และหลอดเลือดสมองราว 1.56 เท่า กลุ่มที่เป็นน้อยเพิ่มขึ้นน้อยกว่า แต่ยังควรตรวจปัจจัยเสี่ยงเหมือนกัน
เป็นสะเก็ดเงินเสี่ยงเบาหวานไหม
งานรวมผล 27 การศึกษาพบว่าผู้ป่วยสะเก็ดเงินมีโอกาสเป็นเบาหวานราว 1.59 เท่าของคนที่ไม่เป็น และชัดที่สุดในผู้ที่เป็นรุนแรง ผู้ที่อายุ 35 ปีขึ้นไปควรตรวจน้ำตาลอย่างน้อยปีละครั้งตามตัวชี้วัดของกระทรวงสาธารณสุข
คนเป็นสะเก็ดเงินควรตรวจอะไรบ้าง
ควรตรวจความดันโลหิต น้ำตาลในเลือด ไขมันในเลือด น้ำหนักและรอบเอว และบอกประวัติสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และโรคหัวใจในครอบครัวให้แพทย์ทราบ
ผื่นสะเก็ดเงินน้อย ต้องห่วงเรื่องหัวใจไหม
ข้อมูลยังไม่ตรงกันในกลุ่มที่เป็นน้อย งานรวมผลพบความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนสมาคมแพทย์ผิวหนังสหรัฐฯ ระบุว่าเห็นชัดในระดับปานกลางถึงรุนแรง แต่การตรวจความดัน น้ำตาล และไขมันเป็นเรื่องที่ทุกคนควรทำ
รักษาสะเก็ดเงินแล้วความเสี่ยงหัวใจลดลงไหม
สมาคมแพทย์ผิวหนังสหรัฐฯ ระบุว่ามีงานวิจัยบางชิ้นพบว่าผู้ป่วยที่ได้รับการรักษามีหัวใจวายและหลอดเลือดสมองน้อยกว่า แต่ไม่ใช่ทุกงานที่ได้ผลแบบนี้ ควรรักษาตามแผนของแพทย์และห้ามเปลี่ยนยาเอง
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- สถาบันโรคผิวหนังจัดงานวันสะเก็ดเงินโลก (World Psoriasis Day 2025) ภายใต้แนวคิด รักษาตรงจุด หยุดโรคร่วมลุกลามกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
- Psoriasis and major adverse cardiovascular events: a systematic review and meta-analysis of observational studies (J Am Heart Assoc 2013)PubMed / National Library of Medicine
- Psoriasis and the risk of diabetes mellitus: a systematic review and meta-analysis (JAMA Dermatol 2013)PubMed / National Library of Medicine
- Does treating psoriasis reduce the risk of heart disease and stroke?American Academy of Dermatology (AAD)
- สรุปประเด็นคำถาม-คำตอบ ที่เกี่ยวข้องกับโรคไม่ติดต่อ (โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด) ปีงบประมาณ 2567กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-11-07
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
