เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS
รองช้ำเกิดจากอะไร อาการปวดส้นเท้าก้าวแรกตอนเช้า ดูแลอย่างไร
คำตอบสั้น: รองช้ำ (plantar fasciitis) หรือพังผืดฝ่าเท้าอักเสบ NHS อธิบายว่าเป็นภาวะที่ทำให้ปวดใต้ฝ่าเท้า รอบส้นเท้าและอุ้งเท้า อาการเด่นคือปวดมากเมื่อเริ่มเดินหลังตื่นนอนหรือหลังนั่งพัก กลุ่มเสี่ยงตาม NHS คืออายุ 40–60 ปี น้ำหนักเกิน เพิ่งเริ่มออกกำลังบนพื้นแข็ง ยืน เดิน หรือวิ่งมาก และใส่รองเท้าที่ไม่รองรับเท้า การดูแลเริ่มจากพัก ประคบเย็น รองเท้าพื้นนุ่ม แผ่นรองเท้า และท่ายืด OrthoInfo ของ AAOS ระบุว่าผู้ป่วยมากกว่าร้อยละ 90 ดีขึ้นภายใน 10 เดือนหลังเริ่มการรักษาแบบง่าย และกระดูกงอกที่ส้นเท้าไม่ใช่ต้นเหตุของอาการปวดรองช้ำ
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- รองช้ำ = พังผืดฝ่าเท้าอักเสบ ปวดส้นเท้าและอุ้งเท้า
- ปวดมากตอนก้าวแรกหลังตื่นนอนหรือหลังนั่งพัก และหลังยืนหรือวิ่งนาน (NHS)
- เสี่ยง: อายุ 40–60 ปี น้ำหนักเกิน ยืนเดินมาก รองเท้าไม่รองรับ เพิ่งเริ่มออกกำลังบนพื้นแข็ง (NHS)
- ดูแล: พัก ยกเท้าสูง ประคบเย็น รองเท้าพื้นนุ่มรองรับ แผ่นรองเท้า ท่ายืด เลี่ยงรองเท้าแตะและเดินเท้าเปล่าบนพื้นแข็ง (NHS)
- AAOS: มากกว่าร้อยละ 90 ดีขึ้นภายใน 10 เดือนด้วยการรักษาแบบง่าย
- กระดูกงอกที่ส้นเท้าไม่ได้ทำให้ปวดรองช้ำ คนส่วนใหญ่ที่มีกระดูกงอกไม่มีอาการปวดส้นเท้า (AAOS)
รองช้ำเกิดจากอะไร
หน้า Plantar fasciitis ของ NHS (ทบทวนล่าสุด 14 กุมภาพันธ์ 2025) อธิบายรองช้ำว่าเป็นภาวะที่ทำให้ปวดใต้ฝ่าเท้า รอบส้นเท้าและอุ้งเท้า OrthoInfo ของ AAOS อธิบายว่าพังผืดฝ่าเท้า (plantar fascia) เป็นเอ็นยาวและบางที่อยู่ใต้ผิวหนังฝ่าเท้า เชื่อมส้นเท้ากับด้านหน้าของเท้า และพยุงอุ้งเท้า
ใครเสี่ยงเป็นรองช้ำ (ตาม NHS)
- อายุ 40–60 ปี
- น้ำหนักเกิน
- เพิ่งเริ่มออกกำลังกายบนพื้นแข็ง
- ยืน เดิน หรือวิ่งเป็นเวลานาน
- ใส่รองเท้าที่ไม่รองรับเท้า
อาการรองช้ำเป็นอย่างไร
NHS ระบุว่า
- ปวดใต้ส้นเท้าและอุ้งเท้า
- ปวดมากตอนเริ่มเดินหลังตื่นนอนหรือหลังพัก
- ปวดมากขึ้นหลังยืนหรือวิ่งนาน
ถ้าปวดด้านหลังส้นเท้ามากกว่าใต้ส้นเท้า อาจเป็นเอ็นร้อยหวายหรือถุงน้ำหลังส้นเท้า อ่าน ปวดส้นเท้าด้านหลัง
กระดูกงอกที่ส้นเท้าเกี่ยวไหม
ถ้าเอกซเรย์แล้วเจอ "หินปูนเกาะส้นเท้า" หรือกระดูกงอก อาจสงสัยว่าเป็นต้นเหตุของรองช้ำหรือไม่ OrthoInfo ของ AAOS เขียนไว้ว่า
- กระดูกงอกที่ส้นเท้าไม่ได้ทำให้ปวดรองช้ำ
- คนส่วนใหญ่ที่มีกระดูกงอกที่ส้นเท้าไม่มีอาการปวดส้นเท้า
- การดูแลอาการปวดรองช้ำทำได้โดยไม่ต้องเอากระดูกงอกออก
แหล่งที่เราตรวจไม่ได้กล่าวว่าการกินหรือเลี่ยงแคลเซียมมีผลต่อกระดูกงอกที่ส้นเท้า
ท่ายืดพังผืดและน่อง
NHS แนะนำท่ายืดเบา ๆ เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลตัวเอง ส่วน OrthoInfo ของ AAOS ให้รายละเอียดสองท่า
1. ยืดน่อง (calf stretch) — AAOS ให้ค้างไว้ 10 วินาทีแล้วผ่อน ทำซ้ำ 20 ครั้งต่อเท้าแต่ละข้าง AAOS อธิบายท่าว่า โน้มตัวไปข้างหน้าพิงผนัง ขาข้างหนึ่งเหยียดเข่าตรง ส้นเท้าติดพื้น อีกขาวางไว้ด้านหน้าและงอเข่า แล้วดันสะโพกเข้าหาผนังอย่างช้า ๆ ให้น่องและเอ็นร้อยหวายตึง
2. ยืดพังผืดฝ่าเท้า (plantar fascia stretch) — AAOS ให้ค้างไว้ 10 วินาที ทำซ้ำ 20 ครั้งต่อเท้า และระบุว่าทำตอนเช้าก่อนลุกยืนหรือเดินจะได้ประโยชน์ AAOS อธิบายท่าว่า นั่งแล้วไขว้เท้าข้างที่ปวดมาวางบนเข่าอีกข้าง จับนิ้วเท้าข้างที่ปวดแล้วค่อย ๆ ดึงเข้าหาตัว ถ้าเอื้อมไม่ถึงให้ใช้ผ้าขนหนูคล้องนิ้วโป้งเท้าช่วยดึง และวางมืออีกข้างตามแนวพังผืดฝ่าเท้า
ถ้าไม่แน่ใจท่าทาง หรือเป็นผู้สูงอายุที่ทรงตัวไม่ดี ให้ทำท่ายืดน่องโดยมีที่จับมั่นคง และให้นักกายภาพบำบัดดูท่าให้ ผู้ที่เริ่มออกกำลังกายหลังอายุ 50 อ่าน ออกกำลังกายวัย 50 ขึ้นไป
รองช้ำแก้ยังไง ดูแลตัวเองตาม NHS
- พัก และยกเท้าสูงบนเก้าอี้หรือหมอน
- ประคบเย็น ครั้งละไม่เกิน 20 นาที ทุก 2–3 ชั่วโมง (ห่อผ้าเสมอ)
- ใส่รองเท้าที่มีพื้นนุ่มและรองรับเท้า
- ใช้แผ่นรองเท้า
- ทำท่ายืดเบา ๆ
- ใช้ยาแก้ปวด ผู้ที่ใช้ยาประจำหรือมีโรคประจำตัว ให้ถามเภสัชกรก่อน (AAOS ระบุว่าไม่ควรใช้ยาเอ็นเสดนานเกิน 1 เดือนโดยไม่ปรึกษาแพทย์)
- ลดน้ำหนักถ้าน้ำหนักเกิน และลองออกกำลังกายที่ไม่ลงน้ำหนักที่เท้า เช่น ว่ายน้ำ
- เลี่ยงการยืนหรือเดินนาน ๆ รองเท้าส้นสูงหรือหัวแคบรัด รองเท้าแตะแบบหนีบหรือรองเท้าไม่มีส้นหุ้ม และการเดินเท้าเปล่าบนพื้นแข็ง
รองช้ำควรใส่รองเท้าแบบไหน
- NHS: รองเท้าส้นนุ่มและรองรับอุ้งเท้าดี ใช้แผ่นรองเท้าหรือแผ่นรองส้น และเลี่ยงรองเท้าส้นสูง รองเท้าหัวแคบรัด รองเท้าแตะแบบหนีบ หรือรองเท้าไม่มีส้นหุ้ม
- AAOS: รองเท้าพื้นหนาและมีเบาะนุ่มเพิ่ม เพื่อลดแรงตึงและแรงกระแทกเวลาก้าว
AAOS ยังระบุว่าเฝือกดามเท้าตอนกลางคืน (night splint) ที่ช่วยยืดพังผืดขณะนอน ลดอาการปวดส้นเท้าได้ดีมาก ถ้าสนใจให้ถามแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดเรื่องขนาดและวิธีใส่
ฉีดยา คลื่นกระแทก และผ่าตัด
NHS ระบุว่าถ้าดูแลตัวเองแล้วไม่ดีขึ้น อาจได้รับกายภาพบำบัด การดูแลจากนักเวชศาสตร์เท้า (podiatrist) การฉีดยาสเตียรอยด์ การรักษาด้วยคลื่นกระแทก (shockwave) หรือผ่าตัดซึ่งพบน้อย
AAOS ให้ข้อมูลเพิ่มที่ต่างไปเล็กน้อย
- ฉีดยาสเตียรอยด์: AAOS ระบุว่าแพทย์อาจจำกัดหรือเลี่ยงวิธีนี้ เพราะอาจทำให้พังผืดฝ่าเท้าอ่อนแอและฉีกขาด ซึ่งอาจทำให้เท้าแบนและปวดเรื้อรัง
- คลื่นกระแทก (ESWT): AAOS ระบุว่าผลยังไม่ชัดเจน ไม่แน่ว่าช่วย จึงไม่ได้ทำบ่อย (หน้า AAOS ไม่ระบุวันที่ทบทวน) ขณะที่ NHS (ทบทวนล่าสุด 14 กุมภาพันธ์ 2025) ระบุไว้เป็นทางเลือกหนึ่งเมื่อวิธีอื่นไม่ได้ผล สองแหล่งนี้จึงให้น้ำหนักต่างกัน ให้คุยกับแพทย์ถึงข้อดีข้อเสียในกรณีของคุณ
- ผ่าตัด: AAOS ระบุว่าพิจารณาเมื่อรักษาแบบไม่ผ่าตัดอย่างจริงจังมา 12 เดือนแล้วไม่ดีขึ้น
รองช้ำห้ามกินอะไร
NHS และ AAOS ที่เราตรวจไม่ได้ระบุอาหารต้องห้ามสำหรับรองช้ำ สิ่งที่ NHS ระบุเกี่ยวกับน้ำหนักคือ น้ำหนักเกินเป็นปัจจัยเสี่ยง ส่วนความเชื่อเรื่องของแสลงทั่วไป อ่าน ปวดเข่าห้ามกินอะไร ความเชื่อที่ควรรู้
เมื่อไรต้องพบแพทย์
พบแพทย์ — NHS ให้พบแพทย์ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง
- ปวดรุนแรง หรือปวดจนทำกิจวัตรตามปกติไม่ได้
- ปวดมากขึ้นหรือกลับมาเป็นซ้ำ
- ดูแลตัวเองมา 2 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น
- มีอาการเหน็บหรือชาที่เท้า
- เป็นเบาหวานและปวดเท้า
ผู้ป่วยเบาหวานที่เท้าชา ต้องระวังเรื่องประคบร้อน อ่าน ปวดข้อควรประคบร้อนหรือเย็น
ทำตามได้ในแต่ละวัน จากคำแนะนำของ NHS และ AAOS
- ตอนเช้าก่อนลุกจากเตียง: ยืดพังผืดฝ่าเท้าตามท่าของ AAOS ซึ่งระบุว่าทำตอนเช้าก่อนลุกยืนหรือเดินจะได้ประโยชน์
- ระหว่างวัน: ใส่รองเท้าพื้นนุ่มที่รองรับเท้า ใช้แผ่นรองเท้า เลี่ยงรองเท้าแตะแบบหนีบและการเดินเท้าเปล่าบนพื้นแข็ง (NHS)
- หลังยืนหรือเดินนาน: พัก ยกเท้าสูง ประคบเย็นห่อผ้าครั้งละไม่เกิน 20 นาที (NHS)
- ท่ายืด: ยืดน่องตามท่าของ AAOS ค้าง 10 วินาที ทำ 20 ครั้งต่อเท้า
- ตอนกลางคืน: ถ้าแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดแนะนำ อาจใช้เฝือกดามเท้าตอนกลางคืน (AAOS)
ผู้สูงอายุและผู้ป่วยเบาหวาน
- NHS ให้ผู้ที่เป็นเบาหวานและมีอาการปวดเท้าไปพบแพทย์ (NHS แยกข้อนี้ไว้ต่างหากจากเกณฑ์ดูแลตัวเอง 2 สัปดาห์)
- NIDDK ระบุว่าผู้ที่มีเส้นประสาทเสียหายจากเบาหวานอาจไม่รู้สึกถึงแผลพุพองที่เท้า ผู้ป่วยเบาหวานที่เท้าชาให้ถามแพทย์เรื่องการดูแลเท้าก่อนประคบหรือเปลี่ยนแผ่นรองเท้า
- ผู้สูงอายุที่ทรงตัวไม่มั่นคง ให้ทำท่ายืดน่องโดยจับผนังหรือโต๊ะที่มั่นคง หรือให้นักกายภาพบำบัดดัดแปลงท่า
เตรียมข้อมูลก่อนพบแพทย์
- ปวดใต้ส้นเท้า อุ้งเท้า หรือหลังส้นเท้า
- ปวดมากตอนก้าวแรกหลังตื่นนอนหรือไม่
- ยืนหรือเดินวันละนานแค่ไหน รองเท้าที่ใส่ประจำ
- เพิ่งเปลี่ยนรองเท้า หรือเพิ่งเริ่มออกกำลังกายหรือไม่
- มีชา เหน็บ หรือเป็นเบาหวานหรือไม่
- ลองดูแลอะไรมาแล้ว นานเท่าไร
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)
เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8.5 กรัม) ฉลากระบุให้รับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (คิดเป็นราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัม คำนวณ)
คำเตือนบนฉลาก: ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน · ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ · ฉลากระบุว่า ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
เรื่องรองช้ำ: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ลดปวดส้นเท้า ลดการอักเสบของพังผืดฝ่าเท้า ละลายกระดูกงอก หรือใช้แทนท่ายืด รองเท้าที่เหมาะสม และการรักษาของแพทย์ ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง และไม่พบงานวิจัยของขมิ้นชันหรือขิงในผู้ป่วยรองช้ำในแหล่งที่เรารวบรวม
เทียบปริมาณขมิ้นชันและขิงในแคปซูลกับขนาดที่ใช้ในงานวิจัย
- สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. ต่อแคปซูล (32 มก. ต่อวันตามฉลาก คำนวณ) — งานทดลองในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมชาวไทย 367 คน เปรียบเทียบสารสกัดขมิ้นชัน 1,500 มก. ต่อวัน กับยาไอบูโพรเฟน 1,200 มก. ต่อวัน นาน 4 สัปดาห์ พบว่าคะแนนปวดและการใช้งานดีขึ้นไม่ด้อยกว่ากัน งานนี้ไม่มีกลุ่มยาหลอก และขนาดที่ใช้มากกว่าในแคปซูลราว 47 เท่า (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณเคอร์คูมินอยด์ งานทบทวนภาพรวมปี 2025 พบว่างานทบทวนเรื่องขมิ้นชันกับข้อเสื่อมมีคุณภาพวิธีวิจัยต่ำมาก
- สารสกัดขิง 10 มก. ต่อแคปซูล (20 มก. ต่อวันตามฉลาก คำนวณ) — การวิเคราะห์รวม 5 งานทดลองเทียบยาหลอกในผู้ป่วยข้อเสื่อม 593 คน พบว่าขิงชนิดกินลดปวดได้เล็กน้อย แต่ผู้ที่ได้ขิงเลิกใช้เพราะอาการไม่พึงประสงค์มากกว่ากลุ่มยาหลอกราว 2 เท่า บทคัดย่อไม่ระบุขนาดที่ใช้ จึงเทียบกับในแคปซูลไม่ได้
- งานทั้งสองทำในผู้ป่วยข้อเสื่อม ไม่ใช่รองช้ำ จึงนำผลไปใช้กับรองช้ำไม่ได้
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้แพ้โปรตีนนมวัว: มีโคลอสตรุ้ม (น้ำนมเหลือง) ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้มีประวัติแพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่ว (ไต ทางเดินปัสสาวะ ถุงน้ำดี) ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้มีท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากห้ามใช้ ขมิ้นชันมีงานในคนพบว่าทำให้ถุงน้ำดีบีบตัว
- ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดสูง หรือโรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม (ควิโนโลน เตตราไซคลีน) ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต หรือยาเหล็ก: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยาเหล่านี้ ระยะห่างที่เหมาะสมขึ้นกับชนิดยา ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดเวลา
- ผู้ใช้ยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์ หรือยาไดจอกซิน: แจ้งแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ผลิตภัณฑ์มีขมิ้นชันและขิง MSKCC (ศูนย์มะเร็งเมมโมเรียลสโลน เคทเทอริง) ระบุว่าขมิ้นชันอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในผู้ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดอื่น และมีรายงานเลือดออกในผู้สูงอายุที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดร่วมกับขิง ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน ห้ามหยุดยาเอง
- ผู้ใช้ยาแก้ปวดเป็นประจำ (แอสไพริน ไอบูโพรเฟน พาราเซตามอล): MSKCC ระบุว่าขมิ้นชันอาจลดฤทธิ์ยา (ข้อมูลจากหลอดทดลอง) ให้ถามเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดยาแก้ปวดเอง
- ผู้มีโรคตับ หรือมีอาการตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย คลื่นไส้: ให้หยุดและพบแพทย์ เพราะมีรายงานตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน
- ผู้ที่ได้วิตามินดีหรือแคลเซียมจากแพทย์อยู่แล้ว: นับรวมทุกแหล่ง และห้ามเปลี่ยนยาเอง
- เด็กและสตรีมีครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน
- ผู้ใช้ยาแก้ปวดข้อ ยากระดูกพรุน หรือยาเกาต์: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง
ผลิตภัณฑ์นี้มีแคลเซียม ขมิ้นชัน และขิง ฉลากระบุว่าผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน และห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน ผู้ที่เป็นโรคไต ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะ หรือยากระดูกพรุน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรืออาการดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยาสเตียรอยด์ ยารูมาตอยด์ ยาเกาต์ ยากระดูกพรุน ยาเบาหวาน และยาต้านการแข็งตัวของเลือด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจของแพทย์ การกายภาพบำบัด หรือการตรวจมวลกระดูก
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- ได้ยินเสียงดังกร๊อบตอนบาดเจ็บ
- ส่วนที่บาดเจ็บผิดรูปหรือบิดไปผิดทิศ
- ส่วนที่บาดเจ็บชา
- ผิวรอบที่บาดเจ็บเปลี่ยนสี เช่น เป็นสีน้ำเงินคล้ำหรือสีเทา
- ส่วนที่บาดเจ็บเย็นผิดปกติ
- หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก
- หกล้มแล้วลงน้ำหนักหรือเดินไม่ได้
- ริมฝีปาก ลิ้น หรือคอบวมขึ้นทันที
- หายใจลำบากหรือหายใจไม่ออก
ถ้ามีไข้และข้อบวมแดงร้อน อาจเป็นข้ออักเสบติดเชื้อ ให้ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด
ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →คำถามที่พบบ่อย
รองช้ำเกิดจากอะไร
NHS อธิบายว่ารองช้ำหรือพังผืดฝ่าเท้าอักเสบทำให้ปวดใต้ฝ่าเท้า รอบส้นเท้าและอุ้งเท้า กลุ่มเสี่ยงคืออายุ 40–60 ปี น้ำหนักเกิน ยืนเดินหรือวิ่งมาก ใส่รองเท้าไม่รองรับ และเพิ่งเริ่มออกกำลังบนพื้นแข็ง
รองช้ำอาการเป็นอย่างไร
NHS ระบุว่าปวดใต้ส้นเท้าและอุ้งเท้า ปวดมากตอนเริ่มเดินหลังตื่นนอนหรือหลังพัก และปวดมากขึ้นหลังยืนหรือวิ่งนาน
รองช้ำควรใส่รองเท้าแบบไหน
NHS แนะนำรองเท้าส้นนุ่มที่รองรับอุ้งเท้าดี ใช้แผ่นรองเท้าหรือแผ่นรองส้น และเลี่ยงรองเท้าส้นสูง รองเท้าแตะแบบหนีบ และเดินเท้าเปล่าบนพื้นแข็ง AAOS แนะนำรองเท้าพื้นหนาที่มีเบาะนุ่มเพิ่ม
กระดูกงอกที่ส้นเท้าทำให้เป็นรองช้ำไหม
AAOS ระบุว่ากระดูกงอกที่ส้นเท้าไม่ได้ทำให้ปวดรองช้ำ คนส่วนใหญ่ที่มีกระดูกงอกไม่มีอาการปวดส้นเท้า และดูแลอาการปวดรองช้ำได้โดยไม่ต้องเอากระดูกงอกออก
รองช้ำหายเองได้ไหม ใช้เวลานานแค่ไหน
AAOS ระบุว่าผู้ป่วยมากกว่าร้อยละ 90 ดีขึ้นภายใน 10 เดือนหลังเริ่มการรักษาแบบง่าย NHS ให้พบแพทย์ถ้าดูแลตัวเอง 2 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น ปวดรุนแรง มีชา หรือเป็นเบาหวาน
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Plantar fasciitisNHS
- Plantar Fasciitis and Bone SpursOrthoInfo (American Academy of Orthopaedic Surgeons)
- Diabetes & Foot ProblemsNIDDK
- Efficacy and safety of Curcuma domestica extracts compared with ibuprofen in patients with knee osteoarthritis: a multicenter studyClin Interv Aging (PubMed)
- A critical review of systematic reviews and meta-analyses of curcumin for knee osteoarthritis (Front Pharmacol)PubMed
- Efficacy and safety of ginger in osteoarthritis patients: a meta-analysis of randomized placebo-controlled trialsOsteoarthritis Cartilage (PubMed)
- Turmeric (About Herbs)Memorial Sloan Kettering Cancer Center
- Ginger (About Herbs)Memorial Sloan Kettering Cancer Center
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
