บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS

อาหารเสริมกระดูกและข้อสำหรับพ่อแม่ ลูกหลานเช็ก 7 เรื่องนี้ก่อนตัดสินใจ

คำตอบสั้น: ก่อนตัดสินใจว่าจะให้พ่อแม่ที่ปวดเข่าหรือกระดูกบางกินอาหารเสริมกระดูกและข้อหรือไม่ ลูกหลานควรเช็ก 7 เรื่อง คือ (1) พาไปประเมินกระดูกกับแพทย์ก่อน (2) ทำรายการยาทุกตัว โดยเฉพาะยากระดูกพรุน ยาไทรอยด์ และยาละลายลิ่มเลือด (3) ประวัตินิ่ว โรคไต และท่อน้ำดี (4) การแพ้นมวัวหรือหอย (5) นับแคลเซียมและวิตามินดีจากทุกแหล่ง (6) กินตามฉลาก ไม่เพิ่มเอง และไม่ใช้แทนยา (7) รู้อาการที่ต้องหยุดและพบแพทย์ เหตุผลหลักคือแคลเซียมรบกวนการดูดซึมยาหลายตัว และสมุนไพรที่มักอยู่ในสูตรข้อ เช่น ขมิ้นชันและขิง อาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกเมื่อใช้คู่ยาบางกลุ่ม

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • อาหารเสริม ไม่ใช่ตัวแทนการตรวจมวลกระดูกและยากระดูกพรุน แนวทางไทยปี 2564 ให้ยากลุ่มบิสฟอสโฟเนตเป็นยาแรกในผู้ที่เสี่ยงกระดูกหักสูง
  • ยาอะเลนโดรเนต (ยากระดูกพรุนชนิดกิน): หลังกินยา รออย่างน้อย 30 นาที ก่อนกินอาหาร เครื่องดื่ม วิตามิน หรือยาอื่น (MedlinePlus)
  • ยาไทรอยด์เลโวไทรอกซีน: แคลเซียมคาร์บอเนตหรือยาเหล็ก กินห่างอย่างน้อย 4 ชั่วโมง (MedlinePlus)
  • ขมิ้นชันและขิงเสริม อาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก ในผู้ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด (MSKCC)
  • งาน WHI ในหญิง 36,282 คน: แคลเซียม 1,000 มก. ร่วมวิตามินดี 400 IU ต่อวัน เพิ่มความเสี่ยงนิ่วในไตราวร้อยละ 17

ทำไมต้องเช็กก่อน ไม่ใช่ซื้อมาให้กินเลย

เพราะผู้สูงอายุส่วนใหญ่กินยาประจำหลายตัว และอาหารเสริมกระดูกและข้อมักมีทั้งแร่ธาตุและสมุนไพรในเม็ดเดียว แคลเซียมจับกับยาบางชนิดในลำไส้ ทำให้ยาดูดซึมได้น้อยลง ส่วนสมุนไพรบางตัวมีผลต่อการแข็งตัวของเลือดหรือถุงน้ำดี

คำแนะนำทั่วไปมักบอกเพียงว่าให้ปรึกษาแพทย์ก่อน บทความนี้จึงรวมเรื่องที่ควรถามเป็นรายการ ให้ลูกหลานใช้คุยกับแพทย์หรือเภสัชกรได้ทันที แนะนำให้ถ่ายรูปฉลากด้านหลังของอาหารเสริม และนำซองยาทุกซองไปด้วยในวันนัด

เรื่องที่ 1: พาไปประเมินกระดูกกับแพทย์ก่อนหรือยัง

ถ้ากังวลเรื่องกระดูกบาง สิ่งแรกคือการตรวจ ไม่ใช่การซื้ออาหารเสริม แนวทางเวชปฏิบัติของมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย (TOPF) ปี 2564 แนะนำให้ตรวจมวลกระดูกในหญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป ชายอายุ 70 ปีขึ้นไป และคนอายุน้อยกว่านั้นที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น เคยกระดูกหักจากแรงน้อย ใช้ยาสเตียรอยด์ หรือส่วนสูงลดลง

แนวทางเดียวกันแบ่งการรักษาตามความเสี่ยง

  • เสี่ยงต่ำถึงปานกลาง: ไม่แนะนำยากระดูกพรุน ให้ได้แคลเซียมและวิตามินดีเพียงพอ ปรับพฤติกรรม และประเมินซ้ำใน 2–5 ปี
  • เสี่ยงสูง: ใช้ยากลุ่มบิสฟอสโฟเนตเป็นยาแรก หรือยาฉีดเดโนซูแมบเป็นทางเลือก
  • ทุกคน: ออกกำลังกายแบบลงน้ำหนักและต้านแรง เลิกบุหรี่ จำกัดแอลกอฮอล์ และป้องกันหกล้ม

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าพ่อแม่เข้าเกณฑ์ตรวจหรือไม่ ดูได้ที่ ใครควรตรวจมวลกระดูก

เรื่องที่ 2: พ่อแม่กินยาอะไรอยู่บ้าง

ทำรายการยาทุกตัว รวมยาที่ซื้อเอง ยาลดกรด และสมุนไพร ยาที่สำคัญกับอาหารเสริมกระดูกและข้อมีดังนี้

  • ยากระดูกพรุนชนิดกิน เช่น อะเลนโดรเนต: MedlinePlus (หอสมุดแพทยศาสตร์แห่งชาติสหรัฐ) ระบุว่าหลังกินยา ห้ามกินอาหาร ดื่มเครื่องดื่ม หรือกินยาอื่นรวมถึงวิตามิน อย่างน้อย 30 นาที ต้องกลืนยากับน้ำเปล่าเต็มแก้ว ห้ามกินกับชา กาแฟ นม หรือน้ำผลไม้ และห้ามนอนลงอย่างน้อย 30 นาที แคลเซียมเสริมเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่อาจตีกับยานี้ ควรแจ้งแพทย์และเภสัชกร
  • ยาไทรอยด์ เลโวไทรอกซีน: MedlinePlus ระบุว่าถ้ากินแคลเซียมคาร์บอเนตหรือยาเหล็ก ให้กิน ห่างอย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนหรือหลังยา
  • ยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยา ระยะห่างขึ้นกับชนิดยา ให้เภสัชกรกำหนด
  • ยาละลายลิ่มเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด เช่น วาร์ฟาริน แอสไพริน: ศูนย์มะเร็งเมมโมเรียล สโลน เคตเทอริง (MSKCC) ระบุว่าขมิ้นชันเสริมอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในผู้ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดอื่น และขิงเสริมก็อาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกเช่นกัน
  • ยาแก้ปวดที่ใช้ประจำ เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน พาราเซตามอล: MSKCC ระบุว่าขมิ้นชันอาจลดฤทธิ์ยาเหล่านี้ (ข้อมูลส่วนใหญ่จากงานในห้องปฏิบัติการ) ให้ถามเภสัชกรก่อน

แคลเซียมกับยามีรายละเอียดเพิ่มที่ แคลเซียมกินพร้อมยาได้ไหม และยากระดูกพรุนแต่ละแบบอยู่ใน ยากระดูกพรุนมีอะไรบ้าง

เรื่องที่ 3: เคยเป็นนิ่ว โรคไต หรือโรคท่อน้ำดีไหม

ถามประวัตินิ่วทุกชนิด ทั้งนิ่วในไตและนิ่วในถุงน้ำดี และอ่านคำเตือนบนฉลากทุกครั้ง อาหารเสริมแคลเซียมบางสูตรระบุบนฉลากว่าผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน เหตุผลมีหลักฐานรองรับ

  • งาน WHI (Women's Health Initiative) ในหญิงวัยหมดประจำเดือน 36,282 คน ที่ได้แคลเซียม 1,000 มก. ร่วมวิตามินดี 3 400 IU ต่อวัน ติดตามเฉลี่ย 7 ปี พบความเสี่ยง นิ่วในไตเพิ่มขึ้น (HR 1.17) และไม่ลดกระดูกสะโพกหักอย่างมีนัยสำคัญ
  • แต่สถาบันโรคเบาหวาน ทางเดินอาหาร และไตแห่งชาติสหรัฐ (NIDDK) ระบุว่า คนที่เคยเป็นนิ่วควรรู้ก่อนว่าเป็นนิ่วชนิดใด แล้วปรับปริมาณโซเดียม โปรตีนจากเนื้อสัตว์ แคลเซียม หรือออกซาเลตในอาหารตามชนิดนิ่ว แคลเซียมจากอาหารกับเม็ดเสริมจึงเป็นคนละเรื่อง
  • MSKCC ระบุว่าผู้มีแนวโน้มเป็นนิ่วในไตควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ขมิ้นชันเสริม และผู้มีนิ่วในถุงน้ำดีควรเลี่ยงขิงเสริม
  • ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังหรือฟอกไต ทีมรักษาจะคุมแคลเซียมตามผลเลือด อย่าเพิ่มเม็ดแคลเซียมเองโดยไม่บอกแพทย์

ดูเพิ่มที่ กินแคลเซียมเสริมแล้วเป็นนิ่วไหม

เรื่องที่ 4: แพ้นมวัว หอย หรืออาหารทะเลไหม

อ่านรายการส่วนประกอบบนฉลากให้ครบ ไม่ดูแค่ชื่อสารเด่นหน้ากล่อง อาหารเสริมกระดูกและข้อหลายสูตรมีส่วนประกอบที่มาจากนม เช่น โคลอสตรุ้ม (น้ำนมเหลืองของวัว) หรือแคลเซียมจากเปลือกหอยหรือเปลือกหอยมุก คนที่เคยแพ้นมวัว แพ้หอย หรือแพ้อาหารทะเล ควรนำฉลากไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดูก่อน

เรื่องที่ 5: ได้แคลเซียมและวิตามินดีจากทางอื่นอยู่แล้วไหม

นับรวมทุกแหล่ง ทั้งอาหาร นม ยาลดกรด วิตามินรวม และยาที่แพทย์สั่ง ข้อแนะนำปริมาณสารอาหารอ้างอิงของกรมอนามัยปี 2563 กำหนดให้ผู้ใหญ่อายุ 51 ปีขึ้นไปควรได้แคลเซียมวันละ 1,000 มก. ทั้งชายและหญิง แหล่งแคลเซียมหลักควรมาจากอาหาร เช่น นม ปลาเล็กปลาน้อย เต้าหู้ที่ใช้แคลเซียมตกตะกอน และผักใบเขียว อย่างคะน้าและผักกวางตุ้ง

ปัญหาที่พบบ่อยคือพ่อแม่ได้แคลเซียมและวิตามินดีจากแพทย์อยู่แล้ว แล้วลูกหลานซื้อเพิ่มอีกหลายกระปุก โดยไม่มีใครรู้ยอดรวม การได้เกินจำเป็นเพิ่มโอกาสนิ่วและผลข้างเคียง ข้อนี้ ห้ามเปลี่ยนหรือหยุดยาแคลเซียมหรือวิตามินดีที่แพทย์สั่งเอง ให้นำรายการทั้งหมดไปให้แพทย์ดูแทน

แนวคิดว่า "อายุมากแล้วทุกคนควรกินแคลเซียมเสริม" ก็ไม่ตรงกับหลักฐาน คณะทำงานบริการป้องกันโรคของสหรัฐ (USPSTF) ปี 2561 พบหลักฐานเพียงพอว่า วิตามินดีไม่เกิน 400 IU ร่วมแคลเซียมไม่เกิน 1,000 มก. ต่อวัน ไม่ช่วยป้องกันกระดูกหักครั้งแรกในหญิงวัยหมดประจำเดือนที่อยู่ในชุมชน และการเสริมวิตามินดีร่วมแคลเซียมเพิ่มการเกิดนิ่วในไต คำแนะนำนี้ไม่ได้ใช้กับคนที่เป็นกระดูกพรุนหรือขาดวิตามินดี ซึ่งต้องทำตามแพทย์

เรื่องที่ 6: กินตามฉลาก และไม่ใช้แทนยาหรือการรักษา

กินตามจำนวนที่ฉลากระบุ ไม่เพิ่มเองเพราะคิดว่าจะได้ผลมากขึ้น และอาหารเสริมไม่ได้อยู่ในฐานะแทนยากระดูกพรุน ยาเกาต์ หรือการรักษาข้อเข่าเสื่อม สำหรับข้อเข่าเสื่อม แนวทางหลักยังเน้นการออกกำลังกายและคุมน้ำหนัก

ความเชื่อที่พบบ่อยคือ "กินอาหารเสริมแล้ว เลิกยาหมอได้" ไม่จริง ยากระดูกพรุนมีงานทดลองที่ลดกระดูกหักได้ชัด ตามที่แนวทาง TOPF สรุป ส่วนอาหารเสริมไม่มีหลักฐานระดับนั้น ถ้าพ่อแม่มีผลข้างเคียงจากยาหรืออยากหยุดยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์ ห้ามหยุดหรือลดยาเอง

ความเชื่ออีกข้อคือ "ของธรรมชาติไม่มีผลข้างเคียง" สมุนไพรที่มักอยู่ในสูตรข้อมีรายงานผลข้างเคียงจริง เช่น NCCIH (ศูนย์สุขภาพแบบผสมผสานแห่งชาติของสหรัฐ) ระบุว่าเคอร์คูมินสูตรดูดซึมสูงอาจทำร้ายตับ

เรื่องที่ 7: อาการแบบไหนต้องหยุดอาหารเสริมและพบแพทย์

ให้ลูกหลานจดอาการผิดปกติหลังเริ่มอาหารเสริมตัวใหม่ และนำไปบอกแพทย์ อาการที่ควรหยุดอาหารเสริมแล้วไปพบแพทย์ ได้แก่

  • คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ท้องผูก กระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อย กล้ามเนื้ออ่อนแรง อ่อนเพลีย หรือสับสน ซึ่ง MedlinePlus ระบุว่าอาจเป็นอาการของแคลเซียมในเลือดสูง (ภาวะที่ระดับแคลเซียมในเลือดเกินปกติ)
  • ตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลียมาก คลื่นไส้ ซึ่งอาจเป็นอาการทางตับ
  • มีจ้ำเลือดง่าย เลือดกำเดาไหลบ่อย หรือเลือดออกตามไรฟัน โดยเฉพาะคนที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือด

ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายเป็นสีดำ
  • สับสนขึ้นมาทันทีโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือหมดสติ (MedlinePlus หน้าอาการสับสนระบุให้เรียกรถฉุกเฉินในกรณีนี้)
  • ล้มแล้วปวดสะโพกมาก เดินหรือลงน้ำหนักขาไม่ได้

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)

เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. ฉลากระบุให้รับประทานวันละ 2 แคปซูล

เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (คิดเป็นราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัม คำนวณ)

คำเตือนบนฉลาก: ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน · ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ · ฉลากระบุว่า ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

ถ้าใช้รายการ 7 เรื่องข้างต้นกับฉลากนี้ จุดที่ลูกหลานควรนำไปถามแพทย์หรือเภสัชกร มีดังนี้

  • แคลเซียม: ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณแคลเซียมธาตุรวม เฉพาะแคลเซียม แอล-ทรีโอเนต 350 มก. คิดเป็นแคลเซียมราว 44 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 89 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ซึ่งเป็นส่วนน้อยของ 1,000 มก. ต่อวันที่กรมอนามัยแนะนำสำหรับผู้ใหญ่อายุ 51 ปีขึ้นไป แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม และยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต ระยะห่างที่เหมาะสมขึ้นกับชนิดยา ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดเวลา
  • วิตามินดี 3: ราว 100 IU ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ต้องนับรวมกับวิตามินดีที่แพทย์สั่งหรือวิตามินรวม
  • ขมิ้นชัน 16 มก. และขิง 10 มก. ต่อแคปซูล: ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • โคลอสตรุ้ม และแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก: ผู้แพ้โปรตีนนมวัว หรือแพ้หอยและอาหารทะเล ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • นิ่วและท่อน้ำดี: ฉลากระบุว่าผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน และห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • โรคไตเรื้อรัง ฟอกไต หรือแคลเซียมในเลือดสูง: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยากระดูกพรุน ยาเกาต์ หรือยาแก้ปวดข้อ: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง

ส่วนประกอบแต่ละตัวมีงานวิจัยในคนจำนวนจำกัด ส่วนใหญ่ใช้ปริมาณมากกว่าในแคปซูลหลายเท่า และยังไม่มีงานวิจัยของสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง ไม่มีหลักฐานว่าแคปซูลนี้ใช้แทนการตรวจมวลกระดูก ยากระดูกพรุน ยาเกาต์ หรือการรักษาข้อเสื่อมที่แพทย์ให้

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร BETA CAL PRO PLUS ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มิลลิกรัม

BETA CAL PRO PLUSเบต้าแคลโปรพลัส

เลข อย. 13-1-01566-5-0027

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →

คำถามที่พบบ่อย

พ่อแม่กินยากระดูกพรุนอยู่ กินแคลเซียมเสริมได้ไหม

ควรถามแพทย์ก่อน เพราะต้องเว้นเวลาให้ถูก เช่น ยาอะเลนโดรเนต MedlinePlus ระบุให้รออย่างน้อย 30 นาทีหลังกินยา ก่อนกินอาหาร วิตามิน หรือยาอื่น ควรให้แพทย์หรือเภสัชกรกำหนดเวลาและขนาด

กินยาไทรอยด์ต้องเว้นแคลเซียมกี่ชั่วโมง

MedlinePlus ระบุว่าแคลเซียมคาร์บอเนตหรือยาเหล็ก ให้กินห่างจากยาเลโวไทรอกซีนอย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนหรือหลัง

คนกินยาละลายลิ่มเลือดกินอาหารเสริมข้อที่มีขมิ้นชันได้ไหม

ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะข้อมูลของศูนย์มะเร็ง MSKCC ระบุว่าขมิ้นชันและขิงเสริมอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกเมื่อใช้คู่วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดอื่น ห้ามหยุดยาเอง

เคยเป็นนิ่วในไต กินแคลเซียมเสริมได้ไหม

ควรปรึกษาแพทย์ก่อน งาน WHI พบว่าแคลเซียมร่วมวิตามินดีชนิดเม็ดเพิ่มความเสี่ยงนิ่วในไต ส่วนแคลเซียมจากอาหารให้ปรับตามชนิดนิ่วตามคำแนะนำของแพทย์

ผู้สูงอายุทุกคนควรกินแคลเซียมเสริมไหม

ไม่ใช่ทุกคน USPSTF ปี 2561 พบว่าวิตามินดีไม่เกิน 400 IU ร่วมแคลเซียมไม่เกิน 1,000 มก. ต่อวัน ไม่ช่วยป้องกันกระดูกหักครั้งแรกในหญิงวัยหมดประจำเดือนทั่วไป ควรให้แพทย์ประเมินเป็นรายคน

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-11-07

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท