เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS
กินแคลเซียมเสริมแล้วเป็นนิ่วไหม คนเคยเป็นนิ่วกินได้หรือเปล่า
คำตอบสั้น: นิ่วในไตชนิดที่พบมากคือนิ่วแคลเซียม โดยเฉพาะนิ่วแคลเซียมออกซาเลต แต่ NIDDK ระบุว่าแคลเซียมจากอาหารไม่เพิ่มโอกาสเกิดนิ่วแคลเซียมออกซาเลต และการกินแคลเซียมน้อยเกินไปกลับสัมพันธ์กับนิ่วมากขึ้นในงานติดตามระยะยาว ส่วนแคลเซียมเม็ดเสริมยังมีข้อมูลไม่ตรงกัน งานทดลองใหญ่ WHI ที่ให้แคลเซียมร่วมวิตามินดี พบนิ่วไตเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 17 คนที่เป็นหรือเคยเป็นนิ่วจึงต้องถามแพทย์ก่อนกินแคลเซียมเสริมทุกชนิด และอ่านคำเตือนบนฉลาก
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- นิ่วแคลเซียม (ออกซาเลตและฟอสเฟต) พบมากกว่านิ่วชนิดอื่น นิ่วแคลเซียมออกซาเลตพบมากกว่าแคลเซียมฟอสเฟต (NIDDK)
- แคลเซียมจากอาหารในปริมาณที่เหมาะสม ช่วยจับสารที่ก่อนิ่วในทางเดินอาหาร ไม่ใช่ต้นเหตุของนิ่ว (NIDDK)
- งานทดลองในชายที่มีแคลเซียมในปัสสาวะสูง 120 คน กลุ่มที่จำกัดแคลเซียมเหลือราววันละ 400 มก. มีนิ่วกลับมาเป็นซ้ำมากกว่ากลุ่มที่กินแคลเซียมปกติ ร่วมกับลดเกลือและเนื้อสัตว์ (LPI)
- แคลเซียมเม็ดเสริม งาน WHI พบนิ่วไตเพิ่ม แต่งานทบทวนอีกชิ้นไม่พบผล ยังต้องการงานเพิ่ม
- คนเคยเป็นนิ่ว: ดื่มน้ำให้พอ (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ) ลดเกลือ ดูแลเรื่องออกซาเลตตามชนิดนิ่ว และถามแพทย์ก่อนกินแคลเซียมเสริม
นิ่วแคลเซียมคืออะไร นิ่วไตส่วนใหญ่เป็นชนิดไหน
NIDDK (ทบทวนล่าสุดปี 2560) แบ่งนิ่วไตเป็น 4 ชนิดหลัก
- นิ่วแคลเซียม ได้แก่ นิ่วแคลเซียมออกซาเลต (calcium oxalate) และนิ่วแคลเซียมฟอสเฟต (calcium phosphate) พบมากกว่านิ่วชนิดอื่น และแบบออกซาเลตพบมากกว่าแบบฟอสเฟต
- นิ่วกรดยูริก เกิดเมื่อปัสสาวะเป็นกรดมาก การกินปลา อาหารทะเล และเนื้อสัตว์มาก โดยเฉพาะเครื่องใน อาจเพิ่มกรดยูริกในปัสสาวะ
- นิ่วสตรูไวต์ เกิดตามการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ โตเร็วได้
- นิ่วซิสทีน มาจากโรคทางพันธุกรรม
NIDDK อธิบายว่านิ่วเกิดเมื่อปัสสาวะมีแคลเซียม ออกซาเลต และฟอสฟอรัสสูง แร่ธาตุเหล่านี้มีอยู่ในปัสสาวะตามปกติและไม่ก่อปัญหาเมื่อระดับต่ำ LPI เสริมว่าภาวะแคลเซียมในปัสสาวะสูงมักไม่ได้มาจากปริมาณแคลเซียมที่กิน แต่มาจากลำไส้ดูดซึมแคลเซียมมากขึ้นหรือไตขับแคลเซียมออกมากขึ้น
ทำไมต้องรู้ชนิดนิ่ว NIDDK ระบุว่าคนที่เคยเป็นนิ่วควรถามแพทย์ว่าเป็นนิ่วชนิดไหน เพราะการปรับเรื่องเกลือ โปรตีนจากสัตว์ แคลเซียม และออกซาเลต ขึ้นกับชนิดนิ่ว อ่านเรื่องนิ่วแคลเซียมออกซาเลตเพิ่มที่ นิ่วแคลเซียมออกซาเลต
แคลเซียมจากอาหารกับจากอาหารเสริม ผลต่อนิ่วต่างกันอย่างไร
แคลเซียมจากอาหาร: ข้อมูลไปทางเดียวกันว่าไม่เพิ่มนิ่ว
- NIDDK ระบุว่าแม้ชื่อจะฟังเหมือนแคลเซียมเป็นต้นเหตุของนิ่วแคลเซียม แต่ไม่ใช่ แคลเซียมในปริมาณที่เหมาะสมช่วยจับสารอื่นในทางเดินอาหารที่อาจก่อนิ่ว
- LPI สรุปงานติดตามระยะยาว 3 กลุ่มใหญ่ (ชาย 30,762 คน หญิง 195,865 คน) ว่าคนในกลุ่มที่กินแคลเซียมจากอาหารสูงสุดมีความเสี่ยงนิ่วต่ำกว่ากลุ่มที่กินต่ำสุดอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งแคลเซียมจากนมและไม่ใช่นม
- งานทดลอง 5 ปีในชายที่มีแคลเซียมในปัสสาวะสูงโดยไม่ทราบสาเหตุ 120 คน (อายุเฉลี่ย 45 ปี) กลุ่มที่กินแคลเซียมต่ำราววันละ 400 มก. มีความเสี่ยงนิ่วกลับมาเป็นซ้ำสูงกว่าราวร้อยละ 51 เมื่อเทียบกับกลุ่มที่กินแคลเซียมปกติถึงค่อนข้างสูง (1,200 มก.) ร่วมกับลดโปรตีนจากสัตว์และลดเกลือ (สรุปโดย LPI)
คำอธิบายที่ LPI ให้ไว้ คือแคลเซียมที่กินพร้อมอาหารจะจับกับออกซาเลตในลำไส้เป็นเกลือที่ไม่ละลาย ทำให้ดูดซึมออกซาเลตน้อยลงและออกซาเลตในปัสสาวะลดลง
แคลเซียมเม็ดเสริม: ข้อมูลยังไม่ตรงกัน
- WHI งานทดลองในหญิงวัยหมดประจำเดือน 36,282 คน ให้แคลเซียม 1,000 มก. ร่วมวิตามินดี 400 IU ต่อวัน ติดตามเฉลี่ย 7 ปี พบนิ่วไตเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 17 เมื่อเทียบกับยาหลอก (HR 1.17) LPI ระบุว่าเป็นนิ่วที่ผู้เข้าร่วมรายงานเอง
- งานทบทวนเชิงระบบที่รวมงานสังเกตและงานทดลองซึ่งส่วนใหญ่วัดผลด้านกระดูก ไม่พบว่าแคลเซียมเสริมมีผลต่อการเกิดนิ่ว (สรุปโดย LPI)
- LPI ตั้งข้อสังเกตว่า ความเสี่ยงอาจขึ้นกับการกินแคลเซียมเสริมพร้อมอาหารที่มีออกซาเลตหรือกินแยกกัน และยังต้องการงานวิจัยเพิ่ม
สรุปคือ “แคลเซียมจากอาหาร” กับ “แคลเซียมเม็ดเสริม” ต้องแยกกันให้ชัด การงดนมหรืองดอาหารที่มีแคลเซียมเพราะกลัวนิ่ว ไม่ใช่สิ่งที่ NIDDK แนะนำ ส่วนเม็ดเสริมให้แพทย์เป็นผู้พิจารณา
ทำไมฉลากอาหารเสริมแคลเซียมบางตัวเขียนว่าผู้เป็นนิ่วไม่ควรรับประทาน
ฉลากไม่ได้อธิบายเหตุผลไว้ แต่หลักฐานที่มีสอดคล้องกับคำเตือนนี้หลายข้อ ได้แก่
- แคลเซียมเม็ดเสริมร่วมวิตามินดี ในงาน WHI สัมพันธ์กับนิ่วไตที่เพิ่มขึ้น ขณะที่แคลเซียมจากอาหารไม่มีข้อมูลแบบนี้
- คนที่เคยเป็นนิ่วมีโอกาสเป็นซ้ำ NIDDK ระบุว่าถ้าเคยเป็นนิ่วมาแล้วครั้งหนึ่ง มีโอกาสเป็นอีกมากขึ้น
- ภาวะที่ทำให้เกิดนิ่วบางอย่างเกี่ยวกับแคลเซียมโดยตรง เช่น พาราไทรอยด์ทำงานเกิน MedlinePlus ระบุว่าผู้ที่เป็นนิ่วในไตควรได้รับการตรวจหาภาวะแคลเซียมในเลือดสูง จึงควรให้แพทย์ประเมินก่อนเริ่มแคลเซียมเสริม
- สมุนไพรบางชนิดที่ใส่ร่วมในสูตร เช่น ขมิ้นชัน แหล่งข้อมูลสมุนไพรของศูนย์มะเร็งเมมโมเรียล สโลน เคทเทอริง (MSKCC) ระบุให้ผู้มีแนวโน้มเกิดนิ่วไตปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ขมิ้นชันเสริม
คำเตือนบนฉลากใช้ตามตัวอักษร ถ้าฉลากเขียนว่าผู้เป็นนิ่วไม่ควรรับประทาน ผู้ที่เป็นหรือเคยเป็นนิ่วก็ไม่ควรเลือกกินเอง แม้จะได้ยินว่าแคลเซียมไม่ได้ทำให้เป็นนิ่วก็ตาม เพราะข้อมูลนั้นพูดถึงแคลเซียมจากอาหาร
คนเคยเป็นนิ่วควรดูแลตัวเองอย่างไร
1. ดื่มน้ำให้พอ NIDDK ระบุว่าการดื่มน้ำให้พอเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกในการป้องกันนิ่ว และบุคลากรสุขภาพหลายคนแนะนำวันละ 6–8 แก้ว (แก้วละ 8 ออนซ์ หรือราว 240 มล.) ยกเว้นผู้ที่ไตวาย หรือแพทย์ให้จำกัดน้ำ ให้ถามปริมาณที่เหมาะกับตัวเอง
2. ลดเกลือและโซเดียม NIDDK ระบุว่าโซเดียมที่มากขึ้นเพิ่มโอกาสเกิดนิ่ว และแนะนำผู้ใหญ่ไม่เกินวันละ 2,300 มก. คนที่เคยเป็นนิ่วแคลเซียมออกซาเลตหรือฟอสเฟตควรทำตามแม้จะกินยาป้องกันนิ่วอยู่ ในครัวไทยโซเดียมแฝงอยู่ในน้ำปลา ซีอิ๊ว ผงปรุงรส ผงชูรส อาหารแปรรูป บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และอาหารสำเร็จในร้านสะดวกซื้อ
3. ออกซาเลต เฉพาะคนที่เป็นนิ่วแคลเซียมออกซาเลต NIDDK ยกตัวอย่างอาหารที่อาจต้องเลี่ยง ได้แก่ ถั่วเปลือกแข็ง ถั่วลิสง รูบาร์บ ผักโขม (spinach) และรำข้าวสาลี และให้คุยกับบุคลากรสุขภาพเรื่องอาหารออกซาเลตชนิดอื่น อ่านผักไทยที่ต้องระวังได้ที่ นิ่วในไตห้ามกินผักอะไร
4. โปรตีนจากสัตว์ NIDDK ระบุว่าการกินโปรตีนจากสัตว์อาจเพิ่มโอกาสเกิดนิ่ว แพทย์อาจให้จำกัดเนื้อวัว ไก่ หมู โดยเฉพาะเครื่องใน ไข่ ปลา อาหารทะเล และผลิตภัณฑ์นม แต่ยังต้องได้โปรตีนพอ ปริมาณให้ถามบุคลากรสุขภาพ
5. ได้แคลเซียมจากอาหารให้พอ ไม่ต้องงด NIDDK แนะนำให้คุยกับบุคลากรสุขภาพเรื่องปริมาณแคลเซียมที่เหมาะสม ทั้งเพื่อป้องกันนิ่วซ้ำและเพื่อกระดูก
6. ควบคุมน้ำหนัก NIDDK ระบุว่าน้ำหนักเกินเพิ่มความเสี่ยงนิ่ว และงานวิจัยพบว่ารูปแบบอาหาร DASH ลดความเสี่ยงนิ่วได้
7. วิตามินซีขนาดสูง เป็นอีกเรื่องที่คนเคยเป็นนิ่วควรถามแพทย์ อ่านที่ วิตามินซีทำให้เป็นนิ่วไหม
ต้องถามแพทย์ก่อนกินแคลเซียมเสริมในกรณีใด
- เป็นหรือเคยเป็นนิ่วทุกชนิด รวมนิ่วในถุงน้ำดี
- ตรวจพบแคลเซียมในปัสสาวะหรือในเลือดสูง หรือมีโรคพาราไทรอยด์ อ่านต่อที่ พาราไทรอยด์สูง
- โรคไตเรื้อรังหรือฟอกไต
- กินยาป้องกันนิ่ว หรือยาขับปัสสาวะ ห้ามหยุดหรือเปลี่ยนยาเอง
- แพทย์ให้แคลเซียมหรือวิตามินดีอยู่แล้ว เพื่อไม่ให้ได้ซ้ำซ้อน
- กำลังจะเริ่มยากระดูกพรุน ให้แจ้งประวัติเป็นนิ่วด้วย เพราะแนวทาง TOPF 2021 ของไทยวางแคลเซียมและวิตามินดีที่เพียงพอเป็นพื้นฐานของการดูแลกระดูกพรุน แพทย์จึงต้องรู้ประวัตินิ่วก่อนกำหนด
ห้ามหยุดยาหรือแคลเซียมที่แพทย์สั่งเอง แม้จะกังวลเรื่องนิ่ว ให้ไปคุยกับแพทย์ก่อน
อาการนิ่วแบบไหนต้องไปพบแพทย์ทันที
NIDDK ระบุให้ไปพบบุคลากรสุขภาพทันทีถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เพราะอาจเป็นนิ่วหรือภาวะที่รุนแรงกว่า
- ปวดแปลบมากที่หลัง สีข้าง ท้องน้อย หรือขาหนีบ
- ปัสสาวะเป็นสีชมพู แดง หรือน้ำตาล
- ปวดปัสสาวะตลอดเวลา หรือเจ็บขณะปัสสาวะ
- ปัสสาวะไม่ออก หรือออกได้น้อยมาก
- ปัสสาวะขุ่นหรือมีกลิ่นเหม็น
NIDDK ระบุว่าอาการปวดอาจเป็นช่วงสั้นหรือยาว หรือมาเป็นพัก ๆ บางคนมีคลื่นไส้ อาเจียน ไข้ หรือหนาวสั่น คำว่า “ทันที” หมายถึงไม่ควรรอดูอาการหรือกินยาแก้ปวดเองแล้วรอ
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)
เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8.5 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (เทียบเป็นวิตามินดีราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัม คำนวณ)
คำเตือนบนฉลาก: ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน · ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่ · ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
เรื่องนิ่ว: ผลิตภัณฑ์นี้เป็นแคลเซียมเสริมร่วมกับวิตามินดี 3 และมีขมิ้นชัน ผู้ที่เป็นหรือเคยเป็นนิ่วทั้งนิ่วไต นิ่วทางเดินปัสสาวะ และนิ่วในถุงน้ำดี ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน และผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตันห้ามใช้ ข้อมูลว่า “แคลเซียมจากอาหารไม่เพิ่มนิ่ว” ใช้กับอาหาร ไม่ได้ใช้กับแคปซูลแคลเซียม ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ป้องกันนิ่วหรือปลอดภัยสำหรับคนที่เคยเป็นนิ่ว
ปริมาณแคลเซียมและวิตามินดี: ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณแคลเซียมธาตุรวม เฉพาะแคลเซียมแอล-ทรีโอเนต 350 มก. คิดเป็นแคลเซียมราว 44 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 89 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. ฉลากไม่ชัดว่าเป็นน้ำหนักผงเปลือกหรือแคลเซียม และแคลเซียมคีเลตก็ไม่มีข้อมูลพอ จึงคำนวณแคลเซียมรวมไม่ได้ วิตามินดีราว 100 IU ต่อวัน (คำนวณ)
หลักฐานของส่วนประกอบหลัก เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูล
- แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก — งานนำร่องในเซอร์เบียในหญิงวัยหมดประจำเดือนที่มวลกระดูกต่ำ 50 คน ใช้ผงมุกที่ให้แคลเซียม 260 มก. ต่อวัน ร่วมวิตามินดี เทียบกับแคลเซียมคาร์บอเนต นาน 6 เดือน มวลกระดูกไม่ต่างอย่างมีนัยสำคัญ ฉลากผลิตภัณฑ์นี้ไม่ระบุชนิดหอยและปริมาณแคลเซียม จึงเทียบขนาดกับงานนี้ไม่ได้ และยังไม่มีผลตรวจโลหะหนักของวัตถุดิบที่เปิดเผย
- แคลเซียมแอล-ทรีโอเนต — งานในอาสาสมัครชาวจีนสุขภาพดี 14 คน ใช้เม็ด 300 มก. (แคลเซียม 40 มก.) ครั้งเดียว วัดการดูดซึมแคลเซียมได้ราวร้อยละ 26.5 ไม่มีงานในผู้ที่เคยเป็นนิ่ว
- งาน WHI — ใช้แคลเซียม 1,000 มก. ร่วมวิตามินดี 400 IU ต่อวัน (แคลเซียมราว 11 เท่าของส่วนที่คำนวณได้จากทรีโอเนต และวิตามินดี 4 เท่าของในแคปซูล คำนวณ) และพบนิ่วไตเพิ่ม
- ขมิ้นชัน — งานไทยในข้อเข่าเสื่อมใช้วันละ 1,500 มก. (ราว 47 เท่าของ 32 มก. ต่อวันในแคปซูล คำนวณ) ด้านความปลอดภัย งานทดลองขนาดเล็กพบว่าเคอร์คูมิน 20 มก. ทำให้ถุงน้ำดีบีบตัว ซึ่งสอดคล้องกับคำเตือนเรื่องท่อน้ำดีอุดตัน
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- เป็นโรคนิ่ว หรือท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากห้าม (ผู้ที่เคยเป็นนิ่วในไต ทางเดินปัสสาวะ หรือถุงน้ำดี ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน)
- โรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดหรือในปัสสาวะสูง โรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ใช้ยาขับปัสสาวะไทอะไซด์ หรือไดจอกซิน: แจ้งแพทย์
- ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนหรือเตตราไซคลีน ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต ยาเหล็ก: ให้เภสัชกรกำหนดเวลากิน
- ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด เลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: มีขมิ้นชันและขิง ต้องปรึกษาแพทย์
- โรคตับ หรือมีอาการตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย คลื่นไส้: หยุดและพบแพทย์ เพราะมีรายงานตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน
- แพ้นมวัว: มีโคลอสตรุ้ม · แพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยากระดูกพรุน ยาเกาต์ ยาแก้ปวดข้อ: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง
ผลิตภัณฑ์นี้มีแคลเซียม ขมิ้นชัน และขิง ฉลากระบุว่าผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน และห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน ผู้ที่เป็นโรคไต ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะ หรือยากระดูกพรุน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยากระดูกพรุน ยาไทรอยด์ ยาโรคไต ยาขับปัสสาวะ วิตามินดีหรือแคลเซียมที่แพทย์สั่ง และยาแก้ปวด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก ลงน้ำหนักหรือเดินไม่ได้ ขาผิดรูปหรือสั้นลง · ปวดหลังแล้วกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ · ขาอ่อนแรงหรือชาขึ้นมาทันที · สับสนขึ้นมาทันที ซึมลงจนปลุกยาก หรือหมดสติ · ชักหรือหายใจลำบาก · เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
ถ้าข้อหรือเข่าปวดมากขึ้นมาทันที บวม แดง ร้อน หรือปวดข้อแล้วมีไข้หรือหนาวสั่น อาจเป็นข้ออักเสบติดเชื้อ ต้องไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด
ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →คำถามที่พบบ่อย
กินแคลเซียมแล้วเป็นนิ่วไหม
แคลเซียมจากอาหารไม่เพิ่มนิ่วแคลเซียมออกซาเลตตาม NIDDK และคนที่กินแคลเซียมจากอาหารมากมีความเสี่ยงนิ่วต่ำกว่า ส่วนแคลเซียมเม็ดเสริมข้อมูลยังไม่ตรงกัน งาน WHI ที่ให้แคลเซียม 1,000 มก. ร่วมวิตามินดี 400 IU พบนิ่วไตเพิ่มราวร้อยละ 17
นิ่วแคลเซียมคืออะไร
คือนิ่วที่มีแคลเซียมเป็นองค์ประกอบ ได้แก่ นิ่วแคลเซียมออกซาเลตและแคลเซียมฟอสเฟต เป็นนิ่วไตชนิดที่พบมากกว่าชนิดอื่น เกิดเมื่อปัสสาวะมีแคลเซียม ออกซาเลต หรือฟอสฟอรัสสูง
คนเคยเป็นนิ่วกินแคลเซียมเสริมได้ไหม
ต้องถามแพทย์ก่อนทุกครั้ง และถ้าฉลากเขียนว่าผู้เป็นนิ่วไม่ควรรับประทาน ก็ไม่ควรเลือกกินเอง แต่ไม่ควรงดแคลเซียมจากอาหาร เพราะการกินแคลเซียมต่ำสัมพันธ์กับนิ่วกลับเป็นซ้ำมากขึ้น
เป็นนิ่วควรงดนมไหม
NIDDK ไม่ได้แนะนำให้งดแคลเซียมจากอาหาร แต่ให้คุยกับบุคลากรสุขภาพเรื่องปริมาณที่เหมาะสม คนเป็นนิ่วบางชนิดอาจถูกแนะนำให้จำกัดโปรตีนจากสัตว์ ซึ่งรวมผลิตภัณฑ์นมด้วย ปริมาณขึ้นกับชนิดนิ่ว
ป้องกันนิ่วซ้ำทำอย่างไร
ดื่มน้ำให้พอ (ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ) ลดเกลือและโซเดียมไม่เกินวันละ 2,300 มก. ดูแลเรื่องออกซาเลตและโปรตีนจากสัตว์ตามชนิดนิ่ว ควบคุมน้ำหนัก และถามแพทย์ว่าเคยเป็นนิ่วชนิดไหน
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Definition & Facts for Kidney StonesNIDDK (National Institutes of Health)
- Eating, Diet, & Nutrition for Kidney StonesNIDDK (National Institutes of Health)
- Symptoms & Causes of Kidney StonesNIDDK (National Institutes of Health)
- Calcium (Micronutrient Information Center)Linus Pauling Institute, Oregon State University
- Calcium plus vitamin D supplementation and the risk of fractures (WHI, 2006)New England Journal of Medicine (PubMed)
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-20
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
