บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta X Plus

ริดสีดวงจมูกต้องผ่าตัดไหม ยุบเองได้หรือเปล่า ผ่าแล้วกลับมาเป็นอีกได้ไหม

คำตอบสั้น: ไม่ใช่ทุกคนต้องผ่าตัด NHS ระบุว่าการรักษาแรกมักเป็นยาหยอดหรือยาพ่นจมูกสเตียรอยด์เพื่อให้ติ่งเนื้อเล็กลง บางครั้งแพทย์ให้ยาสเตียรอยด์ชนิดเม็ดระยะสั้น มักไม่เกิน 2 สัปดาห์ ถ้ารักษาราว 12 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น แพทย์อาจแนะนำผ่าตัด ส่วนคำถามว่ายุบเองได้ไหม NHS ระบุว่าริดสีดวงจมูกจะไม่ดีขึ้นถ้าไม่ได้รักษา หลังผ่าตัดคนส่วนใหญ่อาการดีขึ้น แต่ NHS ระบุว่าติ่งเนื้อมักกลับมาภายในไม่กี่ปี จึงอาจต้องใช้ยาพ่นต่อหลังผ่าตัด ในรายที่เป็นรุนแรง มียาชีววัตถุ (ยาแอนติบอดี) ที่แพทย์เฉพาะทางพิจารณาใช้ ทั้งหมดนี้ต้องทำตามแผนของแพทย์ ห้ามหยุดหรือเปลี่ยนยาเอง

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • ยุบเองไม่ได้ NHS ระบุว่าริดสีดวงจมูกจะไม่ดีขึ้นถ้าไม่ได้รักษา (ทบทวน 29 มิ.ย. 2566)
  • เริ่มด้วยยา ยาพ่นหรือยาหยอดจมูกสเตียรอยด์ และบางครั้งยาสเตียรอยด์ชนิดเม็ดระยะสั้น ตามที่แพทย์สั่ง
  • ยาต้องใช้ต่อเนื่อง MedlinePlus ระบุว่าอาการกลับมาเมื่อหยุดยาพ่นจมูก
  • ผ่าตัดเมื่อยาไม่ได้ผล NHS ระบุไว้ที่ราว 12 สัปดาห์ MedlinePlus ระบุว่าใช้เมื่อยาไม่ได้ผลหรือติ่งเนื้อใหญ่มาก
  • กลับมาเป็นซ้ำได้ NHS ระบุว่าพบบ่อย มักภายในไม่กี่ปี จึงต้องติดตามกับแพทย์
  • รายรุนแรง มียาชีววัตถุ งานรวมของ Cochrane (ปี 2564) ในผู้ใหญ่ที่เป็นรุนแรงและใช้ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์อยู่ พบว่าบางตัวทำให้คุณภาพชีวิตเฉพาะโรคดีขึ้นเมื่อเทียบยาหลอก งานทุกงานได้ทุนหรือการสนับสนุนจากบริษัทยา
  • แจ้งแพทย์ก่อนผ่าตัด ว่าใช้ยาอะไร รวมถึงสมุนไพรและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

ริดสีดวงจมูกยุบเองได้ไหม ไม่ผ่าได้ไหม

ไม่ยุบเอง แต่หลายคนรักษาด้วยยาก่อนได้ NHS ระบุว่าริดสีดวงจมูกอาจรู้สึกเหมือนหวัด แต่หวัดมักหายในไม่กี่วัน ส่วนริดสีดวงจมูกจะไม่ดีขึ้นถ้าไม่ได้รักษา และ MedlinePlus ระบุว่าติ่งเล็กอาจไม่ทำให้เกิดปัญหา

ยาช่วยคุมอาการ แต่ไม่ค่อยทำให้ติ่งหายไป MedlinePlus ระบุว่ายาอาจช่วยบรรเทาอาการ แต่ไม่ค่อยทำให้ริดสีดวงจมูกหายไป ดังนั้นคำตอบของคำถามว่าไม่ผ่าได้ไหม ขึ้นกับว่าอาการคุมได้ด้วยยาหรือไม่ ซึ่งแพทย์จะประเมินเป็นระยะ

สูตรสมุนไพรหรือน้ำมันหยอดจมูกที่อ้างว่าทำให้ติ่งเนื้อหลุดหรือยุบ แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้กล่าวถึงวิธีเหล่านี้ จึงไม่มีหลักฐานให้ยืนยัน ให้ถามแพทย์ก่อนใช้สิ่งใดหยอดหรือพ่นเข้าจมูก

ริดสีดวงจมูกกินยาอะไร รักษาด้วยยาอย่างไร

ยาพ่นหรือยาหยอดจมูกสเตียรอยด์ NHS ระบุว่าผู้ที่มีริดสีดวงจมูกมักได้ยาหยอดหรือยาพ่นจมูกสเตียรอยด์เพื่อให้ติ่งเนื้อเล็กลง MedlinePlus ระบุว่ายาพ่นสเตียรอยด์บางครั้งทำให้ติ่งเนื้อเล็กลง ช่วยให้จมูกโล่งขึ้นและน้ำมูกลดลง และ อาการจะกลับมาถ้าหยุดยา นี่คือเหตุผลที่ต้องใช้ต่อเนื่องตามแพทย์ อ่านวิธีใช้ที่ ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ ใช้อย่างไร

ยาสเตียรอยด์ชนิดเม็ดหรือน้ำระยะสั้น NHS ระบุว่าบางครั้งแพทย์ให้ยาสเตียรอยด์ชนิดเม็ด มักไม่เกิน 2 สัปดาห์ เพื่อบรรเทาอาการ MedlinePlus ระบุว่ายาสเตียรอยด์ชนิดกินอาจทำให้ติ่งเล็กลง ลดการบวมและคัดจมูก และในรายส่วนใหญ่ผลอยู่ได้ไม่กี่เดือน NHS ย้ำให้ทำตามที่แพทย์บอกว่าใช้ยาอย่างไรและนานเท่าไร

ยาแก้แพ้ MedlinePlus ระบุว่ายาแก้แพ้ช่วยป้องกันไม่ให้ติ่งเนื้อกลับมาโต และระบุว่ายาพ่นจมูก ยาแก้แพ้ และการฉีดวัคซีนภูมิแพ้ (ภูมิคุ้มกันบำบัด) อาจช่วยป้องกันติ่งเนื้อที่อุดทางเดินหายใจ อ่านเรื่องภูมิคุ้มกันบำบัดที่ ภูมิคุ้มกันบำบัดโรคภูมิแพ้

ยาปฏิชีวนะ MedlinePlus ระบุว่ายาปฏิชีวนะใช้รักษาไซนัสอักเสบจากแบคทีเรีย แต่รักษาติ่งเนื้อหรือไซนัสอักเสบจากไวรัสไม่ได้ ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง (อย. 13 มิ.ย. 2567)

ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ NHS ระบุว่าหลังพบแพทย์แล้ว เภสัชกรแนะนำการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเพื่อช่วยให้จมูกโล่งได้ และระบุว่าวิธีผสมน้ำเกลือเองไม่เหมาะกับเด็ก อ่านวิธีที่ ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาพ่นจมูก ยาเม็ดสเตียรอยด์ หรือยาแก้แพ้เอง แม้จมูกจะโล่งขึ้นแล้ว ถ้ากังวลเรื่องผลข้างเคียงของยาสเตียรอยด์ ให้ถามแพทย์ที่สั่งยา

ริดสีดวงจมูกต้องผ่าไหม เมื่อไรแพทย์แนะนำผ่าตัด

เมื่อยาไม่ได้ผล NHS ระบุว่าถ้ารักษาราว 12 สัปดาห์แล้วไม่มีสัญญาณว่าดีขึ้น แพทย์อาจแนะนำผ่าตัดเอาติ่งเนื้อออก MedlinePlus ระบุว่าอาจต้องผ่าตัดเมื่อยาไม่ได้ผล หรือติ่งเนื้อใหญ่มาก

การผ่าตัดไซนัสด้วยกล้อง (endoscopic sinus surgery) MedlinePlus ระบุว่ามักใช้วิธีนี้ แพทย์สอดท่อเล็กที่มีไฟและเครื่องมือที่ปลายเข้าทางรูจมูกเพื่อตัดติ่งเนื้อออก และผู้ป่วยมักกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน เอกสารผู้ป่วยของโรงพยาบาล Kingston and Richmond NHS Foundation Trust (โรงพยาบาลในระบบ NHS ปรับปรุง 8 ก.ค. 2569) ระบุว่า

  • มักทำขณะดมยาสลบ บางครั้งใช้ยาชาเฉพาะที่
  • ผ่าตัดผ่านรูจมูก ไม่มีแผลที่ใบหน้า และไม่เปลี่ยนรูปทรงจมูกภายนอก
  • ใช้เวลาราว 1–2 ชั่วโมง
  • อาจใส่วัสดุห้ามเลือดในจมูกชั่วคราว ถ้าเป็นชนิดที่ไม่ละลาย ต้องค้างคืนเพื่อเอาออกเช้าวันรุ่งขึ้น

ความเสี่ยงที่เอกสารของ Kingston and Richmond ระบุ ได้แก่ ปวด (พบบ่อย) เลือดออกมาก (พบไม่บ่อย น้อยกว่า 1 ใน 20) น้ำหล่อสมองรั่วและความเสียหายต่อตา (พบน้อย น้อยกว่า 1 ใน 100) และการได้กลิ่นลดลงหรือเปลี่ยนไป (พบน้อย) ให้คุยกับแพทย์ผู้ผ่าตัดเรื่องประโยชน์และความเสี่ยงของแต่ละคน

หลังผ่าตัดริดสีดวงจมูก ดูแลตัวเองอย่างไร ห้ามกินอะไร

คำแนะนำหลังผ่าตัดจากเอกสารของ Kingston and Richmond

  • ต้องมีผู้ใหญ่อยู่ด้วย 24 ชั่วโมงหลังผ่าตัด
  • ถ้าได้ยาระงับความรู้สึก ใน 24 ชั่วโมงแรก ห้ามขับรถ ห้ามใช้เครื่องจักร ห้ามทำกิจกรรมเสี่ยงรวมถึงทำอาหาร ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ และห้ามเซ็นเอกสารทางกฎหมาย
  • ห้ามสั่งน้ำมูกอย่างน้อย 1 สัปดาห์ หลังจากนั้นจะสั่งออกมาเป็นน้ำมูกข้นปนเลือด และจมูกจะรู้สึกตันอยู่หลายสัปดาห์
  • ห้ามว่ายน้ำหรือดำน้ำ 2 สัปดาห์
  • แพทย์อาจให้ยาพ่นหรือยาหยอดจมูก ชุดล้างจมูก และยาปฏิชีวนะ ให้ใช้ตามที่แพทย์สั่ง

ห้ามกินอะไรหลังผ่าตัด เอกสารที่เราเปิดอ่านไม่ได้ระบุอาหารต้องห้ามหลังผ่าตัดริดสีดวงจมูก นอกจากงดแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงแรกเมื่อได้ยาระงับความรู้สึก ให้ทำตามคำแนะนำของโรงพยาบาลที่ผ่าตัด อ่านเรื่องอาหารหลังผ่าตัดทั่วไปที่ หลังผ่าตัดกินอะไรให้แผลหายเร็ว

ก่อนผ่าตัด แจ้งยาทุกชนิด เอกสารของ Kingston and Richmond ให้แจ้งทีมแพทย์ในวันประเมินก่อนผ่าตัดเรื่องยาทุกชนิด รวมถึงยาละลายลิ่มเลือด สมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และยาที่ซื้อเอง เอกสารยังแนะนำให้พยายามเลิกบุหรี่ เพราะอาจลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน ห้ามหยุดยาละลายลิ่มเลือดเองก่อนผ่าตัด ให้แพทย์เป็นผู้บอกว่าต้องหยุดหรือไม่

ทำไมหลังผ่าตัดยังต้องพ่นยา NHS ระบุว่าอาจต้องใช้ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ต่อหลังผ่าตัด เพื่อไม่ให้ติ่งเนื้อกลับมาเร็ว เอกสารของ Kingston and Richmond ระบุว่าถ้าไซนัสอักเสบมีสาเหตุจากภูมิแพ้หรือริดสีดวงจมูก อาจต้องใช้ยาพ่นจมูกต่อ

ผ่าตัดริดสีดวงจมูกแล้วกลับมาเป็นอีกได้ไหม

ได้ และพบบ่อย แหล่งที่เราเปิดอ่านระบุไว้ดังนี้

  • NHS คนส่วนใหญ่ที่ผ่าตัดอาการดีขึ้น แต่ติ่งเนื้อกลับมาโตอีกเป็นเรื่องพบบ่อย มักภายในไม่กี่ปี
  • MedlinePlus การผ่าตัดมักทำให้หายใจทางจมูกสะดวกขึ้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปติ่งเนื้อมักกลับมา และการได้กลิ่นหรือรับรสที่ลดลงไม่ได้ดีขึ้นทุกรายหลังรักษาด้วยยาหรือผ่าตัด
  • Kingston and Richmond ระบุว่าแม้ใช้ยาพ่นจมูก ติ่งเนื้ออาจกลับมาได้ (ราว 4 ใน 10 ราย) และอาจต้องผ่าตัดอีก ส่วนอาการไซนัสที่กลับมาจนต้องผ่าตัดซ้ำ ระบุไว้ราว 1 ใน 8 ราย

การติดตามกับแพทย์จึงสำคัญ แม้อาการดีขึ้นแล้ว ให้ไปตามนัด ใช้ยาพ่นตามแผน และแจ้งแพทย์เมื่อจมูกเริ่มตันหรือได้กลิ่นลดลงอีก อ่านภาพรวมของโรคที่ ริดสีดวงจมูกเกิดจากอะไร

ยาชีววัตถุสำหรับริดสีดวงจมูกที่เป็นรุนแรง

คืออะไร MedlinePlus ระบุว่าบางครั้งแพทย์ใช้ยาชีววัตถุเพื่อป้องกันติ่งเนื้อกลับมา ยาชีววัตถุกลุ่มนี้คือแอนติบอดีชนิดโมโนโคลนัล ซึ่งออกฤทธิ์ที่โปรตีนเฉพาะตัวเพื่อคุมกระบวนการของโรค

หลักฐาน งานรวมของ Cochrane (ปี 2564) รวม 10 งานทดลอง ผู้ใหญ่ 1,262 คน เกือบทั้งหมดเป็นไซนัสอักเสบเรื้อรังชนิดรุนแรงที่มีริดสีดวงจมูก ร้อยละ 43–100 ของผู้ร่วมวิจัยในแต่ละงานเป็นหอบหืดด้วย และทุกคนใช้ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ร่วมอยู่

  • ดูพิลูแมบ (dupilumab) ทำให้คุณภาพชีวิตเฉพาะโรคดีขึ้นเมื่อเทียบยาหลอกที่ 24 สัปดาห์ (ความแน่นอนสูง) และน่าจะลดความรุนแรงของโรค (ความแน่นอนปานกลาง)
  • เมโพลิซูแมบ (mepolizumab) อาจทำให้คุณภาพชีวิตเฉพาะโรคดีขึ้น (ความแน่นอนต่ำ)
  • โอมาลิซูแมบ (omalizumab) น่าจะทำให้คุณภาพชีวิตเฉพาะโรคดีขึ้น (ความแน่นอนปานกลาง)
  • ทุกงานได้ทุนหรือการสนับสนุนจากบริษัทยา ตามที่ระบุในบทคัดย่อ และคำแถลงผลประโยชน์ทับซ้อนในหน้า PubMed ระบุว่าผู้ทบทวนบางคนเคยได้รับค่าที่ปรึกษาหรือร่วมคณะที่ปรึกษาของบริษัทยา

ในไทย แนวทาง TAC 2568 ระบุยาชีววัตถุสำหรับหอบหืดชนิดรุนแรง และระบุไซนัสอักเสบเรื้อรังที่มีริดสีดวงจมูกไว้เป็นโรคร่วมที่ใช้ประกอบการเลือกยา การใช้ยากลุ่มนี้ต้องให้แพทย์เฉพาะทางประเมิน เรื่องสิทธิการรักษาและค่าใช้จ่าย ให้สอบถามโรงพยาบาลตามสิทธิ หรือสายด่วน สปสช. 1330

เมื่อไรต้องติดต่อแพทย์หลังผ่าตัด หรือระหว่างรักษา

นัดพบแพทย์ เอกสารของ Kingston and Richmond ให้ติดต่อแพทย์ถ้าจมูกตันหรือเจ็บมากขึ้นและมีไข้ และ NHS (หน้าริดสีดวงจมูก) ให้พบแพทย์ถ้าอาการแย่ลง หรือการได้กลิ่นเปลี่ยนไป

น้ำมูกปนเลือดหลังผ่าตัด เอกสารของ Kingston and Richmond ระบุว่าพบบ่อยและมักหายในไม่กี่วัน แต่เลือดออกมากอาจต้องรักษาเพิ่ม รวมถึงการรักษาฉุกเฉิน ถ้าไม่แน่ใจให้โทรถามโรงพยาบาลที่ผ่าตัด และถ้ามีอาการตามรายการด้านล่าง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้

  • ตาบวมมาก หรือแดงรอบตา
  • เห็นภาพซ้อน
  • ตามัวลงหรือมองไม่เห็น
  • ปวดศีรษะรุนแรง
  • มีอาการคล้ายเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
  • เลือดกำเดาไหลนานกว่า 10–15 นาที (ระหว่างบีบจมูกห้ามเลือดตามวิธีของ NHS)
  • เลือดกำเดาออกมากผิดปกติ
  • กลืนเลือดลงไปมากจนอาเจียน
  • มีเลือดกำเดาและรู้สึกอ่อนแรงหรือเวียนศีรษะ
  • มีเลือดกำเดาและหายใจลำบาก

เอกสารของ Kingston and Richmond ระบุว่าเลือดออกรุนแรงในเบ้าตาหลังผ่าตัดพบน้อยมาก แต่ทำให้ตาบวมมาก เห็นภาพซ้อน หรือสูญเสียการมองเห็นได้ และการติดเชื้อลามเข้าน้ำหล่อสมองจนเกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบพบน้อยมาก อาการทางตาและเยื่อหุ้มสมองยังเป็นอาการเตือนของไซนัสอักเสบตามแนวทาง TAC 2568 ซึ่งแผนภูมิหน้า 24 จัดเป็นการส่งต่อฉุกเฉิน เราจึงใช้ระดับที่ปลอดภัยกว่า ข้อเรื่องเลือดกำเดามาจาก NHS หน้าเลือดกำเดาไหล (ทบทวน 5 ธ.ค. 2566) ซึ่งจัดให้ไปห้องฉุกเฉิน และห้ามขับรถไปเอง หน้านี้เป็นคำแนะนำเลือดกำเดาไหลทั่วไป ไม่ได้เขียนเฉพาะหลังผ่าตัด

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)

เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน (mulberry) 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก.

ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) และเบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) วิตามินซีที่ฉลากระบุชัดคือ 3 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ และไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์

ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม

คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน และผู้ใช้ยาประจำตัว ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ผู้ที่กำลังจะผ่าตัดริดสีดวงจมูกหรือไซนัส ให้แจ้งทีมแพทย์ในวันประเมินก่อนผ่าตัดว่ารับประทานผลิตภัณฑ์นี้อยู่ ตามที่เอกสารของ Kingston and Richmond NHS Foundation Trust ให้แจ้งเรื่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและสมุนไพรทุกชนิด

เรื่องการรักษาริดสีดวงจมูก: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้ติ่งเนื้อยุบ ลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำหลังผ่าตัด หรือช่วยให้แผลผ่าตัดหาย ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง และไม่ใช้แทนยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ ยาเม็ดสเตียรอยด์ หรือยาชีววัตถุที่แพทย์สั่ง

ส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้โดยตรงคือเรื่องความปลอดภัยช่วงผ่าตัด

  • สารสกัดขิง 50 มก. (100 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — ศูนย์มะเร็ง Memorial Sloan Kettering (โรงพยาบาลมะเร็งในสหรัฐ หน้าขิง ปรับปรุง 2 มิ.ย. 2565) แนะนำให้เลี่ยงขิงชนิดเสริมเมื่อใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก แม้งานทบทวนจะระบุว่าหลักฐานยังไม่ชัดเจน และแนะนำให้เลี่ยงช่วงผ่าตัด MSKCC ระบุยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสดไว้ในรายการที่ต้องระวังด้วย ส่วนงานวิจัยในคนที่ใช้สารสกัดขิงในโรคจมูก เป็นงานภูมิแพ้จมูกของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ใช้วันละ 500 มก. (5 เท่าของในแคปซูลต่อวัน คำนวณ) ไม่มีกลุ่มยาหลอก และไม่ได้ศึกษาริดสีดวงจมูก ผู้ที่จะผ่าตัดควรถามแพทย์ผู้ผ่าตัดว่าต้องหยุดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารก่อนผ่าตัดนานเท่าไร
  • ซิงค์ 5.8 มก. ต่อแคปซูลตามฉลาก (11.6 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — สถาบันไลนัส พอลลิง (หน้าสังกะสี ทบทวน พ.ค. 2562) ระบุว่าสังกะสีลดการดูดซึมยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนและควิโนโลน ผู้ที่ได้ยาปฏิชีวนะหลังผ่าตัด ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
  • โรคตับ หรือกินยาหลายชนิด: มีกระชาย ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
  • โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน: มีกรดอะมิโนเสริม (ซิสเทอีน อาร์จินีน ออร์นิทีน ไกลซีน) ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: มีอาร์จินีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด/ทำฟัน: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีม่อนและขิง ปรึกษาแพทย์ก่อนและสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ
  • ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น ทาโครลิมัส ไซโคลสปอริน) หรือโรคภูมิต้านตนเอง: ปรึกษาแพทย์ก่อน ผู้ที่ได้ยาชีววัตถุสำหรับริดสีดวงจมูกหรือหอบหืด ให้แจ้งแพทย์ผู้สั่งยาด้วย
  • ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: มีซิงค์ ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
  • กินวิตามินรวมหรือซิงค์จากผลิตภัณฑ์อื่นอยู่: ให้นับรวมทุกแหล่ง
  • สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: มีเบต้าแคโรทีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • นิ่วในถุงน้ำดี: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • แพ้ยีสต์ ขิง หรือกระชาย: ควรเลี่ยง

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรืออาการดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ ยาสูดหรือยาพ่นหอบหืด ยาปฏิชีวนะ และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาพ่นหอบหืด อะดรีนาลีน หรือวัคซีนตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
  • หายใจเร็วมาก หรือหายใจลำบาก หอบมีเสียงหวีดมาก หรือรู้สึกเหมือนสำลักหรือหายใจไม่ทัน
  • คอแน่น หรือกลืนลำบาก
  • ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงิน เทา หรือซีด
  • สับสน ง่วงซึม หรือเวียนศีรษะมากขึ้นมาทันที
  • หมดสติและปลุกไม่ตื่น
  • เด็กตัวอ่อนปวกเปียก หรือไม่ตอบสนองเหมือนปกติ
  • หอบหืดกำเริบ แล้วใช้ยาพ่นบรรเทาอาการตามแผนของแพทย์แล้วไม่ดีขึ้น หรือแย่ลง
  • หอบหืดกำเริบ และไม่มียาพ่นบรรเทาอาการอยู่กับตัว
  • เจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที
  • ไอเป็นเลือด

อาการแพ้รุนแรงข้างต้นเป็นรายการที่ NHS (ระบบสุขภาพของสหราชอาณาจักร หน้าภาวะแพ้รุนแรง ทบทวน 21 มิ.ย. 2566) ให้โทรเรียกรถฉุกเฉินทันที ผู้ที่มีปากกาฉีดอะดรีนาลีนตามที่แพทย์สั่ง ให้ใช้ตามแผนที่แพทย์ให้ไว้ แล้วโทร 1669 แม้จะรู้สึกดีขึ้น ห้ามรอดูอาการด้วยยาแก้แพ้ และห้ามขับรถไปโรงพยาบาลเอง

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta X Plus ของแบรนด์ Hopeful พื้นกล่องสีเขียวมิ้นต์

Beta X Plusเบต้าเอ็กซ์พลัส

เลข อย. 10-1-15662-5-0098

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →

คำถามที่พบบ่อย

ริดสีดวงจมูกยุบเองได้ไหม

NHS ระบุว่าริดสีดวงจมูกจะไม่ดีขึ้นถ้าไม่ได้รักษา การรักษาแรกมักเป็นยาพ่นหรือยาหยอดจมูกสเตียรอยด์ตามที่แพทย์สั่ง และ MedlinePlus ระบุว่าอาการกลับมาถ้าหยุดยา

ริดสีดวงจมูกต้องผ่าไหม

ไม่ทุกคน NHS ระบุว่าถ้ารักษาด้วยยาราว 12 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น แพทย์อาจแนะนำผ่าตัด MedlinePlus ระบุว่าผ่าตัดเมื่อยาไม่ได้ผลหรือติ่งเนื้อใหญ่มาก มักใช้การผ่าตัดไซนัสด้วยกล้องผ่านรูจมูก

ผ่าตัดริดสีดวงจมูกแล้วกลับมาเป็นอีกได้ไหม

ได้ NHS ระบุว่าพบบ่อย มักภายในไม่กี่ปี และอาจต้องใช้ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ต่อหลังผ่าตัด เอกสารของโรงพยาบาลในระบบ NHS ระบุว่าติ่งเนื้อกลับมาได้ราว 4 ใน 10 รายแม้ใช้ยาพ่น

หลังผ่าตัดริดสีดวงจมูกห้ามทำอะไร

เอกสารของ Kingston and Richmond NHS Foundation Trust ให้ห้ามสั่งน้ำมูกอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ห้ามว่ายน้ำหรือดำน้ำ 2 สัปดาห์ และถ้าได้ยาระงับความรู้สึก ห้ามขับรถและดื่มแอลกอฮอล์ใน 24 ชั่วโมงแรก ไม่ได้ระบุอาหารต้องห้าม ให้ทำตามโรงพยาบาลที่ผ่าตัด

ยาชีววัตถุรักษาริดสีดวงจมูกคืออะไร

เป็นยาแอนติบอดีที่แพทย์เฉพาะทางใช้ในรายรุนแรง งานรวมของ Cochrane ปี 2564 พบว่าดูพิลูแมบทำให้คุณภาพชีวิตเฉพาะโรคดีขึ้นเมื่อเทียบยาหลอก ผู้ร่วมวิจัยทุกคนใช้ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ร่วม และทุกงานได้การสนับสนุนจากบริษัทยา

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท