เกี่ยวกับ Beta X Plus
วัคซีนภูมิแพ้คืออะไร ฉีดกับอมใต้ลิ้นต่างกันอย่างไร ต้องรักษานานแค่ไหน
คำตอบสั้น: วัคซีนภูมิแพ้คือการให้สารที่เราแพ้ทีละน้อยแล้วค่อย ๆ เพิ่มขนาด เพื่อให้ร่างกายตอบสนองต่อสิ่งนั้นน้อยลง NHS ระบุว่าต้องทำโดยบุคลากรทางการแพทย์ มีทั้งแบบฉีดใต้ผิวหนังที่โรงพยาบาลและแบบอมใต้ลิ้นที่บ้าน วิทยาลัยโรคภูมิแพ้อเมริกัน (ACAAI) ระบุว่าโดยทั่วไปใช้เวลา 3–5 ปี แพทย์ต้องตรวจก่อนว่าแพ้อะไร และแบบฉีดมีความเสี่ยงแพ้รุนแรงหลังฉีดเล็กน้อย จึงต้องฉีดในสถานพยาบาล
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- วัคซีนภูมิแพ้ (allergen immunotherapy) ให้สารก่อภูมิแพ้เพิ่มขึ้นทีละน้อย เพื่อให้ร่างกายค่อย ๆ คุ้นและตอบสนองน้อยลง (NHS)
- แบบฉีด: สัปดาห์ละครั้งราว 7 เดือน แล้วห่างเป็นทุก 2 และทุก 4 สัปดาห์ รวม 3–5 ปี บางรายนานกว่า (ACAAI)
- แบบอมใต้ลิ้น: อมเม็ดยาสัปดาห์ละ 3 วันจนถึงทุกวัน ACAAI แนะนำต่อเนื่อง 3–5 ปี
- ต้องตรวจภูมิแพ้ทางผิวหนังหรือตรวจเลือดก่อน เพื่อยืนยันว่าแพ้อะไร (ACAAI)
- งานวิจัยไทย 144 คนที่ใช้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกเป็นพื้นฐาน พบว่าใน 1 ปีแรก กลุ่มฉีดวัคซีนไรฝุ่นกับกลุ่มยาหลอกดีขึ้นไม่ต่างกัน และต้องติดตามระยะยาว
วัคซีนภูมิแพ้คืออะไร ทำงานอย่างไร
วัคซีนภูมิแพ้ไม่ได้ฉีดเพื่อกันเชื้อโรค แต่ฝึกให้ร่างกายทนต่อสิ่งที่แพ้ NHS (หน้าภูมิแพ้ ทบทวน 5 มี.ค. 2569) อธิบายว่าเป็นการให้สิ่งที่แพ้อย่างระมัดระวังทีละน้อยในช่วงเวลาหนึ่ง ร่างกายจะค่อย ๆ คุ้นและไม่ตอบสนองรุนแรงเท่าเดิม และต้องทำโดยบุคลากรทางการแพทย์
หน้าภาพรวมภูมิคุ้มกันบำบัดของ ACAAI อธิบายเพิ่มว่าการเพิ่มขนาดทีละน้อยทำให้ระบบภูมิคุ้มกันไวต่อสารนั้นน้อยลง โดยกลไกน่าจะเกิดจากร่างกายสร้างแอนติบอดีที่ “ปิดกั้น” การแพ้ และยังลดการอักเสบที่เป็นลักษณะของจมูกอักเสบและหอบหืดด้วย ใช้ได้กับการแพ้ละอองเกสร ไรฝุ่น และพิษผึ้ง เป็นต้น
ต่างจากวัคซีนทั่วไปอย่างไร
วัคซีนอย่างไข้หวัดใหญ่ใช้กับโรคติดเชื้อ กรมควบคุมโรค (25 ก.พ. 2568) ระบุวัตถุประสงค์ของวัคซีนไข้หวัดใหญ่ว่าเพื่อลดความรุนแรงของโรคและการเสียชีวิต ส่วนวัคซีนภูมิแพ้ไม่เกี่ยวกับเชื้อโรค เป้าหมายคือลดการตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้ที่ตรวจพบ คนเป็นภูมิแพ้จึงยังต้องรับวัคซีนโรคติดเชื้อตามคำแนะนำของแพทย์ตามปกติ อ่านต่อที่ เป็นภูมิแพ้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ไหม
วัคซีนภูมิแพ้แบบฉีดกับแบบอมใต้ลิ้นต่างกันอย่างไร
แบบฉีดใต้ผิวหนัง (SCIT)
ACAAI (หน้าวัคซีนแบบฉีด ทบทวน 28 ธ.ค. 2560) ระบุว่า
- ฉีดสารสกัดสารก่อภูมิแพ้ปริมาณน้อยเข้าใต้ผิวหนังที่ต้นแขน
- ใช้กับการแพ้ที่จมูกและตา หอบหืดจากภูมิแพ้ และการแพ้แมลงต่อยรุนแรง
- ใช้ได้กับสารก่อภูมิแพ้หลายชนิดพร้อมกัน เช่น เกสรพืช เชื้อรา ฝุ่นบ้าน และรังแคสัตว์
- มีความเสี่ยงเล็กน้อยที่จะเกิดแพ้รุนแรงหลังฉีดไม่นาน จึงต้องฉีดในสถานพยาบาลของแพทย์ภูมิแพ้
ACAAI เขียนว่าการฉีดเป็นรูปแบบที่ใช้มากและได้ผลดีในบรรดาวิธีนี้ และกล่าวว่าช่วยป้องกันการเกิดภูมิแพ้ใหม่และหอบหืดได้ ข้อความนี้เป็นของ ACAAI ซึ่งเป็นสมาคมแพทย์ภูมิแพ้ในสหรัฐ หน้าเว็บทบทวนล่าสุดปี 2560
แบบอมใต้ลิ้น (SLIT)
ACAAI (หน้ายาเม็ดอมใต้ลิ้น ทบทวน 28 ก.พ. 2560) ระบุว่า
- วางยาเม็ดไว้ใต้ลิ้น 1–2 นาทีแล้วกลืน ทำสัปดาห์ละ 3 วันจนถึงทุกวัน
- ทำเองที่บ้าน ไม่ต้องฉีดยา
- ยาเม็ดหนึ่งชนิดใช้กับสารก่อภูมิแพ้ชนิดเดียว
- ยาเม็ดไรฝุ่นใช้ตลอดทั้งปี ส่วนยาเม็ดเกสรใช้ก่อนและระหว่างฤดูเกสร
- ผลข้างเคียงส่วนใหญ่เกิดเฉพาะที่และเล็กน้อย เช่น คันในปาก หรือปวดท้องไม่สบายท้อง มักเกิดช่วงแรก ส่วนแพ้รุนแรงมีรายงานน้อยมาก แพทย์จึงจะจ่ายปากกาฉีดอะดรีนาลีนไว้ใช้ที่บ้าน
ACAAI ระบุว่ารูปแบบอมใต้ลิ้นที่ FDA สหรัฐอนุมัติมีเฉพาะยาเม็ดสำหรับแร็กวีด หญ้า และไรฝุ่น ส่วนยาหยดใต้ลิ้นยังไม่ได้รับอนุมัติในสหรัฐ (ในหน้าเดียวกันมีอีกประโยคที่เขียนว่ามีแค่แร็กวีดกับหญ้า แต่หน้าข้อมูลยาของ FDA ยืนยันว่ายาเม็ดไรฝุ่น ODACTRA ได้รับอนุมัติตั้งแต่ 1 มี.ค. 2560) ในไทยมีผลิตภัณฑ์ใดบ้าง ต้องถามแพทย์ภูมิแพ้ที่โรงพยาบาล
วัคซีนภูมิแพ้เหมาะกับใคร ต้องตรวจอะไรก่อน
ต้องรู้ก่อนว่าแพ้อะไร ACAAI ระบุว่าก่อนเริ่ม แพทย์กับผู้ป่วยต้องหาสิ่งกระตุ้นอาการ และตรวจภูมิแพ้ทางผิวหนัง หรือบางครั้งตรวจเลือด เพื่อยืนยันชนิดของสารก่อภูมิแพ้ อ่านเรื่องการตรวจที่ ตรวจภูมิแพ้แบบสะกิดผิวหนัง
ใครที่แพทย์มักพิจารณา ศิริราชระบุว่าใช้ในผู้ป่วยที่ใช้ยาแล้วคุมอาการไม่ได้ หรือทนผลข้างเคียงของยาไม่ได้ และต้องใช้เวลาหลายปี แนวทางจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ของไทย (สรุปใน TAC 2568) วางวัคซีนภูมิแพ้ไว้เป็นทางเลือกเมื่อปรับยาแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น
ใครไม่เหมาะ แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้ระบุรายการข้อห้ามไว้ครบ จึงไม่ขอเขียนรายการเอง ผู้ที่มีโรคประจำตัว เป็นหอบหืดที่ยังคุมไม่ได้ ตั้งครรภ์ หรือใช้ยาประจำ ให้แจ้งแพทย์ภูมิแพ้ทุกครั้งเพื่อให้ประเมินเป็นรายบุคคล
วัคซีนภูมิแพ้ต้องรักษานานแค่ไหน
หลายปี และต้องมาตามนัดสม่ำเสมอ ACAAI ให้รายละเอียดดังนี้
- แบบฉีด: ฉีดสัปดาห์ละครั้ง (บางครั้งถี่กว่า) ราว 7 เดือน จากนั้นห่างเป็นทุก 2 สัปดาห์ แล้วจึงห่างเป็นทุก 4 สัปดาห์ ระยะเวลารวม 3–5 ปี บางรายนานกว่านั้น
- แบบอมใต้ลิ้น: อาจต้องใช้ 3 ปีขึ้นไปเพื่อให้ได้ผลต่อเนื่อง และ ACAAI แนะนำต่อเนื่อง 3–5 ปี ระยะเวลาขึ้นกับชนิดยาเม็ดและการประเมินของแพทย์
ACAAI ระบุด้วยว่าแพทย์อาจเร่งหรือชะลอการเพิ่มขนาดตามที่ผู้ป่วยทนได้ ถ้ามีปฏิกิริยาก็ปรับช้าลงได้
ผลข้างเคียงที่ต้องเฝ้าระวัง
แบบฉีด: ACAAI ระบุว่ามีความเสี่ยงเล็กน้อยที่จะเกิดแพ้รุนแรง (อะนาฟิแล็กซิส) หลังฉีดไม่นาน นี่คือเหตุผลที่ต้องฉีดในสถานพยาบาล ควรทำตามที่แพทย์สั่งเรื่องการรอดูอาการหลังฉีด
แบบอมใต้ลิ้น: ACAAI ระบุว่าความเสี่ยงหลักมาจากการใช้ที่บ้านโดยไม่มีแพทย์อยู่ด้วย ผู้ป่วยต้องได้คำแนะนำชัดเจนว่าจะทำอย่างไรเมื่อเกิดปฏิกิริยา ลืมกิน หรือหยุดยาไปช่วงหนึ่ง และต้องรู้ว่าเมื่อไรต้องกลับไปพบแพทย์
ถ้าหลังฉีดหรือหลังอมยามีอาการแพ้รุนแรง ข้อใดข้อหนึ่ง เช่น ปากหรือคอบวม หายใจลำบาก คอแน่น กลืนลำบาก หรือเวียนศีรษะจะเป็นลม ให้ใช้ปากกาฉีดอะดรีนาลีนถ้ามี แล้วไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 (ดูรายการครบท้ายบทความ)
งานวิจัยในคนไทยว่าอย่างไร
งานวิจัยแบบสุ่มหลายศูนย์ในไทย (MITAR, Asian Pacific Journal of Allergy and Immunology 2567) ศึกษาผู้ป่วยจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ไรฝุ่นระดับปานกลางถึงรุนแรง 144 คน อายุ 11–61 ปี ฉีดวัคซีนไรฝุ่น 108 คน เทียบยาหลอก 36 คน ทุกคนใช้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกเป็นพื้นฐาน
- ครบ 1 ปี คะแนนรวมอาการและการใช้ยาดีขึ้นจากเดิมทั้งสองกลุ่ม แต่ ไม่ต่างกันระหว่างกลุ่ม
- ระดับแอนติบอดี IgG4 ต่อไรฝุ่นเพิ่มขึ้นเฉพาะกลุ่มที่ฉีดวัคซีน
- ผู้วิจัยสรุปว่าต้องมีการศึกษาระยะยาวกว่านี้
สิ่งที่ผู้อ่านนำไปใช้ได้คือ ในงานนี้ ผู้ป่วยที่ใช้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกเป็นพื้นฐานดีขึ้นจากเดิมทั้งสองกลุ่ม และผลในปีแรกของวัคซีนยังไม่ได้เหนือกว่ายาหลอก การตัดสินใจเริ่มวัคซีนจึงควรคุยกับแพทย์ถึงเป้าหมายระยะยาว อ่านเรื่องยาพ่นจมูกที่ ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ใช้อย่างไร และเรื่องแพ้ไรฝุ่นที่ แพ้ไรฝุ่น อาการเป็นยังไง
วัคซีนภูมิแพ้ราคาเท่าไร เบิกได้ไหม
เราไม่พบแหล่งทางการที่ประกาศราคาหรือสิทธิ์การเบิกที่เปิดตรวจได้ จึงไม่ขอระบุตัวเลข ค่าใช้จ่ายขึ้นกับชนิดวัคซีน จำนวนสารก่อภูมิแพ้ และระยะเวลารักษา วิธีถามที่ได้คำตอบตรง
- ถามคลินิกภูมิแพ้หรือแผนกหู คอ จมูก ของโรงพยาบาลที่รักษาอยู่ ว่ามีบริการแบบใด และค่าใช้จ่ายต่อปีโดยประมาณ
- ถามฝ่ายสิทธิ์ของโรงพยาบาลว่าสิทธิ์ที่มี (บัตรทอง ประกันสังคม ข้าราชการ) ครอบคลุมส่วนไหน
- สิทธิ์บัตรทองสอบถามสายด่วน สปสช. 1330
คำถามที่ควรเตรียมไปถามแพทย์
- ผลตรวจบอกว่าแพ้อะไร และวัคซีนชนิดไหนตรงกับสิ่งที่แพ้
- แบบฉีดหรือแบบอมใต้ลิ้นเหมาะกับเรามากกว่า เพราะอะไร
- ต้องมาโรงพยาบาลบ่อยแค่ไหน และรวมแล้วกี่ปี
- ถ้าลืมมาตามนัดหรือลืมอมยา ต้องทำอย่างไร
- ถ้าเกิดผลข้างเคียงที่บ้าน ต้องทำอะไร และต้องมีปากกาฉีดอะดรีนาลีนหรือไม่
- ระหว่างรักษา ยาพ่นจมูกและยาแก้แพ้ที่ใช้อยู่ต้องใช้ต่ออย่างไร
ความเชื่อเรื่องวัคซีนภูมิแพ้ที่ได้ยินกัน
“ฉีดวัคซีนภูมิแพ้แล้วเลิกยาได้เลย” ไม่มีแหล่งที่เราอ่านบอกเช่นนั้น ในงานวิจัยไทย ทุกคนยังใช้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูก ผู้ที่ใช้ยาพ่นจมูก ยาแก้แพ้ หรือยาพ่นโรคหืดอยู่ ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง การลดยาต้องให้แพทย์ประเมิน
“อมใต้ลิ้นปลอดภัยกว่า เลยไม่ต้องมีแพทย์ดูแล” ACAAI ระบุว่าแม้ผลข้างเคียงส่วนใหญ่เล็กน้อย แต่มีรายงานแพ้รุนแรงได้น้อยมาก จึงควรให้แพทย์ภูมิแพ้เป็นผู้สั่งและติดตาม
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)
เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด (หลักสี่ กรุงเทพฯ) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุให้รับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. (เป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. คำนวณ) · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. (เป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. คำนวณ) · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก (100%) 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน (วิตามินบี 2) 98% 0.85 มก.
คำเตือนบนฉลาก: "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · ฉลากมีกรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" และแนะนำให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม
เรื่องวัคซีนภูมิแพ้: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ใช้แทนวัคซีนภูมิแพ้ ช่วยให้วัคซีนภูมิแพ้ได้ผลขึ้น หรือลดอาการแพ้ ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง ผู้ที่อยู่ระหว่างรับวัคซีนภูมิแพ้ ให้แจ้งแพทย์ภูมิแพ้ทุกครั้งว่ากำลังใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดอยู่
ผู้ใช้ยาประจำตัว: คำแนะนำของบทความนี้ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก) คือให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน
ส่วนประกอบที่มักถูกถามในหัวข้อนี้ เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูลได้ดังนี้
- ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. (เป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 80 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — ไม่พบงานวิจัยเรื่องภูมิแพ้หรือวัคซีนภูมิแพ้ งานที่มีเป็นเรื่องหวัด งานในคนที่เป็นหวัดบ่อย 162 คนใช้เบต้ากลูแคนจากยีสต์เบียร์ชนิดไม่ละลายน้ำ 900 มก. ต่อวัน (มากกว่าในแคปซูลราว 11 เท่า คำนวณ) ใช้วัตถุดิบจากบริษัทผู้ผลิต ในการวิเคราะห์เฉพาะผู้ที่ทำตามโปรโตคอล จำนวนครั้งที่เป็นหวัดน้อยกว่ายาหลอก แต่คะแนนอาการไม่ต่างจากยาหลอกอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนงานในผู้ใหญ่อายุ 50–70 ปี 100 คนใช้ 250 มก. ต่อวัน (มากกว่าราว 3 เท่า คำนวณ) จำนวนครั้งที่เป็นหวัดไม่ต่างจากยาหลอกอย่างมีนัยสำคัญ ฉลากไม่ระบุชนิดของเบต้ากลูแคน จึงบอกไม่ได้ว่าเป็นชนิดเดียวกับในงานวิจัย ผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกันควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิด
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- เด็ก สตรีมีครรภ์ และผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน (ข้อนี้เป็นคำแนะนำของบทความ ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก) หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
- ผู้ใช้ยาประจำตัว: คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก) คือให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน
- ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ (ไนเตรต) ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: มีอาร์จินีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีม่อนและขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน และสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ
- ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น หลังปลูกถ่ายอวัยวะ ทาโครลิมัส ไซโคลสปอริน) โรคภูมิต้านตนเอง หรือยาเคมีบำบัด: ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: สังกะสีอาจลดการดูดซึมยา ให้เภสัชกรกำหนดเวลาให้ห่างกัน (LPI ระบุอย่างน้อย 2 ชั่วโมง)
- กินวิตามินรวมหรือสังกะสีจากแหล่งอื่นอยู่แล้ว: นับรวมทุกแหล่ง ค่าสูงสุดที่รับได้ของสังกะสีในผู้ใหญ่คือ 40 มก. ต่อวัน
- สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: มีเบต้าแคโรทีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
- โรคไตที่แพทย์ให้จำกัดโปรตีน หรือโรคตับ: มีกรดอะมิโนเสริมและกระชาย ปรึกษาแพทย์ก่อน
- นิ่วในถุงน้ำดี: ขิงเสริมอาจไม่เหมาะ ปรึกษาแพทย์ก่อน
- แพ้ส่วนประกอบ: แคปซูลทำจากเจลาติน ผู้ที่แพ้พืชตระกูลขิง (ขิง กระชาย) หรือยีสต์ ควรหลีกเลี่ยง
ผลิตภัณฑ์นี้มีอาร์จินีน ขิง สังกะสี และเบต้าแคโรทีน ฉลากระบุว่าเด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน และผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน ผู้ที่ใช้ยาความดัน ยาโรคหัวใจ ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน ยากดภูมิคุ้มกัน หรือยาปฏิชีวนะ ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว เป็นโรคไตหรือโรคตับ และผู้ที่สูบบุหรี่ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนยาพ่นจมูก ยาแก้แพ้ หรือยาพ่นโรคหืดที่แพทย์สั่ง
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ ยาสูดหรือยาพ่นโรคหืด ยาปฏิชีวนะ และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาพ่นโรคหืด ปากกาฉีดอะดรีนาลีน หรือวัคซีนตามคำแนะนำของแพทย์
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- ริมฝีปาก ปาก ลิ้น หรือคอบวมขึ้นมาทันที
- หายใจเร็วมากหรือหายใจลำบาก
- หายใจมีเสียงหวีดมาก หรือรู้สึกเหมือนสำลักหรือหายใจไม่ทัน
- คอแน่นหรือกลืนลำบาก
- ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงิน เทา หรือซีด
- สับสน ง่วงซึม หรือเวียนศีรษะขึ้นมาทันที
- หมดสติและปลุกไม่ตื่น
- หอบหืดกำเริบแล้วรู้สึกแย่ลงเมื่อใดก็ตาม
- หอบหืดกำเริบ ใช้ยาพ่นบรรเทาจนถึงขนาดสูงสุดตามแผนของแพทย์แล้วไม่ดีขึ้น
- หอบหืดกำเริบแต่ไม่มียาพ่นบรรเทาอยู่กับตัว
- เจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที
- ไอเป็นเลือด
NHS ระบุว่าถ้ามีปากกาฉีดอะดรีนาลีน ให้ใช้ทันทีแล้วโทรเรียกรถพยาบาล ให้นอนราบ (ถ้าหายใจลำบากให้ค่อย ๆ ลุกนั่ง) และห้ามลุกยืนหรือเดินแม้รู้สึกดีขึ้น เพราะอาการแพ้รุนแรงต้องรักษาในโรงพยาบาล NHS ยังระบุว่าห้ามขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง และแม้หอบหืดกำเริบจะหายแล้ว ก็ต้องพบแพทย์ภายใน 2 วันเพื่อทบทวนการรักษา
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →คำถามที่พบบ่อย
วัคซีนภูมิแพ้คืออะไร
คือการให้สารที่แพ้ทีละน้อยแล้วค่อย ๆ เพิ่มขนาด เพื่อให้ร่างกายคุ้นและตอบสนองน้อยลง NHS ระบุว่าต้องทำโดยบุคลากรทางการแพทย์ มีทั้งแบบฉีดใต้ผิวหนังและแบบอมใต้ลิ้น
วัคซีนภูมิแพ้ฉีดกับอมใต้ลิ้นต่างกันอย่างไร
ACAAI ระบุว่าแบบฉีดทำที่สถานพยาบาล ใช้กับสารก่อภูมิแพ้หลายชนิดพร้อมกัน และมีความเสี่ยงแพ้รุนแรงหลังฉีดเล็กน้อย ส่วนแบบอมใต้ลิ้นทำเองที่บ้าน ยาเม็ดหนึ่งชนิดใช้กับสารก่อภูมิแพ้ชนิดเดียว ผลข้างเคียงส่วนใหญ่เล็กน้อย เช่น คันในปาก
วัคซีนภูมิแพ้ต้องรักษานานแค่ไหน
ACAAI ระบุว่าแบบฉีดใช้เวลารวม 3–5 ปี บางรายนานกว่า โดยฉีดสัปดาห์ละครั้งราว 7 เดือนก่อนค่อย ๆ ห่างออก ส่วนแบบอมใต้ลิ้นแนะนำต่อเนื่อง 3–5 ปี ระยะเวลาจริงขึ้นกับการประเมินของแพทย์
วัคซีนภูมิแพ้ดีไหม
งานวิจัยไทยในผู้ป่วยแพ้ไรฝุ่น 144 คนที่ใช้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกเป็นพื้นฐาน พบว่าใน 1 ปีแรกดีขึ้นทั้งกลุ่มวัคซีนและกลุ่มยาหลอกโดยไม่ต่างกัน และต้องติดตามระยะยาว ศิริราชระบุว่าใช้ในผู้ที่ใช้ยาแล้วคุมอาการไม่ได้หรือทนผลข้างเคียงไม่ได้ ควรคุยกับแพทย์เป็นรายบุคคล
วัคซีนภูมิแพ้เบิกได้ไหม ราคาเท่าไร
เราไม่พบแหล่งทางการที่ประกาศราคาหรือสิทธิ์การเบิกที่เปิดตรวจได้ ให้ถามคลินิกภูมิแพ้และฝ่ายสิทธิ์ของโรงพยาบาลที่รักษาอยู่ ส่วนสิทธิ์บัตรทองสอบถามสายด่วน สปสช. 1330
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Allergy ShotsAmerican College of Allergy, Asthma and Immunology (ACAAI)
- Immunotherapy with allergy tabletsAmerican College of Allergy, Asthma and Immunology (ACAAI)
- AllergiesNHS
- A large scale multicentre randomized, placebo-controlled subcutaneous house dust mite allergen immunotherapy (HDM SCIT) in allergic rhinitis: MITAR Study.Asian Pac J Allergy Immunol 2024 (PubMed)
- แนวทางการรักษาโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ในปัจจุบันศิริราชออนไลน์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
- Allergy ImmunotherapyAmerican College of Allergy, Asthma and Immunology (ACAAI)
- ODACTRA (House Dust Mites Allergen Extract)U.S. Food and Drug Administration (FDA)
- Thai Asthma Guideline in Adults 2025 (แนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคหืดในประเทศไทยสำหรับผู้ใหญ่ พ.ศ. 2568)สมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย (สำเนาเผยแพร่โดยโรงพยาบาลฟากท่า)
- กรมควบคุมโรค ชี้สถานการณ์ไข้หวัดใหญ่สูงขึ้น แนะฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ พร้อมเน้นย้ำวิธีป้องกันตนเอง (25 ก.พ. 2568)กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
- Yeast (1,3)-(1,6)-beta-glucan helps to maintain the body's defence against pathogens: a double-blind, randomized, placebo-controlled, multicentric study in healthy subjects.Eur J Nutr 2013 (PubMed)
- Yeast-derived β-1,3/1,6 glucan, upper respiratory tract infection and innate immunity in older adults.Nutrition 2017 (PubMed)
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
