บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta X Plus

คัดจมูกเกิดจากอะไร คัดข้างเดียว คัดเรื้อรัง หายใจไม่ออก ต้องทำอย่างไร

คำตอบสั้น: คัดจมูกเกิดจากเยื่อบุในจมูกบวม ไม่ใช่แค่น้ำมูกอุดตัน MedlinePlus อธิบายว่าการบวมเกิดจากหลอดเลือดในเยื่อบุอักเสบ สาเหตุที่พบบ่อยคือหวัด ไข้หวัดใหญ่ ไซนัสอักเสบ และภูมิแพ้ สาเหตุอื่นได้แก่ ริดสีดวงจมูก ผนังกั้นจมูกคด การใช้ยาพ่นแก้คัดจมูกนานเกินกำหนด การตั้งครรภ์ และยาบางชนิด เช่น ยาความดันกลุ่ม ACE inhibitors และยากลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ ตามข้อมูลของ NHS คัดจมูกข้างเดียวที่ไม่หายควรให้แพทย์ส่องตรวจ เพราะ NHS และแนวทางไทยจัดเป็นอาการที่ต้องตรวจหาสาเหตุ ส่วนหายใจลำบากมากจนพูดไม่เป็นประโยค หรือมีตาบวม เห็นภาพซ้อน ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • คัดจมูกคือเยื่อบุบวม จากหลอดเลือดในเยื่อบุอักเสบ อาจมีหรือไม่มีน้ำมูกก็ได้ (MedlinePlus)
  • สาเหตุชั่วคราว หวัด ไข้หวัดใหญ่ ไซนัสอักเสบ ซึ่ง MedlinePlus ระบุว่าอาการคัดจมูกมักหายเองในราว 1 สัปดาห์
  • สาเหตุเรื้อรัง ภูมิแพ้จมูก จมูกอักเสบชนิดไม่ใช่ภูมิแพ้ ริดสีดวงจมูก ผนังกั้นจมูกคด และการใช้ยาพ่นแก้คัดจมูกติดต่อกันนานเกิน
  • คัดข้างเดียวไม่หาย ควรให้แพทย์ส่องตรวจในจมูก (NHS, แนวทางโรคหืดไทย 2568)
  • ยาบางชนิดทำให้คัดจมูกได้ แต่ห้ามหยุดยาเอง ให้ปรึกษาแพทย์ ซึ่ง NHS ระบุว่าแพทย์อาจพิจารณาเปลี่ยนยาให้

คัดจมูกเกิดจากอะไร ทำไมไม่มีน้ำมูกแต่หายใจไม่ออก

คัดจมูกไม่ได้เกิดจากน้ำมูกอุดอย่างเดียว MedlinePlus อธิบายว่าคัดจมูกเกิดเมื่อเนื้อเยื่อที่บุในจมูกบวม และการบวมเกิดจากหลอดเลือดที่อักเสบ บางครั้งมีน้ำมูกไหลร่วมด้วย และถ้าน้ำมูกไหลลงคออาจทำให้ไอหรือเจ็บคอ

นี่คือเหตุผลที่บางคนรู้สึกจมูกตัน หายใจไม่ออก ทั้งที่สั่งน้ำมูกแล้วไม่มีอะไรออกมา ตามคำอธิบายของ MedlinePlus สิ่งที่ทำให้ตันคือเยื่อบุที่บวม การดูแลจึงต้องเลือกตามสาเหตุที่ทำให้บวม

สาเหตุของคัดจมูกที่พบบ่อย

หวัด ไข้หวัดใหญ่ และไซนัสอักเสบ

MedlinePlus ระบุว่าหวัด ไข้หวัดใหญ่ และไซนัสอักเสบเป็นสาเหตุของคัดจมูกหรือน้ำมูกไหล และอาการคัดจมูกมักหายเองภายในราว 1 สัปดาห์ NHS ระบุว่าไซนัสอักเสบทำให้เยื่อบุไซนัสบวม เมือกระบายลงจมูกและคอไม่สะดวก จึงรู้สึกตื้อ มักหายเองภายใน 4 สัปดาห์

ภูมิแพ้จมูกและจมูกอักเสบชนิดไม่ใช่ภูมิแพ้

ภูมิแพ้จมูกทำให้จาม คันจมูก น้ำมูกไหลหรือคัดจมูก หลังสัมผัสสิ่งที่แพ้ เช่น ไรฝุ่น รังแคสัตว์ เชื้อรา (NHS) ส่วนจมูกอักเสบชนิดไม่ใช่ภูมิแพ้ NHS ระบุว่ากำเริบจากอากาศเปลี่ยน ควัน น้ำหอม แอลกอฮอล์ อาหารเผ็ด และฮอร์โมนที่เปลี่ยน เช่น ช่วงตั้งครรภ์ อ่านเรื่องภูมิแพ้จมูกเพิ่มได้ที่ ภูมิแพ้จมูกอาการเป็นอย่างไร

ริดสีดวงจมูก

NHS อธิบายว่าริดสีดวงจมูกเป็นก้อนเนื้อนุ่มไม่เจ็บในจมูก มักไม่ร้ายแรง แต่โตต่อและอุดจมูกได้ถ้าไม่รักษา อาการได้แก่ คัดจมูก น้ำมูกไหล น้ำมูกไหลลงคอ ได้กลิ่นหรือรับรสลดลง และนอนกรน NHS ระบุว่าหวัดมักหายในไม่กี่วัน แต่ริดสีดวงจมูกจะไม่ดีขึ้นถ้าไม่รักษา และผู้ที่เป็นหอบหืดหรือแพ้แอสไพรินมีความเสี่ยงมากขึ้น อ่านต่อได้ที่ ริดสีดวงจมูก

ผนังกั้นจมูกคดและโครงสร้างจมูก

MedlinePlus ระบุว่าผนังกั้นจมูกคด กระดูกงอกในจมูก หรือริดสีดวงจมูก อาจอุดทางเปิดของไซนัสได้ และการผ่าตัดแก้ผนังกั้นจมูกคดหรือริดสีดวงจมูกอาจช่วยป้องกันไซนัสอักเสบกลับมาเป็นซ้ำ แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้ให้ตัวเลขว่าผนังกั้นจมูกคดพบบ่อยแค่ไหน การวินิจฉัยต้องให้แพทย์ตรวจในจมูก

ยาพ่นแก้คัดจมูกที่ใช้นานเกิน

ยาที่ช่วยในระยะสั้นกลับทำให้คัดมากขึ้นได้ถ้าใช้นาน NHS หน้าภูมิแพ้จมูกระบุว่ายาพ่นแก้คัดจมูกที่ซื้อเองไม่ควรใช้เกิน 5 วัน เพราะอาจทำให้คัดจมูกแย่ลงและอาการดีขึ้นยากขึ้น ส่วน NHS หน้าจมูกอักเสบชนิดไม่ใช่ภูมิแพ้และหน้าหวัดระบุว่าไม่ควรใช้เกิน 1 สัปดาห์ และ MedlinePlus ระบุว่าการใช้ยาพ่นหรือยาหยอดจมูกที่ซื้อเองนานเกิน 3 วันอาจทำให้คัดมากขึ้น เมื่อฉลากยาไม่ได้กำหนดไว้ ให้ยึดระยะที่สั้นกว่าและถามเภสัชกร

บทความทบทวนในวารสาร Clinical and Experimental Allergy ปี 2553 จัดอาการนี้ (rhinitis medicamentosa) เป็นจมูกอักเสบจากยาแบบหนึ่ง ผู้ที่ใช้ยาพ่นแก้คัดจมูกมานานจนหยุดไม่ได้ อ่านต่อได้ที่ ยาพ่นแก้คัดจมูก ใช้นานแล้วติด

ยาความดันและยาอื่นที่ทำให้คัดจมูกได้

NHS ระบุยาที่เป็นสาเหตุของจมูกอักเสบชนิดไม่ใช่ภูมิแพ้ ได้แก่ ยาความดันกลุ่ม ACE inhibitors ยากลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ แอสไพริน และยาแก้ปวดต้านการอักเสบอย่างไอบูโพรเฟน รวมทั้งยาฮอร์โมนทดแทนและยาคุมกำเนิดบางชนิด

บทความทบทวนปี 2553 ข้างต้นระบุว่ามีงานวิจัยเรื่องจมูกอักเสบจากยาน้อยมาก และแนะนำว่าถ้าเป็นไปได้ให้หยุดหรือเปลี่ยนยาที่เป็นสาเหตุ ข้อนี้เป็นการตัดสินใจของแพทย์ ไม่ใช่ของผู้ป่วย เพราะยาความดันและยาหัวใจมีความสำคัญกับโรคประจำตัว ห้ามหยุดหรือลดยาความดันเอง ถ้าสังเกตว่าเริ่มคัดจมูกหลังเปลี่ยนยา ให้แจ้งแพทย์ที่ดูแล NHS ระบุว่าแพทย์อาจเปลี่ยนยาให้ถ้าคิดว่ายานั้นเป็นสาเหตุ

ผู้ที่เป็นความดันโลหิตสูงและสงสัยว่าใช้ยาแก้คัดจมูกได้หรือไม่ อ่านต่อได้ที่ ยาลดน้ำมูกกับความดัน

คัดจมูกข้างเดียวตลอดเวลา ทำไมควรให้แพทย์ส่องดู

คัดข้างเดียวที่ไม่หายเป็นอาการที่แหล่งทางการแพทย์ให้ตรวจ เหตุผลจากแหล่งที่เราเปิดอ่าน มีดังนี้

  • NHS ระบุว่าแพทย์มักบอกได้ว่าเป็นริดสีดวงจมูกหรือไม่ด้วยการดูในจมูก
  • NHS หน้าไซนัสอักเสบระบุว่าแพทย์อาจส่งต่อแพทย์หู คอ จมูก ถ้ามีอาการเพียงข้างเดียวของใบหน้า
  • แนวทางโรคหืดไทย 2568 (ดัดแปลงจาก EPOS 2020) จัด "อาการจมูกข้างเดียว มีเลือดออก มีสะเก็ดแห้งในจมูก" เป็นสัญญาณเตือนที่ต้องส่งต่อแพทย์
  • NHS ระบุว่ามะเร็งโพรงจมูกและไซนัสพบน้อย แต่อาการระยะแรกรวมถึงคัดจมูกข้างเดียวที่ไม่หาย เลือดกำเดาไหล และได้กลิ่นลดลง และย้ำว่าอาการเหล่านี้พบบ่อยและเกิดจากโรคอื่นได้ ไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็ง

ข้อควรรู้เรื่องคัดสลับข้าง: การที่จมูกตันข้างหนึ่งแล้วสลับไปอีกข้าง โดยเฉพาะตอนนอนตะแคง เป็นคนละเรื่องกับคัดข้างเดียวตลอดเวลา อ่านเรื่องนี้ได้ที่ คัดจมูกตอนกลางคืน

คัดจมูกทำไงดี วิธีบรรเทาที่ปลอดภัย

วิธีที่ MedlinePlus และ NHS แนะนำ มีดังนี้

  • ดื่มน้ำใสให้พอ เพื่อให้น้ำมูกไม่ข้นและระบายได้ (MedlinePlus) ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ
  • ประคบผ้าอุ่นชื้นที่ใบหน้า (MedlinePlus)
  • สูดไอน้ำ เช่น นั่งในห้องน้ำขณะเปิดฝักบัวน้ำอุ่น MedlinePlus ระบุว่าห้ามสูดไอน้ำที่ร้อนจัด และ NHS ระบุว่าห้ามให้เด็กสูดไอน้ำจากชามน้ำร้อนเพราะเสี่ยงลวก
  • ใช้เครื่องเพิ่มความชื้น (MedlinePlus)
  • ล้างจมูกหรือพ่นน้ำเกลือ (MedlinePlus, NHS) อ่านวิธีได้ที่ ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ
  • ยกศีรษะสูงเวลานอน MedlinePlus ระบุว่าคัดจมูกมักแย่ลงเมื่อนอนราบ ให้นั่งตรงหรืออย่างน้อยยกศีรษะให้สูง
  • แผ่นแปะขยายรูจมูก MedlinePlus ระบุว่าช่วยเปิดรูจมูกให้หายใจง่ายขึ้น
  • เลี่ยงสิ่งกระตุ้นและไม่สูบบุหรี่ (NHS)

ยาที่ควรถามเภสัชกร NHS ระบุว่าเภสัชกรแนะนำยาต้านฮิสทามีน ยาสเตียรอยด์พ่นจมูก ยาพ่นหรือหยอดแก้คัดจมูก และน้ำเกลือได้ ศิริราชระบุว่ายาสเตียรอยด์พ่นจมูกเป็นทางเลือกแรกในผู้ที่เป็นภูมิแพ้จมูกต่อเนื่องระดับปานกลางถึงรุนแรงหรือคัดจมูกมาก ยาพ่นแก้คัดจมูกให้ใช้ระยะสั้นตามที่กล่าวข้างต้น และ NHS ระบุว่าไม่ควรใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี

MedlinePlus เตือนว่ายาแก้หวัดแก้แพ้หลายตัวมีตัวยามากกว่าหนึ่งชนิด ให้อ่านฉลากเพื่อไม่ให้ได้ยาซ้ำ ผู้ที่ใช้ยาพ่นจมูกหรือยาแก้แพ้ตามแพทย์สั่ง ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง อ่านวิธีใช้ยาพ่นให้ถูกได้ที่ ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์

ความเชื่อที่พบบ่อยเรื่องคัดจมูก

ความเชื่อ: คัดจมูกต้องมีน้ำมูกเสมอ — MedlinePlus อธิบายว่าคัดจมูกเกิดจากเยื่อบุบวม ซึ่งอาจมีน้ำมูกร่วมหรือไม่ก็ได้

ความเชื่อ: ยาพ่นแก้คัดจมูกใช้ได้ทุกวันเพราะได้ผลเร็ว — NHS และ MedlinePlus ระบุว่าใช้นานเกินกำหนดอาจทำให้คัดจมูกแย่ลง

ความเชื่อ: คัดจมูกเรื้อรังเป็นเรื่องธรรมดา อยู่กับมันได้ — NHS ระบุว่าริดสีดวงจมูกจะไม่ดีขึ้นถ้าไม่รักษา และแนะนำให้พบแพทย์เมื่อสงสัยริดสีดวงจมูก หายใจลำบาก อาการแย่ลง หรือการได้กลิ่นเปลี่ยน

คัดจมูกแบบไหนต้องไปพบแพทย์

มีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • หายใจลำบากมากจนหอบ สำลัก หรือพูดไม่เป็นประโยค
  • ริมฝีปาก ปาก ลิ้น หรือคอบวมขึ้นมาทันที
  • ตาบวมแดงรอบตา ลูกตาถูกเบียด เห็นภาพซ้อน กลอกตาไม่ได้ หรือตามัวลง
  • ปวดหน้าผากรุนแรง หรือหน้าผากบวม
  • มีอาการคล้ายเยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือมีอาการผิดปกติทางระบบประสาท

สองรายการแรกเป็นรายการที่ NHS (หน้า Flu และ Anaphylaxis) ให้โทร 999 ส่วนอาการทางตาและระบบประสาทเป็นสัญญาณเตือนของไซนัสอักเสบในแนวทางโรคหืดไทย 2568 ซึ่งหน้า 23 เขียนว่า "ให้การรักษาเบื้องต้นและส่งต่อ" แต่หน้า 24 เขียนว่า "Emergency Refer" ขณะที่ MedlinePlus จัดคัดจมูกที่มีหน้าผาก ตา หรือแก้มบวม หรือตาพร่ามัว ไว้ในรายการให้ติดต่อแพทย์ บทความนี้ใช้ระดับที่ปลอดภัยกว่า หมายเหตุ NHS หน้าริดสีดวงจมูกจัด "หายใจลำบาก" ไว้ในรายการพบแพทย์ตามปกติ บทความนี้จึงจัดเฉพาะหายใจลำบากมากไว้ในรายการฉุกเฉิน

พบแพทย์โดยเร็ว ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้

  • คัดจมูกข้างเดียวที่ไม่หาย หรือมีเลือดกำเดาไหล สะเก็ดในจมูก (NHS, TAC 2568)
  • น้ำมูกมีกลิ่นเหม็น ออกข้างเดียว หรือมีน้ำมูกและมีไข้ (MedlinePlus)
  • หายใจทางจมูกลำบาก อาการแย่ลง หรือการได้กลิ่นเปลี่ยน (NHS Nasal polyps)
  • อาการนานเกิน 3 สัปดาห์ (MedlinePlus)
  • คัดจมูกรบกวนการนอนหรือการใช้ชีวิต หรือยาจากร้านยาไม่ได้ผล (NHS)

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)

เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน (mulberry) 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก.

ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) และเบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) วิตามินซีที่ฉลากระบุชัดคือ 3 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ และไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์

ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม

คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน และผู้ใช้ยาประจำตัว ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

เรื่องคัดจมูก: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ลดอาการคัดจมูก ทำให้จมูกโล่ง หรือใช้แทนยาพ่นจมูก ยาแก้แพ้ การล้างจมูก และการตรวจหาสาเหตุกับแพทย์ได้ ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง

ส่วนประกอบที่มักถูกถามในหัวข้อนี้ เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูลได้ดังนี้

  • สารสกัดขิง 50 มก. (100 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — งานในผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ชาวไทย 80 คน (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตีพิมพ์ปี 2563) ใช้สารสกัดขิงวันละ 500 มก. (ราว 5 เท่า คำนวณ) เทียบกับยาแก้แพ้ลอราทาดีน 6 สัปดาห์ คะแนนอาการจมูกลดลงทั้งสองกลุ่มไม่ต่างกัน แต่เป็นงานขนาดเล็กที่ไม่มีกลุ่มยาหลอก และไม่ได้แปลว่าใช้แทนยาได้ งานนี้ไม่ได้ศึกษาคัดจมูกจากสาเหตุอื่น เช่น ริดสีดวงจมูกหรือผนังกั้นจมูกคด MSKCC แนะนำให้ผู้ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดเลี่ยงขิงเสริม และผู้มีนิ่วในถุงน้ำดีควรเลี่ยงขิงเสริม
  • ผงกระชาย 75 มก. (150 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — ข่าวกระชายกับโควิดมาจากงานในหลอดทดลองของมหาวิทยาลัยมหิดล (ปี 2563) ไม่ใช่ผลในคน งานในหนูแฮมสเตอร์ที่ติดเชื้อพบว่าสารสกัดกระชายไม่ลดปริมาณไวรัสในปอด และไม่พบผลงานวิจัยในคนเรื่องหวัด ภูมิแพ้ หรือคัดจมูก งานในคนที่มีผลเป็นเรื่องอาหารไม่ย่อย (มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตีพิมพ์ปี 2564) ใช้สารสกัดวันละ 1,050 มก. ซึ่งเป็นสารสกัด ไม่ใช่ผง จึงเทียบกับผงในแคปซูลตรง ๆ ไม่ได้ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่ายังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยระยะยาวของกระชายแบบเข้มข้นหรือกินปริมาณสูงติดต่อกันนาน

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
  • ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: มีอาร์จินีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด/ทำฟัน: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีม่อนและขิง ปรึกษาแพทย์ก่อนและสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ
  • ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น ทาโครลิมัส ไซโคลสปอริน) หรือโรคภูมิต้านตนเอง: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: มีซิงค์ ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
  • กินวิตามินรวมหรือซิงค์จากผลิตภัณฑ์อื่นอยู่: ให้นับรวมทุกแหล่ง
  • สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: มีเบต้าแคโรทีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • โรคตับ หรือกินยาหลายชนิด: มีกระชาย ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
  • โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน: มีกรดอะมิโนเสริม ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • นิ่วในถุงน้ำดี: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • แพ้ยีสต์ ขิง หรือกระชาย: ควรเลี่ยง

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาสูดหรือยาพ่นหอบหืด ยาปฏิชีวนะ และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาพ่นหอบหืด อะดรีนาลีน หรือวัคซีนตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
  • หายใจเร็วมาก หายใจลำบาก หอบมีเสียงหวีด หรือรู้สึกเหมือนสำลักหรือหายใจไม่ทัน
  • คอแน่น หรือกลืนลำบาก
  • ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีฟ้า เทา หรือซีด
  • สับสน ง่วงซึม หรือเวียนศีรษะมากขึ้นมาทันที
  • หมดสติและปลุกไม่ตื่น
  • เด็กตัวอ่อนปวกเปียก หรือไม่ตอบสนองเหมือนปกติ
  • หอบหืดกำเริบ แล้วใช้ยาพ่นบรรเทาอาการตามแผนของแพทย์แล้วไม่ดีขึ้น หรือแย่ลง
  • หอบหืดกำเริบ และไม่มียาพ่นบรรเทาอาการอยู่กับตัว
  • เจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที
  • ไอเป็นเลือด

อาการแพ้รุนแรงข้างต้นเป็นรายการที่ NHS จัดเป็นเหตุฉุกเฉิน ผู้ที่มีปากกาฉีดอะดรีนาลีนตามที่แพทย์สั่ง ให้ใช้ตามแผนที่แพทย์ให้ไว้ แล้วโทร 1669 ห้ามรอดูอาการด้วยยาแก้แพ้ ระหว่างรอ NHS ให้นอนราบ (ถ้าหายใจลำบากให้ค่อย ๆ ลุกนั่ง) และห้ามลุกยืนหรือเดินแม้รู้สึกดีขึ้น ส่วน NHS หน้าไข้หวัดใหญ่ระบุว่าห้ามขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta X Plus ของแบรนด์ Hopeful พื้นกล่องสีเขียวมิ้นต์

Beta X Plusเบต้าเอ็กซ์พลัส

เลข อย. 10-1-15662-5-0098

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →

คำถามที่พบบ่อย

คัดจมูกเกิดจากอะไร

คัดจมูกเกิดจากเยื่อบุจมูกบวมจากหลอดเลือดที่อักเสบ สาเหตุที่พบบ่อยคือหวัด ไข้หวัดใหญ่ ไซนัสอักเสบ และภูมิแพ้ สาเหตุอื่นได้แก่ ริดสีดวงจมูก ผนังกั้นจมูกคด การใช้ยาพ่นแก้คัดจมูกนานเกิน การตั้งครรภ์ และยาบางชนิด

คัดจมูกข้างเดียวอันตรายไหม

คัดข้างเดียวที่ไม่หายควรให้แพทย์ส่องตรวจ เพราะ NHS และแนวทางไทยจัดเป็นอาการที่ต้องหาสาเหตุ เช่น ริดสีดวงจมูก ซึ่ง NHS ระบุว่ามักไม่ร้ายแรง ส่วนมะเร็งโพรงจมูกและไซนัสพบน้อย ส่วนคัดสลับข้างตอนนอนตะแคงเป็นคนละเรื่องกัน

ยาความดันทำให้คัดจมูกได้ไหม

NHS ระบุว่ายาความดันกลุ่ม ACE inhibitors และยากลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ เป็นสาเหตุหนึ่งของจมูกอักเสบชนิดไม่ใช่ภูมิแพ้ แต่ห้ามหยุดยาเอง ให้แจ้งแพทย์ที่ดูแล แพทย์อาจพิจารณาเปลี่ยนยาให้

คัดจมูกหายใจไม่ออก ทําไงดี

ยกศีรษะให้สูงเวลานอน ดื่มน้ำให้พอ สูดไอน้ำอุ่น ใช้น้ำเกลือล้างหรือพ่นจมูก และถามเภสัชกรเรื่องยา ยาพ่นแก้คัดจมูกให้ใช้ระยะสั้นตามฉลาก ถ้าหายใจลำบากมากจนพูดไม่เป็นประโยค ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

คัดจมูกเรื้อรังต้องทำอย่างไร

ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ เช่น ภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบเรื้อรัง ริดสีดวงจมูก หรือผนังกั้นจมูกคด แพทย์อาจส่องดูในจมูกและเลือกการรักษาตามสาเหตุ เช่น ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท