เกี่ยวกับ Beta Vit
ไมเกรนกินอะไรช่วยได้ แมกนีเซียม โคคิวเท็น งานวิจัยบอกอะไรบ้าง
คำตอบสั้น: แนวทางและหน่วยงานด้านสุขภาพหลายแห่งพูดถึง วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) แมกนีเซียม และโคเอนไซม์คิวเท็น ในฐานะทางเลือกเพื่อ ป้องกัน ไมเกรนในบางคน ไม่ใช่ยาแก้ปวดตอนกำลังปวด NHS (ทบทวน 10 มี.ค. 2569) ระบุวิตามินบี 2 ไว้ในรายการการรักษาเพื่อป้องกันไมเกรน NICE แนะนำให้บอกผู้ป่วยว่าไรโบฟลาวิน 400 มก. วันละครั้ง "อาจ" ช่วยลดความถี่และความรุนแรงของไมเกรนในบางคน แนวทางของสถาบันประสาทวิทยาและสมาคมปวดศีรษะสหรัฐ (ตีพิมพ์ 2555) จัดแมกนีเซียมและไรโบฟลาวินเป็น "น่าจะได้ผล" และโคคิวเท็นเป็น "อาจได้ผล" ขนาดที่ใช้ในงานวิจัยสูงกว่าที่พบในวิตามินรวมทั่วไปมาก และงานส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก MedlinePlus (ทบทวน 11 ก.พ. 2568) ให้ถามแพทย์ก่อนว่าไรโบฟลาวินหรือแมกนีเซียมเหมาะกับตัวเองหรือไม่
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- วิตามินบี 2: NHS ระบุในรายการป้องกันไมเกรน NICE ใช้ข้อความว่า 400 มก. วันละครั้ง "อาจได้ผลในบางคน" งานทดลองในเบลเยียม 55 คน (ตีพิมพ์ 2541) ใช้ 400 มก. ต่อวัน
- แมกนีเซียม: งานทดลองใช้ 500–600 มก. ต่อวัน ผลขัดกัน งานหนึ่งพบความถี่ลดลง อีกงานไม่ต่างจากยาหลอก และพบท้องเสียมากขึ้น
- โคคิวเท็น: งานทดลอง 42 คน (ตีพิมพ์ 2548) ใช้ 300 มก. ต่อวัน แนวทางสหรัฐปี 2555 จัดเป็น "อาจได้ผล" ซึ่งเป็นระดับหลักฐานที่ต่ำกว่าแมกนีเซียมและไรโบฟลาวิน
- ใช้ป้องกันระยะยาว ไม่ใช่บรรเทาตอนปวด งานวิจัยวัดผลหลังใช้ต่อเนื่องราว 3 เดือน
- ต้องคุยกับแพทย์ก่อน โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ยาป้องกันไมเกรน ยาละลายลิ่มเลือด เป็นโรคไต หรือตั้งครรภ์
- ห้ามหยุดยาป้องกันไมเกรนที่แพทย์สั่งเพื่อเปลี่ยนมาใช้วิตามินเอง
แนวทางแพทย์ด้านปวดศีรษะพูดถึงวิตามินและแร่ธาตุอย่างไร
แหล่งที่เราเปิดอ่านพูดถึงเรื่องนี้ต่างกันเล็กน้อย จึงขอแสดงแต่ละแหล่งตามที่เขียนไว้ พร้อมปี
- NHS (ทบทวน 10 มี.ค. 2569): การรักษาเพื่อป้องกันไมเกรนรวมถึงยาป้องกัน การฝังเข็ม เทคนิคผ่อนคลายและ CBT และ วิตามินบี 2 NHS ไม่ได้ระบุแมกนีเซียมหรือโคคิวเท็นในหน้านี้
- NICE CG150 (ปรับล่าสุด 3 มิ.ย. 2568 ข้อแนะนำนี้มาจากปี 2555): ให้บอกผู้ป่วยไมเกรนว่าอาหารเสริมไรโบฟลาวิน 400 มก. วันละครั้ง อาจได้ผล ในการลดความถี่และความรุนแรงของไมเกรนในบางคน
- MedlinePlus (ทบทวน 11 ก.พ. 2568): บางคนพบว่าแร่ธาตุและวิตามินช่วยได้ ให้ถามแพทย์ว่าไรโบฟลาวินหรือแมกนีเซียมเหมาะกับตัวเองหรือไม่ และบางอย่างอาจไม่ปลอดภัยสำหรับหญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- แนวทางสถาบันประสาทวิทยาและสมาคมปวดศีรษะสหรัฐ (AAN/AHS ตีพิมพ์ 2555): ทบทวนงานวิจัยช่วงปี 2542–2552 จัด แมกนีเซียมและไรโบฟลาวินเป็น "น่าจะได้ผล" (ระดับ B) และ โคคิวเท็นเป็น "อาจได้ผล" (ระดับ C) แนวทางนี้ค่อนข้างเก่า และระดับ B และ C ยังต่ำกว่าระดับ A ของแนวทางนี้
- แนวทางสมาคมปวดศีรษะแคนาดา (ตีพิมพ์ 2555): สำหรับไมเกรนที่ปวดไม่เกิน 14 วันต่อเดือน ให้คำแนะนำแบบหนักแน่นแก่ยาและสาร 11 ตัว ซึ่งรวมไรโบฟลาวิน โคคิวเท็น และแมกนีเซียมซิเตรต แต่บทคัดย่อระบุว่าคุณภาพหลักฐานของแต่ละตัวมีตั้งแต่สูงถึงต่ำ โดยไม่ได้แยกว่าตัวใดอยู่ระดับไหน
สรุปจากแหล่งเหล่านี้: หน่วยงานในสหราชอาณาจักร (NHS และ NICE) พูดถึงวิตามินบี 2 โดยตรง ส่วนแมกนีเซียมและโคคิวเท็นมีในแนวทางของอเมริกาเหนือปี 2555 ที่ค่อนข้างเก่า ไม่มีแหล่งใดบอกว่าสารเหล่านี้ใช้แทนยาป้องกันไมเกรนที่แพทย์สั่ง
งานวิจัยใช้ขนาดเท่าไร
ตัวเลขข้างล่างเป็นขนาดที่ใช้ในงานทดลอง ไม่ใช่ขนาดที่บทความแนะนำให้กิน ขนาดที่เหมาะกับแต่ละคนต้องให้แพทย์ประเมิน
วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน)
- งานทดลองแบบสุ่มในเบลเยียม 55 คน (ตีพิมพ์ 2541) เทียบไรโบฟลาวิน 400 มก. ต่อวันกับยาหลอก นาน 3 เดือน กลุ่มไรโบฟลาวินมีจำนวนครั้งที่ปวดและจำนวนวันที่ปวดลดลงมากกว่า สัดส่วนคนที่วันปวดลดลงอย่างน้อยครึ่งหนึ่งคือร้อยละ 59 เทียบร้อยละ 15 ในกลุ่มยาหลอก
- ผลข้างเคียงที่รายงานเป็นเรื่องเล็กน้อย 3 ครั้ง ได้แก่ ท้องเสียและปัสสาวะบ่อยในกลุ่มไรโบฟลาวิน และปวดเกร็งท้องในกลุ่มยาหลอก
- งานนี้มีขนาดเล็ก ผู้วิจัยเองเสนอให้ทดลองเทียบกับยาป้องกันไมเกรนมาตรฐานต่อ
แมกนีเซียม
- งานทดลองในเยอรมนี 81 คน (ตีพิมพ์ 2539) ใช้แมกนีเซียม 600 มก. ต่อวัน (ไตรแมกนีเซียมไดซิเตรต) นาน 12 สัปดาห์ ในสัปดาห์ที่ 9–12 ความถี่ของไมเกรนลดลงจากช่วงก่อนเริ่มร้อยละ 41.6 เทียบร้อยละ 15.8 ในกลุ่มยาหลอก และพบท้องเสียร้อยละ 18.6
- อีกงานในปีเดียวกัน 69 คน ยุติก่อนกำหนด ให้แมกนีเซียม 10 มิลลิโมล วันละ 2 ครั้ง (Linus Pauling Institute คิดเป็นราว 485 มก. ต่อวัน) นาน 12 สัปดาห์ ไม่พบความต่างจากยาหลอก (ตอบสนองร้อยละ 28.6 เทียบ 29.4) และกลุ่มแมกนีเซียมรายงานผลข้างเคียงซึ่งส่วนใหญ่เล็กน้อย เช่น ถ่ายเหลวและท้องเสีย ร้อยละ 45.7 เทียบ 23.5 ในกลุ่มยาหลอก
- Linus Pauling Institute (ทบทวน ต.ค. 2568) อ้างงานทดลอง 63 คนที่ใช้แมกนีเซียมออกไซด์ 500 มก. ต่อวัน ได้ผลพอ ๆ กับยาวาลโปรเอตซึ่งเป็นยาป้องกันไมเกรนที่แพทย์สั่ง
- แนวทางแคนาดาปี 2555 ระบุเป็น แมกนีเซียมซิเตรต ซึ่งเป็นคนละรูปกับแมกนีเซียมออกไซด์ แต่ละรูปดูดซึมต่างกัน
โคเอนไซม์คิวเท็น
- งานทดลองแบบปกปิดสองทางในผู้ป่วยไมเกรน 42 คน (ตีพิมพ์ 2548) ใช้ 100 มก. วันละ 3 ครั้ง (300 มก. ต่อวัน) เทียบยาหลอก ในเดือนที่ 3 กลุ่มโคคิวเท็นมีจำนวนครั้งที่ปวด วันที่ปวด และวันที่คลื่นไส้ น้อยกว่า สัดส่วนคนที่ความถี่ลดลงอย่างน้อยครึ่งหนึ่งคือร้อยละ 47.6 เทียบร้อยละ 14.4
- งานนี้มีผู้เข้าร่วมเพียง 42 คน และแนวทางสหรัฐปี 2555 จัดโคคิวเท็นไว้ที่ระดับ "อาจได้ผล"
ใช้ป้องกันระยะยาว ไม่ใช่บรรเทาตอนปวด
ทุกงานข้างต้นเป็นการให้ทุกวันต่อเนื่อง แล้ววัดผลหลังผ่านไปราว 3 เดือน ไม่ใช่การกินตอนเริ่มปวดแล้วรอให้หาย ถ้ากำลังปวดอยู่ ให้ใช้วิธีและยาตามที่อธิบายใน ปวดหัวไมเกรนกินยาอะไร
NICE ใช้แนวคิดเดียวกันกับยาป้องกัน คือให้ทบทวนว่ายังต้องใช้ต่อหรือไม่เมื่อใช้ไป 3–6 เดือน และ MedlinePlus ระบุว่ายาป้องกันต้องกินทุกวันจึงจะได้ผล สิ่งที่ช่วยให้รู้ว่าได้ผลหรือไม่ คือบันทึกไมเกรนก่อนเริ่มและระหว่างใช้ (NICE)
คำแนะนำของบทความ: ถ้าตัดสินใจลองร่วมกับแพทย์ ให้เริ่มทีละอย่าง จดบันทึกต่อเนื่อง และนัดทบทวนกับแพทย์ ไม่ควรเริ่มหลายอย่างพร้อมกัน เพราะจะไม่รู้ว่าอะไรได้ผลหรือทำให้เกิดผลข้างเคียง
ผลข้างเคียงและใครต้องระวัง
- แมกนีเซียม: ผลข้างเคียงที่พบบ่อยในงานไมเกรนคือท้องเสียหรือถ่ายเหลว (งานแรกพบท้องเสียร้อยละ 18.6 งานที่สองพบผลข้างเคียงส่วนใหญ่เป็นถ่ายเหลวและท้องเสียร้อยละ 45.7) Linus Pauling Institute ระบุว่าอาการแรกของแมกนีเซียมเสริมที่มากเกินคือท้องเสีย และเพดานแมกนีเซียมจากผลิตภัณฑ์เสริมสำหรับผู้ใหญ่อยู่ที่ 350 มก. ต่อวัน ขนาด 500–600 มก. ในงานไมเกรนจึงเกินเพดานนี้และใช้ภายใต้การดูแลของผู้วิจัย ผู้ที่ไตทำงานบกพร่องเสี่ยงแมกนีเซียมสะสม ซึ่งอาจทำให้ความดันตก ซึม สับสน หัวใจเต้นผิดจังหวะ กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือหายใจลำบาก แมกนีเซียมยังรบกวนการดูดซึมยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม ยากระดูกพรุน และยาไทรอยด์
- ไรโบฟลาวิน: งานในเบลเยียมรายงานท้องเสียและปัสสาวะบ่อยเล็กน้อย แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้ให้ข้อมูลความปลอดภัยของไรโบฟลาวินขนาดนี้ในระยะยาว
- โคคิวเท็น: Linus Pauling Institute (หน้าโคเอนไซม์คิวเท็น ทบทวน พ.ค. 2561 ข้อมูลค่อนข้างเก่า) ระบุผลข้างเคียงหลักทางเดินอาหาร และมีรายงานไม่กี่รายว่าโคคิวเท็นลดฤทธิ์วาร์ฟาริน ผู้ใช้วาร์ฟารินไม่ควรเริ่มโดยไม่ปรึกษาแพทย์ผู้ดูแล และถ้าใช้ร่วมกันต้องตรวจค่า INR บ่อยขึ้น
- หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร: MedlinePlus ระบุว่าบางอย่างอาจไม่ปลอดภัยในหญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
- สมุนไพรฟีเวอร์ฟิว: MedlinePlus ระบุว่าอาจได้ผลในบางคน แต่ให้แพทย์อนุมัติก่อนใช้ และระบุว่าสมุนไพรที่ขายในร้านยาหรือร้านสุขภาพไม่ได้ถูกควบคุมคุณภาพเหมือนยา
ทำไมต้องคุยกับหมอก่อน
- อาการปวดศีรษะต้องได้รับการวินิจฉัยก่อน MedlinePlus ระบุว่ามีเพียงแพทย์ที่บอกได้ว่าเป็นไมเกรนหรือภาวะอื่น การกินวิตามินเองอาจทำให้เลื่อนการตรวจหาสาเหตุอื่น
- คนที่กินยาป้องกันไมเกรนอยู่ แหล่งที่อ่านไม่ได้ศึกษาการใช้สารเหล่านี้ร่วมกับยาป้องกันแต่ละตัว และ ห้ามหยุดยาป้องกันที่แพทย์สั่งเพื่อเปลี่ยนมาใช้วิตามินแทน โดยเฉพาะเบต้าบล็อกเกอร์ซึ่งเป็นยาความดันและยาหัวใจด้วย
- ยาตีกัน แมกนีเซียมกับยาปฏิชีวนะ ยากระดูกพรุน ยาไทรอยด์ และยาหัวใจดิจ็อกซิน โคคิวเท็นกับวาร์ฟาริน
- โรคไต เสี่ยงแมกนีเซียมสะสม
- ขนาดในงานวิจัยแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่วางขาย ผลิตภัณฑ์รวมหลายสารมักมีปริมาณแต่ละตัวต่ำกว่าขนาดในงาน การกินหลายผลิตภัณฑ์ซ้อนกันเพื่อให้ถึงขนาดในงานอาจทำให้ได้สารบางตัวเกินเพดาน (คำแนะนำของบทความ)
- ประเมินผลได้ถูก แพทย์ใช้บันทึกไมเกรนดูว่าความถี่เปลี่ยนจริงหรือไม่ เพราะไมเกรนมีช่วงดีขึ้นเองได้ เช่น NHS ระบุว่าคนส่วนใหญ่พบว่าไมเกรนค่อย ๆ ดีขึ้นตามอายุ
ไมเกรนที่ปวดบ่อยมาก ปวดเกือบทุกวัน หรือปวดหลังกินยาแก้ปวดบ่อย ควรพบแพทย์มากกว่าการเพิ่มวิตามิน อ่านต่อที่ ปวดหัวไมเกรนบ่อย ปวดทุกวัน งานวิจัยโคคิวเท็นในเรื่องอื่น อ่านได้ที่ โคคิวเท็นช่วยเรื่องอะไรบ้าง งานวิจัยในคน และวิธีใช้แมกนีเซียมอ่านได้ที่ แมกนีเซียมกินตอนไหน วันละเท่าไร
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าวิต (Beta Vit)
เบต้าวิต (Beta Vit) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0062 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด หนึ่งกล่องมี 30 แคปซูล แคปซูลละ 900 มก. (น้ำหนักสุทธิ 27 กรัม) วิธีรับประทานตามฉลากคือ วันละ 1 แคปซูล เลข อย. หมายถึงการอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ได้รับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบสำคัญใน 1 แคปซูลตามฉลาก: แมกนีเซียมออกไซด์ 440 มก. · แมกนีเซียม บิสไกลซิเนต คีเลต (20%) 100 มก. · วิตามินบี 1 (100%) 100 มก. · กรดอัลฟาไลโปอิก (95%) 50 มก. · วิตามินเค 2 (เมนาควิโนน-7) จากบาซิลลัส ซับทิลิส นัตโตะ (0.2%) 37.5 มก. · โคเอนไซม์ คิวเท็น (99.5%) 30 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 6 มก. · วิตามินบี 6 (100%) 2 มก. · วิตามินบี 12 (100%) 0.6 มก. · เปลือกแคปซูลเป็นเจลาติน
ตัวเลขที่คำนวณจากฉลาก: ฉลากไม่ได้บอกปริมาณแมกนีเซียมธาตุ เมื่อคำนวณจากสูตรเคมีของแมกนีเซียมออกไซด์ได้ราว 265 มก. และจากเกรด "(20%)" ของบิสไกลซิเนตได้ราว 20 มก. รวมเป็นแมกนีเซียมราว 280–285 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) ตัวเลขนี้ยังรอผู้ผลิตยืนยันด้วยใบวิเคราะห์ (COA) และเป็นปริมาณในแคปซูล ไม่ใช่ปริมาณที่ดูดซึม ส่วนวิตามินเค 2 (MK-7) ราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ) วิตามินดี 3 ราว 600 IU หรือ 15 ไมโครกรัม (คำนวณ) และวิตามินบี 12 0.6 มก. คือ 600 ไมโครกรัม
ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" และ "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ข้อความ "ควรกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ"
เทียบขนาดในแคปซูลกับงานวิจัยไมเกรน: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ป้องกันไมเกรน ลดความถี่ ความรุนแรง หรือจำนวนวันที่ปวด และยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรนี้โดยตรง ผลของงานวิจัยสารเดี่ยวนำมาใช้กับสูตรรวมนี้ไม่ได้
- แมกนีเซียมราว 280–285 มก. (คำนวณ): งานไมเกรนใช้แมกนีเซียม 500–600 มก. ต่อวัน ราว 2 เท่าของแคปซูล (คำนวณ) และผลยังขัดกัน ฉลากไม่ได้ระบุแมกนีเซียมธาตุ และส่วนใหญ่ในแคปซูล (ราวร้อยละ 93 คำนวณ) เป็นแมกนีเซียมออกไซด์ ไม่ใช่แมกนีเซียมซิเตรตที่แนวทางแคนาดาระบุ
- โคเอนไซม์คิวเท็น 30 มก.: งานไมเกรนใช้ 300 มก. ต่อวัน มากกว่าในแคปซูล 10 เท่า (คำนวณ) ปริมาณในแคปซูลจึงต่ำกว่าขนาดในงานวิจัยไมเกรนมาก
- วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน): ไม่มีในส่วนประกอบตามฉลาก ผลิตภัณฑ์นี้จึงไม่เกี่ยวกับคำแนะนำไรโบฟลาวินของ NHS และ NICE
- วิตามินบี 1 บี 6 บี 12 วิตามินดี 3 วิตามินเค 2 และกรดอัลฟาไลโปอิก: แหล่งด้านไมเกรนที่เราเปิดอ่านไม่ได้กล่าวถึงสารเหล่านี้ในการป้องกันไมเกรน
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ (สองข้อแรกเป็นคำเตือนบนฉลาก ข้อที่เหลือเป็นคำแนะนำของบทความจากส่วนประกอบ ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก)
- เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่า "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" ส่วนหญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด: ฉลากระบุว่า "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" · คำแนะนำของบทความ: ผู้ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดอื่น ห้ามเริ่มเอง ต้องให้แพทย์ที่ดูแลตัดสินก่อน งานในอาสาสมัครพบว่า MK-7 เพียง 10–20 ไมโครกรัมต่อวันทำให้ค่า INR (ค่าการแข็งตัวของเลือด) เปลี่ยนในบางคน ขณะที่แคปซูลมี MK-7 ราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ) และมีรายงานว่าโคเอนไซม์คิวเท็นลดฤทธิ์วาร์ฟาริน · Linus Pauling Institute หน้าแมกนีเซียม (ทบทวน ต.ค. 2568) ระบุด้วยว่าแมกนีเซียมลดประสิทธิภาพของยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดกินได้
- ผู้ใช้ยาประจำตัว: ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน รวมถึงผู้ที่ใช้ยาป้องกันไมเกรนอยู่ ห้ามหยุดยาป้องกันเพื่อเปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์นี้
- ผู้ป่วยโรคไต: ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน Linus Pauling Institute (ทบทวน ต.ค. 2568) ระบุว่าผู้ที่ไตทำงานบกพร่องเสี่ยงต่อภาวะแมกนีเซียมเกิน
- กินแมกนีเซียมเสริมตัวอื่น ยาระบายหรือยาลดกรดที่มีแมกนีเซียม หรือวิตามินรวมอื่นอยู่: แมกนีเซียมในแคปซูลคิดเป็นราว 80% ของเพดาน 350 มก. ต่อวันสำหรับแมกนีเซียมจากผลิตภัณฑ์เสริม (คำนวณ) ถ้านับรวมแหล่งอื่น เช่น แมกนีเซียมขนาดสูงสำหรับไมเกรน อาจเกินเพดานและเสี่ยงท้องเสีย
- ยาที่ต้องกินห่างจากแมกนีเซียม: หน้ายาไซโปรฟลอกซาซินของ MedlinePlus (ปรับ 15 ส.ค. 2569) ให้กินผลิตภัณฑ์ที่มีแมกนีเซียมอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อน หรือ 2 ชั่วโมงหลังยา · หน้ายาด็อกซีไซคลิน (ปรับ 15 พ.ค. 2569) ให้ห่าง 1–2 ชั่วโมง · ยากระดูกพรุนอเลนโดรเนต MedlinePlus (ปรับ 15 พ.ค. 2569) ระบุว่าหลังกินยาห้ามกินอาหาร เครื่องดื่ม หรือยาอื่นรวมทั้งวิตามินอย่างน้อย 30 นาที ขณะที่ Linus Pauling Institute ให้ห่าง 2 ชั่วโมง · ยาไทรอยด์เลโวไทร็อกซีน MedlinePlus (ปรับ 15 ก.พ. 2562 ข้อมูลค่อนข้างเก่า) ไม่ได้ระบุชั่วโมงสำหรับแมกนีเซียม ให้เภสัชกรจัดเวลาทุกตัว
- ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีกรดอัลฟาไลโปอิก ซึ่ง Linus Pauling Institute ระบุว่าในทางทฤษฎีอาจเสี่ยงน้ำตาลต่ำเมื่อใช้คู่กับยาเบาหวาน ให้ติดตามน้ำตาลตามแพทย์สั่ง
- ท้องเสียง่าย: แมกนีเซียมออกไซด์อาจทำให้ถ่ายเหลว ถ้าถ่ายเป็นน้ำหลายครั้งให้หยุดและปรึกษาแพทย์
- ไม่บริโภคเจลาติน: เปลือกแคปซูลทำจากเจลาติน
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าวิตทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาป้องกันไมเกรน ยาแก้ปวดที่แพทย์สั่ง ยาความดัน ยาลดไขมัน (สแตติน) ยาเบาหวาน อินซูลิน ยาละลายลิ่มเลือด ยาลดกรด และยาขับปัสสาวะ แม้จะเริ่มรับประทานวิตามินหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง
หากปวดศีรษะและมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 (NHS ห้ามขับรถไปเอง)
- ปวดศีรษะขึ้นมาทันทีและปวดรุนแรงมาก (NHS หน้าไมเกรน ทบทวน 10 มี.ค. 2569)
- ปวดศีรษะแบบที่รู้สึกว่าหนักกว่าทุกครั้งที่เคยปวดมาในชีวิต (MedlinePlus หน้าไมเกรน ทบทวน 11 ก.พ. 2568)
- พูดลำบาก หรือจำอะไรไม่ได้ (NHS หน้าไมเกรน ทบทวน 10 มี.ค. 2569)
- เดินหรือทรงตัวลำบาก (NHS หน้าปวดศีรษะ ทบทวน 17 เม.ย. 2567 และ MedlinePlus หน้าไมเกรน)
- มองไม่เห็น ตามัว หรือเห็นภาพซ้อน (NHS หน้าไมเกรน ทบทวน 10 มี.ค. 2569)
- ง่วงซึม หรือสับสน (NHS หน้าไมเกรน ทบทวน 10 มี.ค. 2569)
- ชัก (NHS หน้าไมเกรน ทบทวน 10 มี.ค. 2569)
- ขยับแขนขาไม่ได้ หรืออ่อนแรงที่แขนขาซีกหนึ่งหรือใบหน้าซีกหนึ่ง (NHS หน้าไมเกรน ทบทวน 10 มี.ค. 2569)
- ไข้สูงมาก หรือคอแข็ง (NHS หน้าไมเกรน และหน้าปวดศีรษะ ทบทวน 17 เม.ย. 2567)
- ผื่นที่กดด้วยแก้วแล้วไม่จางลง (NHS หน้าปวดศีรษะ ทบทวน 17 เม.ย. 2567)
- เพิ่งได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ เช่น ล้มหัวกระแทกภายใน 3 เดือน (NHS หน้าปวดศีรษะ ทบทวน 17 เม.ย. 2567)
- เจ็บหรือแน่นหน้าอกเหมือนถูกบีบหรือกดทับ (NHS หน้าหัวใจขาดเลือด ทบทวน 31 มี.ค. 2569)
- เจ็บหน้าอกที่ร้าวไปแขน คอ หรือกราม (NHS หน้าหัวใจขาดเลือด ทบทวน 31 มี.ค. 2569)
ราคาบนกล่อง 2,990 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Vit →คำถามที่พบบ่อย
ไมเกรนกินอะไรช่วยได้
NHS ระบุวิตามินบี 2 ในรายการการรักษาเพื่อป้องกันไมเกรน NICE ระบุว่าไรโบฟลาวิน 400 มก. วันละครั้งอาจได้ผลในบางคน แนวทางสหรัฐปี 2555 จัดแมกนีเซียมและไรโบฟลาวินเป็นน่าจะได้ผล และโคคิวเท็นเป็นอาจได้ผล ทั้งหมดเป็นการป้องกันระยะยาว ไม่ใช่แก้ปวดตอนเป็น และควรปรึกษาแพทย์ก่อน
แมกนีเซียมช่วยไมเกรนไหม
งานวิจัยยังขัดกัน งานในเยอรมนี 81 คนที่ใช้แมกนีเซียม 600 มก. ต่อวันพบความถี่ลดลงมากกว่ายาหลอก แต่อีกงาน 69 คนไม่พบความต่าง และทั้งสองงานพบท้องเสียมากขึ้น ผู้ที่เป็นโรคไตเสี่ยงแมกนีเซียมสะสม ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
โคคิวเท็นกินแล้วไมเกรนดีขึ้นไหม
งานทดลอง 42 คน (ตีพิมพ์ 2548) ที่ใช้ 300 มก. ต่อวัน พบความถี่ในเดือนที่ 3 ลดลงมากกว่ายาหลอก แต่งานมีขนาดเล็ก และแนวทางสหรัฐปี 2555 จัดไว้ที่ระดับอาจได้ผล ผู้ใช้วาร์ฟารินต้องปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีรายงานว่าโคคิวเท็นลดฤทธิ์ยา
กินวิตามินแทนยาป้องกันไมเกรนได้ไหม
ไม่มีแหล่งที่อ่านระบุว่าใช้แทนได้ ห้ามหยุดยาป้องกันไมเกรนที่แพทย์สั่งเอง โดยเฉพาะยากลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ซึ่งใช้กับความดันและโรคหัวใจด้วย ถ้าอยากลองวิตามินร่วมด้วย ให้คุยกับแพทย์และจดบันทึกไมเกรน
ต้องกินนานแค่ไหนถึงรู้ว่าได้ผล
งานทดลองที่อ้างในบทความนี้วัดผลหลังใช้ต่อเนื่องราว 3 เดือน และ NICE ให้ทบทวนการใช้ยาป้องกันที่ 3–6 เดือน การรู้ว่าได้ผลหรือไม่ต้องใช้บันทึกไมเกรนเปรียบเทียบก่อนและหลัง ร่วมกับแพทย์
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Evidence-based guideline update: NSAIDs and other complementary treatments for episodic migraine prevention in adultsNeurology (PubMed)
- Canadian Headache Society guideline for migraine prophylaxisCanadian Journal of Neurological Sciences (PubMed)
- Efficacy of coenzyme Q10 in migraine prophylaxis: a randomized controlled trialNeurology (PubMed)
- Effectiveness of high-dose riboflavin in migraine prophylaxis. A randomized controlled trialNeurology (PubMed)
- Prophylaxis of migraine with oral magnesium: results from a prospective, multi-center, placebo-controlled and double-blind randomized studyCephalalgia (PubMed)
- Magnesium in the prophylaxis of migraine--a double-blind placebo-controlled studyCephalalgia (PubMed)
- MagnesiumLinus Pauling Institute, Oregon State University
- Coenzyme Q10Linus Pauling Institute, Oregon State University
- MigraineNHS
- MigraineMedlinePlus Medical Encyclopedia
- Headaches in over 12s: diagnosis and management (CG150)National Institute for Health and Care Excellence (NICE)
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-29
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
