เกี่ยวกับ Beta Vit
เมทฟอร์มินกินตอนไหน กินยังไง ผลข้างเคียงที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง
คำตอบสั้น: เมทฟอร์มินเป็นยาเบาหวานชนิดกิน MedlinePlus อธิบายว่ายาช่วยลดน้ำตาลที่ดูดซึมจากอาหาร ลดน้ำตาลที่ตับสร้าง และทำให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินดีขึ้น NHS ระบุว่าคนส่วนใหญ่กินวันละ 1–3 ครั้ง พร้อมอาหาร ผลข้างเคียงที่พบบ่อย คือ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้อง เบื่ออาหาร และรับรสเปลี่ยน ซึ่ง NHS ระบุว่าส่วนใหญ่ดีขึ้นในราว 2 สัปดาห์ ผู้ที่กินมานาน ADA 2025 แนะนำตรวจวิตามินบี 12 เป็นระยะ ช่วงที่ป่วยท้องเสีย อาเจียน มีไข้ หรือจะผ่าตัด/ฉีดสี ต้องบอกแพทย์ เพราะ การหยุดยาชั่วคราวต้องเป็นคำสั่งของแพทย์ ห้ามตัดสินใจเอง
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- กินตอนไหน: NHS ระบุว่ากินพร้อมอาหาร MedlinePlus ระบุว่าชนิดออกฤทธิ์นานกินวันละครั้งพร้อมมื้อเย็น ให้ทำตามฉลากยาของตัวเอง
- ผลข้างเคียงช่วงแรก: คลื่นไส้ ท้องเสีย ปวดท้อง ส่วนใหญ่ดีขึ้นในราว 2 สัปดาห์ (NHS) ถ้ารบกวนมากให้คุยกับเภสัชกรหรือแพทย์
- ลืมกินยา: ห้ามกินเบิ้ล 2 เท่า (NHS และ MedlinePlus)
- กินนาน: ถามแพทย์เรื่องตรวจวิตามินบี 12
- ป่วยท้องเสีย อาเจียน มีไข้ หรือจะฉีดสี/ผ่าตัด: บอกแพทย์ อาจต้องหยุดชั่วคราวตามที่แพทย์สั่ง
- อาเจียน ปวดท้อง ตะคริว หายใจลำบาก อ่อนเพลียรุนแรง: NHS ให้โทร 999 ถ้าสงสัยภาวะกรดแล็กติกคั่ง ในไทยไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
เมทฟอร์มินคือยาอะไร ทำงานอย่างไร
เมทฟอร์มินอยู่ในกลุ่มยาบิกัวไนด์ (biguanides) MedlinePlus (ปรับ 15 ต.ค. 2569) อธิบายว่ายาช่วยคุมน้ำตาลในเลือด 3 ทาง
- ลดปริมาณน้ำตาลที่ร่างกายดูดซึมจากอาหาร
- ลดน้ำตาลที่ตับสร้างขึ้น
- เพิ่มการตอบสนองของร่างกายต่ออินซูลิน
NHS (ทบทวน 5 ส.ค. 2569) ระบุว่าใช้รักษาเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ทั้งเดี่ยว ๆ หรือร่วมกับยาเบาหวานตัวอื่น ใช้ในเบาหวานขณะตั้งครรภ์ และใช้ร่วมกับอินซูลินในเบาหวานชนิดที่ 1 ได้ ส่วน MedlinePlus ระบุว่าไม่ได้ใช้รักษาเบาหวานชนิดที่ 1 สองแหล่งนี้เขียนต่างกันในข้อนี้ การเลือกยาเป็นการตัดสินของแพทย์ที่ดูแล
ทำไมเมทฟอร์มินถูกเรียกว่ายาตัวแรกของเบาหวานชนิดที่ 2 หัวข้อนี้มีคนค้นหา แต่บทความนี้ไม่ได้เปิดตรวจส่วนของแนวทางเวชปฏิบัติที่ระบุลำดับการเลือกยา จึงขอไม่ตอบแทนแหล่ง ให้ถามแพทย์ที่ดูแลว่าทำไมเลือกยานี้ให้ ภาพรวมยาเบาหวานแต่ละกลุ่มอ่านที่ ยาเบาหวาน มีอะไรบ้าง
เมทฟอร์มินทำให้น้ำตาลต่ำไหม NHS หน้าน้ำตาลต่ำ (ทบทวน 3 ส.ค. 2566) ระบุว่าน้ำตาลต่ำพบในผู้ใช้อินซูลินและยาบางชนิด เช่น กลิคลาไซด์และกลิเมพิไรด์ ส่วน NHS หน้าเมทฟอร์มินระบุว่าเมทฟอร์มินเดี่ยว ๆ (ไม่มียาเบาหวานตัวอื่น) มักไม่กระทบการขับรถ และผู้ที่ใช้ยาลดน้ำตาลมากกว่า 1 ชนิด เช่น เมทฟอร์มินร่วมกับอินซูลิน อาจเสี่ยงผลข้างเคียงมากขึ้น
เมทฟอร์มินกินตอนไหน ทำไมต้องกินพร้อมหรือหลังอาหาร
แหล่งที่เราอ่านเขียนว่า "กินพร้อมอาหาร"
- NHS: คนส่วนใหญ่กินวันละ 1–3 ครั้งพร้อมอาหาร แพทย์อาจเริ่มขนาดต่ำก่อน ยาเม็ดให้กลืนทั้งเม็ดกับน้ำ ห้ามบดหรือเคี้ยว
- MedlinePlus: ชนิดเม็ดธรรมดาและชนิดน้ำ กินวันละ 2–3 ครั้งพร้อมมื้ออาหาร ชนิดออกฤทธิ์นาน (extended-release) กินวันละครั้งพร้อมมื้อเย็น กลืนทั้งเม็ด ห้ามหัก เคี้ยว หรือบด และกินเวลาเดิมทุกวัน แพทย์อาจเริ่มขนาดต่ำแล้วค่อยปรับเพิ่มไม่บ่อยกว่าทุก 1–2 สัปดาห์
แหล่งทั้งสองไม่ได้อธิบายเหตุผลของการกินพร้อมอาหารไว้ในหน้านี้ บทความจึงไม่เดาเหตุผลแทน สิ่งที่ทำได้คือกินตามฉลากยาและที่เภสัชกรอธิบาย
เม็ดยาแต่ละขนาดต่างกันอย่างไร เมทฟอร์มินมีหลายความแรง และมีทั้งชนิดธรรมดากับชนิดออกฤทธิ์นาน ซึ่งวิธีกินต่างกันตามที่ MedlinePlus ระบุ ขนาดและชนิดที่เหมาะกับแต่ละคนแพทย์เป็นผู้กำหนด ถ้าได้ยาเม็ดหน้าตาหรือความแรงไม่เหมือนเดิม ให้ถามเภสัชกรก่อนกิน และห้ามเปลี่ยนจำนวนเม็ดเอง (คำแนะนำของบทความ)
ลืมกินยาทำอย่างไร NHS ระบุว่า ถ้ากินวันละครั้งแล้วลืม ให้กินทันทีที่นึกได้ เว้นแต่ใกล้เวลามื้อถัดไป ถ้ากินมากกว่าวันละครั้งและใกล้เวลามื้อถัดไป ให้ข้ามมื้อที่ลืม ห้ามกินเบิ้ล 2 เท่าเพื่อชดเชย ถ้ากินเกินขนาดที่แพทย์สั่ง NHS ให้โทรสายด่วนปรึกษาแบบเร่งด่วน (NHS 111) ในไทยให้ติดต่อโรงพยาบาลหรือเภสัชกรทันที
ผลข้างเคียงของเมทฟอร์มินที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง
NHS ระบุผลข้างเคียงที่พบบ่อย (common side effects) ดังนี้
- คลื่นไส้หรืออาเจียน
- ท้องเสีย
- ปวดท้อง
- เบื่ออาหาร
- รับรสเปลี่ยนไป
- ขาดวิตามินบี 12 ซึ่งอาจทำให้อ่อนเพลียมาก
MedlinePlus ระบุเพิ่ม เช่น ท้องอืดมีลม อาหารไม่ย่อย ท้องผูก อ่อนแรง ปวดศีรษะ ผิวแดงร้อน เล็บเปลี่ยน ปวดกล้ามเนื้อ และผื่น และให้บอกแพทย์ถ้าอาการรุนแรง ไม่หายไป หรือหายแล้วกลับมาเป็นอีก
ท้องเสีย คลื่นไส้ ท้องอืด ช่วงแรกทำอย่างไร
- NHS ระบุว่าผลข้างเคียงส่วนใหญ่ดีขึ้นในราว 2 สัปดาห์ เมื่อร่างกายปรับตัว แต่บางอย่างอาจอยู่นานกว่านั้น
- ถ้ารบกวนหรือไม่หายไป ให้คุยกับเภสัชกรหรือแพทย์ NHS ระบุว่าอาจมีวิธีลดผลข้างเคียงได้ และให้ กินยาต่อจนกว่าจะได้รับคำแนะนำให้หยุด
- กินพร้อมอาหารตามฉลาก ตามที่ NHS และ MedlinePlus ระบุ
- ถ้าท้องเสียหรืออาเจียนมาก NHS ระบุว่ามีความเสี่ยงขาดน้ำ ให้ปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ หรือทำตามคำแนะนำที่เคยได้รับไว้ ดูหัวข้อถัดไป
เรื่องท้องเสียขณะกินยาเบาหวาน อ่านเพิ่มที่ ท้องเสีย กินยาเบาหวานได้ไหม
อาการแพ้ยาเมทฟอร์มิน NHS ระบุว่าการแพ้รุนแรง (anaphylaxis) พบได้น้อย อาการ เช่น คอหรือลิ้นบวม ผื่นนูนคัน และหายใจลำบาก NHS ให้โทร 999 ในไทยให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ผู้ที่เคยแพ้หรือมีผลข้างเคียงรุนแรงจากเมทฟอร์มิน NHS ระบุว่ายานี้อาจไม่เหมาะ
กินเมทฟอร์มินนานแล้วต้องตรวจวิตามินบี 12 ไหม
ควรถามแพทย์ ADA Standards of Care 2025 หมวด 9 ระบุว่าการใช้เมทฟอร์มินสัมพันธ์กับความเสี่ยงขาดวิตามินบี 12 และอาการปลายประสาทแย่ลง จึงเสนอให้ตรวจระดับบี 12 เป็นระยะ งานติดตาม DPP/DPPOS ในสหรัฐ (2559) พบว่าใช้ยานานขึ้นทุก 1 ปี โอกาสขาดบี 12 เพิ่มขึ้น (OR 1.13 ต่อปี) MedlinePlus ให้บอกแพทย์ถ้าเคยมีวิตามินบี 12 ต่ำมาก่อน
ห้ามหยุดยาเพราะกลัวขาดบี 12 ถ้ามีอาการชาปลายมือปลายเท้า อ่อนเพลียมาก หรือซีด ให้แจ้งแพทย์เพื่อพิจารณาตรวจ รายละเอียดอ่านที่ ยาเมทฟอร์มินกับวิตามินบี 12 ต่ำ และถ้ามือชาร่วมด้วย อ่านที่ เป็นเบาหวานแล้วมือชา ชาปลายนิ้ว เกิดจากอะไร
ช่วงไหนที่หมออาจให้หยุดเมทฟอร์มินชั่วคราว
ข้อมูลจาก MedlinePlus (ปรับ 15 ต.ค. 2569) — แพทย์เป็นผู้บอกว่าหยุดเมื่อไรและกลับมากินเมื่อไร
- ป่วยหนัก: ให้บอกแพทย์ถ้าเพิ่งมีหรือกำลังมี การติดเชื้อรุนแรง ท้องเสีย อาเจียน หรือไข้รุนแรง หรือดื่มน้ำได้น้อยกว่าปกติมาก MedlinePlus ระบุว่า "อาจต้องหยุดเมทฟอร์มินจนกว่าจะหาย"
- ผ่าตัดหรือทำหัตถการใหญ่ รวมถึงผ่าตัดในช่องปาก: ให้บอกแพทย์ว่ากินเมทฟอร์มินอยู่
- ตรวจเอกซเรย์ที่ต้องฉีดสี: ให้บอกแพทย์ล่วงหน้า MedlinePlus ระบุว่าอาจต้องหยุดยาก่อนตรวจ และรออย่างน้อย 48 ชั่วโมงจึงกลับมากิน โดยแพทย์จะบอกเวลาที่แน่นอน
NHS ระบุทำนองเดียวกันว่า ถ้าป่วยอาเจียน ท้องเสีย หรือมีไข้ระหว่างกินเมทฟอร์มิน มีความเสี่ยงขาดน้ำ ให้ปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ หรือทำตามคำแนะนำที่เคยได้รับไว้ คำแนะนำของบทความ: ขอแผนช่วงเจ็บป่วยจากทีมเบาหวานไว้ล่วงหน้า ห้ามหยุดหรือลดยาเองโดยไม่มีคำสั่ง ข้อปฏิบัติช่วงเป็นหวัดหรือไม่สบายอ่านที่ เป็นเบาหวานแล้วเป็นหวัด ไม่สบาย
ใครที่ยานี้อาจไม่เหมาะ (NHS): เคยแพ้ยา มีปัญหาตับและไต ติดเชื้อรุนแรง หัวใจล้มเหลว หรือดื่มสุรามาก MedlinePlus ระบุให้บอกแพทย์ถ้าเป็นโรคไต อายุเกิน 65 ปี หรือเคยหัวใจขาดเลือด อัมพาต โรคหัวใจหรือตับ เพราะเกี่ยวกับความเสี่ยงภาวะกรดแล็กติกคั่ง เรื่องเมทฟอร์มินกับไต อ่านเพิ่มที่ ยาเบาหวานทำลายไตไหม
สุรา: NHS แนะนำให้จำกัดการดื่ม เพราะเพิ่มความเสี่ยงผลข้างเคียงร้ายแรง MedlinePlus ระบุว่าสุราเพิ่มความเสี่ยงกรดแล็กติกคั่งและอาจทำให้น้ำตาลต่ำ
อาการแบบไหนต้องไปโรงพยาบาลทันที
ภาวะกรดแล็กติกคั่ง (lactic acidosis) NHS ระบุว่าเป็นผลข้างเคียงร้ายแรงที่พบได้น้อย และ ให้โทร 999 ถ้าสงสัย MedlinePlus ระบุว่าอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง
- ผู้ที่กินเมทฟอร์มินแล้วสงสัยว่ามีภาวะกรดแล็กติกคั่ง NHS ยกตัวอย่างอาการไว้ คือ อาเจียน ปวดท้อง ตะคริวกล้ามเนื้อ หายใจลำบาก และอ่อนเพลียรุนแรง
- หายใจลำบาก คอหรือลิ้นบวม หรือผื่นนูนคันขึ้นหลังกินยา (แพ้รุนแรง ตาม NHS)
ข้อสังเกต: อาการของกรดแล็กติกคั่งบางข้อซ้ำกับผลข้างเคียงทั่วไปหรืออาการท้องเสียธรรมดา แหล่งไม่ได้ให้วิธีแยกด้วยตัวเอง ถ้าไม่แน่ใจ บทความแนะนำให้ไปโรงพยาบาลทันที ไม่ต้องรอดูอาการ (คำแนะนำของบทความ)
ข้อมูลยาจาก MedlinePlus (ปรับ 15 ต.ค. 2569) ในกล่องคำเตือนเรื่องกรดแล็กติกคั่ง ระบุว่า ถ้ามีอาการต่อไปนี้ "ให้หยุดกินเมทฟอร์มินและโทรหาแพทย์ทันที" ได้แก่ อ่อนเพลียมาก อ่อนแรง หรือไม่สบายตัว คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง เบื่ออาหาร หายใจลึกและเร็วหรือหายใจไม่อิ่ม เวียนศีรษะ หน้ามืด หัวใจเต้นเร็วหรือช้า ปวดกล้ามเนื้อ หรือรู้สึกหนาวโดยเฉพาะที่มือหรือเท้า ข้อความนี้เป็นคำแนะนำในข้อมูลยาเฉพาะกรณีสงสัยกรดแล็กติกคั่ง ไม่ใช่คำแนะนำให้หยุดยาในกรณีอื่น ส่วน NHS (ทบทวน 5 ส.ค. 2569) จัดการสงสัยกรดแล็กติกคั่งเป็นเหตุให้โทร 999 บทความนี้จึงใช้ระดับเดียวกับ NHS คือไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และแจ้งทีมแพทย์ว่ากินเมทฟอร์มินอยู่ MedlinePlus ยังระบุ "เจ็บหน้าอก" เป็นผลข้างเคียงร้ายแรงที่ต้องโทรหาแพทย์ทันทีหรือรับการรักษาฉุกเฉิน
ตับอักเสบ: NHS ระบุว่าพบได้น้อย อาจมีตัวเหลืองตาเหลือง ให้ติดต่อแพทย์โดยเร็ว (NHS ให้โทร 111)
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าวิต (Beta Vit)
เบต้าวิต (Beta Vit) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0062 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 30 แคปซูล แคปซูลละ 900 มก. ฉลากระบุรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แมกนีเซียมออกไซด์ 440 มก. · แมกนีเซียม บิสไกลซิเนต คีเลต (20%) 100 มก. · วิตามินบี 1 (100%) 100 มก. · กรดอัลฟาไลโปอิก (95%) 50 มก. · วิตามินเค 2 (เมนาควิโนน-7) จากบาซิลลัส ซับทิลิส นัตโตะ (0.2%) 37.5 มก. · โคเอนไซม์ คิวเท็น (99.5%) 30 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 6 มก. · วิตามินบี 6 (100%) 2 มก. · วิตามินบี 12 (100%) 0.6 มก. · แคปซูลเป็นเจลาติน
ค่าคำนวณจากฉลาก: วิตามินเค 2 เป็นผงเจือจาง คิดเป็น MK-7 ราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ) · วิตามินดี 3 เป็นผงเจือจาง คิดเป็นราว 600 IU หรือ 15 ไมโครกรัม (คำนวณ) · วิตามินบี 12 0.6 มก. เท่ากับ 600 ไมโครกรัม · แมกนีเซียมจากสองรูปรวมกันราว 280–285 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ได้ระบุตัวเลขนี้ และยังรอผู้ผลิตยืนยันด้วยเอกสารผลวิเคราะห์ (COA) ตัวเลขนี้คิดเป็นราว 80% ของปริมาณสูงสุดที่รับได้ต่อวันสำหรับแมกนีเซียมจากผลิตภัณฑ์เสริม 350 มก. (คำนวณ)
ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ
เรื่องผู้ที่กินเมทฟอร์มิน: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ป้องกันหรือแก้ภาวะวิตามินบี 12 ต่ำจากเมทฟอร์มิน ลดผลข้างเคียงของยา หรือช่วยคุมน้ำตาล และยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้ร่วมกับเมทฟอร์มิน ทางที่ถูกคือให้แพทย์ตรวจระดับบี 12 ตามที่ ADA แนะนำ ส่วนที่เกี่ยวกับหัวข้อนี้มีดังนี้
- วิตามินบี 12 600 ไมโครกรัมต่อแคปซูล — ราว 250 เท่าของค่าแนะนำผู้ใหญ่ไทย 2.4 ไมโครกรัม (คำนวณจาก DRI ไทย 2563) งานทบทวน Cochrane (2561) ที่ใช้บี 12 แบบกินรักษาภาวะขาด ใช้วันละ 1,000–2,000 ไมโครกรัม มากกว่าในแคปซูลราว 1.7–3.3 เท่า (คำนวณ) ไม่ใช้แทนการตรวจและการรักษาที่แพทย์สั่ง ผู้ที่จะตรวจระดับบี 12 ให้บอกแพทย์ว่ากินผลิตภัณฑ์ที่มีบี 12 อยู่ เพราะอาจทำให้ผลตรวจสูงขึ้น (คำแนะนำของบทความ)
- แมกนีเซียมออกไซด์ 440 มก. ต่อแคปซูล (แมกนีเซียมรวมราว 280–285 มก. คำนวณ) — แมกนีเซียมออกไซด์เป็นสารที่ใช้เป็นยาระบาย LPI ระบุว่าอาการแรกของแมกนีเซียมเสริมที่มากเกินคือท้องเสีย และงานทบทวน Cochrane เรื่องตะคริว (2563) พบผลข้างเคียงทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย 11–37% ในกลุ่มที่ได้แมกนีเซียม เทียบ 10–14% ในกลุ่มควบคุม ผู้ที่ท้องเสียจากเมทฟอร์มินอยู่แล้ว อาการอาจซ้อนกันจนแยกไม่ออกว่ามาจากอะไร ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่ม (คำแนะนำของบทความ) ถ้าท้องเสียมากหรือมีอาการขาดน้ำ ให้หยุดผลิตภัณฑ์และปรึกษาแพทย์ แต่ ห้ามหยุดเมทฟอร์มินเอง
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ (ข้อแรกและข้อเด็ก/ตั้งครรภ์มีคำเตือนบนฉลาก ส่วนที่เหลือเป็นคำแนะนำของบทความจากส่วนประกอบบนฉลาก)
- ผู้ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด: ฉลากระบุว่า "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" คำแนะนำของบทความคือ ห้ามเริ่มเอง ต้องให้แพทย์ที่ดูแลยาตัดสินก่อน เพราะงานวิจัยในอาสาสมัครที่ได้ยาต้านวิตามินเค (2556) พบว่า MK-7 เพียงวันละ 10–20 ไมโครกรัมทำให้ค่า INR เปลี่ยนอย่างมีความหมายในบางคน ขณะที่แคปซูลมีราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ) และ LPI ระบุว่ามีรายงานไม่กี่รายว่าโคเอนไซม์คิวเท็นลดฤทธิ์วาร์ฟาริน ถ้าแพทย์อนุญาต ต้องตรวจ INR ตามนัด · Linus Pauling Institute หน้าแมกนีเซียม (ทบทวน ต.ค. 2568) ระบุด้วยว่าแมกนีเซียมลดประสิทธิภาพของยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดกินได้
- ใช้ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: LPI ระบุว่าในทางทฤษฎีกรดอัลฟาไลโปอิก (50 มก. ต่อแคปซูล) อาจเสริมฤทธิ์ลดน้ำตาล และควรติดตามน้ำตาลใกล้ชิด ให้รู้จักอาการน้ำตาลต่ำ เช่น หิว เหงื่อออก ตัวสั่น ใจสั่น สับสน และตรวจน้ำตาลตามที่แพทย์สั่ง ห้ามลดหรือหยุดยาเบาหวานเอง
- ผู้ป่วยโรคไต ไตเสื่อม หรือฟอกไต: ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน LPI ระบุว่าผู้ที่ไตทำงานบกพร่องเสี่ยงแมกนีเซียมสะสมจนเป็นพิษ
- ใช้ยาระบายหรือยาลดกรดที่มีแมกนีเซียม หรือแมกนีเซียมเสริมตัวอื่นอยู่: รวมกันอาจเกิน 350 มก. ต่อวัน เสี่ยงท้องเสีย
- ยาที่ต้องกินห่างจากแมกนีเซียม: ยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนและเตตราไซคลีน ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต ยาไทรอยด์ และกาบาเพนติน ให้เภสัชกรจัดเวลาให้
- เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่า "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์ · เก็บให้พ้นมือเด็ก
- ผู้ใช้ยาประจำตัวให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน (คำแนะนำของบทความ ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก) MedlinePlus หน้าเมทฟอร์มินก็ระบุให้แจ้งวิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมทุกชนิดที่กินอยู่ และแจ้งทีมแพทย์ก่อนผ่าตัด ทำฟัน หรือฉีดสีว่ากินผลิตภัณฑ์นี้อยู่
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าวิตทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาเบาหวาน อินซูลิน เมทฟอร์มิน ยาความดัน ยาขับปัสสาวะ ยาลดไขมันกลุ่มสแตติน ยาละลายลิ่มเลือดหรือวาร์ฟาริน ยาลดกรด และยาแก้ปวดปลายประสาท แม้จะรู้สึกดีขึ้น หรือเริ่มรับประทานวิตามินหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม ถ้าสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่ การปรับยาเป็นหน้าที่ของแพทย์
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจหาสาเหตุของอาการชา
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- หน้าเบี้ยวหรือปากตกข้างหนึ่ง ยิ้มไม่ได้
- แขนอ่อนแรงหรือชาข้างเดียว ยกแขนสองข้างค้างไว้ไม่ได้
- พูดไม่ชัด พูดลำบาก หรือสับสน
- ชาหรืออ่อนแรงครึ่งซีกของร่างกายขึ้นมาทันที
- เจ็บหรือแน่นหน้าอกขึ้นมาทันทีและไม่หายไป อาจรู้สึกเหมือนถูกบีบ ถูกกด แสบร้อน หรือเหมือนอาหารไม่ย่อย
- เจ็บที่ร้าวไปแขนซ้ายหรือขวา คอ กราม ท้อง หรือหลัง
- เจ็บหน้าอกพร้อมเหงื่อแตก คลื่นไส้ หน้ามืด หรือหายใจไม่อิ่ม
- ผู้ใช้ยาเบาหวานที่หมดสติ หรือไม่ตอบสนองตามปกติ (ห้ามป้อนอาหารหรือน้ำ จัดท่านอนตะแคง)
- ผู้ใช้ยาเบาหวานที่ชัก
- ผู้ใช้เมทฟอร์มินที่สงสัยภาวะกรดแล็กติกคั่ง เช่น อาเจียน ปวดท้อง ตะคริว หายใจลำบาก อ่อนเพลียรุนแรง
- คอหรือลิ้นบวม หายใจลำบาก หรือผื่นนูนคันขึ้นทั่วตัวหลังกินยา (แพ้รุนแรง)
รายการนี้มาจากหน้าที่ NHS จัดเป็นเหตุให้โทร 999 ได้แก่ อาการโรคหลอดเลือดสมอง (ทบทวน 12 ก.ย. 2567) เจ็บหน้าอก (8 ส.ค. 2566) น้ำตาลในเลือดต่ำ (3 ส.ค. 2566) และยาเมทฟอร์มิน (5 ส.ค. 2569) NHS ระบุว่าอาการโรคหลอดเลือดสมอง แม้หายไปเองแล้วก็ต้องไปทันที และห้ามขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง ส่วนอาการชักและหมดสติ NHS ระบุว่าเป็นอาการของน้ำตาลต่ำรุนแรง โดยหน้า NHS ให้โทร 999 เมื่อผู้ป่วยไม่ตอบสนองตามปกติหรือหมดสติ และไม่มียาฉีดกลูคากอน หรือฉีดแล้วไม่ฟื้นใน 10 นาที หรือดื่มสุรามา ในไทยผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่มีกลูคากอนติดบ้าน บทความนี้จึงใช้ระดับที่ปลอดภัยกว่า คือไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ทุกครั้ง (คำแนะนำของบทความ)
ราคาบนกล่อง 2,990 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Vit →คำถามที่พบบ่อย
เมทฟอร์มินคือยาอะไร
เป็นยาเบาหวานชนิดกินในกลุ่มบิกัวไนด์ MedlinePlus อธิบายว่าช่วยลดน้ำตาลที่ดูดซึมจากอาหาร ลดน้ำตาลที่ตับสร้าง และเพิ่มการตอบสนองต่ออินซูลิน ยานี้คุมเบาหวานแต่ไม่ได้ทำให้หาย
เมทฟอร์มินกินตอนไหน
NHS ระบุว่าคนส่วนใหญ่กินวันละ 1–3 ครั้งพร้อมอาหาร MedlinePlus ระบุว่าชนิดออกฤทธิ์นานกินวันละครั้งพร้อมมื้อเย็น ให้กินตามฉลากยาและที่แพทย์สั่ง ห้ามเปลี่ยนจำนวนเม็ดเอง
ผลข้างเคียงของเมทฟอร์มินที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง
NHS ระบุ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้อง เบื่ออาหาร รับรสเปลี่ยน และขาดวิตามินบี 12 ผลข้างเคียงส่วนใหญ่ดีขึ้นในราว 2 สัปดาห์ ถ้ารบกวนมากให้คุยกับเภสัชกรหรือแพทย์ และกินยาต่อจนกว่าจะได้รับคำแนะนำให้หยุด
ช่วงไหนต้องหยุดเมทฟอร์มินชั่วคราว
MedlinePlus ระบุว่าถ้าติดเชื้อรุนแรง ท้องเสีย อาเจียน มีไข้รุนแรง ดื่มน้ำได้น้อย จะผ่าตัด หรือจะตรวจเอกซเรย์ที่ฉีดสี ให้บอกแพทย์ อาจต้องหยุดชั่วคราว แพทย์จะบอกว่าหยุดเมื่อไรและกลับมากินเมื่อไร ห้ามหยุดเอง
กินเมทฟอร์มินแล้วอาการแบบไหนอันตราย
NHS ให้โทร 999 ถ้าสงสัยภาวะกรดแล็กติกคั่ง เช่น อาเจียน ปวดท้อง ตะคริว หายใจลำบาก อ่อนเพลียรุนแรง หรือสงสัยแพ้รุนแรง เช่น คอหรือลิ้นบวม หายใจลำบาก ในไทยให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- MetforminNHS
- MetforminMedlinePlus Drug Information
- Standards of Care in Diabetes—2025: 9. Pharmacologic Approaches to Glycemic TreatmentAmerican Diabetes Association (Diabetes Care)
- Long-term Metformin Use and Vitamin B12 Deficiency in the Diabetes Prevention Program Outcomes StudyJournal of Clinical Endocrinology & Metabolism (PubMed)
- Low blood sugar (hypoglycaemia)NHS
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-29
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
