บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS

ปวดข้อศอกเกิดจากอะไร เอ็นข้อศอกอักเสบ ไม่ได้เล่นเทนนิสก็เป็นได้

คำตอบสั้น: สาเหตุหนึ่งของปวดข้อศอกคือเอ็นข้อศอกอักเสบจากการใช้งานซ้ำ ๆ ถ้าปวดด้านนอกข้อศอก NHS เรียกว่า tennis elbow และระบุว่าเกิดจากกิจกรรมที่ต้องกำของแล้วบิดข้อมือและแขนท่อนล่างซ้ำ ๆ เช่น พิมพ์งาน เย็บผ้า เล่นดนตรี ไม่ใช่แค่เล่นเทนนิส ถ้าปวดด้านในข้อศอก OrthoInfo ของ AAOS เรียกว่า golfer's elbow เกิดจากการใช้กล้ามเนื้อแขนซ้ำ ๆ เช่นกัน NHS ระบุว่าเอ็นข้อศอกด้านนอกอักเสบมักดีขึ้นหลังพักแขนไม่กี่สัปดาห์ แต่บางครั้งอาจนานกว่านั้น ส่วนข้อศอกบวมร่วมกับไข้สูง อาจเป็นข้อติดเชื้อ ต้องไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • ปวดด้านนอกข้อศอก ปวดมากขึ้นตอนยก กำ หรือขยับข้อมือ → เอ็นข้อศอกด้านนอกอักเสบ (NHS)
  • ปวดหรือแสบด้านในข้อศอก บางครั้งปวดแปล๊บลงไปทางมือ กำมืออ่อนแรง → เอ็นข้อศอกด้านในอักเสบ (AAOS)
  • ชาหรือเหน็บนิ้วนางและนิ้วก้อย อาจเกิดเมื่อเส้นประสาทอัลนาร์ถูกระคายเคือง (AAOS)
  • ดูแล: ลดกิจกรรมที่ทำให้แย่ลง ประคบร้อนหรือเย็นครั้งละไม่เกิน 20 นาที ทุก 2–3 ชั่วโมง ใช้สายรัดแขน (NHS)
  • กายภาพบำบัดอาจช่วยถ้าดูแลเองแล้ว 6 สัปดาห์ยังไม่ดีขึ้น (NHS)
  • ข้อศอกบวมและมีไข้สูง → ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด

เอ็นข้อศอกด้านนอกอักเสบ (tennis elbow) ไม่ได้เล่นเทนนิสก็เป็นได้

หน้า Tennis elbow ของ NHS (ทบทวนล่าสุด 31 พฤษภาคม 2024) อธิบายว่าเป็นภาวะที่ทำให้ปวดรอบด้านนอกข้อศอก เกิดจากกิจกรรมที่ต้องกำของแล้วบิดข้อมือและแขนท่อนล่างซ้ำ ๆ และยกตัวอย่างว่าพิมพ์งาน เย็บผ้า เล่นเทนนิส และเล่นดนตรี

ชื่อ "tennis elbow" จึงทำให้เข้าใจผิดได้ เพราะคนที่ไม่เคยจับไม้เทนนิสก็เป็นได้ถ้าทำกิจกรรมที่ต้องกำและบิดแขนซ้ำ ๆ

อาการตาม NHS

  • ปวดด้านนอกข้อศอก อาจเป็นมากขึ้นตอนยกของ กำของ หรือขยับข้อมือ
  • กดเจ็บ บวม
  • ปวดแขนท่อนล่าง
  • เหยียดแขนได้ไม่สุด

เอ็นข้อศอกด้านในอักเสบ (golfer's elbow)

OrthoInfo ของ AAOS อธิบายว่าเอ็นข้อศอกด้านในอักเสบเป็นภาวะปวดข้อศอกที่เกิดจากการใช้งานมากเกินหรือออกแรงมากเกิน เกิดที่ด้านในของข้อศอกตรงจุดที่เอ็นกล้ามเนื้อแขนท่อนล่างเกาะ การเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ ของกล้ามเนื้อกลุ่มนี้ทำให้เอ็นบาดเจ็บ ตัวอย่างที่ AAOS ยกคือ ตีกอล์ฟ ขว้างลูกเหนือศีรษะ เทนนิส และยกน้ำหนัก และระบุว่ามักเกิดในผู้ใหญ่อายุ 40–60 ปี

อาการตาม AAOS

  • ปวดหรือแสบด้านในข้อศอก บางครั้งปวดแปล๊บลงไปทางมือ
  • แรงกำมืออ่อนลง
  • ขยับข้อศอกได้น้อยลง
  • บางคนมีชาและเหน็บที่นิ้วนางและนิ้วก้อย เมื่อเส้นประสาทอัลนาร์ถูกระคายเคือง

ทดสอบง่าย ๆ ที่บ้านได้ไหม

แหล่งที่เราตรวจ (NHS และ AAOS) ไม่ได้ให้วิธีทดสอบด้วยตัวเองที่บ้าน สิ่งที่ทำได้คือสังเกตและจดไว้เล่าให้แพทย์ฟัง ว่า

  • ปวดด้านนอกหรือด้านในข้อศอก
  • ปวดมากขึ้นตอนทำอะไร เช่น ยกของ บิดลูกบิด กำมือ
  • มีชาหรือเหน็บที่นิ้วไหน
  • มีบวม แดง ร้อน หรือไข้ไหม
  • เริ่มหลังทำกิจกรรมอะไรซ้ำ ๆ หรือหลังบาดเจ็บ

แพทย์หรือนักกายภาพบำบัดจะตรวจร่างกายเพื่อแยกสาเหตุ

ดูแลอาการเอ็นข้อศอกอักเสบ

ตามที่ NHS แนะนำสำหรับเอ็นข้อศอกด้านนอกอักเสบ

  • เลี่ยงหรือลดกิจกรรมที่ทำให้อาการแย่ลง
  • ใช้ยาพาราเซตามอล หรือทาเจลยาแก้อักเสบ (NHS เตือนว่าเจลไอบูโพรเฟนติดไฟได้ ห้ามสูบบุหรี่หรือเข้าใกล้เปลวไฟขณะใช้)
  • ลองใช้ถุงร้อนหรือถุงเย็น ครั้งละไม่เกิน 20 นาที ทุก 2–3 ชั่วโมง
  • ใส่สายรัดแขนท่อนล่างหรืออุปกรณ์พยุงข้อศอก
  • ถ้าดูแลเองแล้ว 6 สัปดาห์ยังไม่ดีขึ้น กายภาพบำบัดอาจช่วย ด้วยการนวด ท่าบริหาร และอัลตราซาวนด์
  • NHS ระบุการผ่าตัดเป็นทางเลือกเมื่อผ่านไป 6–12 เดือนแล้วไม่ดีขึ้น

ตามที่ AAOS แนะนำสำหรับเอ็นข้อศอกด้านในอักเสบ

  • ปรับกิจกรรม ประคบเย็นห่อผ้าครั้งละ 20 นาที วันละหลายครั้ง ยาแก้อักเสบกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ระยะสั้น อุปกรณ์พยุง และท่ายืดเหยียดกับเสริมความแข็งแรง
  • AAOS ระบุว่าบางคนมีโรค เช่น โรคไต หรือใช้ยาอื่นที่ทำให้การใช้ยาเอ็นเสดเป็นอันตราย
  • AAOS ระบุว่าการฉีดสเตียรอยด์อาจพิจารณาเป็นบางกรณี ช่วยบรรเทาได้ในช่วงแรก แต่มีงานวิจัยบางส่วนชี้ว่าอาจทำให้การฟื้นตัวนานขึ้นและเอ็นเสียหายมากขึ้น ให้คุยข้อดีข้อเสียกับแพทย์
  • ผ่าตัดเมื่อรักษาแบบไม่ผ่าตัดหลายเดือนแล้วไม่ได้ผล

ท่ายืดและท่าเสริมความแข็งแรงควรให้นักกายภาพบำบัดสอน เพราะแหล่งที่เราตรวจไม่ได้ให้ท่าที่ระบุจำนวนครั้งไว้ ผู้ที่ใช้ยาประจำหรือมีโรคประจำตัว ให้ถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาแก้ปวดหรือยาแก้อักเสบ ทั้งชนิดกินและชนิดทา และห้ามหยุดยาเดิมเอง เรื่องเลือกประคบร้อนหรือเย็น อ่าน ปวดข้อควรประคบร้อนหรือเย็น

ใช้เวลานานแค่ไหน: NHS ระบุว่าเอ็นข้อศอกด้านนอกอักเสบมักดีขึ้นหลังพักแขนไม่กี่สัปดาห์ แต่บางครั้งอาจนานกว่านั้น หรือนานเกินหนึ่งปี

ปวดข้อศอกจากสาเหตุอื่น

หน้า Elbow and arm pain ของ NHS (ทบทวนล่าสุด 26 มกราคม 2024) จับคู่อาการกับสาเหตุที่เป็นไปได้ไว้ดังนี้

  • ปวดด้านนอกข้อศอก เหยียดแขนลำบาก — เอ็นข้อศอกด้านนอกอักเสบ
  • ปวดข้อ ฝืด บวม — เอ็นอักเสบ หรือถุงน้ำรอบข้ออักเสบ (bursitis)
  • ปวด กดเจ็บ ช้ำ บวม — ข้อแพลงหรือกล้ามเนื้อยืดเกิน
  • ปวดและฝืดที่ร้าวมาจากไหล่ — ข้อไหล่ติด
  • ปวดข้อและฝืด — ข้ออักเสบ
  • ข้อบวมร่วมกับไข้สูง — ข้ออักเสบติดเชื้อ

เกาต์ที่ข้อศอก: หน้าที่เราตรวจไม่ได้แยกเกาต์ไว้เฉพาะข้อศอก ถ้าเคยเป็นเกาต์หรือมีค่ากรดยูริกสูง ให้แจ้งแพทย์ทุกครั้งที่ไปตรวจเรื่องปวดข้อ อ่าน เกาต์อาการเริ่มต้น

เส้นประสาท: AAOS ระบุว่าในเอ็นข้อศอกด้านในอักเสบ บางคนมีชาและเหน็บที่นิ้วนางและนิ้วก้อยเมื่อเส้นประสาทอัลนาร์ถูกระคายเคือง ถ้ามีอาการชาที่มือร่วมกับปวดข้อมือ อ่าน ปวดข้อมือเกิดจากอะไร

เมื่อไรต้องพบแพทย์

พบแพทย์ (ไม่ฉุกเฉิน)

  • NHS หน้า Tennis elbow: ยังปวดข้อศอกหลังพักและดูแลเองมาอย่างน้อย 2 สัปดาห์
  • NHS หน้า Elbow and arm pain: ปวดข้อศอกหรือแขนไม่หายภายในไม่กี่สัปดาห์

ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด — NHS ให้ติดต่อ NHS 111 อย่างเร่งด่วนถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง

  • แขนบวม และมีไข้สูง หรือรู้สึกร้อนสลับหนาวสั่น (อาจเป็นข้อติดเชื้อ)
  • ปวดแขนตอนออกแรง แต่หายเมื่อพัก

ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง (NHS ให้ไปศูนย์รักษาเร่งด่วนหรือห้องฉุกเฉิน และให้โทร 999 ทันทีในข้อสุดท้าย)

  • ปวดรุนแรงและขยับแขนลำบาก
  • บาดเจ็บแล้วมีเสียงดังกร๊อบ
  • บาดเจ็บแล้วแขนหรือข้อศอกเปลี่ยนรูป
  • แขนชาหรือเหน็บ
  • ปวดแขนขึ้นมาทันที พร้อมแน่น หนัก หรือบีบรัดกลางหน้าอก (NHS ระบุว่าอาจเป็นสัญญาณของหัวใจวาย)

ด้านนอกกับด้านใน เทียบให้เห็นชัด

  • ด้านนอกข้อศอก (tennis elbow, NHS): ปวดด้านนอก ปวดมากขึ้นตอนยก กำ หรือขยับข้อมือ กดเจ็บ บวม ปวดแขนท่อนล่าง เหยียดแขนไม่สุด เกิดจากการกำของแล้วบิดข้อมือและแขนท่อนล่างซ้ำ ๆ
  • ด้านในข้อศอก (golfer's elbow, AAOS): ปวดหรือแสบด้านใน บางครั้งปวดแปล๊บลงไปทางมือ แรงกำมือลดลง ขยับได้น้อยลง บางคนชาที่นิ้วนางและนิ้วก้อย เกิดจากการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ ของกล้ามเนื้อแขนท่อนล่าง

ทั้งสองแบบเป็นการบาดเจ็บของเอ็นจากการใช้งาน ไม่ใช่กระดูกข้อศอกโดยตรง แม้คำค้นจะใช้คำว่า "ปวดกระดูกข้อศอก" ก็ตาม

เตรียมข้อมูลก่อนพบแพทย์

  • ปวดด้านนอก ด้านใน หรือด้านหลังข้อศอก
  • งานหรือกิจกรรมที่ทำซ้ำ ๆ เช่น พิมพ์งาน เย็บผ้า ใช้เครื่องมือ ยกของ เล่นกีฬา
  • มีชาหรือเหน็บที่นิ้วไหน
  • ข้อศอกบวม แดง ร้อน หรือมีไข้หรือไม่
  • เคยเป็นเกาต์ ข้ออักเสบ หรือบาดเจ็บที่ข้อศอกมาก่อนหรือไม่
  • ลองดูแลอะไรมาแล้ว นานเท่าไร
  • ยาและอาหารเสริมที่ใช้อยู่ทั้งหมด (นำฉลากไปด้วย)

ปรับการใช้งานแขน

NHS แนะนำให้เลี่ยงหรือลดกิจกรรมที่ทำให้อาการแย่ลง และระบุว่าต้นเหตุคือการกำและบิดข้อมือซ้ำ ๆ แหล่งที่เราตรวจไม่ได้ให้รายการท่าทางที่ต้องปรับแบบละเอียด วิธีที่ใช้ได้คือสังเกตว่ากิจกรรมใดทำให้ปวด แล้วให้นักกายภาพบำบัดช่วยแนะนำวิธีจับ ท่าทาง หรือการใช้สายรัดแขนให้ถูกตำแหน่ง

สิ่งที่แหล่งข้อมูลยังไม่ได้ตอบ

  • ฉีดยาสเตียรอยด์ที่ข้อศอกด้านนอกได้ผลไหม — หน้า Tennis elbow ของ NHS ที่เราตรวจไม่ได้พูดถึงการฉีดยา (ส่วนด้านใน ดูข้อมูลจาก AAOS ข้างบน)
  • กินอะไรให้เอ็นข้อศอกหาย — ไม่มีแหล่งที่เราตรวจระบุอาหารหรืออาหารเสริมสำหรับเอ็นข้อศอกอักเสบ

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)

เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8.5 กรัม) ฉลากระบุให้รับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (คิดเป็นราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัม คำนวณ)

คำเตือนบนฉลาก: ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน · ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ · ฉลากระบุว่า ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

เรื่องปวดข้อศอก: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ลดปวดข้อศอก ช่วยเอ็นข้อศอกที่อักเสบ หรือใช้แทนการพัก กายภาพบำบัด และการรักษาของแพทย์ ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง และไม่พบงานวิจัยของคอลลาเจนไทป์ทูหรือขมิ้นชันในผู้ป่วยเอ็นข้อศอกอักเสบในแหล่งที่เรารวบรวม

เทียบปริมาณในแคปซูลกับขนาดที่ใช้ในงานวิจัย

  • คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. ต่อแคปซูล (40 มก. ต่อวันตามฉลาก คำนวณ) — งานทดลองในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม 191 คน ให้คอลลาเจนไทป์ทูชนิดไม่เสียสภาพ (UC-II) 40 มก. ต่อวัน เทียบกับกลูโคซามีนร่วมคอนดรอยติน และยาหลอก 180 วัน คะแนนอาการลดลงมากกว่ายาหลอก ผู้วิจัยหลักสังกัดบริษัทผู้ผลิต ตัวเลข 40 มก. ต่อวันตรงกันในเชิงตัวเลข แต่ฉลากไม่ระบุว่าคอลลาเจนในแคปซูลเป็นชนิดไม่เสียสภาพหรือไม่ จึงบอกไม่ได้ว่าเป็นสารเดียวกับในงานวิจัย
  • สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. ต่อแคปซูล (32 มก. ต่อวันตามฉลาก คำนวณ) — งานทดลองในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมชาวไทย 367 คน เปรียบเทียบสารสกัดขมิ้นชัน 1,500 มก. ต่อวัน กับยาไอบูโพรเฟน 1,200 มก. ต่อวัน นาน 4 สัปดาห์ พบว่าคะแนนปวดและการใช้งานดีขึ้นไม่ด้อยกว่ากัน งานนี้ไม่มีกลุ่มยาหลอก และขนาดที่ใช้มากกว่าในแคปซูลราว 47 เท่า (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณเคอร์คูมินอยด์ งานทบทวนภาพรวมปี 2025 พบว่างานทบทวนเรื่องขมิ้นชันกับข้อเสื่อมมีคุณภาพวิธีวิจัยต่ำมาก
  • งานทั้งสองทำในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม ไม่ใช่เอ็นข้อศอกอักเสบ จึงนำผลไปใช้กับข้อศอกไม่ได้

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้แพ้โปรตีนนมวัว: มีโคลอสตรุ้ม (น้ำนมเหลือง) ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้มีประวัติแพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่ว (ไต ทางเดินปัสสาวะ ถุงน้ำดี) ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้มีท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากห้ามใช้ ขมิ้นชันมีงานในคนพบว่าทำให้ถุงน้ำดีบีบตัว
  • ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดสูง หรือโรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม (ควิโนโลน เตตราไซคลีน) ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต หรือยาเหล็ก: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยาเหล่านี้ ระยะห่างที่เหมาะสมขึ้นกับชนิดยา ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดเวลา
  • ผู้ใช้ยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์ หรือยาไดจอกซิน: แจ้งแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ผลิตภัณฑ์มีขมิ้นชันและขิง MSKCC (ศูนย์มะเร็งเมมโมเรียลสโลน เคทเทอริง) ระบุว่าขมิ้นชันอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในผู้ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดอื่น และมีรายงานเลือดออกในผู้สูงอายุที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดร่วมกับขิง ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน ห้ามหยุดยาเอง
  • ผู้ใช้ยาแก้ปวดเป็นประจำ (แอสไพริน ไอบูโพรเฟน พาราเซตามอล): MSKCC ระบุว่าขมิ้นชันอาจลดฤทธิ์ยา (ข้อมูลจากหลอดทดลอง) ให้ถามเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดยาแก้ปวดเอง
  • ผู้มีโรคตับ หรือมีอาการตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย คลื่นไส้: ให้หยุดและพบแพทย์ เพราะมีรายงานตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน
  • ผู้ที่ได้วิตามินดีหรือแคลเซียมจากแพทย์อยู่แล้ว: นับรวมทุกแหล่ง และห้ามเปลี่ยนยาเอง
  • เด็กและสตรีมีครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน
  • ผู้ใช้ยาแก้ปวดข้อ ยากระดูกพรุน หรือยาเกาต์: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง

ผลิตภัณฑ์นี้มีแคลเซียม ขมิ้นชัน และขิง ฉลากระบุว่าผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน และห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน ผู้ที่เป็นโรคไต ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะ หรือยากระดูกพรุน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรืออาการดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยาสเตียรอยด์ ยารูมาตอยด์ ยาเกาต์ ยากระดูกพรุน ยาเบาหวาน และยาต้านการแข็งตัวของเลือด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจของแพทย์ การกายภาพบำบัด หรือการตรวจมวลกระดูก

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • ได้ยินเสียงดังกร๊อบตอนบาดเจ็บ
  • ส่วนที่บาดเจ็บผิดรูปหรือบิดไปผิดทิศ
  • ส่วนที่บาดเจ็บชา
  • ผิวรอบที่บาดเจ็บเปลี่ยนสี เช่น เป็นสีน้ำเงินคล้ำหรือสีเทา
  • ส่วนที่บาดเจ็บเย็นผิดปกติ
  • หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก
  • หกล้มแล้วลงน้ำหนักหรือเดินไม่ได้
  • ริมฝีปาก ลิ้น หรือคอบวมขึ้นทันที
  • หายใจลำบากหรือหายใจไม่ออก

ถ้ามีไข้และข้อบวมแดงร้อน อาจเป็นข้ออักเสบติดเชื้อ ให้ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร BETA CAL PRO PLUS ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มิลลิกรัม

BETA CAL PRO PLUSเบต้าแคลโปรพลัส

เลข อย. 13-1-01566-5-0027

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →

คำถามที่พบบ่อย

ปวดข้อศอกด้านนอกเกิดจากอะไร

NHS ระบุว่าเอ็นข้อศอกด้านนอกอักเสบ (tennis elbow) เกิดจากกิจกรรมที่ต้องกำของแล้วบิดข้อมือและแขนท่อนล่างซ้ำ ๆ เช่น พิมพ์งาน เย็บผ้า เล่นดนตรี ไม่ใช่แค่เล่นเทนนิส

ปวดข้อศอกด้านในเกิดจากอะไร

AAOS อธิบายว่าเอ็นข้อศอกด้านในอักเสบ (golfer's elbow) เกิดจากการใช้งานมากเกินหรือออกแรงมากเกิน การเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ ของกล้ามเนื้อแขนท่อนล่างทำให้เอ็นบาดเจ็บ มักพบในผู้ใหญ่อายุ 40–60 ปี

เอ็นข้อศอกอักเสบหายเองได้ไหม

NHS ระบุว่าเอ็นข้อศอกด้านนอกอักเสบมักดีขึ้นหลังพักแขนไม่กี่สัปดาห์ แต่บางครั้งอาจนานกว่านั้นหรือเกินหนึ่งปี ถ้าดูแลเองแล้ว 2 สัปดาห์ยังปวด ให้พบแพทย์

ปวดข้อศอกประคบร้อนหรือเย็น

NHS แนะนำให้ลองใช้ถุงร้อนหรือถุงเย็นครั้งละไม่เกิน 20 นาที ทุก 2–3 ชั่วโมง สำหรับเอ็นข้อศอกด้านนอกอักเสบ

ปวดข้อศอกแบบไหนต้องรีบไปโรงพยาบาล

ถ้าข้อศอกบวมและมีไข้สูง ให้ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด ถ้าปวดรุนแรงขยับไม่ได้ บาดเจ็บแล้วผิดรูป แขนชา หรือปวดแขนพร้อมแน่นหน้าอก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท