เกี่ยวกับ Beta Vit
แพ้วิตามินบี อาการเป็นยังไง ผลข้างเคียงของบี 1 บี 6 บี 12
คำตอบสั้น: อาการ แพ้รุนแรง (anaphylaxis) เกิดเร็ว มักเริ่มภายในไม่กี่นาทีหลังสัมผัสสิ่งที่แพ้ เช่น ปาก ลิ้น หรือคอบวม หายใจลำบาก กลืนลำบาก ผิวหรือริมฝีปากเขียวซีด เวียนศีรษะหรือหมดสติ NHS (ทบทวน 21 มิ.ย. 2566) จัดเป็นเหตุให้โทร 999 บทความนี้จึงให้ ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ส่วนผลข้างเคียงที่ไม่ใช่การแพ้มีแหล่งระบุต่างกันตามตัว วิตามินบี 6 ขนาดสูงต่อเนื่อง ทำให้ปลายประสาทเสื่อม ชามือชาเท้าได้ วิตามินบี 1 Linus Pauling Institute ระบุว่ามีรายงานแพ้รุนแรงถึงชีวิตจำนวนน้อยกับการ ฉีดเข้าหลอดเลือดดำขนาดสูง ส่วน บี 12 แบบฉีดมีรายการผลข้างเคียงใน MedlinePlus เช่น ผื่น ลมพิษ คัน ท้องเสีย นอกจากวิตามินแล้ว ส่วนผสมอื่นในสูตรและเปลือกแคปซูลก็อาจเป็นต้นเหตุได้
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- แพ้รุนแรง: ปากหรือคอบวม หายใจลำบาก กลืนลำบาก ผิวเขียวซีด หมดสติ → ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 (NHS)
- บี 6 ขนาดสูง: ทำให้ชามือชาเท้า เดินเซ อาจไม่หายกลับ (Linus Pauling Institute) NHS แนะนำไม่ให้กินจากอาหารเสริมเกินวันละ 10 มก. หากแพทย์ไม่ได้แนะนำ
- บี 1: การแพ้รุนแรงที่มีรายงานเกิดกับการฉีดเข้าหลอดเลือดดำขนาดสูง (Linus Pauling Institute)
- บี 12: รายการผลข้างเคียงของยาฉีดมีผื่น ลมพิษ คัน ท้องเสีย (MedlinePlus)
- สารอื่นในสูตร: แมกนีเซียมอาจทำให้ท้องเสีย กรดอัลฟาไลโปอิกอาจทำให้ผื่น คัน คลื่นไส้
- ผื่นหรือคันอย่างเดียว: หยุดผลิตภัณฑ์ใหม่ แล้วปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรพร้อมฉลาก
อาการแพ้วิตามินบีรุนแรง ต่างจากผลข้างเคียงทั่วไปอย่างไร
บทความนี้แยกอาการเป็น 2 กลุ่มเพื่อให้ตัดสินใจง่าย คือ อาการแบบแพ้ ที่ NHS อธิบายไว้ และ ผลข้างเคียงตามตัวสาร ที่แหล่งระบุ เช่น ท้องเสียจากแมกนีเซียม หรือชาจากบี 6 ขนาดสูง จุดที่ช่วยแยกคือ ความเร็วและความรุนแรง NHS ระบุว่าอาการแพ้รุนแรงเกิดเร็ว มักเริ่มภายในไม่กี่นาทีหลังสัมผัสสิ่งที่แพ้ เช่น อาหาร ยา หรือแมลงต่อย
NHS ระบุอาการของภาวะแพ้รุนแรง ได้แก่ คอและลิ้นบวม หายใจลำบากหรือหายใจเร็วมาก กลืนลำบาก คอแน่น เสียงแหบ หายใจมีเสียงหวีด ไอ รู้สึกเหนื่อยหรือสับสน รู้สึกจะเป็นลม เวียนศีรษะ ผิวเย็น ผิวหรือริมฝีปากหรือลิ้นเป็นสีน้ำเงิน เทา หรือซีด และอาจมีผื่นนูนบวมคัน
NHS ให้โทร 999 ในกรณีด้านล่าง หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้น บวมขึ้นมาทันที
- หายใจเร็วมากหรือหายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีด รู้สึกเหมือนสำลักหรือหอบหายใจ
- คอแน่นหรือกลืนลำบาก
- ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเป็นสีน้ำเงิน เทา หรือซีด
- สับสน ง่วงซึม หรือเวียนศีรษะขึ้นมาทันที
- เป็นลมและปลุกไม่ตื่น
NHS ระบุว่าถ้ามีปากกาฉีดอะดรีนาลีนให้ใช้ทันที ระหว่างรอให้นอนลง ยกขาได้ ถ้าหายใจลำบากให้ยกไหล่หรือค่อย ๆ ลุกนั่ง หญิงตั้งครรภ์ให้นอนตะแคงซ้าย และ ห้ามลุกยืนหรือเดิน แม้รู้สึกดีขึ้น ภาวะแพ้รุนแรงต้องรักษาในโรงพยาบาลทันที
ผื่นหรือคันอย่างเดียว ไม่มีอาการข้างบน คำแนะนำของบทความคือหยุดผลิตภัณฑ์ที่เพิ่งเริ่ม แล้ว พบแพทย์หรือเภสัชกรโดยเร็ว พร้อมนำฉลากทุกตัวไปด้วย ถ้าผื่นลามเร็ว บวมที่หน้า หรือเริ่มมีอาการในรายการฉุกเฉิน ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 อ่านวิธีสังเกตอาการแพ้อาหารเสริมเพิ่มใน อาการแพ้อาหารเสริม
ผลข้างเคียงของวิตามินบี 1 มีอะไรบ้าง
Linus Pauling Institute (หน้าไธอะมิน ทบทวน ต.ค. 2564) ระบุว่าคณะกรรมการอาหารและโภชนาการของสหรัฐ ไม่ได้กำหนด UL ของบี 1 เพราะยังไม่มีผลพิษที่ยืนยันชัดจากการได้รับบี 1 เกินจากอาหาร หรือจากการกินเสริมระยะยาวในขนาดถึงวันละ 200 มก. ข้อความนี้เป็นเหตุผลที่ยังไม่มี UL ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยสำหรับทุกคน และแหล่งเดียวกันระบุว่า มีรายงานแพ้รุนแรงถึงชีวิตจำนวนน้อย เมื่อฉีดบี 1 ขนาดสูงเข้าหลอดเลือดดำ NHS (ทบทวน 3 ส.ค. 2563 ข้อมูลค่อนข้างเก่า) ระบุว่ายังมีหลักฐานไม่พอว่าการกินบี 1 ขนาดสูงทุกวันมีผลอย่างไร และแนะนำว่าถ้ากินอาหารเสริม อย่ากินมากเกินเพราะอาจเป็นอันตราย
ข้อมูลนี้ไม่ได้แปลว่าบี 1 แบบกินแพ้ไม่ได้ แหล่งที่เปิดตรวจไม่ได้ให้รายการอาการแพ้บี 1 แบบกินโดยเฉพาะ ถ้ามีอาการหลังกินผลิตภัณฑ์ใด ให้ใช้หลักเดียวกับข้างบน
ผลข้างเคียงของวิตามินบี 6 และสูตรที่มีบี 6 ซ้ำกันหลายตัว
ผลข้างเคียงที่มีหลักฐานชัดของบี 6 คือปลายประสาทเสื่อม Linus Pauling Institute (ปรับ พ.ค. 2567) ระบุว่าบี 6 เสริมขนาดสูงมากเป็นเวลานาน ทำให้ปวดและชาที่มือเท้า ถ้ารุนแรงจะเดินลำบาก และ อาจไม่หายกลับ ส่วนใหญ่เกิดที่ขนาดเกินวันละ 1,000 มก. มีรายงานไม่กี่รายที่น้อยกว่าวันละ 500 มก. นานหลายเดือนถึงหลายปี และงานที่ตรวจระบบประสาทอย่างเป็นระบบไม่พบความเสียหายที่ต่ำกว่าวันละ 200 มก.
NHS ระบุว่าบี 6 วันละ 200 มก. ขึ้นไปทำให้แขนขาชาได้ อาการมักดีขึ้นเมื่อหยุด แต่บางรายเป็นถาวร และผลของขนาด 10–200 มก. ยังไม่ชัด สองแหล่งนี้เน้นต่างกันเรื่องการหายกลับ คือ NHS (ทบทวน 3 ส.ค. 2563) ว่าส่วนใหญ่ดีขึ้นเมื่อหยุด ส่วน Linus Pauling Institute (ปรับ พ.ค. 2567) ว่าอาจไม่หายกลับ บทความนี้จึงยึดข้อที่ระวังกว่า
เพดานต่อวันแต่ละแหล่ง: สหรัฐ 100 มก. (Linus Pauling Institute) · EFSA ยุโรป 12 มก. (ฉบับ พ.ค. 2566 ส่วนหน้า Linus Pauling Institute ยังอ้างค่าเก่า 25 มก.) · NHS แนะนำไม่เกิน 10 มก. จากอาหารเสริม หากแพทย์ไม่ได้แนะนำ (ทบทวน 3 ส.ค. 2563) บทคัดย่อของ EFSA ระบุด้วยว่าคนในยุโรปไม่น่าจะได้รับเกินเพดาน ยกเว้นผู้ที่กินอาหารเสริมบี 6 ขนาดสูงเป็นประจำ
กินหลายตัวพร้อมกันคือจุดเสี่ยง วิตามินบีรวม วิตามินรวม เครื่องดื่มวิตามิน และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอื่นอาจมีบี 6 ทุกตัว คำแนะนำของบทความคือรวมตัวเลขบี 6 จากทุกฉลาก แล้วให้เภสัชกรดู ถ้าชามากขึ้นหลังกินวิตามินบีมานาน อย่ากินเพิ่ม ให้พบแพทย์ อ่านเพิ่มใน ขนาดวิตามินบีรวมกับพิษบี 6 และอาการของการขาดบี 6 ใน ขาดวิตามินบี 6
ผลข้างเคียงของวิตามินบี 12
MedlinePlus (หน้ายาฉีดไซยาโนโคบาลามิน ทบทวนล่าสุด 1 ก.ย. 2553 ข้อมูลค่อนข้างเก่า) ระบุผลข้างเคียงของ บี 12 แบบฉีด ได้แก่ ท้องเสีย รู้สึกเหมือนตัวบวมทั้งตัว และอาการที่พบไม่บ่อยแต่ร้ายแรงซึ่งให้โทรหาแพทย์ทันที เช่น ลมพิษ ผื่น คัน หน้าแดง หายใจหรือกลืนลำบาก ใจเต้นเร็ว ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ แหล่งเดียวกันให้บอกแพทย์ก่อนรับยา ถ้าเคยแพ้ไซยาโนโคบาลามิน ไฮดรอกโซโคบาลามิน วิตามินรวม หรือ โคบอลต์
Linus Pauling Institute (ทบทวน พ.ย. 2566) ระบุว่าการกินบี 12 ขนาดสูงดูดซึมได้เพียงส่วนน้อย และยังไม่มีการกำหนด UL ส่วนเรื่องสิวที่มีคนพูดถึง เราไม่พบในแหล่งที่เปิดตรวจรอบนี้ จึงไม่ยืนยัน อ่านเรื่องค่าบี 12 สูงใน วิตามินบี 12 ในเลือดสูง
สารอื่นในแคปซูลหรือในสูตร อาจเป็นต้นเหตุได้ไหม
ได้ ผลิตภัณฑ์วิตามินบีหลายตัวไม่ได้มีแค่วิตามินบี จึงต้องอ่านฉลากทั้งหมด ตัวอย่างที่มีแหล่งระบุ:
- แมกนีเซียม Linus Pauling Institute ระบุว่าอาการแรกของการได้แมกนีเซียมเสริมเกินคือ ท้องเสีย และ DRI ไทย 2563 ระบุว่าแมกนีเซียมรูปยาเม็ดหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย
- กรดอัลฟาไลโปอิก Linus Pauling Institute (ทบทวน ม.ค. 2562) ระบุผลข้างเคียง เช่น ผื่น ลมพิษ คัน ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย เวียนศีรษะ
- เปลือกแคปซูลและสารช่วยผลิต เช่น เจลาติน สี หรือสารป้องกันการจับตัว แหล่งที่เปิดตรวจไม่ได้ให้ข้อมูลการแพ้สารเหล่านี้ ผู้ที่เคยแพ้หรือไม่บริโภคเจลาตินควรอ่านส่วนประกอบก่อน
คำแนะนำของบทความ: เริ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ทีละตัว ถ้ามีอาการผิดปกติจะได้รู้ว่ามาจากตัวไหน และจดชื่อผลิตภัณฑ์ที่เคยแพ้ไว้บอกแพทย์ทุกครั้ง อ่านเรื่องใครต้องระวังวิตามินบีใน วิตามินบีรวม ใครห้ามกิน
แพ้วิตามินแล้วต้องทำอย่างไร
- มีอาการแพ้รุนแรงข้อใดข้อหนึ่งในรายการข้างบน: ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ห้ามขับรถไปเอง
- ผื่น ลมพิษ หรือคันอย่างเดียว: หยุดผลิตภัณฑ์ที่สงสัย แล้วพบแพทย์หรือเภสัชกรโดยเร็ว
- ชาหรือแสบปลายมือปลายเท้ามากขึ้นหลังกินวิตามินบีนาน: นำทุกขวดไปให้แพทย์ดู
- ท้องเสียเป็นน้ำหลายครั้ง ปัสสาวะน้อย เวียนศีรษะเมื่อลุกยืน: หยุดผลิตภัณฑ์ที่มีแมกนีเซียมและไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด (คำแนะนำของบทความ อิงหน้าภาวะขาดน้ำของ NHS)
- ห้ามหยุดยาที่แพทย์สั่งเอง เพราะคิดว่ายาเป็นต้นเหตุ ให้แจ้งแพทย์ก่อน
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าวิต (Beta Vit)
เบต้าวิต (Beta Vit) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0062 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 30 แคปซูล แคปซูลละ 900 มก. (น้ำหนักสุทธิ 27 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบสำคัญใน 1 แคปซูลตามฉลาก: แมกนีเซียมออกไซด์ 440 มก. · แมกนีเซียม บิสไกลซิเนต คีเลต (20%) 100 มก. · วิตามินบี 1 (100%) 100 มก. · กรดอัลฟาไลโปอิก (95%) 50 มก. · วิตามินเค 2 (เมนาควิโนน-7) จากบาซิลลัส ซับทิลิส นัตโตะ (0.2%) 37.5 มก. · โคเอนไซม์ คิวเท็น (99.5%) 30 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 6 มก. · วิตามินบี 6 (100%) 2 มก. · วิตามินบี 12 (100%) 0.6 มก. · ส่วนประกอบอื่น: เจลาตินบริโภคได้ (เปลือกแคปซูล) สีไทเทเนียมไดออกไซด์ (INS171) ซิลิคอนไดออกไซด์ (INS551)
ค่าคำนวณจากฉลาก: ฉลากไม่ระบุปริมาณแมกนีเซียมธาตุ เมื่อคำนวณจากสูตรเคมีของแมกนีเซียมออกไซด์และความหมายของ "(20%)" ตามเกรดวัตถุดิบ จะได้แมกนีเซียมราว 280–285 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) ค่านี้ยังรอผู้ผลิตยืนยันด้วยใบวิเคราะห์ (COA) และเป็นปริมาณในแคปซูล ไม่ใช่ปริมาณที่ร่างกายดูดซึมได้ วิตามินเค 2 (MK-7) คิดเป็นราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ) วิตามินดี 3 ราว 600 IU หรือ 15 ไมโครกรัม (คำนวณ) และวิตามินบี 12 0.6 มก. เท่ากับ 600 ไมโครกรัม
ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ
เรื่องผลข้างเคียงและการแพ้: ผลิตภัณฑ์นี้มีส่วนผสมหลายตัว ถ้ามีอาการผิดปกติหลังกิน จึงบอกไม่ได้ว่ามาจากตัวไหน ให้หยุดและปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรพร้อมฉลาก ส่วนผสมที่มีแหล่งระบุผลข้างเคียงคือแมกนีเซียม (ท้องเสีย) และกรดอัลฟาไลโปอิก (ผื่น คัน คลื่นไส้) ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ไม่ทำให้แพ้ และยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบผลข้างเคียงของสูตรนี้โดยตรง
- วิตามินบี 6 2 มก. ต่อวัน (1 แคปซูล) — ราว 118–133% ของปริมาณที่แนะนำต่อวันของผู้ใหญ่อายุ 51 ปีขึ้นไปตาม DRI ไทย 2563 (คำนวณ) รายงานปลายประสาทเสื่อมจากบี 6 อยู่ที่ขนาดหลายร้อยถึงเกินพันมิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งมากกว่าในแคปซูลเกิน 100 เท่า (คำนวณ) แต่ต้องนับรวมกับบี 6 จากผลิตภัณฑ์อื่นที่กินอยู่ และเทียบกับเพดานต่ำสุดของแหล่งข้างต้น
- วิตามินบี 1 100 มก. ต่อวัน — ราว 83–91 เท่าของปริมาณที่แนะนำต่อวัน (คำนวณ) ยังไม่มีการกำหนด UL ซึ่งไม่ได้แปลว่าปลอดภัยสำหรับทุกคน รายงานแพ้รุนแรงที่ Linus Pauling Institute ระบุเป็นการฉีดเข้าหลอดเลือดดำขนาดสูง ไม่ใช่แบบกิน แต่ข้อนี้ไม่ได้ยืนยันว่าแบบกินไม่ทำให้แพ้
- กรดอัลฟาไลโปอิก 50 มก. ต่อวัน — ข้อมูลผลข้างเคียงใน Linus Pauling Institute มาจากการใช้โดยรวม งานวิจัยในคนส่วนใหญ่ใช้วันละ 600–1,800 มก. (12–36 เท่า คำนวณ)
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ (สองข้อแรกเป็นคำเตือนบนฉลาก ข้อที่เหลือเป็นคำแนะนำของบทความจากส่วนประกอบบนฉลาก ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก)
- เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่า "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด: ฉลากระบุว่า "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" · คำแนะนำของบทความ: ผู้ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดอื่น ห้ามเริ่มเอง ต้องให้แพทย์ที่ดูแลตัดสินก่อน เพราะงานวิจัยในอาสาสมัครพบว่า MK-7 เพียง 10–20 ไมโครกรัมต่อวันทำให้ค่า INR (ค่าการแข็งตัวของเลือด) เปลี่ยนในบางคน ขณะที่แคปซูลมี MK-7 ราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ) และมีรายงานว่าโคเอนไซม์คิวเท็นลดฤทธิ์วาร์ฟาริน · Linus Pauling Institute หน้าแมกนีเซียม (ทบทวน ต.ค. 2568) ระบุด้วยว่าแมกนีเซียมลดประสิทธิภาพของยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดกินได้
- ผู้ใช้ยาประจำตัว: ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
- ผู้ป่วยโรคไต: ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน Linus Pauling Institute ระบุว่าผู้ที่ไตทำงานบกพร่องเสี่ยงต่อภาวะแมกนีเซียมเกินสูงกว่าคนทั่วไป
- ใช้ยาระบายหรือยาลดกรดที่มีแมกนีเซียม หรือวิตามินรวมอื่นอยู่: แมกนีเซียมราว 280–285 มก. (คำนวณ) คิดเป็นราว 80% ของเพดานแมกนีเซียมจากผลิตภัณฑ์เสริม 350 มก. ต่อวัน ถ้ารวมแหล่งอื่นอาจเกิน และเสี่ยงท้องเสีย
- ยาที่ต้องกินห่างจากแมกนีเซียม: ยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนหรือเตตราไซคลีน ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต และยาไทรอยด์เลโวไทร็อกซีน ให้เภสัชกรจัดเวลาให้
- ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีกรดอัลฟาไลโปอิก ซึ่ง Linus Pauling Institute ระบุว่าในทางทฤษฎีอาจเสี่ยงน้ำตาลต่ำเมื่อใช้ร่วมกับยาเบาหวาน ให้ติดตามน้ำตาลตามแพทย์สั่ง
- เคยแพ้ส่วนประกอบใด หรือไม่บริโภคเจลาติน: อ่านส่วนประกอบทั้งหมดก่อน แคปซูลทำจากเจลาติน
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าวิตทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาเบาหวาน อินซูลิน ยาความดัน ยาลดไขมัน ยาละลายลิ่มเลือด ยาลดกรด ยาขับปัสสาวะ ยากันชัก และยาพาร์กินสัน แม้จะเริ่มรับประทานวิตามินหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- เจ็บหน้าอกแบบแน่นหรือเหมือนถูกบีบ
- เจ็บหรือแน่นอึดอัดหน้าอกขึ้นมาทันทีและไม่หายไป อาจรู้สึกเหมือนถูกกดทับ แสบร้อน หรือเหมือนอาหารไม่ย่อย
- เจ็บที่ร้าวไปแขนข้างซ้ายหรือขวา คอ กราม ท้อง หรือหลัง
- เจ็บหน้าอก แล้วมีเหงื่อออก
- เจ็บหน้าอก แล้วคลื่นไส้หรืออาเจียน
- เจ็บหน้าอก แล้วหน้ามืดหรือเวียนศีรษะ
- เจ็บหน้าอก แล้วหายใจไม่อิ่ม
- หายใจลำบากรุนแรง หอบ สำลัก หรือพูดเป็นคำไม่ได้
- ริมฝีปากหรือผิวซีด เขียว หรือเทา
- หมดสติ หรือไม่ตอบสนองตามปกติ
- หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงหรือชาซีกเดียว หรือพูดไม่ชัด แม้อาการจะหายไปเองแล้ว
รายการข้างต้นมาจากหน้าที่ NHS จัดเป็นเหตุให้โทร 999 หรือไปห้องฉุกเฉิน ได้แก่ หน้าหัวใจขาดเลือด (ทบทวน 31 มี.ค. 2569) หน้าเจ็บหน้าอก (ทบทวน 8 ส.ค. 2566) หน้าอาการโรคหลอดเลือดสมอง (ทบทวน 12 ก.ย. 2567) และหน้าภาวะแพ้รุนแรง (ทบทวน 21 มิ.ย. 2566) NHS ระบุว่าห้ามขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง
ราคาบนกล่อง 2,990 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Vit →คำถามที่พบบ่อย
อาการแพ้วิตามินบีเป็นยังไง
NHS ระบุอาการแพ้รุนแรง เช่น ปาก ลิ้น หรือคอบวม หายใจลำบาก กลืนลำบาก ผิวหรือริมฝีปากเขียวซีด เวียนศีรษะหรือหมดสติ ซึ่งมักเกิดภายในไม่กี่นาที ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ส่วนผื่นหรือคันอย่างเดียว ให้หยุดผลิตภัณฑ์และปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
วิตามินบี 1 6 12 มีผลข้างเคียงอะไร
บี 6 ขนาดสูงต่อเนื่องทำให้ปลายประสาทเสื่อม ชามือชาเท้า (NHS, Linus Pauling Institute) บี 1 มีรายงานแพ้รุนแรงกับการฉีดเข้าหลอดเลือดดำขนาดสูง (Linus Pauling Institute) ส่วนบี 12 แบบฉีดมีผื่น ลมพิษ คัน ท้องเสีย ในรายการผลข้างเคียงของ MedlinePlus
กินวิตามินบีรวมแล้วชามากขึ้น เป็นเพราะอะไร
อาจเกิดจากบี 6 ขนาดสูงสะสม โดยเฉพาะเมื่อกินหลายผลิตภัณฑ์ที่มีบี 6 ซ้อนกัน หรือจากโรคอื่น เช่น เบาหวาน ขาดบี 12 ให้นำทุกขวดไปให้แพทย์ดู อย่ากินเพิ่มเอง
แพ้วิตามินบี 12 อาการเป็นยังไง
MedlinePlus ระบุอาการร้ายแรงของยาฉีดบี 12 ที่ให้โทรหาแพทย์ทันที เช่น ลมพิษ ผื่น คัน หายใจหรือกลืนลำบาก และให้บอกแพทย์ถ้าเคยแพ้บี 12 วิตามินรวม หรือโคบอลต์ ถ้าคอบวมหรือหายใจลำบาก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
อาการข้างเคียงอาจมาจากส่วนผสมอื่นไหม
ได้ ผลิตภัณฑ์บางตัวมีแมกนีเซียมซึ่งอาจทำให้ท้องเสีย หรือกรดอัลฟาไลโปอิกซึ่ง Linus Pauling Institute ระบุว่าอาจทำให้ผื่น คัน คลื่นไส้ จึงต้องอ่านฉลากทั้งหมดและให้เภสัชกรช่วยดู
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- AnaphylaxisNHS
- Vitamin B6Linus Pauling Institute, Oregon State University
- ThiaminLinus Pauling Institute, Oregon State University
- Cyanocobalamin InjectionMedlinePlus Drug Information
- B vitamins and folic acidNHS
- Scientific opinion on the tolerable upper intake level for vitamin B6EFSA Journal (PubMed)
- Lipoic acidLinus Pauling Institute, Oregon State University
- MagnesiumLinus Pauling Institute, Oregon State University
- DehydrationNHS
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-29
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
