เกี่ยวกับ Beta Vit
วาร์ฟารินคือยาอะไร กินตอนไหน กินยังไง เม็ดสีต่างกันหมายถึงอะไร
คำตอบสั้น: วาร์ฟาริน (warfarin) เป็น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ที่คนมักเรียกว่ายาละลายลิ่มเลือด ใช้ป้องกันและรักษาลิ่มเลือด เช่น ในผู้ที่หัวใจเต้นผิดจังหวะชนิด AF ผู้ที่ใส่ลิ้นหัวใจเทียม และลิ่มเลือดที่ขาหรือปอด MedlinePlus (ปรับ 15 มี.ค. 2569) และ NHS (ทบทวน 24 ก.พ. 2569) ระบุให้ กินวันละครั้ง เวลาเดิมทุกวัน กินพร้อมหรือไม่พร้อมอาหารก็ได้ ต้องเจาะเลือดดูค่า INR ตามนัด สีของเม็ดยาบอกความแรง ต้องตรวจให้ตรงกับที่แพทย์สั่ง และ ต้องบอกแพทย์ทุกครั้งก่อนเริ่มยา สมุนไพร หรืออาหารเสริมใหม่
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- วาร์ฟารินลดความสามารถในการแข็งตัวของเลือด เพื่อป้องกันลิ่มเลือด
- กินวันละครั้ง เวลาเดิมทุกวัน ตามขนาดที่แพทย์สั่งพอดี ห้ามเพิ่มหรือลดเอง
- ค่า INR บอกว่าเลือดแข็งตัวช้าเพียงใด แพทย์ใช้ค่านี้ปรับขนาดยา
- ลืมกิน ห้ามกินสองเท่าเพื่อชดเชย และแจ้งแพทย์หรือคลินิกวาร์ฟาริน
- สีเม็ดยาบอกความแรง ระบบสีที่พบทั่วไปในอินเทอร์เน็ตเป็นของสหรัฐฯ ยาในไทยอาจต่างกัน ให้ดูฉลากซองยาและถามเภสัชกร
- ผักใบเขียวกินได้ แต่ให้กินปริมาณสม่ำเสมอ และปรึกษาแพทย์ก่อนเปลี่ยนอาหารมาก ๆ
- NHS ระบุว่าห้ามใช้วิตามินเคเสริมและสาโทเซนต์จอห์นระหว่างใช้วาร์ฟาริน
- คำแนะนำของบทความ: ห้ามเริ่มวิตามินเค 2 (MK-7) โคคิวเท็น หรืออาหารเสริมใดเอง ต้องให้แพทย์ที่ดูแลยาตัดสินก่อน
- ห้ามหยุดวาร์ฟารินเอง แม้รู้สึกสบายดี
วาร์ฟารินคือยาอะไร ออกฤทธิ์อย่างไร
วาร์ฟารินอยู่ในกลุ่มยาต้านการแข็งตัวของเลือด (anticoagulant) MedlinePlus ระบุว่ายานี้ลดความสามารถในการแข็งตัวของเลือด Linus Pauling Institute หน้าวิตามินเค (ทบทวน ก.ค. 2565) อธิบายว่าวาร์ฟารินออกฤทธิ์โดยขัดขวางการหมุนเวียนวิตามินเค ซึ่งร่างกายใช้สร้างสารที่ทำให้เลือดแข็งตัว นี่คือเหตุผลที่วิตามินเคจากอาหารหรืออาหารเสริมมีผลต่อยานี้
ยานี้ไม่ได้ทำให้เลือด "ใส" หรือ "สะอาด" แต่ลดความสามารถในการแข็งตัวของเลือด MedlinePlus ระบุว่าเมื่อมีแผลหรือบาดเจ็บ เลือดจึงอาจหยุดช้ากว่าปกติ
วาร์ฟารินใช้กับใคร
MedlinePlus และ NHS ระบุข้อบ่งใช้หลัก ดังนี้
- ป้องกันและรักษาลิ่มเลือด รวมถึงลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำที่ขา (DVT) และลิ่มเลือดที่ปอด
- หัวใจเต้นผิดจังหวะบางชนิด NHS ยกตัวอย่างหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดสั่นพลิ้ว (AF) อ่านเรื่องการรักษาได้ที่ หัวใจเต้นผิดจังหวะ AF รักษาอย่างไร
- ผู้ที่ใส่ลิ้นหัวใจเทียมชนิดโลหะ
- ผู้ที่เคยหัวใจขาดเลือดหรือโรคหลอดเลือดสมอง (MedlinePlus) หรือเคยมีภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว (NHS)
- ผู้ที่มีโรคเลือดแข็งตัวง่ายผิดปกติ (NHS)
NHS ระบุว่าระยะเวลาที่ต้องใช้ขึ้นกับเหตุที่ใช้ และหลายโรคต้องใช้ระยะยาว ยาต้านการแข็งตัวของเลือดมีหลายกลุ่ม การเลือกยาเป็นการตัดสินใจของแพทย์ อ่านเปรียบเทียบได้ที่ ยาละลายลิ่มเลือดมีกี่ชนิด
วาร์ฟารินกินตอนไหน กินยังไง
ทั้ง MedlinePlus และ NHS ระบุว่าวาร์ฟารินกินวันละครั้ง ในเวลาเดียวกันทุกวัน กินพร้อมอาหารหรือไม่ก็ได้ แหล่งทั้งสองไม่ได้กำหนดว่าต้องเป็นเช้าหรือเย็น เวลาที่เลือกจึงขึ้นกับที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำ ข้อสำคัญคือเป็นเวลาเดิมทุกวัน
ข้อปฏิบัติที่ MedlinePlus เขียนไว้
- กินตามที่แพทย์สั่งพอดี ห้ามกินมากหรือน้อยกว่า หรือบ่อยกว่าที่สั่ง
- ถ้ากินเกินขนาดที่สั่ง ให้โทรหาแพทย์ทันที (NHS ให้ขอคำปรึกษาเร่งด่วน)
- แพทย์มักเริ่มขนาดต่ำ แล้วค่อยปรับขึ้นหรือลงตามผลเลือด ให้แน่ใจว่าเข้าใจขนาดใหม่ทุกครั้ง
- กินต่อแม้รู้สึกสบายดี และห้ามหยุดโดยไม่คุยกับแพทย์ ถ้าแพทย์สั่งหยุด ฤทธิ์ยาอาจยังอยู่ต่อได้ 2–5 วัน
- ห้ามใช้ยาที่มีวาร์ฟารินสองชนิดพร้อมกัน ถ้าไม่แน่ใจว่ายาใดมีวาร์ฟาริน ให้ถามเภสัชกร
NHS ระบุว่าแพทย์มักให้ สมุดบันทึกการรักษา ที่บอกขนาดยาแต่ละช่วง และให้บัตรเตือนการใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดไว้พกติดตัว MedlinePlus ก็แนะนำให้พกบัตรหรือสายรัดข้อมือที่ระบุว่าใช้วาร์ฟาริน ให้ถามคลินิกที่รักษาว่ามีบัตรหรือสมุดให้หรือไม่
วิธีกันลืมที่ใช้ได้จริง: ตั้งเวลาปลุกในโทรศัพท์ ใช้กล่องยาแบ่งวัน และจดลงสมุดทุกครั้งหลังกิน ถ้าแพทย์สั่งขนาดไม่เท่ากันในแต่ละวัน ให้เภสัชกรเขียนตารางให้
ค่า INR คืออะไร ทำไมต้องเจาะเลือดบ่อย
INR (international normalised ratio) เป็นค่าจากการตรวจเลือดที่บอกว่าเลือดแข็งตัวเร็วหรือช้าเพียงใด NHS ระบุว่าการตรวจนี้ใช้ดูว่าได้รับขนาดยาเหมาะสมหรือไม่ และขนาดยาอาจเปลี่ยนตามผลตรวจ MedlinePlus ระบุว่าการตรวจคือ PT (prothrombin time) ที่รายงานเป็นค่า INR และแพทย์จะสั่งตรวจเป็นระยะ
ความถี่ที่ NHS ระบุ
- ช่วงเริ่มยา: ตรวจทุกวันหรือทุกไม่กี่วัน
- เมื่อขนาดยาคงที่แล้ว: มักตรวจทุก 12 สัปดาห์ แต่บางคนต้องตรวจบ่อยกว่านั้น
- บางคนตรวจ INR เองที่บ้านได้
ทำไมต้องตรวจบ่อย: MedlinePlus ระบุว่าแต่ละคนตอบสนองต่อวาร์ฟารินต่างกันได้ ส่วนหนึ่งจากพันธุกรรม และระบุว่ายาอื่น วิตามิน และสมุนไพรบางชนิดอาจตีกับวาร์ฟาริน อาหารที่มีวิตามินเคมีผลต่อการออกฤทธิ์ และการสูบบุหรี่อาจลดประสิทธิภาพของยา
ค่าเป้าหมาย INR ของแต่ละคนขึ้นกับโรคที่ใช้ยา แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้ให้ตัวเลขเป้าหมาย ให้ถามแพทย์ว่าเป้าหมายของตัวเองคือเท่าไร และ ไปเจาะเลือดตามนัดทุกครั้ง
ลืมกินวาร์ฟารินต้องทำอย่างไร
แหล่งทั้งสองเขียนต่างกันเล็กน้อย จึงขอยกทั้งสองแบบ
- MedlinePlus (ปรับ 15 มี.ค. 2569): ให้กินทันทีที่นึกได้ ถ้ายังเป็นวันเดียวกับที่ต้องกิน ห้ามกินสองเท่าในวันถัดไปเพื่อชดเชย และ ให้โทรหาแพทย์ถ้าลืมกิน
- NHS (ทบทวน 24 ก.พ. 2569): ให้กินทันทีที่นึกได้ ถ้านึกได้ในวันถัดไป ให้ข้ามมื้อที่ลืม แล้วกินมื้อของวันนั้นตามปกติ ห้ามกินสองมื้อเพื่อชดเชย ให้จดไว้ทุกครั้งที่ลืม และถ้าลืมบ่อยหรือลืมหลายมื้อติดกัน ให้ติดต่อคลินิกวาร์ฟาริน
สองแหล่งตรงกันที่ "ห้ามกินเบิ้ล" ถ้าไม่แน่ใจ ให้โทรถามเภสัชกรหรือคลินิกที่รักษา และบอกเรื่องที่ลืมกินเมื่อไปเจาะ INR ครั้งถัดไป
วาร์ฟารินเม็ดสีต่างกันหมายถึงอะไร วาร์ฟารินสีชมพูคือกี่มิลลิกรัม
สีของเม็ดวาร์ฟารินใช้บอกความแรงของยา UC San Diego Health ระบุว่าในสหรัฐฯ ผู้ผลิตทุกรายใช้ระบบสีเดียวกัน (เฉดอาจต่างกันเล็กน้อย) ดังนี้
- 1 มก. สีชมพู
- 2 มก. สีม่วงอ่อน
- 2.5 มก. สีเขียว
- 3 มก. สีน้ำตาลอ่อน
- 4 มก. สีฟ้า
- 5 มก. สีส้มอ่อนหรือสีพีช
- 6 มก. สีเขียวอมฟ้า
- 7.5 มก. สีเหลือง
- 10 มก. สีขาว
ระบบสีนี้เป็นของยาที่จำหน่ายในสหรัฐฯ แหล่งดังกล่าวไม่ได้พูดถึงประเทศอื่น และแหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้ระบุสีของวาร์ฟารินที่ใช้ในประเทศไทย ยาในไทยจึงอาจใช้สีต่างจากนี้ได้ อย่าเดาความแรงจากสีอย่างเดียว คำถามว่า "วาร์ฟารินสีชมพูคือกี่มิลลิกรัม" จึงต้องดูจากฉลากซองยาของโรงพยาบาลที่จ่ายให้
ข้อปฏิบัติที่ช่วยกันกินผิดขนาด
- อ่านฉลากซองยาทุกครั้งที่รับยาใหม่ ดูทั้งความแรง (มก.) และจำนวนเม็ดต่อวัน
- ถ้าเม็ดยาสีหรือขนาดเปลี่ยนจากเดิม ให้ถามเภสัชกรก่อนกิน อาจเป็นการเปลี่ยนยี่ห้อหรือความแรง
- ถ้าแพทย์สั่งให้กินสองความแรงสลับวัน ให้เภสัชกรเขียนตารางระบุสีและวันให้ชัด
- ผู้ที่แยกสียาก หรือสายตาไม่ดี ให้ญาติช่วยตรวจ หรือขอให้เภสัชกรจัดยาใส่กล่องแบ่งวัน
- เก็บยาในภาชนะเดิมที่ปิดสนิท พ้นมือเด็ก ห่างจากความร้อน ความชื้น และแสง ไม่เก็บในห้องน้ำ (MedlinePlus)
ทำไมต้องบอกหมอทุกครั้งที่เริ่มยา สมุนไพร หรืออาหารเสริมใหม่
MedlinePlus ระบุว่ายาที่ต้องมีใบสั่ง ยาที่ซื้อเอง วิตามิน อาหารเสริม และสมุนไพรบางชนิด อาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกขณะใช้วาร์ฟาริน และยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่อาจตีกัน ได้แก่ โคเอนไซม์คิวเท็น เอ็กไคนาเชีย กระเทียม แปะก๊วย โสม โกลเดนซีล สาโทเซนต์จอห์น ยาลดกรดโอเมพราโซลและฟาโมทิดีน แอสไพริน และยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด เช่น ไอบูโพรเฟนและนาพรอกเซน และระบุว่าอย่าเริ่มสิ่งเหล่านี้ระหว่างใช้วาร์ฟารินโดยไม่คุยกับบุคลากรทางการแพทย์
NHS ระบุกลุ่มยาที่อาจไม่เข้ากับวาร์ฟาริน ได้แก่ ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด ยาปฏิชีวนะ ยาต้านซึมเศร้า ยาหัวใจ ยาแผลในกระเพาะ ยาฆ่าเชื้อรา และยาลดไขมันกลุ่มสแตติน และระบุชัดว่า ห้ามใช้สาโทเซนต์จอห์นหรือวิตามินเคเสริมระหว่างใช้วาร์ฟาริน
เรื่องวิตามินเคเสริมสำคัญ เพราะผลิตภัณฑ์วิตามินรวมบางตัวมีวิตามินเค 2 (MK-7) ผสมอยู่ งานในอาสาสมัครที่ได้ยาต้านวิตามินเคพบว่า MK-7 เพียง 10–20 ไมโครกรัมต่อวันทำให้ INR เปลี่ยนในบางคน อ่านต่อที่ วิตามินเคกับยาละลายลิ่มเลือด
คำแนะนำของบทความ: ผู้ใช้วาร์ฟาริน ห้ามเริ่มวิตามินเค 2 (MK-7) โคเอนไซม์คิวเท็น หรืออาหารเสริมและสมุนไพรใดเอง ต้องให้แพทย์ที่ดูแลยาตัดสินก่อน ถ้าเริ่มหรือหยุดไปแล้ว ให้แจ้งแพทย์หรือคลินิกวาร์ฟาริน และห้ามเพิ่มหรือลดขนาดวาร์ฟารินเองเพื่อชดเชย
เรื่องอาหาร: MedlinePlus ให้กินอาหารที่มีวิตามินเคในปริมาณสม่ำเสมอแต่ละสัปดาห์ ไม่กินผักใบเขียวหรือน้ำมันพืชที่มีวิตามินเคสูงในปริมาณมาก และปรึกษาแพทย์ก่อนเปลี่ยนอาหาร NHS ระบุว่ายังกินผักอย่างบรอกโคลีและผักโขมได้ แต่ให้ปรึกษาคลินิกวาร์ฟาริน และให้เลี่ยงน้ำแครนเบอร์รี น้ำเกรปฟรุต และการดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาก อ่านรายละเอียดเรื่องผักผลไม้ได้ที่ กินวาร์ฟาริน ห้ามกินผักผลไม้อะไร
ก่อนผ่าตัดหรือทำฟัน MedlinePlus ให้บอกแพทย์หรือทันตแพทย์ว่าใช้วาร์ฟาริน แพทย์อาจสั่งหยุดหรือปรับขนาดก่อนหัตถการ ให้ทำตามคำสั่งแพทย์ ไม่หยุดเอง
ใช้วาร์ฟารินแล้วอาการแบบไหนต้องรีบไปโรงพยาบาล
MedlinePlus ระบุว่า วาร์ฟารินอาจทำให้เลือดออกรุนแรงถึงเสียชีวิต ผู้ที่อายุเกิน 65 ปี ผู้ที่ใช้ขนาดสูงหรือใช้นาน เสี่ยงเลือดออกมากขึ้น
ระดับความเร่งด่วนในแหล่งต่างกัน: MedlinePlus หน้าวาร์ฟาริน (ปรับ 15 มี.ค. 2569) ให้ "โทรหาแพทย์ทันที" เมื่อมีอาการเลือดออก และ NHS หน้าวาร์ฟาริน (ทบทวน 24 ก.พ. 2569) ให้ติดต่อบริการ 111 แบบเร่งด่วน แต่หน้าอาการของ NHS ที่ระบุท้ายแต่ละข้อด้านล่าง จัดอาการเหล่านี้เป็นเหตุให้ไปห้องฉุกเฉินหรือโทร 999 บทความจึงใช้ระดับที่ปลอดภัยกว่า
ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ (ห้ามขับรถไปเอง)
- เลือดออกไม่หยุด รวมถึงเลือดกำเดาที่ไหลไม่หยุด (NHS หน้าเลือดออกทางทวารหนัก ทบทวน 12 เม.ย. 2566 และหน้าเลือดกำเดา ทบทวน 5 ธ.ค. 2566)
- ถ่ายเป็นเลือดจำนวนมาก เช่น น้ำในโถส้วมกลายเป็นสีแดง หรือมีลิ่มเลือดก้อนใหญ่ (NHS หน้าเลือดออกทางทวารหนัก ทบทวน 12 เม.ย. 2566)
- ไอเป็นเลือดมากกว่าจุดหรือเส้นเล็ก ๆ (NHS หน้าไอเป็นเลือด ทบทวน 13 มิ.ย. 2567)
- อาเจียนเป็นเลือด หรือเป็นสีเหมือนกากกาแฟ (NHS หน้าอาเจียนเป็นเลือด ทบทวน 18 ส.ค. 2568 ให้โทร 999 เมื่ออาเจียนเป็นเลือดแล้วมีอาการอื่น เช่น หน้ามืด สับสน อุจจาระดำ บทความจัดไว้ในระดับนี้สำหรับผู้ใช้วาร์ฟารินทุกกรณี)
- ปวดศีรษะรุนแรงทันที (NHS หน้าวาร์ฟารินระบุว่าปวดศีรษะรุนแรงทันทีที่มีสับสน พูดไม่ชัด ขยับแขนขาลำบาก หรือคลื่นไส้อาเจียน อาจเป็นสัญญาณเลือดออกในสมอง และ NHS หน้าอาการโรคหลอดเลือดสมอง ทบทวน 12 ก.ย. 2567 จัดปวดศีรษะรุนแรงเป็นอาการหนึ่งของโรคหลอดเลือดสมองที่ต้องโทร 999)
- หน้าเบี้ยว ยิ้มแล้วมุมปากตก (NHS หน้าโรคหลอดเลือดสมอง ทบทวน 12 ก.ย. 2567)
- พูดไม่ชัด หรือสับสนขึ้นมาทันที (NHS หน้าโรคหลอดเลือดสมอง ทบทวน 12 ก.ย. 2567)
- แขนหรือขาอ่อนแรงทันที ยกแขนไม่ขึ้น (NHS หน้าโรคหลอดเลือดสมอง ทบทวน 12 ก.ย. 2567)
- ศีรษะกระแทกแล้วหมดสติ (NHS หน้าบาดเจ็บที่ศีรษะ ทบทวน 29 พ.ค. 2568)
- ศีรษะกระแทกแล้วง่วงซึมจนลืมตาไม่ไหว (NHS หน้าบาดเจ็บที่ศีรษะ ทบทวน 29 พ.ค. 2568)
- ศีรษะกระแทกแล้วมีอาการชาหรืออ่อนแรงขึ้นใหม่ (NHS หน้าบาดเจ็บที่ศีรษะ ทบทวน 29 พ.ค. 2568)
- ล้มฟุบหมดสติ หรือปลุกไม่ตื่น (MedlinePlus หน้าวาร์ฟาริน ส่วนกรณีได้รับยาเกินขนาด ให้โทรเรียกบริการฉุกเฉินทันที)
- ชัก (MedlinePlus หน้าวาร์ฟาริน ส่วนกรณีได้รับยาเกินขนาด)
- หายใจลำบาก (MedlinePlus หน้าวาร์ฟาริน ส่วนกรณีได้รับยาเกินขนาด)
- ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นทันที (NHS หน้าภาวะแพ้รุนแรง ทบทวน 21 มิ.ย. 2566 ให้โทร 999)
ติดต่อแพทย์ทันทีหรือไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด ถ้ามีอาการต่อไปนี้ (MedlinePlus ให้โทรหาแพทย์ทันที · NHS ให้ติดต่อ 111 แบบเร่งด่วน)
- เลือดกำเดาไหล หรือเลือดออกตามไรฟัน
- ไอมีเลือดปนเป็นจุดหรือเส้นเล็กน้อย
- ฟกช้ำง่ายโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือประจำเดือนมามากผิดปกติ
- ปัสสาวะสีชมพู แดง หรือน้ำตาลเข้ม (NHS หน้าเลือดในปัสสาวะ ทบทวน 25 ก.ย. 2569 ก็ให้นัดแพทย์ด่วนหรือติดต่อ 111)
- อุจจาระสีแดงหรือดำเหนียว
- ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ หรืออ่อนแรง
- หกล้มศีรษะกระแทก แม้ยังไม่มีอาการ (NHS หน้าบาดเจ็บที่ศีรษะ ให้ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดติดต่อ 111 แบบเร่งด่วน)
- กินวาร์ฟารินเกินขนาดที่แพทย์สั่ง (MedlinePlus ให้โทรหาแพทย์ทันที · NHS ให้ติดต่อ 111 แบบเร่งด่วน)
- ผิวคล้ำหรือม่วง เป็นแผล ปวดรุนแรงทันที หรือนิ้วเท้าปวดหรือกลายเป็นสีม่วงคล้ำ (MedlinePlus ระบุว่าอาจเป็นภาวะเนื้อเยื่อตาย ต้องรีบได้รับการดูแล)
อ่านผลข้างเคียงอื่นของยาได้ที่ ผลข้างเคียงของวาร์ฟาริน
ข้อควรรู้อื่นสำหรับผู้ใช้วาร์ฟาริน
- ตั้งครรภ์: MedlinePlus ระบุว่าวาร์ฟารินอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ ถ้าตั้งครรภ์ระหว่างใช้ยา ให้แจ้งแพทย์ทันที NHS ระบุว่าห้ามหยุดยาเองถ้าแพทย์ไม่ได้สั่ง
- ให้นมบุตร: NHS ระบุว่าใช้วาร์ฟารินขณะให้นมได้ แต่ถ้าลูกมีรอยช้ำไม่ทราบสาเหตุ หรือมีเลือดในปัสสาวะ อุจจาระ หรืออาเจียน ให้ปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์
- แอลกอฮอล์: MedlinePlus ให้ถามแพทย์เรื่องการดื่มอย่างปลอดภัย และ NHS ให้เลี่ยงการดื่มปริมาณมาก
- กิจกรรมเสี่ยงบาดเจ็บ: MedlinePlus แนะนำให้เลี่ยงกิจกรรมหรือกีฬาที่อาจบาดเจ็บ
- จดรายการยาทั้งหมด รวมวิตามินและอาหารเสริม พกติดตัวไปทุกครั้งที่พบแพทย์ (MedlinePlus)
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าวิต (Beta Vit)
เบต้าวิต (Beta Vit) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0062 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด หนึ่งกล่องมี 30 แคปซูล แคปซูลละ 900 มก. (น้ำหนักสุทธิ 27 กรัม) วิธีรับประทานตามฉลากคือ วันละ 1 แคปซูล เลข อย. หมายถึงการอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ได้รับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบสำคัญใน 1 แคปซูลตามฉลาก: แมกนีเซียมออกไซด์ 440 มก. · แมกนีเซียม บิสไกลซิเนต คีเลต (20%) 100 มก. · วิตามินบี 1 (100%) 100 มก. · กรดอัลฟาไลโปอิก (95%) 50 มก. · วิตามินเค 2 (เมนาควิโนน-7) จากบาซิลลัส ซับทิลิส นัตโตะ (0.2%) 37.5 มก. · โคเอนไซม์ คิวเท็น (99.5%) 30 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 6 มก. · วิตามินบี 6 (100%) 2 มก. · วิตามินบี 12 (100%) 0.6 มก. · เปลือกแคปซูลเป็นเจลาติน
ตัวเลขที่คำนวณจากฉลาก: ฉลากไม่ได้บอกปริมาณแมกนีเซียมธาตุ เมื่อคำนวณจากสูตรเคมีของแมกนีเซียมออกไซด์ได้ราว 265 มก. และจากเกรด "(20%)" ของบิสไกลซิเนตได้ราว 20 มก. รวมเป็นแมกนีเซียมราว 280–285 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) ตัวเลขนี้ยังรอผู้ผลิตยืนยันด้วยใบวิเคราะห์ (COA) ส่วนวิตามินเค 2 (MK-7) ราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ) วิตามินดี 3 ราว 600 IU หรือ 15 ไมโครกรัม (คำนวณ) และวิตามินบี 12 0.6 มก. คือ 600 ไมโครกรัม
ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" และ "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ข้อความ "ควรกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ"
ผลิตภัณฑ์นี้กับผู้ใช้วาร์ฟาริน: ฉลากมีคำเตือน "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" และส่วนประกอบมี 2 ตัวที่เกี่ยวกับวาร์ฟาริน
- วิตามินเค 2 (MK-7) ราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ): NHS ระบุว่าห้ามใช้วิตามินเคเสริมระหว่างใช้วาร์ฟาริน งานในอาสาสมัครสุขภาพดีที่ได้ยาต้านวิตามินเค (อะซีโนคูมารอล) พบว่า MK-7 10–20 ไมโครกรัมต่อวันทำให้ INR ลดลงอย่างมีความหมายทางคลินิกในบางคน และ 45 ไมโครกรัมต่อวันลด INR เฉลี่ยราว 40% แคปซูลมีมากกว่าขนาดที่ศึกษาเหล่านี้ราว 1.7–7.5 เท่า (คำนวณ) ผู้วิจัยสรุปว่าผู้ใช้ยาต้านวิตามินเคต้องเลี่ยง MK-7 เสริม
- โคเอนไซม์คิวเท็น 30 มก.: MedlinePlus จัดไว้ในรายการผลิตภัณฑ์ที่อาจตีกับวาร์ฟาริน และ Linus Pauling Institute ระบุว่ามีรายงานไม่กี่รายที่ลดฤทธิ์ยา
- แมกนีเซียม (ราว 280–285 มก. คำนวณ): Linus Pauling Institute หน้าแมกนีเซียม (ทบทวน ต.ค. 2568) ระบุว่าแมกนีเซียมลดประสิทธิภาพของยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดกินได้
คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดอื่น ห้ามเริ่มผลิตภัณฑ์นี้เอง ต้องให้แพทย์ที่ดูแลยาตัดสินก่อน ถ้าใช้อยู่แล้วโดยยังไม่ได้บอกแพทย์ ให้แจ้งแพทย์หรือคลินิกวาร์ฟาริน และถามว่าต้องตรวจ INR เร็วกว่านัดเดิมหรือไม่ ห้ามเพิ่มหรือลดขนาดวาร์ฟารินเอง
ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้วาร์ฟาริน และยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรนี้กับยาต้านการแข็งตัวของเลือดโดยตรง ส่วนยาต้านการแข็งตัวกลุ่มใหม่และยาต้านเกล็ดเลือด แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้ยืนยันว่าตีกันหรือไม่ตีกัน ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเช่นกัน
ข้อควรระวังอื่นก่อนตัดสินใจ (ข้อแรกเป็นคำเตือนบนฉลาก ข้อที่เหลือเป็นคำแนะนำของบทความจากส่วนประกอบ ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก)
- เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่า "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" ส่วนหญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
- ผู้ใช้ยาประจำตัว: ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
- ผู้ป่วยโรคไต: ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน Linus Pauling Institute (ทบทวน ต.ค. 2568) ระบุว่าผู้ที่ไตทำงานบกพร่องเสี่ยงต่อภาวะแมกนีเซียมเกิน
- กินยาระบายหรือยาลดกรดที่มีแมกนีเซียม หรือวิตามินรวมอื่นอยู่: แมกนีเซียมในแคปซูลคิดเป็นราว 80% ของเพดาน 350 มก. ต่อวันสำหรับแมกนีเซียมจากผลิตภัณฑ์เสริม (คำนวณ) ถ้านับรวมแหล่งอื่นอาจเกินเพดานและเสี่ยงท้องเสีย
- ยาที่ต้องกินห่างจากแมกนีเซียม: หน้ายาไซโปรฟลอกซาซินของ MedlinePlus (ปรับ 15 ส.ค. 2569) ให้กินผลิตภัณฑ์ที่มีแมกนีเซียมอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อน หรือ 2 ชั่วโมงหลังยา · หน้ายาด็อกซีไซคลิน (ปรับ 15 พ.ค. 2569) ให้ห่าง 1–2 ชั่วโมง · ยากระดูกพรุนอเลนโดรเนต MedlinePlus (ปรับ 15 พ.ค. 2569) ระบุว่าหลังกินยาห้ามกินอาหาร เครื่องดื่ม หรือยาอื่นรวมทั้งวิตามินอย่างน้อย 30 นาที ขณะที่ Linus Pauling Institute (ทบทวน ต.ค. 2568) ให้ห่าง 2 ชั่วโมง · ยาไทรอยด์เลโวไทร็อกซีน MedlinePlus (ปรับ 15 ก.พ. 2562 ข้อมูลค่อนข้างเก่า) ไม่ได้ระบุชั่วโมงสำหรับแมกนีเซียม ให้เภสัชกรจัดเวลาทุกตัว
- ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีกรดอัลฟาไลโปอิก ซึ่ง Linus Pauling Institute ระบุว่าในทางทฤษฎีอาจเสี่ยงน้ำตาลต่ำเมื่อใช้คู่กับยาเบาหวาน ให้ติดตามน้ำตาลตามแพทย์สั่ง
- ผู้ที่รับเคมีบำบัดหรือฉายแสง: MSKCC ระบุว่าโคเอนไซม์คิวเท็นและกรดอัลฟาไลโปอิกอาจลดผลของเคมีบำบัดและการฉายแสงจากฤทธิ์ต้านออกซิเดชัน (ข้อมูลที่ MSKCC อ้างเรื่องโคคิวเท็นกับการฉายแสงเป็นงานในหนูทดลอง ยังไม่ใช่ผลในคน) ให้ปรึกษาทีมรักษาก่อน
- จะผ่าตัดหรือทำฟัน: แจ้งทีมแพทย์และทันตแพทย์ว่ากินผลิตภัณฑ์ที่มีแมกนีเซียม วิตามินเค และโคเอนไซม์คิวเท็น
- ท้องเสียง่าย: แมกนีเซียมออกไซด์อาจทำให้ถ่ายเหลว ถ้าถ่ายเป็นน้ำหลายครั้งให้หยุดและปรึกษาแพทย์
- ไม่บริโภคเจลาติน: เปลือกแคปซูลทำจากเจลาติน
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าวิตทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงวาร์ฟารินและยาละลายลิ่มเลือดอื่น ยาเบาหวาน อินซูลิน ยาความดัน ยาลดไขมัน ยาหัวใจ ยาลดกรด และยาขับปัสสาวะ แม้จะเริ่มรับประทานวิตามินหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 (NHS ห้ามขับรถไปเอง)
- เจ็บหรือแน่นหน้าอกเหมือนถูกบีบหรือกดทับ (NHS หน้าหัวใจขาดเลือด ทบทวน 31 มี.ค. 2569)
- เจ็บหน้าอกที่ร้าวไปแขน คอ หรือกราม (NHS หน้าหัวใจขาดเลือด ทบทวน 31 มี.ค. 2569)
- หน้าเบี้ยว ยิ้มแล้วมุมปากตก (NHS หน้าอาการโรคหลอดเลือดสมอง ทบทวน 12 ก.ย. 2567)
- แขนหรือขาอ่อนแรงหรือชาซีกเดียว ยกแขนไม่ขึ้น (NHS หน้าอาการโรคหลอดเลือดสมอง ทบทวน 12 ก.ย. 2567)
- พูดไม่ชัด หรือสับสนขึ้นมาทันที (NHS หน้าอาการโรคหลอดเลือดสมอง ทบทวน 12 ก.ย. 2567) แม้อาการจะหายไปเองแล้วก็ต้องไป
- ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นทันที (NHS หน้าภาวะแพ้รุนแรง ทบทวน 21 มิ.ย. 2566)
- หายใจเร็วมาก หายใจลำบาก หรือคอตีบแน่นจนกลืนลำบาก (NHS หน้าภาวะแพ้รุนแรง ทบทวน 21 มิ.ย. 2566)
- หมดสติ หรือปลุกไม่ตื่น (NHS หน้าภาวะแพ้รุนแรง ทบทวน 21 มิ.ย. 2566)
ราคาบนกล่อง 2,990 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Vit →คำถามที่พบบ่อย
วาร์ฟารินคือยาอะไร
วาร์ฟารินเป็นยาต้านการแข็งตัวของเลือด ลดความสามารถในการแข็งตัวของเลือด ใช้ป้องกันและรักษาลิ่มเลือด เช่น ลิ่มเลือดที่ขาหรือปอด หัวใจเต้นผิดจังหวะชนิด AF และผู้ที่ใส่ลิ้นหัวใจเทียมชนิดโลหะ
วาร์ฟารินกินตอนไหน
MedlinePlus และ NHS ระบุว่ากินวันละครั้ง เวลาเดียวกันทุกวัน พร้อมหรือไม่พร้อมอาหารก็ได้ กินตามขนาดที่แพทย์สั่งพอดี และห้ามหยุดเองแม้รู้สึกสบายดี
ลืมกินวาร์ฟารินทำอย่างไร
ทั้ง MedlinePlus และ NHS ให้กินทันทีที่นึกได้ในวันเดียวกัน และห้ามกินสองเท่าเพื่อชดเชย NHS ระบุว่าถ้านึกได้วันถัดไปให้ข้ามมื้อที่ลืม MedlinePlus ให้แจ้งแพทย์ถ้าลืมกิน ถ้าไม่แน่ใจให้ถามเภสัชกร
วาร์ฟารินสีชมพูคือกี่มิลลิกรัม
ในสหรัฐฯ ผู้ผลิตทุกรายใช้ระบบสีเดียวกัน สีชมพูคือ 1 มก. แต่แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้ระบุสีของยาในไทย ซึ่งอาจต่างกันได้ ให้ดูความแรงจากฉลากซองยาและถามเภสัชกร อย่าเดาจากสีอย่างเดียว
กินวาร์ฟารินอยู่ กินวิตามินหรืออาหารเสริมได้ไหม
MedlinePlus ระบุว่าวิตามิน อาหารเสริม และสมุนไพรบางชนิดอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกหรือตีกับยา NHS ระบุว่าห้ามใช้วิตามินเคเสริมและสาโทเซนต์จอห์น คำแนะนำของบทความ: ห้ามเริ่มวิตามินเค 2 (MK-7) โคคิวเท็น หรืออาหารเสริมใดเอง ต้องให้แพทย์ที่ดูแลยาตัดสินก่อน
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- WarfarinMedlinePlus Drug Information
- WarfarinNHS
- Warfarin Tablet IdentificationUC San Diego Health
- Bleeding from the bottom (rectal bleeding)NHS
- NosebleedNHS
- Coughing up bloodNHS
- Vomiting bloodNHS
- Blood in urineNHS
- Head injury and concussionNHS
- Stroke: symptomsNHS
- AnaphylaxisNHS
- Effect of low-dose supplements of menaquinone-7 (vitamin K2) on the stability of oral anticoagulant treatment: dose-response relationship in healthy volunteersJournal of Thrombosis and Haemostasis (PubMed)
- Vitamin KLinus Pauling Institute, Oregon State University
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-29
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
