บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS

โรสฮิปคืออะไร สรรพคุณที่มีงานวิจัย กินกับทาต่างกันอย่างไร

คำตอบสั้น: โรสฮิป (rose hip) คือผลของต้นกุหลาบป่า ชนิดที่ถูกศึกษามากคือ Rosa canina งานทบทวนระบุว่ามีวิตามินหลายชนิด โดยวิตามินซีมีมากกว่าสารอาหารพืชตัวอื่น งานวิจัยแบบกินที่ถูกอ้างถึงใช้ผงโรสฮิปวันละ 5 กรัมในผู้ป่วยข้อเสื่อม การวิเคราะห์รวม 3 งานพบปวดลดลงมากกว่ายาหลอกเล็กน้อยถึงปานกลาง แต่ทุกงานได้ทุนจากผู้ผลิต ส่วนโรสฮิปออยล์เป็นน้ำมันทาผิว ใช้คนละทางกับแบบกิน และหลักฐานส่วนใหญ่ยังมาจากงานทบทวนและงานในห้องปฏิบัติการ

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • โรสฮิปคือผลของกุหลาบป่า งานทบทวนปี 2567 ระบุว่า Rosa canina เป็นชนิดที่ถูกศึกษาอย่างกว้างขวางในกลุ่มนี้
  • ข้อเสื่อม: การวิเคราะห์รวม 3 งานทดลอง 287 คน ใช้ผงโรสฮิป (เมล็ดและเปลือก) พบลดปวดเล็กน้อยถึงปานกลาง ทั้ง 3 งานได้รับการสนับสนุนจากบริษัทผู้ผลิต
  • ขนาดที่ศึกษา คือผง 5 กรัมต่อวัน (5,000 มก.)
  • แนวทางรักษาข้อเข่าเสื่อม ยังเน้นการออกกำลังกาย ลดน้ำหนัก และความรู้ ไม่ได้แนะนำโรสฮิป
  • โรสฮิปออยล์ ใช้ทาผิว เป็นคนละเรื่องกับแบบกิน ผลของแบบหนึ่งใช้แทนอีกแบบไม่ได้

โรสฮิปคืออะไร มาจากส่วนไหนของต้นกุหลาบ

โรสฮิปคือผลของกุหลาบป่า งานทบทวนปี 2564 (Pekacar และคณะ) รวบรวมงานวิจัยที่ใช้ผลโรสฮิป (Rosa canina) ชนิดไม่มีเมล็ดที่ทำให้ได้มาตรฐาน และงานทบทวนปี 2567 (Oargă และคณะ) อธิบายว่าพืชในสกุล Rosa ที่เรียกกันว่าโรสฮิปเป็นพืชป่าที่ใช้เป็นยาพื้นบ้านมานาน

ผงโรสฮิปในงานวิจัยข้อเสื่อมทำจากเมล็ดและเปลือกของผล ชื่อเรื่องของงานทดลองของ Winther และคณะ (ปี 2548) ระบุว่าใช้ "ผงที่ทำจากเมล็ดและเปลือกของโรสฮิปสายพันธุ์ย่อยของ Rosa canina" ซึ่งเป็นตำรับเฉพาะของบริษัท

ข้อสำคัญคือผลิตภัณฑ์โรสฮิปมีหลายรูปแบบ ทั้งผง สารสกัด ชา และน้ำมัน ปริมาณสารสำคัญจึงต่างกันมาก

โรสฮิปมีวิตามินซีและสารอะไรบ้าง

วิตามินซีเป็นจุดเด่น งานทบทวนของ Oargă และคณะระบุว่าโรสฮิปมีวิตามินเอ บีรวม ซี และอี และในบรรดาสารอาหารจากพืช วิตามินซีพบในปริมาณมากกว่าตัวอื่น ปริมาณวิตามินซีต่างกันตามชนิดและแหล่งปลูก โดยเรียงจาก R. rugosa มากกว่า R. montana มากกว่า R. canina

งานทบทวนเรื่องสกุล Rosa (Ayati และคณะ ปี 2564) ระบุสารที่พบ เช่น เควอซิทิน แคมเฟอรอล คาเทชิน ไลโคปีน และกรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) ส่วนงานทบทวนของ Pekacar และคณะกล่าวถึงสารกาแลกโตลิพิดชื่อ GOPO และกรดไตรเทอร์ปีน ที่แยกได้จากเมล็ดและผล

ข้อควรรู้ งานทบทวนของ Pekacar และคณะรวบรวมทั้งงานในหลอดทดลอง ในสัตว์ และในคน ข้อมูลกลไกจากหลอดทดลองหรือสัตว์ไม่ได้แปลว่าจะเห็นผลในคน และปริมาณวิตามินซีในผลิตภัณฑ์แต่ละตัวขึ้นกับวิธีผลิต ถ้าฉลากไม่ได้ระบุ ก็สรุปไม่ได้ว่ามีวิตามินซีเท่าไร

งานวิจัยผงโรสฮิปกับอาการปวดข้อเข่าเสื่อม

มีงานทดลองในคน แต่ยังน้อย และผู้ผลิตสนับสนุนทั้งหมด

  • งานทดลองแบบไขว้ของ Winther และคณะ (ปี 2548) ในผู้ป่วยข้อสะโพกหรือข้อเข่าเสื่อม 94 คน ให้ผงโรสฮิป 5 กรัมต่อวัน นาน 3 เดือน แล้วสลับกับยาหลอก พบคะแนนปวด (WOMAC) ลดลงมากกว่ายาหลอกที่ 3 สัปดาห์ ผู้ป่วยใช้ยาแก้ปวดเสริมลดลง และความฝืดกับการใช้งานดีขึ้นที่ 3 เดือน
  • การวิเคราะห์รวม 3 งานทดลอง (Christensen และคณะ ปี 2551) ผู้ป่วยข้อเสื่อม 287 คน ระยะเวลากลาง 3 เดือน พบผงโรสฮิปลดคะแนนปวดมากกว่ายาหลอกระดับเล็กถึงปานกลาง (ES 0.37) โอกาสตอบสนองต่อการรักษาราว 2 เท่าของกลุ่มยาหลอก

ข้อจำกัดที่ผู้วิจัยเขียนไว้เอง ทั้ง 3 งานในการวิเคราะห์รวมได้รับการสนับสนุนจากบริษัทผู้ผลิตผงโรสฮิป ข้อมูลยังน้อย และผู้วิจัยระบุว่าต้องมีงานอิสระขนาดใหญ่ระยะยาวมายืนยันทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัย

งานทบทวน Cochrane เรื่องสมุนไพรกินในข้อเสื่อม (ปี 2557) บทคัดย่อไม่ได้กล่าวถึงโรสฮิป และสรุปว่าไม่มีสมุนไพรใดพิสูจน์ได้ว่าชะลอการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างข้อ

แนวทางรักษาข้อเข่าเสื่อม ทั้ง ACR 2019 NICE 2022 และแนวทางไทย พ.ศ. 2553 ให้การออกกำลังกาย การลดน้ำหนักเมื่อน้ำหนักเกิน และการให้ความรู้เป็นแกนหลัก และไม่ได้แนะนำโรสฮิป อ่านเรื่องอาหารกับข้อเข่าได้ที่ ข้อเข่าเสื่อมกินอะไรดี และเรื่องคอลลาเจนได้ที่ คอลลาเจนกับข้อเข่าเสื่อม

ข้อเข่าเสื่อม อะไรที่แนวทางแนะนำจริง

สิ่งที่แนวทาง ACR 2019 แนะนำอย่างยิ่ง สำหรับข้อเข่าเสื่อม ได้แก่ การออกกำลังกาย การลดน้ำหนักเมื่อน้ำหนักเกิน ไทชิ การใช้ไม้เท้า สนับเข่า ยาต้านการอักเสบชนิดทาและชนิดกิน และการฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อ การเลือกยาและหัตถการเป็นเรื่องที่แพทย์ประเมินตามโรคร่วม

สิ่งที่ ACR 2019 แนะนำอย่างยิ่งว่าไม่ควรใช้ ได้แก่ กลูโคซามีนและคอนดรอยติน ส่วน NICE 2022 ระบุว่าไม่ควรเสนอกลูโคซามีน แปลว่าอาหารเสริมบางตัวที่คนรู้จักก็ไม่ได้ผ่านเกณฑ์ของแนวทาง

โรสฮิปจึงอยู่ในสถานะ "มีงานวิจัยเล็กที่ผู้ผลิตสนับสนุน แต่แนวทางไม่ได้แนะนำ" ถ้าปวดเข่าอยู่ สิ่งที่ควรเริ่มก่อนคือพบแพทย์เพื่อวินิจฉัย และขอคำแนะนำเรื่องการออกกำลังกายที่เหมาะกับข้อ

โรสฮิปออยล์ทาผิว ต่างจากโรสฮิปแบบกินอย่างไร

เป็นคนละผลิตภัณฑ์และคนละงานวิจัย โรสฮิปออยล์ (rosehip oil) เป็นน้ำมันที่ใช้ทาผิว ส่วนงานวิจัยข้อเสื่อมข้างต้นใช้ผงแบบกิน ผลของแบบทาจึงใช้อธิบายแบบกินไม่ได้ และกลับกัน

  • งานทบทวนน้ำมันพืชทาผิว (Lin และคณะ ปี 2560) รวมโรสฮิปออยล์ไว้กับน้ำมันพืชอีกหลายชนิด และทบทวนข้อมูลเรื่องฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ การสมานแผล และการซ่อมเกราะป้องกันผิว เป็นการทบทวนข้อมูลที่มีอยู่ ไม่ใช่งานทดลองใหม่
  • งานทบทวนผลิตภัณฑ์ผิวจากโรสฮิป (Oargă และคณะ ปี 2567) ระบุว่าสารสกัดและน้ำมันโรสฮิปเป็นตัวเลือกที่ "มีแนวโน้ม" สำหรับปัญหาผิวหลายอย่าง เช่น แผลเป็น ฝ้า สิว และผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง แต่ยังต้องศึกษากลไกให้ถี่ถ้วนก่อนจะใช้อย่างปลอดภัยในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง

ใครมีผิวแพ้ง่ายหรือเป็นโรคผิวหนังอยู่ ควรถามแพทย์ผิวหนังก่อนใช้

ข้อควรระวังและยาที่อาจมีปฏิกิริยากับโรสฮิป

ข้อมูลความปลอดภัยของโรสฮิปแบบกินในแหล่งทางการที่เราเปิดตรวจได้ยังมีจำกัด ฐานข้อมูลสมุนไพรของ MSKCC ที่เราใช้ตรวจสมุนไพรตัวอื่นไม่มีหน้าของโรสฮิป และเราไม่พบเอกสารทางการที่ระบุยาที่ทำปฏิกิริยากับโรสฮิปโดยตรง ข้อนี้ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย แต่แปลว่ายังไม่มีข้อมูลที่ตรวจได้

ในงานวิเคราะห์รวมของ Christensen และคณะ ผู้วิจัยเขียนเองว่ายังต้องประเมินทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัยในงานขนาดใหญ่ระยะยาว

สิ่งที่ทำได้

  • แจ้งแพทย์และเภสัชกรทุกครั้งว่ากินผลิตภัณฑ์ที่มีโรสฮิป โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ยาหลายตัว
  • ถ้าผลิตภัณฑ์มีส่วนประกอบอื่นผสมอยู่ ให้อ่านคำเตือนบนฉลากของผลิตภัณฑ์นั้นทั้งหมด ไม่ใช่ดูแค่ชื่อโรสฮิป
  • ผู้ที่ใช้ยาแก้ปวดข้อหรือยาแก้อักเสบอยู่ ห้ามหยุดหรือลดยาเองเพราะเริ่มกินโรสฮิป ในงานของ Winther ผู้ป่วยลดยาแก้ปวดเสริมภายใต้การกำกับของงานวิจัย ไม่ใช่ลดเอง

ความเชื่อที่พบบ่อยเรื่องโรสฮิป

"โรสฮิปลดปวดเข่าได้เท่ายา" ไม่มีงานที่เราตรวจเทียบโรสฮิปกับยาแก้ปวดโดยตรง งานที่มีเทียบกับยาหลอก และผลเป็นระดับเล็กถึงปานกลาง

"กินโรสฮิปแล้วได้วิตามินซีสูง" ขึ้นกับชนิด แหล่งปลูก และวิธีผลิต งานทบทวนระบุว่าปริมาณวิตามินซีต่างกันตามชนิดของโรสฮิป ต้องดูตัวเลขบนฉลากของผลิตภัณฑ์นั้น

"ทาโรสฮิปออยล์แล้วช่วยข้อ" ไม่มีหลักฐานในแหล่งที่เราตรวจ งานข้อเสื่อมใช้ผงแบบกิน

เมื่อไรต้องไปพบแพทย์เรื่องปวดข้อ

ไปพบแพทย์ตามปกติ ถ้าปวดข้อเข่าหรือข้อสะโพกต่อเนื่อง เดินลำบาก หรือยาที่ใช้อยู่ไม่ช่วย

ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด ถ้าข้อปวดและบวมขึ้นมาทันที และมีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ซึ่ง NHS ระบุว่าอาจเป็นการติดเชื้อในข้อที่ต้องได้รับการดูแลด่วน

  • ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ
  • มีไข้สูง หรือรู้สึกร้อนสลับหนาวสั่น
  • คลื่นไส้ หรือกินอะไรไม่ได้

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)

เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8.5 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (เทียบเป็นวิตามินดีราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัมต่อแคปซูล และราว 100 IU ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ)

ฉลากไม่ได้ระบุปริมาณแคลเซียมธาตุรวม เฉพาะแคลเซียมแอล-ทรีโอเนต 350 มก. คิดเป็นแคลเซียมราว 44 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 89 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ)

คำเตือนบนฉลาก: "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · "ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน" · "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · ฉลากมีข้อความให้รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ · "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค"

เรื่องโรสฮิปและข้อ: ผลิตภัณฑ์นี้มีสารสกัดโรสฮิปเป็นหนึ่งในส่วนประกอบ แต่ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ลดปวดเข่า ลดการใช้ยาแก้ปวด หรือชะลอข้อเข่าเสื่อม ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง และไม่ใช้แทนการออกกำลังกาย การลดน้ำหนัก หรือการรักษาของแพทย์

เทียบปริมาณโรสฮิปในแคปซูลกับปริมาณในงานวิจัย

  • สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. ต่อแคปซูล (48.44 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — งานทดลองของ Winther และงานในการวิเคราะห์รวมของ Christensen ใช้ผงโรสฮิป (เมล็ดและเปลือก) 5 กรัมต่อวัน หรือ 5,000 มก. มากกว่าในแคปซูลราว 103 เท่า (คำนวณ) ทั้ง 3 งานในการวิเคราะห์รวมได้รับการสนับสนุนจากบริษัทผู้ผลิตผงโรสฮิป
  • ฉลากผลิตภัณฑ์นี้เป็น "สารสกัด" และไม่ระบุอัตราสกัด ชนิดสารสกัด หรือปริมาณวิตามินซี ส่วนงานวิจัยใช้ "ผง" สูตรเฉพาะของบริษัท จึงเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้
  • แนวทาง ACR 2019 NICE 2022 และแนวทางไทย พ.ศ. 2553 ไม่ได้แนะนำโรสฮิปในการรักษาข้อเข่าเสื่อม

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่ว (ไต ทางเดินปัสสาวะ ถุงน้ำดี) ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากห้ามใช้ ผู้ที่มีนิ่วในถุงน้ำดีให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • โรคตับ หรือมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย คลื่นไส้ เบื่ออาหาร: หยุดและพบแพทย์ เพราะมีรายงานตับอักเสบที่สัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ขมิ้นชัน
  • ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด เลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีขมิ้นชันและขิง
  • โรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดสูง โรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีแคลเซียมและวิตามินดี
  • ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนหรือเตตราไซคลีน ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต ยาเหล็ก: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยาเหล่านี้ ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดเวลากิน
  • ใช้วิตามินดีหรือแคลเซียมที่แพทย์สั่งอยู่แล้ว: แจ้งแพทย์เพื่อนับรวมทุกแหล่ง ห้ามเปลี่ยนขนาดเอง
  • แพ้นมวัว: มีโคลอสตรุ้ม · แพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาลดกรดยูริก ยาโคลชิซีน ยาแก้ปวดข้อ ยากระดูกพรุน: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง

ผลิตภัณฑ์นี้มีแคลเซียม ขมิ้นชัน และขิง ฉลากระบุว่าผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน และห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน ผู้ที่เป็นโรคไต ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะ หรือยากระดูกพรุน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจเลือดหรือการรักษาของแพทย์

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาลดกรดยูริก ยาโคลชิซีน ยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยากระดูกพรุน ยาสเตียรอยด์ และยาต้านการแข็งตัวของเลือด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจเลือด การตรวจของแพทย์ หรือการตรวจมวลกระดูก

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก
  • หกล้มแล้วลงน้ำหนักหรือเดินไม่ได้
  • ขาผิดรูปหรือสั้นลงหลังล้ม
  • เจ็บแน่นหน้าอก
  • หายใจไม่ออก
กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร BETA CAL PRO PLUS ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มิลลิกรัม

BETA CAL PRO PLUSเบต้าแคลโปรพลัส

เลข อย. 13-1-01566-5-0027

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →

คำถามที่พบบ่อย

โรสฮิปคืออะไร

โรสฮิปคือผลของกุหลาบป่า ชนิดที่ถูกศึกษามากคือ Rosa canina งานทบทวนระบุว่ามีวิตามินเอ บีรวม ซี และอี โดยวิตามินซีพบในปริมาณมากกว่าสารอาหารพืชตัวอื่น

โรสฮิปช่วยปวดเข่าได้ไหม

การวิเคราะห์รวม 3 งานทดลองในผู้ป่วยข้อเสื่อม 287 คน ใช้ผงโรสฮิปวันละ 5 กรัม พบลดปวดมากกว่ายาหลอกระดับเล็กถึงปานกลาง แต่ทุกงานได้ทุนจากผู้ผลิตและผู้วิจัยระบุว่ายังต้องมีงานอิสระยืนยัน แนวทางรักษาข้อเข่าเสื่อมยังไม่ได้แนะนำ

โรสฮิปออยล์กับโรสฮิปแบบกินต่างกันอย่างไร

โรสฮิปออยล์ใช้ทาผิว ส่วนงานวิจัยข้อเสื่อมใช้ผงแบบกิน เป็นคนละรูปแบบและคนละงานวิจัย ผลของแบบหนึ่งใช้แทนอีกแบบไม่ได้

กินโรสฮิปร่วมกับยาได้ไหม

แหล่งทางการที่ตรวจได้ยังมีข้อมูลยาตีกันของโรสฮิปจำกัด จึงควรแจ้งแพทย์และเภสัชกรทุกครั้ง และห้ามหยุดหรือลดยาแก้ปวดเองเพราะเริ่มกินโรสฮิป

โรสฮิปต้องกินเท่าไรถึงเท่างานวิจัย

งานวิจัยข้อเสื่อมใช้ผงโรสฮิปวันละ 5 กรัม ซึ่งเป็นตำรับเฉพาะของบริษัท ผลิตภัณฑ์ที่เป็นสารสกัดเทียบกับผงตรง ๆ ไม่ได้ และห้ามกินเกินขนาดที่ฉลากผลิตภัณฑ์กำหนด

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-20

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท