บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta X Plus

วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) คืออะไร กินวิตามินแล้วฉี่เหลืองสด อันตรายไหม

คำตอบสั้น: วิตามินบี 2 หรือไรโบฟลาวิน (riboflavin) คือวิตามินกลุ่มบีที่ละลายในน้ำ ร่างกายใช้สร้างโคเอนไซม์ (สารผู้ช่วยของเอนไซม์) ที่จำเป็นต่อการสร้างพลังงาน การกินวิตามินรวมหรือวิตามินบีแล้วปัสสาวะเป็นสีเหลืองสดคล้ายสีนีออน มักเกิดจากไรโบฟลาวินส่วนที่ร่างกายขับออกทางปัสสาวะ สถาบันไลนัส พอลลิง มหาวิทยาลัยโอเรกอนสเตต ระบุว่าเป็นผลข้างเคียงที่ไม่เป็นอันตราย แต่ถ้าปัสสาวะเป็นสีน้ำตาลเข้ม สีแดง มีเลือดปน หรือมีอาการปวดแสบ ไม่ควรคิดว่าเป็นเพราะวิตามิน ให้ไปพบแพทย์

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • ไรโบฟลาวินคือวิตามินบี 2 ละลายในน้ำ พบมากในนม ไข่ เนื้อสัตว์ อัลมอนด์ และผักใบเขียว (สถาบันไลนัส พอลลิง)
  • สถาบันไลนัส พอลลิงระบุว่าร่างกายเริ่มขับไรโบฟลาวินออกทางปัสสาวะเมื่อได้รับราว 1 มก. ต่อวัน และไรโบฟลาวินขนาดสูงทำให้ปัสสาวะเหลืองสด ซึ่งไม่เป็นอันตราย
  • MedlinePlus ของหอสมุดแพทยศาสตร์แห่งชาติสหรัฐฯ ระบุว่าวิตามินบีรวมและแคโรทีนทำให้ปัสสาวะเหลืองเข้มหรือสีส้มได้
  • ค่าที่แนะนำต่อวันสำหรับผู้ใหญ่คือ ชาย 1.3 มก. หญิง 1.1 มก. และยังไม่มีการกำหนดปริมาณสูงสุดที่รับได้ต่อวัน
  • ปัสสาวะสีน้ำตาลเข้มแต่ใส มีเลือดปนแม้ครั้งเดียว หรือสีผิดปกติที่หาสาเหตุไม่ได้และไม่หายไป ควรไปพบแพทย์ (MedlinePlus)

วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) คืออะไร

ไรโบฟลาวินคือวิตามินบี 2 ซึ่งเป็นวิตามินกลุ่มบีที่ละลายในน้ำ และร่างกายต้องได้รับจากอาหาร สถาบันไลนัส พอลลิง (Linus Pauling Institute) มหาวิทยาลัยโอเรกอนสเตต อธิบายว่าไรโบฟลาวินเป็นวัตถุดิบของโคเอนไซม์ 2 ชนิด คือ FAD และ FMN โคเอนไซม์คือสารที่เอนไซม์ต้องใช้ร่วมกันจึงจะทำงานได้

ร่างกายใช้โคเอนไซม์จากไรโบฟลาวินในงานหลายด้าน ตามข้อมูลของสถาบันไลนัส พอลลิง

  • สร้างพลังงาน จากคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน
  • ทำงานร่วมกับวิตามินตัวอื่น ร่างกายต้องใช้ไรโบฟลาวินในการเปลี่ยนวิตามินบี 6 ให้อยู่ในรูปที่ใช้งานได้ และใช้ในกระบวนการของโฟเลต (วิตามินบี 9)
  • เกี่ยวข้องกับการใช้ธาตุเหล็ก สถาบันไลนัส พอลลิงระบุว่าในคน การได้รับไรโบฟลาวินจากอาหารน้อยมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงโลหิตจางที่สูงขึ้น (ความสัมพันธ์บอกได้ว่าสองสิ่งเกิดคู่กัน แต่ยังไม่ได้พิสูจน์ว่าอย่างหนึ่งเป็นสาเหตุของอีกอย่าง)

ทำไมกินวิตามินแล้วฉี่เป็นสีเหลืองสด

เพราะไรโบฟลาวินเป็นสารสีเหลือง และร่างกายขับส่วนที่ได้รับเกินความต้องการออกทางปัสสาวะ สถาบันไลนัส พอลลิงระบุว่าร่างกายเริ่มขับไรโบฟลาวินออกทางปัสสาวะเมื่อได้รับราว 1 มก. ต่อวัน และไรโบฟลาวินขนาดสูงทำให้ปัสสาวะมีสีเหลืองสดขึ้น (เรียกว่า flavinuria) ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่ไม่เป็นอันตราย

MedlinePlus ระบุสาเหตุของปัสสาวะสีเหลืองเข้มหรือสีส้มไว้หลายข้อ ได้แก่

  • วิตามินบีรวม หรือแคโรทีน (สารสีส้มเหลืองในผักผลไม้ เช่น เบต้าแคโรทีน)
  • ยาบางชนิด เช่น ยาแก้ปวดทางเดินปัสสาวะฟีนาโซไพริดีน ยาวัณโรคไรแฟมพิน และยาวาร์ฟาริน
  • การใช้ยาระบายเมื่อเร็ว ๆ นี้

นอกจากนี้ หน้าภาวะขาดน้ำของ NHS (ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติของอังกฤษ ทบทวนล่าสุด พ.ค. 2569) ระบุว่า ปัสสาวะสีเหลืองเข้มและกลิ่นแรง ปัสสาวะน้อยกว่าปกติ เป็นอาการของการขาดน้ำ และแนะนำให้ดื่มน้ำระหว่างวันให้พอจนปัสสาวะเป็นสีอ่อน ผู้สูงอายุเสี่ยงขาดน้ำมากกว่าคนทั่วไป จึงควรดื่มน้ำให้พอ ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ

วิธีสังเกตง่าย ๆ คือ สีเหลืองสดแบบนีออนที่เกิดหลังกินวิตามิน มักเป็นจากไรโบฟลาวิน ส่วนสีเหลืองเข้มขุ่นและกลิ่นแรงในวันที่ดื่มน้ำน้อยหรืออากาศร้อน มักเป็นจากปัสสาวะเข้มข้น

ความเชื่อที่พบบ่อยเรื่องฉี่เหลืองหลังกินวิตามิน

ความเชื่อ: ฉี่เหลืองแปลว่าไตทำงานหนักหรือไตเสีย ไม่ถูกต้องสำหรับกรณีฉี่เหลืองสดหลังกินวิตามิน สถาบันไลนัส พอลลิงระบุว่าปัสสาวะเหลืองสดจากไรโบฟลาวินขนาดสูงไม่เป็นอันตราย และยังไม่พบพิษหรือผลเสียจากการได้รับไรโบฟลาวินสูงในคน แต่ถ้าเป็นโรคไตอยู่แล้ว การเปลี่ยนแปลงของปัสสาวะแบบอื่น เช่น ปริมาณน้อยลง มีฟอง หรือบวม ต้องคุยกับแพทย์ อ่านเพิ่มที่ คนเป็นโรคไตฉี่เป็นยังไง สีและปริมาณบอกอะไร

ความเชื่อ: ฉี่เหลืองแสดงว่ากินวิตามินมากเกินจนเป็นพิษ ไม่ใช่สำหรับไรโบฟลาวิน สถาบันไลนัส พอลลิงระบุว่าคณะกรรมการอาหารและโภชนาการของสหรัฐฯ ไม่ได้กำหนดปริมาณสูงสุดที่รับได้ต่อวัน (UL) ของไรโบฟลาวิน แต่วิตามินบีบางตัวมีเพดาน เช่น วิตามินบี 6 ซึ่งการกินขนาดสูงนาน ๆ ทำให้ปลายประสาทเสียหายได้ ถ้ากินผลิตภัณฑ์หลายตัวพร้อมกัน ให้รวมตัวเลขบนฉลาก อ่านเพิ่มที่ วิตามินบี 1 6 12 กินเกินได้ไหม บี 6 มากไปทำให้ชาได้

ความเชื่อ: ฉี่ไม่เหลืองแปลว่าวิตามินไม่ดูดซึม ไม่จริง สีปัสสาวะขึ้นกับปริมาณที่ได้รับ ปริมาณน้ำที่ดื่ม และเวลาที่กิน สีจึงไม่ใช่ตัววัดคุณภาพของวิตามิน

ไรโบฟลาวินมีในอาหารอะไรบ้าง และควรได้วันละเท่าไร

ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ได้ไรโบฟลาวินพอจากอาหารที่หลากหลาย สถาบันไลนัส พอลลิงระบุค่าที่แนะนำต่อวัน (RDA) ชาย 1.3 มก. หญิง 1.1 มก. และระบุว่าอาหารที่หลากหลายให้ไรโบฟลาวินราว 1.5–2 มก. ต่อวัน ปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย พ.ศ. 2563 ของกรมอนามัยใช้ตัวเลขเดียวกันสำหรับผู้ใหญ่อายุ 19 ปีขึ้นไป

ตัวอย่างปริมาณไรโบฟลาวินจากตารางของสถาบันไลนัส พอลลิง (อ้างอิงฐานข้อมูลอาหารของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ)

  • นมไขมันต่ำ 1 ถ้วย ราว 0.42 มก.
  • อัลมอนด์ไม่เค็ม 1 ออนซ์ (ราว 28 กรัม) ราว 0.33 มก.
  • ไข่ต้ม 1 ฟองใหญ่ ราว 0.26 มก.
  • ผักโขมต้มครึ่งถ้วย ราว 0.21 มก.
  • เนื้อไก่ส่วนสะโพกหรือน่องอบ 3 ออนซ์ ราว 0.16 มก.

ในอาหารไทย มื้อเช้าที่มีไข่ต้มกับนมหนึ่งกล่อง ร่วมกับเนื้อสัตว์และผักใบเขียวในมื้ออื่น ก็ให้ไรโบฟลาวินได้พอสมควร

ข้อควรรู้อีกข้อ คือ ไรโบฟลาวินทนความร้อนแต่ถูกแสงทำลายง่าย สถาบันไลนัส พอลลิงยกตัวอย่างว่านมในขวดแก้วใสที่ตากแดดจัด 2 ชั่วโมง อาจสูญเสียไรโบฟลาวินได้ถึงครึ่งหนึ่ง จึงควรเก็บนมและวิตามินไว้ในที่พ้นแสง

ใครเสี่ยงได้ไรโบฟลาวินไม่พอ และอาการขาดเป็นอย่างไร

กลุ่มที่สถาบันไลนัส พอลลิงระบุว่าเสี่ยง ได้แก่ ผู้ดื่มสุราเป็นประจำ ผู้ที่ไม่ดื่มนมเพราะแพ้แล็กโทส และผู้สูงอายุบางกลุ่ม รายละเอียดมีดังนี้

  • ผู้ดื่มสุราเรื้อรัง เพราะกินได้น้อยลง ดูดซึมได้น้อยลง และร่างกายใช้ได้ไม่ดี
  • ผู้ที่เลี่ยงนมและผลิตภัณฑ์นม เพราะนมเป็นแหล่งไรโบฟลาวินหลักในหลายประเทศ
  • ผู้สูงอายุ งานหนึ่งในผู้สูงอายุอายุ 65–90 ปีที่อยู่บ้านเอง พบว่าเกือบ 1 ใน 4 ได้ไรโบฟลาวินต่ำกว่าค่าแนะนำ และราว 10% มีผลเลือดบ่งชี้ว่าขาด
  • ผู้ที่ใช้ยาบางกลุ่ม สถาบันไลนัส พอลลิงระบุว่ายาจิตเวชกลุ่มฟีโนไทอะซีน เช่น คลอร์โปรมาซีน และยาต้านซึมเศร้ากลุ่มไตรไซคลิก ขัดขวางการเปลี่ยนไรโบฟลาวินเป็นรูปที่ใช้งาน ส่วนยากันชักฟีโนบาร์บิทัลที่ใช้นานอาจเร่งการทำลายไรโบฟลาวิน ผู้ที่ใช้ยาเหล่านี้ห้ามหยุดหรือลดยาเอง ให้ถามแพทย์ว่าจำเป็นต้องตรวจหรือเสริมหรือไม่

อาการของการขาดไรโบฟลาวินที่สถาบันไลนัส พอลลิงระบุ ได้แก่ เจ็บคอ เยื่อบุปากและคอแดงบวม ริมฝีปากแตก มุมปากเปื่อย ลิ้นอักเสบสีแดงม่วง และผิวหนังอักเสบเป็นขุยมัน อาการเหล่านี้คล้ายโรคอื่นได้มาก และการขาดไรโบฟลาวินมักเกิดพร้อมการขาดวิตามินที่ละลายในน้ำตัวอื่น จึงไม่ควรเดาเอง ให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุ

ไรโบฟลาวินขนาดสูงใช้กับไมเกรนจริงไหม

มีงานวิจัยในคนใช้ไรโบฟลาวินขนาดสูงมากเพื่อป้องกันไมเกรน แต่เป็นงานขนาดเล็กและผลยังไม่ตรงกัน สถาบันไลนัส พอลลิงสรุปว่างานทดลองแบบสุ่มส่วนใหญ่ใช้ไรโบฟลาวิน 400 มก. ต่อวัน นาน 3–4 เดือน เช่น งานหนึ่งในผู้ป่วยไมเกรน 54 คน พบว่าความถี่ของอาการลดลงเมื่อเทียบกับยาหลอก ผู้ทบทวนระบุว่างานที่มียังเล็กและระยะสั้น และในหน้าสรุปเขียนว่าผลยังขัดกัน

ข้อสังเกตคือ 400 มก. ต่อวันสูงกว่าค่าที่แนะนำต่อวัน (1.1–1.3 มก.) มาก และใช้ภายใต้การดูแลในงานวิจัย ผู้ที่ปวดศีรษะไมเกรนบ่อยควรให้แพทย์ประเมินและวางแผนยาป้องกัน ผู้ที่ใช้ยาป้องกันไมเกรนอยู่ห้ามหยุดยาเอง

สีปัสสาวะแบบไหนต้องไปพบแพทย์

ไปพบแพทย์เมื่อสีปัสสาวะผิดปกติโดยหาสาเหตุจากอาหารหรือยาไม่ได้ หรือมีอาการอื่นร่วม MedlinePlus แนะนำให้ไปพบแพทย์เมื่อมีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้

  • มีเลือดปนในปัสสาวะ แม้เพียงครั้งเดียว
  • ปัสสาวะสีน้ำตาลเข้มแต่ใส ซึ่ง MedlinePlus ระบุว่าอาจเป็นสัญญาณของโรคตับ เช่น ตับอักเสบจากไวรัสหรือตับแข็ง หรือการขาดน้ำรุนแรง หรือภาวะกล้ามเนื้อสลาย
  • ปัสสาวะสีชมพู แดง หรือน้ำตาลอมเทา ที่ไม่ได้เกิดจากอาหารหรือยา
  • สีผิดปกติที่อธิบายไม่ได้และไม่หายไป

นอกจากนี้ MedlinePlus ระบุว่า ปัสสาวะขุ่นหรือมีกลิ่นเหม็น อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ควรไปพบแพทย์เช่นกัน

ถ้ามีตาเหลือง ตัวเหลือง ปวดท้องมาก ไข้สูง หรือปัสสาวะออกน้อยมากร่วมด้วย ให้ไปโรงพยาบาลโดยเร็ว เวลาไปพบแพทย์ให้นำวิตามิน อาหารเสริม และยาที่กินอยู่ทั้งหมดไปด้วย เพราะ MedlinePlus ระบุว่าแพทย์จะถามเรื่องอาหารและยาที่กินอยู่

กินวิตามินหลายตัวพร้อมกัน ควรตรวจอะไร

ให้รวมปริมาณวิตามินแต่ละตัวจากทุกฉลาก และนำไปให้เภสัชกรดู เพราะวิตามินบี 2 มักอยู่ทั้งในวิตามินรวม วิตามินบีรวม และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสูตรผสม สถาบันไลนัส พอลลิงระบุว่าไรโบฟลาวินในอาหารเสริมมักอยู่ในรูปไรโบฟลาวิน หรือไรโบฟลาวิน 5'-โมโนฟอสเฟต แม้ไรโบฟลาวินจะยังไม่มีเพดาน แต่สารอื่นในสูตรเดียวกัน เช่น วิตามินบี 6 สังกะสี และวิตามินเอ มีเพดาน อ่านวิธีตรวจได้ที่ กินอาหารเสริมหลายยี่ห้อพร้อมกัน ตรวจอย่างไรไม่ให้ซ้ำซ้อน

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)

เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับบทความนี้ ตามฉลากต่อ 1 แคปซูล

  • ไรโบฟลาวิน 98% 0.85 มก. คิดเป็นไรโบฟลาวินราว 0.83 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 1.67 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) เทียบค่าแนะนำของไทยราว 128% สำหรับผู้ชาย และราว 152% สำหรับผู้หญิง (คำนวณ)
  • เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ)
  • ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. และกรดแพนโทธีนิก (วิตามินบี 5) 3 มก. ต่อแคปซูล

วิตามินบี 2 และแคโรทีนเป็นสาเหตุที่ MedlinePlus ระบุว่าทำให้ปัสสาวะเหลืองเข้มหรือสีส้มได้ จึงอาจเห็นปัสสาวะสีเหลืองสดหลังรับประทานผลิตภัณฑ์ที่มีสารเหล่านี้ งานวิจัยเรื่องไมเกรนใช้ไรโบฟลาวิน 400 มก. ต่อวัน ขณะที่ฉลากระบุ 0.85 มก. ต่อแคปซูล ไม่มีหลักฐานว่าแคปซูลนี้มีผลต่อไมเกรน และยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง

ข้อความบนฉลาก: "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค"

คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผลิตภัณฑ์นี้มีอาร์จินีน ขิง สังกะสี และเบต้าแคโรทีน ผู้ที่ใช้ยาความดัน ยาโรคหัวใจ ยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน ยากดภูมิคุ้มกัน หรือยาปฏิชีวนะ ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว ผู้ป่วยโรคไตที่แพทย์จำกัดโปรตีน ผู้ป่วยโรคตับ และผู้ที่สูบบุหรี่ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน และถ้ากินวิตามินรวมอยู่แล้ว ให้นำฉลากทั้งสองไปให้เภสัชกรรวมปริมาณ

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta X Plus ของแบรนด์ Hopeful พื้นกล่องสีเขียวมิ้นต์

Beta X Plusเบต้าเอ็กซ์พลัส

เลข อย. 10-1-15662-5-0098

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →

คำถามที่พบบ่อย

กินวิตามินบีแล้วฉี่เหลืองสด อันตรายไหม

ส่วนใหญ่ไม่อันตราย สีเหลืองสดมักมาจากวิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) ที่ร่างกายขับออกทางปัสสาวะ สถาบันไลนัส พอลลิงระบุว่าเป็นผลข้างเคียงที่ไม่เป็นอันตราย

ไรโบฟลาวินคืออะไร

ไรโบฟลาวินคือวิตามินบี 2 เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ ร่างกายใช้สร้างโคเอนไซม์ FAD และ FMN สำหรับการสร้างพลังงานและการทำงานร่วมกับวิตามินบี 6 และโฟเลต

วิตามินบี 2 ควรได้วันละเท่าไร

ค่าแนะนำสำหรับผู้ใหญ่คือ ชาย 1.3 มก. หญิง 1.1 มก. ต่อวัน ซึ่งได้จากอาหารที่หลากหลาย เช่น นม ไข่ เนื้อสัตว์ อัลมอนด์ และผักใบเขียว

ฉี่สีแบบไหนต้องไปหาหมอ

ไปพบแพทย์เมื่อมีเลือดปนแม้ครั้งเดียว ปัสสาวะสีน้ำตาลเข้มแต่ใส สีชมพูหรือแดงที่ไม่ได้มาจากอาหารหรือยา หรือสีผิดปกติที่อธิบายไม่ได้และไม่หายไป (MedlinePlus)

ฉี่เหลืองเข้มกลิ่นแรงเกิดจากอะไร

NHS ระบุว่าปัสสาวะสีเหลืองเข้มกลิ่นแรงและปัสสาวะน้อยกว่าปกติเป็นอาการของการขาดน้ำ ควรดื่มน้ำให้พอจนปัสสาวะเป็นสีอ่อน ยกเว้นแพทย์ให้จำกัดน้ำ

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-11-07

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท