เกี่ยวกับ Beta Vit
ใจสั่นจากความเครียด กรดไหลย้อน ไทรอยด์ วัยทอง หรือกาแฟ แยกอย่างไร
คำตอบสั้น: NHS (ทบทวน 17 มี.ค. 2569) ระบุว่าใจสั่นพบบ่อยและส่วนใหญ่ไม่อันตราย สาเหตุที่พบบ่อยคือ ความเครียดและวิตกกังวล คาเฟอีน แอลกอฮอล์ นิโคติน นอนน้อย และยาบางชนิด ส่วนสาเหตุจากภาวะในร่างกาย ได้แก่ วัยทอง การตั้งครรภ์ ไทรอยด์ทำงานเกิน โลหิตจางจากขาดธาตุเหล็ก และโรคหัวใจ แต่ละสาเหตุมีอาการร่วมที่ต่างกัน ซึ่งช่วยให้แพทย์เดาทิศทางได้ แต่ แยกเองที่บ้านไม่ได้แน่นอน เพราะอาการของความเครียด เช่น หัวใจเต้นเร็ว เจ็บหน้าอก หายใจไม่อิ่ม ก็เป็นอาการของโรคหัวใจได้ด้วย
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- ความเครียดและแพนิก: ใจเต้นเร็ว เหงื่อออก สั่น หายใจไม่อิ่ม ส่วนใหญ่เป็นราว 5–20 นาที (NHS)
- ไทรอยด์ทำงานเกิน: ใจเต้นเร็วหรือไม่สม่ำเสมอ มือสั่น ขี้ร้อน เหงื่อออก น้ำหนักลดทั้งที่กินเยอะ ตรวจได้จากเลือด
- วัยทอง: ใจสั่นร่วมกับร้อนวูบวาบหรือเหงื่อออกกลางคืนได้
- กาแฟ ชา และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน: NHS จัดคาเฟอีนเป็นตัวกระตุ้นที่พบบ่อย
- ยาแก้คัดจมูกซูโดเอฟีดรีนทำให้หัวใจเต้นเร็ว แรง หรือไม่สม่ำเสมอได้
- กรดไหลย้อน: แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้ระบุว่าทำให้ใจสั่น และอาการหัวใจขาดเลือดอาจคล้ายอาหารไม่ย่อย
- ใจสั่นไม่หาย หรือมีเจ็บหน้าอก หายใจลำบาก เป็นลม ไม่ว่าสาเหตุใด ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
ใจสั่นเกิดจากความเครียดได้อย่างไร
NHS ระบุทั้ง ความเครียดและความวิตกกังวล เป็นสาเหตุพบบ่อยของใจสั่น แต่ไม่ได้อธิบายกลไกไว้ในหน้านั้น เราจึงไม่อธิบายต่อเอง
NHS หน้าโรคแพนิก (ทบทวน 22 ส.ค. 2566) ระบุอาการแพนิกที่พบ ได้แก่
- หัวใจเต้นเร็ว
- เหงื่อออก สั่น มือเท้าสั่น
- เจ็บหน้าอก หายใจไม่อิ่ม รู้สึกเหมือนสำลัก
- หน้ามืดจะเป็นลม เวียนศีรษะ คลื่นไส้
- ชาหรือเหน็บ ร้อนวูบหรือหนาวสั่น
- รู้สึกกลัวมากหรือกลัวจะตาย
NHS ระบุว่าแพนิกส่วนใหญ่เป็นราว 5–20 นาที และแม้จะน่ากลัวแต่ไม่ทำอันตรายต่อร่างกาย แต่หน้าเดียวกันเตือนว่าอาการส่วนใหญ่เหล่านี้เป็นอาการของโรคอื่นได้ แพทย์จึงต้องตรวจร่างกายเพื่อแยกโรคก่อนวินิจฉัย การรักษาหลักของโรคแพนิกคือการบำบัดทางความคิดและพฤติกรรม (CBT) และยาที่แพทย์สั่ง
ห้ามสรุปเองว่าเป็นแค่ความเครียด ถ้าเจ็บหน้าอก หายใจลำบาก หรือเป็นลม ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ผู้สูงอายุที่วิตกกังวลบ่อยอ่านต่อได้ที่ ความวิตกกังวลในผู้สูงอายุ
ถ้าเครียดหรือหมดหวังจนมีความคิดทำร้ายตัวเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323
กรดไหลย้อนทำให้ใจสั่นจริงไหม
แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้ระบุว่ากรดไหลย้อนเป็นสาเหตุของใจสั่น NHS หน้าใจสั่นไม่ได้จัดกรดไหลย้อนไว้ในรายการสาเหตุ เราจึงยืนยันความเกี่ยวข้องไม่ได้
ข้อที่สำคัญกว่าคือ NHS หน้าหัวใจขาดเลือด (ทบทวน 31 มี.ค. 2569) ระบุว่าอาการหัวใจขาดเลือดอาจ รู้สึกเหมือนอาหารไม่ย่อย แสบร้อนกลางอก แน่นท้องหรืออืด อาการอื่นที่ NHS ระบุ เช่น เจ็บหน้าอกเหมือนถูกบีบ เหงื่อออก หายใจไม่อิ่ม คลื่นไส้ ผู้ที่มีแสบร้อนกลางอกร่วมกับใจสั่นจึงไม่ควรสรุปเองว่าเป็นกรดไหลย้อน
ไทรอยด์เป็นพิษทำให้ใจสั่นไหม
ทำให้ใจสั่นได้ NHS หน้าอาการไทรอยด์ทำงานเกิน (ทบทวน 11 เม.ย. 2566) ระบุว่าอาจมีอัตราการเต้นของหัวใจเร็วผิดปกติหรือไม่สม่ำเสมอ อาการและอาการแสดงอื่นที่ช่วยให้นึกถึงไทรอยด์ ได้แก่
- กระวนกระวาย วิตกกังวล หงุดหงิด อยู่นิ่งไม่ได้
- นอนหลับยาก อ่อนเพลียตลอดเวลา
- ขี้ร้อน ผิวอุ่น เหงื่อออกมาก
- มือสั่นหรือกล้ามเนื้อกระตุก กล้ามเนื้ออ่อนแรง
- น้ำหนักลดทั้งที่กินมากขึ้น
- ท้องเสีย ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำ
- คอโตจากต่อมไทรอยด์โต และปัญหาตา เช่น ตาแดง ตาแห้ง
NHS ระบุว่าอาการอาจค่อย ๆ เป็นหรือเกิดขึ้นทันที และ การตรวจเลือดมักช่วยบอกได้ว่าเกิดจากไทรอยด์หรือไม่ ให้จดอาการทั้งหมดไปให้แพทย์ดู
อีกด้านหนึ่ง NHS หน้าหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (ทบทวน 13 ม.ค. 2568) ระบุทั้งไทรอยด์ทำงานเกิน และยาไทรอยด์เลโวไทร็อกซีน ว่าเพิ่มโอกาสเกิด AF ได้ ผู้ที่กินยาไทรอยด์แล้วใจสั่น ห้ามหยุดหรือลดยาเอง ให้บอกแพทย์ที่ดูแล
วัยทองใจสั่นไหม
ใจสั่นเป็นอาการหนึ่งของวัยทองและช่วงก่อนหมดประจำเดือนได้ NHS หน้าอาการวัยทอง (ทบทวน 19 พ.ค. 2569) ระบุว่าหัวใจอาจเต้นเร็วขึ้น ช้าลง หรือรู้สึกได้ชัดขึ้น และอาการร้อนวูบวาบที่หน้า คอ และหน้าอก อาจทำให้เหงื่อออกมาก ใจสั่น วิตกกังวล หรือเวียนศีรษะ เกิดได้ทั้งกลางวันและกลางคืน และเป็นอยู่หลายนาที
อย่างไรก็ตาม NHS ให้ ติดต่อแพทย์ถ้ามีอาการหัวใจเต้นเร็ว ไม่ได้ให้ถือว่าเป็นเรื่องวัยทองไปเลย และ NHS หน้าใจสั่นก็ระบุสาเหตุอื่น เช่น ไทรอยด์ทำงานเกินและโลหิตจาง ซึ่งแพทย์ต้องตรวจแยก
กาแฟ ชาเขียว เครื่องดื่มชูกำลัง ทำให้ใจสั่นไหม
NHS จัด คาเฟอีน ไว้ในตัวกระตุ้นใจสั่นที่พบบ่อย คาเฟอีนมีในกาแฟ ชา และเครื่องดื่มชูกำลังหลายชนิด ปริมาณต่อแก้วต่างกันตามชนิดและวิธีชง ให้ดูฉลากถ้ามี แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้ให้ตัวเลขว่าดื่มเท่าไรจึงทำให้ใจสั่น
NHS ระบุว่า ถ้าใจสั่นไม่ได้เกิดจากโรค การเลี่ยงตัวกระตุ้น เช่น คาเฟอีน แอลกอฮอล์ บุหรี่ และความเครียด อาจช่วยได้ NHS หน้า AF ก็แนะนำให้ผู้ป่วย AF เลี่ยงคาเฟอีน อาหารเผ็ด ความเครียด การขาดน้ำ และการนอนไม่พอ
วิธีสังเกตง่าย ๆ คือจดว่าใจสั่นเกิดหลังดื่มอะไร กี่โมง และลองลดดูว่าอาการเปลี่ยนหรือไม่ แล้วนำบันทึกไปคุยกับแพทย์
ยาแก้หวัดบางตัวทำให้ใจสั่นได้ไหม
ได้ MedlinePlus หน้ายาซูโดเอฟีดรีน (ปรับ 15 มิ.ย. 2568) ยาลดอาการคัดจมูกที่มีในยาแก้หวัดหลายสูตร ระบุว่า หัวใจเต้นเร็ว แรง หรือไม่สม่ำเสมอ กระวนกระวาย เวียนศีรษะ นอนหลับยาก และหายใจลำบาก เป็นผลข้างเคียงร้ายแรงที่ต้องโทรหาแพทย์ทันที MedlinePlus ยังแนะนำให้กินยาครั้งสุดท้ายของวันหลายชั่วโมงก่อนนอนเพื่อช่วยป้องกันการนอนหลับยาก และให้ทำตามวิธีใช้บนฉลากยา ไม่กินเกินจำนวนครั้งที่กำหนดใน 24 ชั่วโมง
ยาอื่นที่ NHS หน้า AF ระบุว่าเพิ่มโอกาสเกิด AF ได้แก่ เลโวไทร็อกซีน ลิเทียม และยาพ่นหอบหืดบางชนิด เช่น ซาลบูทามอล NHS หน้าใจสั่นให้ตรวจเอกสารกำกับยาที่ใช้อยู่ ผู้มีโรคความดันหรือโรคหัวใจควรถามเภสัชกรก่อนซื้อยาแก้หวัดหรือยาแก้คัดจมูก อ่านต่อที่ ยาแก้คัดจมูกกับความดัน
ยาที่แพทย์สั่ง ห้ามหยุดเอง แม้คิดว่าเป็นต้นเหตุ ให้ปรึกษาแพทย์เพื่อเปลี่ยนหรือปรับยา
สาเหตุอื่นที่ต้องนึกถึง
NHS หน้าใจสั่นระบุเพิ่มเติมว่าใจสั่นเกิดจาก
- ออกกำลังกายหนัก และ นอนไม่พอ
- แอลกอฮอล์ นิโคติน และสารเสพติด
- การตั้งครรภ์
- โลหิตจางจากขาดธาตุเหล็ก NHS หน้าอ่อนเพลีย (ทบทวน 2 มิ.ย. 2566) ระบุว่าอาจมีใจสั่น หอบเหนื่อย และซีด
- หัวใจเต้นผิดจังหวะ และโรคลิ้นหัวใจ
ผู้ใช้อินซูลินหรือยาเบาหวาน ใจสั่นร่วมกับเหงื่อออก มือสั่น หิว อาจเป็นน้ำตาลต่ำ NHS หน้าน้ำตาลต่ำให้ตรวจน้ำตาลถ้าทำได้ ส่วนใจสั่นที่เกิดตอนกลางคืนโดยเฉพาะ อ่านต่อที่ ใจสั่นตอนกลางคืน
แพทย์แยกสาเหตุใจสั่นอย่างไร
NHS ระบุว่าการรักษาใจสั่นขึ้นกับสาเหตุ และหลายครั้งไม่ต้องรักษา แพทย์อาจ
- ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) โดยติดแผ่นเล็ก ๆ บนผิวเพื่อวัดสัญญาณไฟฟ้าหัวใจ
- ส่งต่อแพทย์โรคหัวใจเพื่อตรวจเพิ่ม เช่น ติดเครื่องบันทึกคลื่นหัวใจ
- เจาะเลือด ซึ่ง NHS หน้าไทรอยด์ระบุว่าช่วยบอกว่าอาการเกิดจากไทรอยด์หรือไม่
ข้อมูลที่ช่วยแพทย์ได้มากคือ ใจสั่นเกิดตอนไหน นานเท่าไร หลังดื่มหรือกินยาอะไร มีอาการร่วมอะไร และชีพจรขณะนั้นเท่าไร อ่านภาพรวมได้ที่ ใจสั่นเกิดจากอะไร
ใจสั่นแบบไหนต้องไปโรงพยาบาลทันที
ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ไม่ว่าจะคิดว่าเกิดจากความเครียด กาแฟ หรือวัยทอง (NHS หน้าใจสั่น ทบทวน 17 มี.ค. 2569 ให้โทร 999 หรือไปห้องฉุกเฉิน · ห้ามขับรถไปเอง)
- ใจสั่นอยู่ตอนนี้และไม่หายไป
- เจ็บหน้าอก (NHS หน้าหัวใจขาดเลือด ทบทวน 31 มี.ค. 2569 จัดเจ็บหน้าอกร่วมใจสั่นไว้ในระดับติดต่อ 111 แบบเร่งด่วน บทความใช้ระดับของหน้าใจสั่นซึ่งปลอดภัยกว่า)
- หายใจลำบาก หอบเหนื่อย
- หน้ามืดจะเป็นลม หรือเป็นลม
นัดแพทย์ด่วนหรือไปโรงพยาบาลวันนี้ ถ้าเคยมีอาการข้างต้นแต่หายไปแล้ว (NHS ให้นัดแพทย์ด่วนหรือติดต่อ 111) และ นัดพบแพทย์ ถ้าใจสั่นกลับมาเรื่อย ๆ บ่อยขึ้น เป็นนานเกินไม่กี่นาที มีโรคหัวใจ หรือมีประวัติโรคหัวใจในครอบครัว
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าวิต (Beta Vit)
เบต้าวิต (Beta Vit) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0062 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด หนึ่งกล่องมี 30 แคปซูล แคปซูลละ 900 มก. (น้ำหนักสุทธิ 27 กรัม) วิธีรับประทานตามฉลากคือ วันละ 1 แคปซูล เลข อย. หมายถึงการอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ได้รับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบสำคัญใน 1 แคปซูลตามฉลาก: แมกนีเซียมออกไซด์ 440 มก. · แมกนีเซียม บิสไกลซิเนต คีเลต (20%) 100 มก. · วิตามินบี 1 (100%) 100 มก. · กรดอัลฟาไลโปอิก (95%) 50 มก. · วิตามินเค 2 (เมนาควิโนน-7) จากบาซิลลัส ซับทิลิส นัตโตะ (0.2%) 37.5 มก. · โคเอนไซม์ คิวเท็น (99.5%) 30 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 6 มก. · วิตามินบี 6 (100%) 2 มก. · วิตามินบี 12 (100%) 0.6 มก. · เปลือกแคปซูลเป็นเจลาติน
ตัวเลขที่คำนวณจากฉลาก: ฉลากไม่ได้บอกปริมาณแมกนีเซียมธาตุ เมื่อคำนวณจากสูตรเคมีของแมกนีเซียมออกไซด์ได้ราว 265 มก. และจากเกรด "(20%)" ของบิสไกลซิเนตได้ราว 20 มก. รวมเป็นแมกนีเซียมราว 280–285 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) ตัวเลขนี้ยังรอผู้ผลิตยืนยันด้วยใบวิเคราะห์ (COA) ส่วนวิตามินเค 2 (MK-7) ราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ) วิตามินดี 3 ราว 600 IU หรือ 15 ไมโครกรัม (คำนวณ) และวิตามินบี 12 0.6 มก. คือ 600 ไมโครกรัม
ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" และ "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ข้อความ "ควรกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ"
ปริมาณในแคปซูลเทียบกับงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง:
- แมกนีเซียม (ออกไซด์ 440 มก. + บิสไกลซิเนต คีเลต 100 มก.): รวมเป็นแมกนีเซียมราว 280–285 มก. (คำนวณ) ส่วนบิสไกลซิเนตคิดเป็นแมกนีเซียมราว 20 มก. (คำนวณ) เกือบทั้งหมด (ราว 93%) มาจากแมกนีเซียมออกไซด์ (คำนวณ) งานทดลองเรื่องจังหวะก่อนกำหนดในบราซิล 60 คนใช้แมกนีเซียมพิโดเลต (แมกนีเซียมธาตุ 260 มก.) 30 วัน ในผู้ที่ไม่มีโรคหัวใจโครงสร้างหรือไตวาย เป็นคนละรูปกับในแคปซูล และไม่ได้ศึกษาใจสั่นจากความเครียด ไทรอยด์ วัยทอง หรือคาเฟอีน
- วิตามินบี 1 100 มก.: ราว 83–91 เท่าของค่าแนะนำต่อวันของไทย (คำนวณ) ข้อแนะนำปริมาณสารอาหารอ้างอิงของไทย พ.ศ. 2563 (กรมอนามัย) ระบุว่าใบชา ใบเมี่ยง และหมากมีสารที่ทำลายไธอะมิน แต่แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่มีงานวิจัยที่เชื่อมวิตามินบี 1 กับอาการใจสั่น
ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ลดอาการใจสั่น ลดความเครียด หรือใช้แทนการตรวจไทรอยด์ ตรวจหัวใจ และยาที่แพทย์สั่งได้ และยังไม่พบงานวิจัยของสูตรนี้โดยตรง ผู้ที่ใจสั่นควรให้แพทย์หาสาเหตุก่อน
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ (สองข้อแรกเป็นคำเตือนบนฉลาก ข้อที่เหลือเป็นคำแนะนำของบทความจากส่วนประกอบ ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก)
- เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่า "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" ส่วนหญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
- ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด: ฉลากระบุว่า "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" · คำแนะนำของบทความ: ผู้ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดอื่น ห้ามเริ่มเอง ต้องให้แพทย์ที่ดูแลตัดสินก่อน เพราะงานในอาสาสมัครที่ได้ยาต้านวิตามินเคพบว่า MK-7 เพียง 10–20 ไมโครกรัมต่อวันทำให้ INR ลดลงอย่างมีความหมายในบางคน แคปซูลมีราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ) และมีรายงานไม่กี่รายว่าโคเอนไซม์คิวเท็นลดฤทธิ์วาร์ฟาริน · Linus Pauling Institute หน้าแมกนีเซียม (ทบทวน ต.ค. 2568) ระบุด้วยว่าแมกนีเซียมลดประสิทธิภาพของยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดกินได้
- ผู้ใช้ยาประจำตัว: ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน โดยเฉพาะผู้ใช้ยาหัวใจ ยาขับปัสสาวะ และดิจ็อกซิน ซึ่ง Linus Pauling Institute ระบุว่าแมกนีเซียมรบกวนการดูดซึม
- ผู้ป่วยโรคไต: ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน Linus Pauling Institute (ทบทวน ต.ค. 2568) ระบุว่าผู้ที่ไตทำงานบกพร่องเสี่ยงต่อภาวะแมกนีเซียมเกิน
- กินยาระบายหรือยาลดกรดที่มีแมกนีเซียม หรือวิตามินรวมอื่นอยู่: แมกนีเซียมในแคปซูลคิดเป็นราว 80% ของเพดาน 350 มก. ต่อวันสำหรับแมกนีเซียมจากผลิตภัณฑ์เสริม (คำนวณ) ถ้านับรวมแหล่งอื่นอาจเกินเพดานและเสี่ยงท้องเสีย
- ยาที่ต้องกินห่างจากแมกนีเซียม: หน้ายาไซโปรฟลอกซาซินของ MedlinePlus (ปรับ 15 ส.ค. 2569) ให้กินผลิตภัณฑ์ที่มีแมกนีเซียมอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อน หรือ 2 ชั่วโมงหลังยา · หน้ายาด็อกซีไซคลิน (ปรับ 15 พ.ค. 2569) ให้ห่าง 1–2 ชั่วโมง · ยากระดูกพรุนอเลนโดรเนต MedlinePlus (ปรับ 15 พ.ค. 2569) ระบุว่าหลังกินยาห้ามกินอาหาร เครื่องดื่ม หรือยาอื่นรวมทั้งวิตามินอย่างน้อย 30 นาที ขณะที่ Linus Pauling Institute ให้ห่าง 2 ชั่วโมง · ยาไทรอยด์เลโวไทร็อกซีน MedlinePlus (ปรับ 15 ก.พ. 2562 ข้อมูลค่อนข้างเก่า) ไม่ได้ระบุชั่วโมงสำหรับแมกนีเซียม · หน้ายากาบาเพนติน MedlinePlus (ปรับ 15 พ.ค. 2563) ให้กินยาลดกรดอย่าง Maalox หรือ Mylanta ก่อนกาบาเพนตินอย่างน้อย 2 ชั่วโมง ให้เภสัชกรจัดเวลาทุกตัว
- ยาเบาหวานหรืออินซูลิน (รวมยากลุ่ม SGLT2): มีกรดอัลฟาไลโปอิก ซึ่ง Linus Pauling Institute ระบุว่าในทางทฤษฎีอาจเสี่ยงน้ำตาลต่ำเมื่อใช้คู่กับยาเบาหวาน ให้ติดตามน้ำตาลตามแพทย์สั่ง
- ผู้ที่รับเคมีบำบัดหรือฉายแสง: MSKCC ระบุว่ากรดอัลฟาไลโปอิกอาจลดผลของการรักษาจากฤทธิ์ต้านออกซิเดชัน ให้ปรึกษาทีมรักษาก่อน
- จะผ่าตัดหรือทำฟัน: แจ้งทีมแพทย์และทันตแพทย์ว่ากินผลิตภัณฑ์ที่มีแมกนีเซียม วิตามินเค และโคเอนไซม์คิวเท็น
- ท้องเสียง่าย: แมกนีเซียมออกไซด์อาจทำให้ถ่ายเหลว ผู้ป่วยหัวใจที่ใช้ยาขับปัสสาวะถ้าถ่ายเป็นน้ำหลายครั้ง ให้หยุดผลิตภัณฑ์และปรึกษาแพทย์ ห้ามปรับยาขับปัสสาวะหรือปริมาณน้ำที่แพทย์จำกัดไว้เอง
- ไม่บริโภคเจลาติน: เปลือกแคปซูลทำจากเจลาติน
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าวิตทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาหัวใจ ยาขับปัสสาวะ ยาความดัน ยาละลายลิ่มเลือด ยาเบาหวาน อินซูลิน ยาลดไขมัน และยาลดกรด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานวิตามินหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 (NHS ห้ามขับรถไปเอง)
- เจ็บหรือแน่นหน้าอกเหมือนถูกบีบหรือกดทับ (NHS หน้าหัวใจขาดเลือด ทบทวน 31 มี.ค. 2569)
- เจ็บหน้าอกที่ร้าวไปแขน คอ หรือกราม (NHS หน้าหัวใจขาดเลือด ทบทวน 31 มี.ค. 2569)
- หายใจลำบากรุนแรง หอบจนพูดไม่เป็นคำ หรือเหมือนสำลัก (NHS หน้าหัวใจล้มเหลว ทบทวน 26 มิ.ย. 2569)
- ริมฝีปากหรือผิวซีด เขียว หรือเทา (NHS หน้าหัวใจล้มเหลว ทบทวน 26 มิ.ย. 2569)
- หมดสติ หรือเรียกแล้วไม่ตอบสนองตามปกติ (NHS หน้าหัวใจล้มเหลว ทบทวน 26 มิ.ย. 2569)
- หน้าเบี้ยว ยิ้มแล้วมุมปากตก (NHS หน้าอาการโรคหลอดเลือดสมอง ทบทวน 12 ก.ย. 2567)
- แขนหรือขาอ่อนแรงหรือชาซีกเดียว ยกแขนไม่ขึ้น (NHS หน้าอาการโรคหลอดเลือดสมอง ทบทวน 12 ก.ย. 2567)
- พูดไม่ชัด หรือสับสนขึ้นมาทันที (NHS หน้าอาการโรคหลอดเลือดสมอง ทบทวน 12 ก.ย. 2567) แม้อาการจะหายไปเองแล้วก็ต้องไป
ราคาบนกล่อง 2,990 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Vit →คำถามที่พบบ่อย
ใจสั่นจากความเครียดกับโรคหัวใจ แยกเองได้ไหม
แยกเองไม่ได้แน่นอน NHS ระบุว่าอาการแพนิก เช่น หัวใจเต้นเร็ว เจ็บหน้าอก หายใจไม่อิ่ม เป็นอาการของโรคอื่นได้ แพทย์จึงต้องตรวจแยกโรคก่อน ถ้าใจสั่นไม่หาย หรือมีเจ็บหน้าอก หายใจลำบาก เป็นลม ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
ไทรอยด์เป็นพิษใจสั่นไหม
ใจสั่นได้ NHS ระบุว่าไทรอยด์ทำงานเกินทำให้หัวใจเต้นเร็วหรือไม่สม่ำเสมอ ร่วมกับอาการอื่น เช่น มือสั่น ขี้ร้อน เหงื่อออก นอนหลับยาก และน้ำหนักลดทั้งที่กินมากขึ้น การตรวจเลือดช่วยบอกได้ว่าเกิดจากไทรอยด์หรือไม่
วัยทองใจสั่นไหม
NHS ระบุว่าใจสั่นเป็นอาการหนึ่งของวัยทองได้ และอาการร้อนวูบวาบก็ทำให้ใจสั่นได้ทั้งกลางวันและกลางคืน แต่ NHS ยังให้ติดต่อแพทย์ถ้าหัวใจเต้นเร็ว เพื่อตรวจแยกสาเหตุอื่น
ดื่มกาแฟหรือชาเขียวแล้วใจสั่น อันตรายไหม
NHS จัดคาเฟอีนเป็นตัวกระตุ้นใจสั่นที่พบบ่อย ถ้าใจสั่นไม่ได้เกิดจากโรค การเลี่ยงคาเฟอีนอาจช่วยได้ แต่ถ้าใจสั่นไม่หาย หรือมีเจ็บหน้าอก หายใจลำบาก เป็นลม ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
กรดไหลย้อนทำให้ใจสั่นไหม
แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้ระบุว่ากรดไหลย้อนเป็นสาเหตุของใจสั่น และ NHS ระบุว่าอาการหัวใจขาดเลือดอาจรู้สึกเหมือนอาหารไม่ย่อยหรือแสบร้อนกลางอก จึงไม่ควรสรุปเองว่าเป็นกรดไหลย้อน
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Heart palpitationsNHS
- Panic disorderNHS
- Overactive thyroid (hyperthyroidism): symptomsNHS
- Menopause and perimenopause: symptomsNHS
- PseudoephedrineMedlinePlus Drug Information
- Atrial fibrillationNHS
- Low blood sugar (hypoglycaemia)NHS
- Tiredness and fatigueNHS
- Successful improvement of frequency and symptoms of premature complexes after oral magnesium administrationArquivos Brasileiros de Cardiologia (PubMed)
- ปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย พ.ศ. 2563กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
- Heart attackNHS
- Stroke: symptomsNHS
- Heart failureNHS
- MagnesiumLinus Pauling Institute, Oregon State University
- Lipoic AcidLinus Pauling Institute, Oregon State University
- Alpha-lipoic acid (About Herbs)Memorial Sloan Kettering Cancer Center
- CiprofloxacinMedlinePlus Drug Information
- DoxycyclineMedlinePlus Drug Information
- AlendronateMedlinePlus Drug Information
- LevothyroxineMedlinePlus Drug Information
- GabapentinMedlinePlus Drug Information
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-29
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
