เกี่ยวกับ Beta X Plus
จามตอนเช้าทุกวันหลังตื่นนอน เกิดจากอะไร ไรฝุ่นหรืออากาศเย็น
คำตอบสั้น: จามตอนเช้าหลังตื่นนอนพบได้บ่อยในคนเป็นโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ งานวิจัยในผู้ป่วยภูมิแพ้จมูก 765 คนที่ฝรั่งเศส (ตีพิมพ์ปี 2531) พบว่าอาการจาม คัดจมูก และน้ำมูกไหล มีจุดสูงช่วงเช้ามืด ราว 6 โมงเช้า และผู้ป่วยราว 60–70% มีอาการหนักช่วงเช้า สิ่งกระตุ้นในห้องนอนที่ต้องนึกถึงคือไรฝุ่น ซึ่ง NIEHS ระบุว่าอาศัยอยู่ในที่นอน เครื่องนอน เฟอร์นิเจอร์บุผ้า พรม และผ้าม่าน ส่วนการเปลี่ยนอุณหภูมิหรือความชื้นเป็นตัวกระตุ้นจมูกอักเสบชนิดไม่ใช่ภูมิแพ้ตามข้อมูลของ NHS การจัดห้องนอนลดไรฝุ่นและใช้ยาตามที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำช่วยควบคุมอาการได้ ห้ามหยุดหรือปรับเวลายาที่แพทย์สั่งเอง
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- ภูมิแพ้จมูกมีจังหวะในแต่ละวัน งานในผู้ป่วย 765 คนพบอาการจาม คัดจมูก น้ำมูกไหล สูงช่วงเช้ามืดในราว 60–70% ของผู้ป่วย
- ไรฝุ่นอยู่ในที่นอน หมอน ผ้าห่ม พรม และผ้าม่าน กินขุยผิวหนังที่คนและสัตว์เลี้ยงผลัดออกมา (NIEHS)
- อากาศเปลี่ยน อุณหภูมิหรือความชื้นที่เปลี่ยน เป็นสาเหตุที่พบบ่อยของจมูกอักเสบชนิดไม่ใช่ภูมิแพ้ (NHS)
- จัดห้องนอน ซักเครื่องนอนด้วยน้ำร้อน ใช้ปลอกกันไรฝุ่น ควบคุมความชื้น เช็ดฝุ่นด้วยผ้าชื้น ไม่ให้สัตว์เลี้ยงเข้าห้องนอน
- เวลาใช้ยา ให้ถามแพทย์หรือเภสัชกร ห้ามเปลี่ยนเวลาหรือขนาดยาที่แพทย์สั่งเอง
ทำไมจามตอนเช้า อาการภูมิแพ้จมูกหนักช่วงเช้าจริงไหม
มีงานวิจัยพบว่าอาการจมูกของภูมิแพ้หนักช่วงเช้าในคนส่วนใหญ่ งานที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Allergy and Clinical Immunology ปี 2531 ให้ผู้ป่วยภูมิแพ้จมูก 765 คนในฝรั่งเศส (อายุ 10–80 ปี ผลทดสอบผิวหนังเป็นบวก) ให้คะแนนอาการวันละ 4 ครั้ง โดยงดยาทุกชนิด 36 ชั่วโมง
ผลพบว่าอาการจาม คัดจมูก และน้ำมูกไหล มีจุดสูงช่วงเช้ามืด ราว 6 โมงเช้า แต่ไม่พบรูปแบบนี้กับอาการหายใจมีเสียงหวีดหรือไอ และเมื่อวิเคราะห์รายคน ผู้ป่วยราว 60–70% มีอาการหลักหนักช่วงเช้า รูปแบบนี้ไม่ขึ้นกับอายุหรือเพศ
บทความทบทวนปี 2538 ซึ่งมีผู้วิจัยร่วมจากงานข้างต้น สรุปว่าอาการจาม คัดจมูก และน้ำมูกไหลจากภูมิแพ้รุนแรงกว่าในช่วงเช้าในราว 70% ของผู้ป่วย ส่วนในผู้ที่มีน้ำมูกไหลจากหวัดหรือไข้หวัดใหญ่ การไอและการใช้ผ้าเช็ดหน้าเด่นในช่วงกลางวัน โดยเฉพาะช่วงชั่วโมงแรก ๆ หลังตื่นนอน
ทำไมเป็นแบบนั้น ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัด ผู้วิจัยเสนอว่าเกี่ยวกับจังหวะภายในร่างกาย เช่น ระบบเมตาบอลิซึม ภูมิคุ้มกัน และฮอร์โมน ซึ่งเป็นการตีความของผู้วิจัย ไม่ใช่ข้อสรุปที่พิสูจน์แล้ว และงานเหล่านี้ทำในยุโรปเมื่อหลายสิบปีก่อน ยังไม่พบงานแบบเดียวกันในคนไทยจากแหล่งที่เราเปิดอ่าน
ไรฝุ่นในที่นอน หมอน และแอร์ห้องนอน เกี่ยวกับจามตอนเช้าอย่างไร
ห้องนอนคือที่ที่เราอยู่กับไรฝุ่นนานต่อเนื่องหลายชั่วโมง NIEHS (สถาบันวิทยาศาสตร์สุขภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ สหรัฐ) อธิบายว่าไรฝุ่นเป็นสัตว์ตัวเล็กมากที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น อาศัยในฝุ่นบ้าน กินขุยผิวหนังที่คนและสัตว์เลี้ยงผลัดออก และเป็นแหล่งสารก่อภูมิแพ้สำคัญที่ทำให้ภูมิแพ้และหอบหืดแย่ลงได้
NIEHS ระบุว่าไรฝุ่นอยู่ได้ในที่นอน เครื่องนอน เฟอร์นิเจอร์บุผ้า พรม และผ้าม่าน และไม่ว่าบ้านจะสะอาดแค่ไหนก็กำจัดไรฝุ่นได้ไม่หมด แต่ลดจำนวนลงได้
แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้วัดว่าไรฝุ่นในที่นอนเป็นสาเหตุของการจามตอนเช้าโดยตรง แต่ถ้าจามมากทุกครั้งหลังตื่น หรือจามตอนปัดที่นอนและพับผ้าห่ม ก็ควรเล่าให้แพทย์ฟัง NIEHS ระบุว่าผู้ที่สงสัยว่าแพ้ไรฝุ่นไปพบแพทย์เพื่อตรวจได้ อ่านต่อได้ที่ แพ้ไรฝุ่น อาการและการดูแล
แอร์ในห้องนอนมีสองด้าน NIEHS แนะนำให้ใช้เครื่องลดความชื้นหรือเครื่องปรับอากาศเพื่อคุมความชื้นในบ้านไว้ที่ไม่เกิน 50% เพื่อลดไรฝุ่น ส่วนคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลแนะนำให้ทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศเป็นส่วนหนึ่งของการลดสิ่งกระตุ้นภูมิแพ้
ลุกจากเตียงแล้วจาม เพราะอากาศเย็นหรืออุณหภูมิเปลี่ยนได้ไหม
ได้ ในคนที่จมูกไวต่อสิ่งกระตุ้น NHS ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงของอากาศ เช่น อุณหภูมิหรือความชื้น เป็นสาเหตุที่พบบ่อยของจมูกอักเสบชนิดไม่ใช่ภูมิแพ้ ซึ่งทำให้จาม คัดจมูก หรือน้ำมูกไหลได้ และ NHS ระบุว่าอากาศร้อนหรือเย็นจัดและความชื้นเป็นสิ่งกระตุ้นของจมูกอักเสบชนิดนี้ ไม่ใช่ภูมิแพ้
ชีวิตจริงของหลายบ้านในไทยคือนอนห้องแอร์เย็นทั้งคืน แล้วตื่นมาเดินออกไปเจออากาศร้อนชื้นนอกห้อง หรืออาบน้ำเย็นตอนเช้า แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้ศึกษาสถานการณ์แบบนี้โดยตรง ถ้าสังเกตว่าจามทุกครั้งที่ออกจากห้องแอร์ ให้เล่ารูปแบบนี้ให้แพทย์ฟัง เพื่อช่วยแยกระหว่างภูมิแพ้กับจมูกอักเสบชนิดไม่ใช่ภูมิแพ้ ซึ่งบางคนอาจมีทั้งสองแบบ อ่านต่อได้ที่ จามเมื่อเจออากาศเย็น
จดบันทึกอาการไว้ก่อนพบแพทย์ ลองจดสักระยะว่าจามตอนไหน หลังทำอะไร ห้องไหน และมีคันตาหรือคันจมูกไหม แล้วนำไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดู
จามตอนเช้าทุกวัน ปรับห้องนอนอย่างไร
เริ่มจากที่นอนและเครื่องนอน เพราะเป็นจุดที่ NIEHS ระบุว่าไรฝุ่นอาศัยอยู่ คำแนะนำจาก NIEHS และ NHS มีดังนี้
- หุ้มที่นอนและหมอนด้วยปลอกกันไรฝุ่น (NIEHS)
- ซักเครื่องนอนและผ้าห่มสัปดาห์ละครั้งด้วยน้ำร้อน 130–140 องศาฟาเรนไฮต์ หรือราว 54–60 องศาเซลเซียส (NIEHS) ส่วน NHS แนะนำให้ซักเป็นประจำที่ 60 องศาเซลเซียสขึ้นไป เครื่องนอนที่ซักไม่ได้ NIEHS แนะนำให้แช่แข็งไว้ข้ามคืน
- เปลี่ยนเครื่องนอนขนสัตว์หรือขนนกเป็นวัสดุสังเคราะห์ และเปลี่ยนตุ๊กตาเป็นแบบที่ซักได้ (NIEHS)
- ในห้องนอน ถ้าทำได้ ให้เลี่ยงพรมปูเต็มห้อง ผ้าม่านผ้า และเฟอร์นิเจอร์บุผ้า (NIEHS)
- เช็ดฝุ่นด้วยผ้าชื้นหรือไม้ถูพื้นชื้น ไม่ใช้ผ้าแห้งเพราะจะทำให้สารก่อภูมิแพ้ฟุ้ง (NIEHS) และใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มีแผ่นกรอง HEPA (NHS, NIEHS)
- สวมหน้ากากตอนดูดฝุ่น และออกจากบริเวณที่เพิ่งดูดฝุ่นราว 20 นาทีให้ฝุ่นตกก่อน (NIEHS)
- ไม่ให้สัตว์เลี้ยงเข้าห้องนอน และทำให้บ้านแห้ง อากาศถ่ายเท จัดการจุดอับชื้น (NHS)
ผู้ที่ต้องการรายละเอียดเรื่องเครื่องนอนเพิ่ม อ่านต่อได้ที่ กำจัดไรฝุ่นในที่นอน
ความเชื่อที่พบบ่อยเรื่องจามตอนเช้า
ความเชื่อ: จามตอนเช้าเพราะร่างกายกำลังขับของเสียออก — ไม่พบแหล่งที่เราเปิดอ่านรองรับ แหล่งทางการแพทย์อธิบายว่าการจามเป็นปฏิกิริยาสะท้อนจากเยื่อบุจมูกถูกระคายเคือง และอาการช่วงเช้าในภูมิแพ้เป็นรูปแบบที่พบในงานวิจัย
ความเชื่อ: ทำความสะอาดบ้านดีแล้วจะไม่มีไรฝุ่นเลย — NIEHS ระบุว่าไม่ว่าบ้านจะสะอาดแค่ไหนก็กำจัดไรฝุ่นได้ไม่หมด ทำได้เพียงลดจำนวน ผู้ที่แพ้ไรฝุ่นจึงอาจยังต้องใช้ยาควบคุมอาการร่วมด้วยตามที่แพทย์แนะนำ
ความเชื่อ: จามแค่ตอนเช้า เดี๋ยวสายก็หาย ไม่ต้องรักษา — NHS แนะนำให้พบแพทย์เมื่ออาการรบกวนการนอนหรือชีวิตประจำวัน และงานสำรวจผู้ป่วยภูมิแพ้จมูกในสหรัฐ 1,000 คน (สำรวจทางออนไลน์เมื่อปี 2548 ตีพิมพ์ปี 2550) รายงานว่าคนที่มีอาการตอนตื่นนอนส่วนใหญ่บอกว่าอาการส่งผลต่อความรู้สึกหรือพฤติกรรม และ 85% ของผู้มีอาการตอนตื่นนอนรายงานว่ามีคัดจมูก งานนี้เป็นการสำรวจความเห็น ไม่ใช่การทดลอง
ยาภูมิแพ้ใช้ตอนเช้าหรือก่อนนอน แพทย์ปรับเวลายาได้ไหม
เวลาใช้ยาเป็นเรื่องที่แพทย์หรือเภสัชกรตัดสินร่วมกับผู้ป่วย ผู้วิจัยในงานปี 2531 เสนอว่าเมื่อผู้ป่วยส่วนใหญ่อาการหนักช่วงเช้า ควรใช้รูปแบบนี้ช่วยกำหนดเวลาใช้ยา เช่น ยาต้านฮิสทามีน ให้เหมาะกับแต่ละคน และบทความทบทวนปี 2538 เสนอว่าการจัดเวลายาตามจังหวะของอาการอาจช่วยให้ยาได้ผลดีขึ้น ทั้งสองเป็นข้อเสนอของผู้วิจัย ไม่ใช่คำแนะนำในแนวทางไทยที่เราเปิดอ่าน
แนวทางไทยระบุให้ประเมินอาการทุก 2 สัปดาห์หลังเริ่มยา ถ้ายังมีอาการหนักตอนเช้า ให้บอกแพทย์ในการนัดครั้งถัดไป แพทย์อาจพิจารณาเปลี่ยนชนิดยา เวลา หรือวิธีใช้ให้เหมาะ ห้ามเปลี่ยนเวลา ขนาด หรือหยุดยาพ่นจมูกและยาแก้แพ้เอง ผู้ที่ใช้ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ อ่านวิธีใช้ให้ถูกได้ที่ ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์
จามตอนเช้าแบบไหนควรพบแพทย์
มีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 (NHS จัดเป็นเหตุฉุกเฉิน)
- ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
- หายใจเร็วมาก หายใจลำบาก หรือหายใจมีเสียงหวีดจนรู้สึกเหมือนสำลัก
- หอบหืดกำเริบ แล้วใช้ยาพ่นบรรเทาอาการตามแผนของแพทย์แล้วไม่ดีขึ้น หรือแย่ลง
นัดพบแพทย์ ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ (NHS)
- จามและคัดจมูกรบกวนการนอนหรือการใช้ชีวิต
- อาการแย่ลง หรือยาจากร้านยาไม่ได้ผล
- เป็นหอบหืดอยู่แล้ว และมีอาการหอบหืดมากขึ้น
- ไม่แน่ใจว่าอะไรเป็นสาเหตุ
- นอนกรน ง่วงมากตอนกลางวัน หรือคนข้างตัวสังเกตว่าหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ ขณะหลับ ซึ่ง NHS ระบุว่าอาจเป็นภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่อาจร้ายแรงถ้าไม่รักษา
ผู้สูงอายุที่เพิ่งเริ่มจามหรือมีน้ำมูกตอนเช้า อ่านต่อได้ที่ ภูมิแพ้ในผู้สูงอายุ และผู้ที่ยังไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นภูมิแพ้จมูกหรือไม่ อ่านต่อได้ที่ ภูมิแพ้จมูกอาการเป็นอย่างไร
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)
เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ
ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน (mulberry) 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก.
ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) และเบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) วิตามินซีที่ฉลากระบุชัดคือ 3 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ และไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์
ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม
คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน และผู้ใช้ยาประจำตัว ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
เรื่องจามตอนเช้า: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ลดอาการจามตอนเช้า ลดการแพ้ไรฝุ่น หรือใช้แทนการจัดห้องนอนและยาที่แพทย์สั่งได้ ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง
ส่วนประกอบที่มักถูกถามในหัวข้อนี้ เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูลได้ดังนี้
- ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. (เบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 80 มก. ต่อวัน คำนวณ) — งานในคนที่พบส่วนใหญ่เป็นเรื่องหวัด ไม่ใช่ภูมิแพ้ งานในผู้ใหญ่ที่เป็นหวัดบ่อย 162 คนใช้เบต้ากลูแคนจากยีสต์ชนิดไม่ละลายน้ำของยี่ห้อการค้า วันละ 900 มก. (ราว 11 เท่า คำนวณ) วัตถุดิบมาจากบริษัทผู้ผลิต การวิเคราะห์เฉพาะผู้ที่ทำตามโปรโตคอลพบจำนวนครั้งที่เป็นหวัดน้อยกว่ากลุ่มยาหลอก แต่คะแนนอาการไม่ต่างอย่างมีนัยสำคัญ อีกงานในผู้ใหญ่อายุ 50–70 ปี 100 คนใช้วันละ 250 มก. (ราว 3 เท่า คำนวณ) พบว่าจำนวนครั้งที่เป็นหวัดไม่ต่างอย่างมีนัยสำคัญ ฉลากไม่ระบุชนิดของเบต้ากลูแคน จึงเทียบกับงานเหล่านี้ได้แค่น้ำหนัก ไม่พบงานที่ศึกษาเบต้ากลูแคนกับอาการจามจากภูมิแพ้ไรฝุ่น
- สารสกัดม่อน (mulberry) 20.650 มก. (41.3 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — ฉลากไม่ระบุว่าสกัดจากใบ ผล หรือเปลือกราก งานในคนที่มีผลชัดเป็นของสารสกัดใบหม่อนเรื่องน้ำตาลในเลือด ซึ่งใช้ขนาด 200–250 มก. ครั้งเดียวก่อนมื้อ ไปจนถึงวันละ 5 กรัม (ราว 5–121 เท่า คำนวณ) ไม่เกี่ยวกับภูมิแพ้หรือการจาม และเป็นเหตุผลด้านความปลอดภัยที่ผู้ใช้ยาเบาหวานควรปรึกษาแพทย์ก่อน
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
- ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
- ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีม่อนและขิง ปรึกษาแพทย์ก่อนและสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ
- ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น ทาโครลิมัส ไซโคลสปอริน) โรคภูมิต้านตนเอง หรือรับยาเคมีบำบัด: มีเบต้ากลูแคน เอลเดอร์เบอร์รี่ และขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: มีอาร์จินีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด/ทำฟัน: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: มีซิงค์ ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
- กินวิตามินรวมหรือซิงค์จากผลิตภัณฑ์อื่นอยู่: ให้นับรวมทุกแหล่ง
- สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: มีเบต้าแคโรทีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
- โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน หรือโรคตับ: มีกรดอะมิโนเสริมและกระชาย ปรึกษาแพทย์ก่อน
- นิ่วในถุงน้ำดี: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
- แพ้ยีสต์ ขิง หรือกระชาย: ควรเลี่ยง
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาสูดหรือยาพ่นหอบหืด ยาปฏิชีวนะ และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาพ่นหอบหืด อะดรีนาลีน หรือวัคซีนตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข
หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
- ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
- หายใจเร็วมาก หายใจลำบาก หอบมีเสียงหวีด หรือรู้สึกเหมือนสำลักหรือหายใจไม่ทัน
- คอแน่น หรือกลืนลำบาก
- ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีฟ้า เทา หรือซีด
- สับสน ง่วงซึม หรือเวียนศีรษะมากขึ้นมาทันที
- หมดสติและปลุกไม่ตื่น
- เด็กตัวอ่อนปวกเปียก หรือไม่ตอบสนองเหมือนปกติ
- หอบหืดกำเริบ แล้วใช้ยาพ่นบรรเทาอาการตามแผนของแพทย์แล้วไม่ดีขึ้น หรือแย่ลง
- หอบหืดกำเริบ และไม่มียาพ่นบรรเทาอาการอยู่กับตัว
- เจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที
- ไอเป็นเลือด
อาการแพ้รุนแรงข้างต้นเป็นรายการที่ NHS จัดเป็นเหตุฉุกเฉิน ผู้ที่มีปากกาฉีดอะดรีนาลีนตามที่แพทย์สั่ง ให้ใช้ตามแผนที่แพทย์ให้ไว้ แล้วโทร 1669 ห้ามรอดูอาการด้วยยาแก้แพ้ ระหว่างรอ NHS ให้นอนราบ (ถ้าหายใจลำบากให้ค่อย ๆ ลุกนั่ง) และห้ามลุกยืนหรือเดินแม้รู้สึกดีขึ้น ส่วน NHS หน้าไข้หวัดใหญ่ระบุว่าห้ามขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →คำถามที่พบบ่อย
จามตอนเช้าทุกวันเกิดจากอะไร
พบบ่อยในโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ งานในผู้ป่วย 765 คนพบว่าอาการจาม คัดจมูก น้ำมูกไหล สูงช่วงเช้ามืดในราว 60–70% ของผู้ป่วย สิ่งกระตุ้นในห้องนอนที่ต้องนึกถึงคือไรฝุ่น และการเปลี่ยนอุณหภูมิหรือความชื้นก็กระตุ้นจมูกอักเสบชนิดไม่ใช่ภูมิแพ้ได้
จามตอนเช้ามีน้ำมูก เป็นภูมิแพ้ไรฝุ่นไหม
อาจเป็น เพราะไรฝุ่นอาศัยในที่นอน หมอน ผ้าห่ม พรม และผ้าม่าน แต่ต้องให้แพทย์ประเมินและตรวจภูมิแพ้จึงจะบอกได้ ถ้ามีไข้ เจ็บคอ หรือปวดเมื่อยร่วมด้วย ให้นึกถึงหวัดหรือการติดเชื้อด้วย
ห้องนอนคนแพ้ไรฝุ่นควรจัดอย่างไร
NIEHS แนะนำให้หุ้มที่นอนและหมอนด้วยปลอกกันไรฝุ่น ซักเครื่องนอนสัปดาห์ละครั้งด้วยน้ำร้อนราว 54–60 องศาเซลเซียส คุมความชื้นไม่เกิน 50% เช็ดฝุ่นด้วยผ้าชื้น และใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มีแผ่นกรอง HEPA
ยาแก้แพ้กินตอนเช้าหรือก่อนนอนดี
เวลาใช้ยาขึ้นกับชนิดยาและอาการของแต่ละคน ให้ถามแพทย์หรือเภสัชกรที่จ่ายยา ห้ามเปลี่ยนเวลา ขนาด หรือหยุดยาที่แพทย์สั่งเอง
จามตอนเช้าแบบไหนต้องไปหาหมอ
ควรพบแพทย์เมื่ออาการรบกวนการนอนหรือชีวิตประจำวัน ยาจากร้านยาไม่ได้ผล มีหอบหืดแย่ลง หรือนอนกรนและง่วงมากตอนกลางวัน ถ้าปากหรือคอบวม หรือหายใจลำบาก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- Circadian and circannual rhythms of allergic rhinitis: an epidemiologic study involving chronobiologic methodsJournal of Allergy and Clinical Immunology (PubMed)
- Twenty-four hour pattern in symptom intensity of viral and allergic rhinitis: treatment implicationsJournal of Allergy and Clinical Immunology (PubMed)
- Dust Mites and CockroachesNational Institute of Environmental Health Sciences (NIEHS)
- Allergic rhinitisNHS
- Non-allergic rhinitisNHS
- Findings from a 1000-patient internet-based survey assessing the impact of morning symptoms on individuals with allergic rhinitisClin Ther 2007 (PubMed)
- แนวทางการรักษาโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ในปัจจุบันคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
- Thai Asthma Guideline in Adults 2025 (แนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคหืดในประเทศไทยสำหรับผู้ใหญ่ 2568)สมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย
- Sleep apnoeaNHS
- AnaphylaxisNHS
- AsthmaNHS
- Yeast (1,3)-(1,6)-beta-glucan helps to maintain the body's defence against pathogens: a double-blind, randomized, placebo-controlled, multicentric study in healthy subjectsEur J Nutr 2013 (PubMed)
- Yeast-derived β-1,3/1,6 glucan, upper respiratory tract infection and innate immunity in older adultsNutrition 2017 (PubMed)
- Understanding the Impact of Different Doses of Reducose(®) Mulberry Leaf Extract on Blood Glucose and Insulin Responses after Eating a Complex Meal: Results from a Double-Blind, Randomised, Crossover TrialNutrients 2024 (PubMed)
- Mulberry leaf extract improves postprandial glucose response in prediabetic subjects: a randomized, double-blind placebo-controlled trialJ Med Food 2015 (PubMed)
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
