บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta Vit

โคคิวเท็นห้ามกินคู่กับอะไร วาร์ฟาริน ยาความดัน ยาเบาหวาน

คำตอบสั้น: ยาที่แหล่งข้อมูลพูดถึงชัดเรื่องโคคิวเท็นคือ วาร์ฟาริน Linus Pauling Institute (ทบทวน พ.ค. 2561) ระบุว่าผู้ใช้วาร์ฟาริน ไม่ควรเริ่มโคคิวเท็นโดยไม่ปรึกษาผู้ดูแลการรักษา และถ้าใช้ร่วมกันต้องตรวจ INR บ่อย โดยเฉพาะ 2 สัปดาห์แรก MSKCC (ปรับ 29 ก.ย. 2569) เพิ่มเรื่องเคมีบำบัด ฉายแสง และยาทีโอฟิลลีน ส่วนยาความดันและยาเบาหวาน แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้ยืนยันว่าเป็นปัญหาจริง แต่ผู้ใช้ยาประจำก็ยังต้องแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่ม

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • วาร์ฟาริน: มีรายงานไม่กี่รายว่าโคคิวเท็นลดฤทธิ์ยา ห้ามเริ่มเอง ต้องให้แพทย์ที่ดูแลยาตัดสินก่อน
  • MSKCC ระบุทั้งว่าโคคิวเท็นอาจต้านฤทธิ์วาร์ฟาริน และมีรายงานว่าเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก ทิศทางจึงยังไม่แน่นอน
  • เคมีบำบัดและฉายแสง: MSKCC ระบุว่าอาจทำให้การรักษาได้ผลน้อยลง (ข้อมูลที่อ้างเป็นงานในหนูทดลอง)
  • ทีโอฟิลลีน (ยาขยายหลอดลม): MSKCC ระบุว่าโคคิวเท็นอาจมีผลต่อการออกฤทธิ์ของยา
  • ยาความดันและยาเบาหวาน: แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้ยืนยันว่าตีกันจริง แต่ต้องแจ้งเภสัชกรเหมือนผลิตภัณฑ์อื่น
  • สแตติน: ลดระดับโคคิวเท็นในเลือด แต่ไม่มีหลักฐานว่าทำให้เกิดผลข้างเคียง ห้ามหยุดยาเอง
  • ทุกครั้งที่เริ่มหรือหยุดอาหารเสริม ให้บอกแพทย์หรือเภสัชกร โดยเฉพาะผู้ใช้วาร์ฟาริน

ทำไมโคคิวเท็นกับวาร์ฟารินต้องระวัง

วาร์ฟารินออกฤทธิ์โดยขัดขวางการใช้วิตามินเคในการสร้างสารที่ทำให้เลือดแข็งตัว Linus Pauling Institute หน้าวิตามินเค (ทบทวน ก.ค. 2565) ระบุว่าวาร์ฟารินขัดการหมุนเวียนวิตามินเคในร่างกาย

ส่วนโคคิวเท็น MSKCC เขียนว่า "โคคิวเท็นมีโครงสร้างคล้ายวิตามินเค และอาจต้านฤทธิ์ของวาร์ฟาริน" แต่ในย่อหน้าเดียวกันก็ระบุว่า มีรายงานว่าโคคิวเท็นเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกเมื่อใช้ร่วมกับวาร์ฟาริน ข้อมูลจึงชี้ไปได้สองทาง คือฤทธิ์ยาอาจลดลง หรือเลือดอาจออกง่ายขึ้น ซึ่งเป็นเหตุผลที่ต้องให้แพทย์ติดตามค่าเลือด

Linus Pauling Institute (ทบทวน พ.ค. 2561) ระบุว่า มีรายงาน "ไม่กี่ราย" ที่การใช้โคคิวเท็นร่วมกับวาร์ฟารินทำให้ฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของยาลดลง แหล่งเดียวกันแนะนำว่า

  • ผู้ใช้วาร์ฟารินไม่ควรเริ่มโคคิวเท็นโดยไม่ปรึกษาผู้ดูแลการรักษาด้วยยาต้านการแข็งตัวของเลือด
  • ถ้าจะใช้ร่วมกัน ต้องตรวจเลือดดูเวลาการแข็งตัว (PT/INR) บ่อย โดยเฉพาะ 2 สัปดาห์แรก

MedlinePlus หน้ายาวาร์ฟาริน (ปรับ 15 มี.ค. 2569) ก็จัดโคเอนไซม์คิวเท็นไว้ในรายการผลิตภัณฑ์ที่ไม่ต้องใช้ใบสั่งยาหรือสมุนไพรที่อาจตีกับวาร์ฟาริน ร่วมกับเอ็กไคนาเชีย กระเทียม แปะก๊วย โสม และสาโทเซนต์จอห์น และเขียนว่า อย่าเริ่มผลิตภัณฑ์เหล่านี้ระหว่างใช้วาร์ฟารินโดยไม่คุยกับบุคลากรทางการแพทย์

มีงานทดลองแบบไขว้ในเดนมาร์ก 24 คนที่ใช้วาร์ฟารินขนาดคงที่ ให้โคคิวเท็น 100 มก. ต่อวันนาน 4 สัปดาห์ พบว่า INR และขนาดวาร์ฟารินไม่เปลี่ยน งานนี้เล็กและสั้น จึงยังหักล้างรายงานรายกรณีไม่ได้ และแหล่งข้างต้นยังให้ปรึกษาแพทย์ก่อน

อ่านเรื่องวิตามินเคกับยาละลายลิ่มเลือดได้ที่ วิตามินเคกับยาละลายลิ่มเลือด

ใช้วาร์ฟารินอยู่ อาการแบบไหนต้องรีบติดต่อแพทย์

MedlinePlus ระบุว่าวาร์ฟารินอาจทำให้เลือดออกรุนแรงถึงเสียชีวิตได้ ผู้ที่อายุเกิน 65 ปีเสี่ยงมากขึ้น

ระดับความเร่งด่วนในแหล่งต่างกัน: MedlinePlus หน้าวาร์ฟาริน (ปรับ 15 มี.ค. 2569) ให้ "โทรหาแพทย์ทันที" เมื่อมีอาการเลือดออก และ NHS หน้าวาร์ฟาริน (ทบทวน 24 ก.พ. 2569) ให้ติดต่อบริการ 111 แบบเร่งด่วน แต่หน้าอาการของ NHS ที่ระบุท้ายแต่ละข้อด้านล่าง จัดอาการเหล่านี้เป็นเหตุให้ไปห้องฉุกเฉินหรือโทร 999 บทความจึงใช้ระดับที่ปลอดภัยกว่า

ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ (ห้ามขับรถไปเอง)

  • เลือดออกไม่หยุด รวมถึงเลือดกำเดาที่ไหลไม่หยุด (NHS หน้าเลือดออกทางทวารหนัก ทบทวน 12 เม.ย. 2566 และหน้าเลือดกำเดา ทบทวน 5 ธ.ค. 2566)
  • ถ่ายเป็นเลือดจำนวนมาก เช่น น้ำในโถส้วมกลายเป็นสีแดง หรือมีลิ่มเลือดก้อนใหญ่ (NHS หน้าเลือดออกทางทวารหนัก ทบทวน 12 เม.ย. 2566)
  • ไอเป็นเลือดมากกว่าจุดหรือเส้นเล็ก ๆ (NHS หน้าไอเป็นเลือด ทบทวน 13 มิ.ย. 2567)
  • อาเจียนเป็นเลือด หรือเป็นสีเหมือนกากกาแฟ (NHS หน้าอาเจียนเป็นเลือด ทบทวน 18 ส.ค. 2568 ให้โทร 999 เมื่ออาเจียนเป็นเลือดแล้วมีอาการอื่น เช่น หน้ามืด สับสน อุจจาระดำ บทความจัดไว้ในระดับนี้สำหรับผู้ใช้วาร์ฟารินทุกกรณี)
  • ปวดศีรษะรุนแรงทันที (NHS หน้าวาร์ฟารินระบุว่าอาจเป็นสัญญาณเลือดออกในสมอง และ NHS หน้าอาการโรคหลอดเลือดสมอง ทบทวน 12 ก.ย. 2567 จัดปวดศีรษะรุนแรงเป็นอาการหนึ่งของโรคหลอดเลือดสมองที่ต้องโทร 999)
  • ศีรษะกระแทกแล้วหมดสติ (NHS หน้าบาดเจ็บที่ศีรษะ ทบทวน 29 พ.ค. 2568)
  • ศีรษะกระแทกแล้วง่วงซึมจนลืมตาไม่ไหว (NHS หน้าบาดเจ็บที่ศีรษะ ทบทวน 29 พ.ค. 2568)
  • ศีรษะกระแทกแล้วมีอาการชาหรืออ่อนแรงขึ้นใหม่ (NHS หน้าบาดเจ็บที่ศีรษะ ทบทวน 29 พ.ค. 2568)
  • ล้มฟุบหมดสติ หรือปลุกไม่ตื่น (MedlinePlus หน้าวาร์ฟาริน ส่วนกรณีได้รับยาเกินขนาด ให้โทรเรียกบริการฉุกเฉินทันที)
  • ชัก (MedlinePlus หน้าวาร์ฟาริน ส่วนกรณีได้รับยาเกินขนาด)
  • หายใจลำบาก (MedlinePlus หน้าวาร์ฟาริน ส่วนกรณีได้รับยาเกินขนาด)

อาการหน้าเบี้ยว พูดไม่ชัด หรือแขนขาอ่อนแรงทันที ดูรายการฉุกเฉินท้ายบทความ

ติดต่อแพทย์ทันทีหรือไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด ถ้ามีอาการต่อไปนี้ (MedlinePlus ให้โทรหาแพทย์ทันที · NHS ให้ติดต่อ 111 แบบเร่งด่วน)

  • เลือดกำเดาไหล หรือเลือดออกตามไรฟัน
  • ไอมีเลือดปนเป็นจุดหรือเส้นเล็กน้อย
  • ฟกช้ำง่ายโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือประจำเดือนมามากผิดปกติ
  • ปัสสาวะสีชมพู แดง หรือน้ำตาลเข้ม (NHS หน้าเลือดในปัสสาวะ ทบทวน 25 ก.ย. 2569 ก็ให้นัดแพทย์ด่วนหรือติดต่อ 111)
  • อุจจาระสีแดงหรือดำเหนียว
  • ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ หรืออ่อนแรง
  • หกล้มศีรษะกระแทก แม้ยังไม่มีอาการ (NHS หน้าบาดเจ็บที่ศีรษะ ให้ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดติดต่อ 111 แบบเร่งด่วน)

โคคิวเท็นกินคู่กับยาความดันได้ไหม

แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้ยืนยันว่าโคคิวเท็นทำให้ความดันต่ำเกินเมื่อใช้คู่กับยาความดัน และก็ไม่ได้รับรองว่าปลอดภัย ข้อมูลที่มีคือเรื่องผลต่อความดันโดยตรง

  • การทบทวนของ Cochrane (ตีพิมพ์ 2559) รวม 2 งานทดลอง 50 คน สรุปว่ามีหลักฐานคุณภาพปานกลางว่า โคคิวเท็นไม่มีผลต่อความดันที่มีความหมายทางคลินิก
  • Linus Pauling Institute ระบุว่ามีการวิเคราะห์อีกชุดที่เกณฑ์หลวมกว่า รวม 17 งานเล็ก พบว่าลดความดันในผู้ป่วยโรคหัวใจหรือโรคเมตาบอลิก และสรุปว่าต้องการงานใหญ่ที่ออกแบบดี

ยาความดันต้องกินต่อตามแพทย์สั่ง ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนเอง ถ้าวัดความดันที่บ้านแล้วต่ำผิดปกติ หรือเวียนศีรษะเมื่อลุกยืน ให้บอกแพทย์ พร้อมบอกว่ากินผลิตภัณฑ์เสริมอะไรอยู่

โคคิวเท็นกินคู่กับยาเบาหวานได้ไหม

แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้ระบุว่าโคคิวเท็นตีกับยาเบาหวานหรือทำให้น้ำตาลต่ำ Linus Pauling Institute ระบุว่างานทดลองพบหลักฐานน้อยว่าโคคิวเท็นช่วยการคุมน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวาน และการวิเคราะห์รวม 7 งานที่ใช้ 100–200 มก. ต่อวันนาน 3–6 เดือน ไม่พบว่าน้ำตาลขณะอดอาหารหรือ HbA1c ลดลง MSKCC ระบุว่างานระยะสั้นในผู้ป่วยเบาหวานที่ฟอกเลือด พบการเปลี่ยนแปลงของตัวชี้วัดอินซูลินบางตัว แต่น้ำตาลขณะอดอาหาร HbA1c (ค่าน้ำตาลสะสม) และไขมันไม่เปลี่ยน

ข้อที่ต่างออกไปคือ ผลิตภัณฑ์รวมหลายสารอาจมีกรดอัลฟาไลโปอิก (ALA) ซึ่ง Linus Pauling Institute ระบุว่าในทางทฤษฎีอาจเสี่ยงน้ำตาลต่ำในผู้ใช้อินซูลินหรือยาเบาหวาน ให้ติดตามน้ำตาลใกล้ชิด อ่านต่อได้ที่ ALA กรดอัลฟาไลโปอิก กินตอนไหน

ห้ามหยุดหรือลดยาเบาหวานและอินซูลินเอง ถ้าน้ำตาลต่ำบ่อยขึ้นหลังเริ่มผลิตภัณฑ์ใด ให้บอกแพทย์

ผู้ป่วยมะเร็งที่รับเคมีบำบัดหรือฉายแสงต้องถามหมอก่อน

MSKCC ศูนย์มะเร็งในสหรัฐฯ ระบุว่า เพราะโคคิวเท็นมีฤทธิ์ต้านออกซิเดชัน จึงอาจทำให้เคมีบำบัดและการฉายแสงได้ผลน้อยลง หน้าเดียวกันอ้างงานในหนูทดลองที่เป็นมะเร็งปอดชนิดไม่ใช่เซลล์เล็ก ซึ่งการได้รับยูบิควิโนนดูเหมือนลดผลของการฉายแสง เป็นข้อมูลจากสัตว์ทดลอง ยังไม่ใช่ผลในคน แต่ MSKCC ก็ยังให้ผู้ป่วยปรึกษาแพทย์ก่อน

ผู้ป่วยมะเร็งจึงควรแจ้งทีมรักษาทุกครั้งว่ากินวิตามิน สมุนไพร หรืออาหารเสริมอะไรอยู่ รวมถึงผลิตภัณฑ์รวมหลายสารที่มีโคคิวเท็นเป็นส่วนผสม ไม่ใช่เฉพาะโคคิวเท็นแบบเดี่ยว

ยาอื่นที่แหล่งข้อมูลพูดถึง

  • ทีโอฟิลลีน (ยาขยายหลอดลมสำหรับหอบหืดหรือถุงลมโป่งพอง): MSKCC ระบุว่าโคคิวเท็นทำให้ร่างกายกำจัดทีโอฟิลลีนช้าลง ซึ่งอาจทำให้อาเจียนไม่หยุด หัวใจเต้นผิดจังหวะ และชักที่คุมยาก
  • ยาลดไขมันกลุ่มสแตติน: MSKCC และ Linus Pauling Institute ระบุว่าสแตตินลดระดับโคคิวเท็นในร่างกายได้ เพราะเอนไซม์ที่ยาไปยับยั้งเป็นขั้นตอนร่วมของการสร้างคอเลสเตอรอลและโคคิวเท็น แต่ Linus Pauling Institute ระบุว่าไม่มีหลักฐานว่าการลดลงนี้ทำให้เกิดผลข้างเคียง และการเสริมโคคิวเท็นไม่ช่วยอาการปวดกล้ามเนื้อในงานที่อ้างไว้ อ่านต่อที่ กินยาสแตตินกับอาหารเสริม

ปวดกล้ามเนื้อขณะใช้สแตติน ให้บอกแพทย์ ห้ามหยุดยาเอง แพทย์อาจปรับชนิดหรือขนาดยาได้

โคคิวเท็นกินคู่กับวิตามินซี วิตามินอี หรือน้ำมันปลาได้ไหม

แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้รายงานว่าโคคิวเท็นตีกับวิตามินซี จึงไม่มีข้อมูลยืนยันทั้งในทางว่าห้ามหรือในทางว่าปลอดภัย

ข้อที่ควรรู้คือ ผู้ใช้วาร์ฟารินต้องระวังผลิตภัณฑ์อื่นด้วย NHS หน้าวาร์ฟาริน ระบุว่า ห้ามใช้สาโทเซนต์จอห์นหรือวิตามินเคเสริมระหว่างใช้วาร์ฟาริน และให้บอกแพทย์ก่อนใช้ยา สมุนไพร วิตามิน หรืออาหารเสริมใดก็ตาม ส่วนวิตามินอีและน้ำมันปลา ให้ถามแพทย์ผู้ดูแลยาก่อนเช่นกัน ดูรายการอาหารเสริมที่ต้องระวังกับยาละลายลิ่มเลือดได้ที่ อาหารเสริมที่ต้องระวังเมื่อใช้ยาละลายลิ่มเลือด

บอกหมออย่างไรเมื่อเริ่มหรือหยุดอาหารเสริม

MedlinePlus หน้าวาร์ฟาริน แนะนำให้ จดรายการยาทุกชนิด ทั้งยาที่ต้องมีใบสั่งและไม่ต้องมีใบสั่ง วิตามิน แร่ธาตุ และอาหารเสริม แล้วพกติดตัวไปทุกครั้งที่พบแพทย์หรือเข้าโรงพยาบาล NHS ระบุว่าผู้ใช้วาร์ฟารินจะได้บัตรเตือนการใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ให้พกไว้และแสดงต่อแพทย์หรือทันตแพทย์ก่อนทำหัตถการ

วิธีบอกที่ใช้ได้จริง

  • ถ่ายรูปฉลากด้านส่วนประกอบของอาหารเสริมทุกตัวเก็บไว้ในโทรศัพท์
  • บอกวันที่เริ่ม และบอกอีกครั้งเมื่อหยุด Linus Pauling Institute หน้าวิตามินเค แนะนำให้ผู้ใช้วาร์ฟารินได้รับวิตามินเคอย่างสม่ำเสมอ ไม่ขึ้นลงมาก แพทย์จึงต้องรู้ทั้งตอนเริ่มและตอนหยุดผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินเค
  • ถามคำถามตรง ๆ ว่า "ต้องตรวจ INR เร็วกว่านัดเดิมไหม"
  • อย่าเพิ่มหรือลดขนาดยาวาร์ฟารินเองเพื่อชดเชย

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าวิต (Beta Vit)

เบต้าวิต (Beta Vit) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0062 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด หนึ่งกล่องมี 30 แคปซูล แคปซูลละ 900 มก. (น้ำหนักสุทธิ 27 กรัม) วิธีรับประทานตามฉลากคือ วันละ 1 แคปซูล เลข อย. หมายถึงการอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ได้รับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบสำคัญใน 1 แคปซูลตามฉลาก: แมกนีเซียมออกไซด์ 440 มก. · แมกนีเซียม บิสไกลซิเนต คีเลต (20%) 100 มก. · วิตามินบี 1 (100%) 100 มก. · กรดอัลฟาไลโปอิก (95%) 50 มก. · วิตามินเค 2 (เมนาควิโนน-7) จากบาซิลลัส ซับทิลิส นัตโตะ (0.2%) 37.5 มก. · โคเอนไซม์ คิวเท็น (99.5%) 30 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 6 มก. · วิตามินบี 6 (100%) 2 มก. · วิตามินบี 12 (100%) 0.6 มก. · เปลือกแคปซูลเป็นเจลาติน

ตัวเลขที่คำนวณจากฉลาก: ฉลากไม่ได้บอกปริมาณแมกนีเซียมธาตุ เมื่อคำนวณจากสูตรเคมีของแมกนีเซียมออกไซด์ได้ราว 265 มก. และจากเกรด "(20%)" ของบิสไกลซิเนตได้ราว 20 มก. รวมเป็นแมกนีเซียมราว 280–285 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) ตัวเลขนี้ยังรอผู้ผลิตยืนยันด้วยใบวิเคราะห์ (COA) ส่วนวิตามินเค 2 (MK-7) ราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ) วิตามินดี 3 ราว 600 IU หรือ 15 ไมโครกรัม (คำนวณ) และวิตามินบี 12 0.6 มก. คือ 600 ไมโครกรัม

ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" และ "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ข้อความ "ควรกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ"

ทำไมผู้ใช้วาร์ฟารินต้องระวังผลิตภัณฑ์นี้เป็นพิเศษ: ผลิตภัณฑ์นี้มีส่วนประกอบที่เกี่ยวกับวาร์ฟาริน 2 ตัว คือวิตามินเค 2 และโคเอนไซม์คิวเท็น

  • วิตามินเค 2 (MK-7) ราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ): งานในอาสาสมัครสุขภาพดีที่ได้ยาต้านวิตามินเค (ยาอะซีโนคูมารอล กลุ่มเดียวกับวาร์ฟาริน) พบว่า MK-7 เพียง 10–20 ไมโครกรัมต่อวันทำให้ INR ลดลงอย่างมีความหมายทางคลินิกในบางคน และ 45 ไมโครกรัมต่อวันลด INR เฉลี่ยราว 40% แคปซูลมีมากกว่าขนาดเหล่านี้ราว 1.7–7.5 เท่า (คำนวณ) ผู้วิจัยสรุปว่าผู้ใช้ยาต้านวิตามินเคต้องเลี่ยง MK-7 เสริม งานนี้เป็นอาสาสมัครกลุ่มเล็ก ไม่ใช่ผู้ป่วยจริง
  • โคเอนไซม์คิวเท็น 30 มก.: งานในเดนมาร์กที่ไม่พบว่า INR เปลี่ยนใช้ 100 มก. ต่อวัน ราว 3.3 เท่าของแคปซูล (คำนวณ) ส่วนรายงานรายกรณีที่ฤทธิ์ยาลดลงไม่ได้ระบุขนาดในแหล่งที่เราเปิดอ่าน

ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้วาร์ฟาริน และยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรนี้กับยาต้านการแข็งตัวของเลือดโดยตรง ส่วนยาต้านการแข็งตัวกลุ่มใหม่และยาต้านเกล็ดเลือด แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้ยืนยันว่าตีกันหรือไม่ตีกัน

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ (สองข้อแรกเป็นคำเตือนบนฉลาก ข้อที่เหลือเป็นคำแนะนำของบทความจากส่วนประกอบ ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก)

  • เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่า "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" ส่วนหญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด: ฉลากระบุว่า "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" · คำแนะนำของบทความ: ผู้ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดอื่น ห้ามเริ่มเอง ต้องให้แพทย์ที่ดูแลตัดสินก่อน ถ้าแพทย์อนุญาต ต้องตรวจ INR ตามที่แพทย์นัด และห้ามเพิ่มหรือลดขนาดวาร์ฟารินเอง · Linus Pauling Institute หน้าแมกนีเซียม (ทบทวน ต.ค. 2568) ระบุด้วยว่าแมกนีเซียมลดประสิทธิภาพของยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดกินได้
  • ผู้ใช้ยาประจำตัว: ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน รวมถึงผู้ใช้ยาความดันและยาทีโอฟิลลีน
  • ผู้ป่วยโรคไต: ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน Linus Pauling Institute (ทบทวน ต.ค. 2568) ระบุว่าผู้ที่ไตทำงานบกพร่องเสี่ยงต่อภาวะแมกนีเซียมเกิน
  • กินยาระบายหรือยาลดกรดที่มีแมกนีเซียม หรือวิตามินรวมอื่นอยู่: แมกนีเซียมในแคปซูลคิดเป็นราว 80% ของเพดาน 350 มก. ต่อวันสำหรับแมกนีเซียมจากผลิตภัณฑ์เสริม (คำนวณ) ถ้านับรวมแหล่งอื่นอาจเกินเพดานและเสี่ยงท้องเสีย
  • ยาที่ต้องกินห่างจากแมกนีเซียม: หน้ายาไซโปรฟลอกซาซินของ MedlinePlus (ปรับ 15 ส.ค. 2569) ให้กินผลิตภัณฑ์ที่มีแมกนีเซียมอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อน หรือ 2 ชั่วโมงหลังยา · หน้ายาด็อกซีไซคลิน (ปรับ 15 พ.ค. 2569) ให้ห่าง 1–2 ชั่วโมง · ยากระดูกพรุนอเลนโดรเนต MedlinePlus (ปรับ 15 พ.ค. 2569) ระบุว่าหลังกินยาห้ามกินอาหาร เครื่องดื่ม หรือยาอื่นรวมทั้งวิตามินอย่างน้อย 30 นาที ขณะที่ Linus Pauling Institute (ทบทวน ต.ค. 2568) ให้ห่าง 2 ชั่วโมง · ยาไทรอยด์เลโวไทร็อกซีน MedlinePlus (ปรับ 15 ก.พ. 2562 ข้อมูลค่อนข้างเก่า) ไม่ได้ระบุชั่วโมงสำหรับแมกนีเซียม · หน้ายากาบาเพนติน MedlinePlus (ปรับ 15 พ.ค. 2563) ให้กินยาลดกรดอย่าง Maalox หรือ Mylanta ก่อนกาบาเพนตินอย่างน้อย 2 ชั่วโมง ให้เภสัชกรจัดเวลาทุกตัว
  • ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีกรดอัลฟาไลโปอิก ซึ่ง Linus Pauling Institute ระบุว่าในทางทฤษฎีอาจเสี่ยงน้ำตาลต่ำเมื่อใช้คู่กับยาเบาหวาน ให้ติดตามน้ำตาลตามแพทย์สั่ง
  • ผู้ที่รับเคมีบำบัดหรือฉายแสง: MSKCC ระบุว่าโคเอนไซม์คิวเท็นและกรดอัลฟาไลโปอิกอาจลดผลของเคมีบำบัดและการฉายแสงจากฤทธิ์ต้านออกซิเดชัน (ข้อมูลที่ MSKCC อ้างเรื่องโคคิวเท็นกับการฉายแสงเป็นงานในหนูทดลอง ยังไม่ใช่ผลในคน) ให้ปรึกษาทีมรักษาก่อน
  • จะผ่าตัดหรือทำฟัน: แจ้งทีมแพทย์และทันตแพทย์ว่ากินผลิตภัณฑ์ที่มีแมกนีเซียม วิตามินเค และโคเอนไซม์คิวเท็น
  • ท้องเสียง่าย: แมกนีเซียมออกไซด์อาจทำให้ถ่ายเหลว ถ้าถ่ายเป็นน้ำหลายครั้งให้หยุดและปรึกษาแพทย์
  • ไม่บริโภคเจลาติน: เปลือกแคปซูลทำจากเจลาติน

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าวิตทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงวาร์ฟารินและยาละลายลิ่มเลือดอื่น ยาเบาหวาน อินซูลิน ยาความดัน ยาลดไขมัน ยาหัวใจ ยาลดกรด และยาขับปัสสาวะ แม้จะเริ่มรับประทานวิตามินหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 (NHS ห้ามขับรถไปเอง)

  • เจ็บหรือแน่นหน้าอกเหมือนถูกบีบหรือกดทับ (NHS หน้าหัวใจขาดเลือด ทบทวน 31 มี.ค. 2569)
  • เจ็บหน้าอกที่ร้าวไปแขน คอ หรือกราม (NHS หน้าหัวใจขาดเลือด ทบทวน 31 มี.ค. 2569)
  • หน้าเบี้ยว ยิ้มแล้วมุมปากตก (NHS หน้าอาการโรคหลอดเลือดสมอง ทบทวน 12 ก.ย. 2567)
  • แขนหรือขาอ่อนแรงหรือชาซีกเดียว ยกแขนไม่ขึ้น (NHS หน้าอาการโรคหลอดเลือดสมอง ทบทวน 12 ก.ย. 2567)
  • พูดไม่ชัด หรือสับสนขึ้นมาทันที (NHS หน้าอาการโรคหลอดเลือดสมอง ทบทวน 12 ก.ย. 2567) แม้อาการจะหายไปเองแล้วก็ต้องไป
  • ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นทันที (NHS หน้าภาวะแพ้รุนแรง ทบทวน 21 มิ.ย. 2566)
  • หายใจเร็วมาก หายใจลำบาก หรือคอตีบแน่นจนกลืนลำบาก (NHS หน้าภาวะแพ้รุนแรง ทบทวน 21 มิ.ย. 2566)
  • หมดสติ หรือปลุกไม่ตื่น (NHS หน้าภาวะแพ้รุนแรง ทบทวน 21 มิ.ย. 2566)
กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta Vit ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 30 แคปซูล

Beta Vitเบต้าวิต

เลข อย. 13-1-01566-5-0062

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาบนกล่อง 2,990 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Vit →

คำถามที่พบบ่อย

โคคิวเท็นกินคู่กับวาร์ฟารินได้ไหม

Linus Pauling Institute ระบุว่ามีรายงานไม่กี่รายที่โคคิวเท็นลดฤทธิ์วาร์ฟาริน ผู้ใช้วาร์ฟารินไม่ควรเริ่มโดยไม่ปรึกษาผู้ดูแลการรักษา ถ้าใช้ร่วมกันต้องตรวจ INR บ่อย โดยเฉพาะ 2 สัปดาห์แรก คำแนะนำของบทความ: ผู้ใช้วาร์ฟารินห้ามเริ่มโคคิวเท็นหรืออาหารเสริมใดเอง ต้องให้แพทย์ที่ดูแลยาตัดสินก่อน และห้ามปรับขนาดวาร์ฟารินเอง

โคคิวเท็นทำให้ความดันต่ำเมื่อกินกับยาความดันไหม

แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้ยืนยันเรื่องนี้ การทบทวนของ Cochrane (2559) พบว่าโคคิวเท็นไม่มีผลต่อความดันที่มีความหมายทางคลินิก ยาความดันต้องกินต่อตามแพทย์สั่ง ถ้าเวียนศีรษะเมื่อลุกยืนให้บอกแพทย์

คนรับเคมีบำบัดกินโคคิวเท็นได้ไหม

MSKCC ระบุว่าโคคิวเท็นมีฤทธิ์ต้านออกซิเดชัน จึงอาจทำให้เคมีบำบัดและการฉายแสงได้ผลน้อยลง ข้อมูลที่อ้างเป็นงานในหนูทดลอง ยังไม่ใช่ผลในคน แต่ MSKCC ยังให้ปรึกษาทีมรักษามะเร็งก่อนเริ่มอาหารเสริมใด

โคคิวเท็นกินกับวิตามินซีได้ไหม

แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้รายงานว่าตีกัน จึงไม่มีข้อมูลยืนยันทั้งสองทาง ถ้าใช้ยาประจำ โดยเฉพาะวาร์ฟาริน ให้บอกแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ทุกตัว

กินยาสแตตินอยู่ กินโคคิวเท็นได้ไหม

สแตตินลดระดับโคคิวเท็นในเลือด แต่ Linus Pauling Institute ระบุว่าไม่มีหลักฐานว่าทำให้เกิดผลข้างเคียง และงานเรื่องปวดกล้ามเนื้อยังขัดกัน ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร และห้ามหยุดยาสแตตินเอง

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-29

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท