บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta Vit

ชาปลายมือปลายเท้าจากคีโม เกิดจากอะไร ดูแลอย่างไรระหว่างรักษา

คำตอบสั้น: อาการชาปลายมือปลายเท้าจากคีโม แพทย์เรียกว่า ปลายประสาทเสื่อมจากยาเคมีบำบัด (CIPN) งานทบทวนปี 2562 ระบุยา 6 กลุ่มหลักที่ทำให้เกิด ได้แก่ กลุ่มแพลทินัม แทกเซน วินคาอัลคาลอยด์ อีโพไทโลน บอร์เทโซมิบ และทาลิโดไมด์ การวิเคราะห์รวมปี 2557 พบอาการในราว 68% ของผู้ป่วยในเดือนแรกหลังคีโม และราว 30% ยังมีอาการที่ 6 เดือนขึ้นไป แนวทาง ASCO ปี 2563 ระบุว่ายังไม่มีสารใดที่แนะนำเพื่อป้องกัน CIPN และให้แพทย์พิจารณาเลื่อนยา ลดขนาด เปลี่ยนยา หรือหยุดเคมีบำบัด เมื่ออาการทนไม่ได้หรือกระทบการใช้ชีวิต การปรับยาเป็นการตัดสินใจของแพทย์มะเร็ง ผู้ป่วยต้องไม่หยุดหรือเลื่อนยาเอง แต่ควรบอกทีมรักษาทันทีที่เริ่มชา

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • ยาที่เกี่ยวข้อง: แพลทินัม แทกเซน วินคาอัลคาลอยด์ อีโพไทโลน บอร์เทโซมิบ ทาลิโดไมด์ (งานทบทวน 2562)
  • อาการ: เหน็บ ชา เหมือนเข็มทิ่มที่เท้าและมือ อาจลามขึ้นขาและแขน ไม่รู้สึกร้อนเย็นหรือเจ็บ (NCI)
  • ระยะเวลา: ราว 68% ในเดือนแรก 60% ที่ 3 เดือน 30% ที่ 6 เดือนขึ้นไป (การวิเคราะห์รวม 2557)
  • บอกทีมรักษาทันทีที่เริ่มมีอาการ: NCI ระบุว่ายิ่งวินิจฉัยเร็ว ยิ่งช่วยคุมอาการ
  • การป้องกันด้วยยาหรือสาร: ASCO 2563 ระบุว่ายังไม่มีสารที่แนะนำ และไม่สนับสนุนอะซิติล-แอล-คาร์นิทีน
  • วิตามินและผลิตภัณฑ์เสริม: ห้ามเริ่มเองระหว่างคีโม ถามแพทย์มะเร็งก่อนทุกครั้ง
  • หายใจไม่อิ่มหรือเจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที: ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

ยาเคมีบำบัดกลุ่มไหนทำให้ปลายประสาทเสื่อม

งานทบทวนเรื่องกลไกของ CIPN (ตีพิมพ์ 2562) ระบุยา 6 กลุ่มหลัก ที่ทำลายเส้นประสาทรับความรู้สึก สั่งการ และอัตโนมัติ

  • ยากลุ่มแพลทินัม (platinum-based)
  • ยากลุ่มแทกเซน (taxanes)
  • ยากลุ่มวินคาอัลคาลอยด์ (vinca alkaloids)
  • ยากลุ่มอีโพไทโลน (epothilones) เช่น อิซาบีพิโลน
  • ยายับยั้งโปรตีเอโซม (proteasome inhibitors) เช่น บอร์เทโซมิบ
  • ยาปรับภูมิคุ้มกัน (immunomodulatory drugs) เช่น ทาลิโดไมด์

งานนี้ระบุว่ากลุ่มที่เป็นพิษต่อเส้นประสาทมากคือ แพลทินัม แทกเซน อิซาบีพิโลน และทาลิโดไมด์ ส่วนบอร์เทโซมิบและวินคาอัลคาลอยด์เป็นพิษน้อยกว่าแต่ใช้บ่อย และรายงานความชุกของ CIPN ไว้ตั้งแต่ 19% ถึงมากกว่า 85% ตามการศึกษาต่าง ๆ

NINDS ระบุว่ายาเคมีบำบัดไม่ได้ทำให้เกิดปลายประสาทเสื่อมทุกตัว และไม่ใช่ทุกคนที่ได้คีโมจะเป็น การฉายรังสีก็ทำให้เส้นประสาทเสียหายได้ บางครั้งอาการเริ่มหลังฉายรังสีเป็นเดือนหรือเป็นปี ผู้ป่วยควรถามทีมรักษาว่ายาที่ตัวเองได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือไม่ (คำแนะนำของบทความ)

อาการชาจากคีโมเป็นอย่างไร เริ่มเมื่อไร

NCI (สถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐ ทบทวน 15 ม.ค. 2563) แบ่งอาการตามชนิดเส้นประสาท

ประสาทรับความรู้สึก

  • เหน็บ ชา หรือเหมือนเข็มทิ่มที่เท้าและมือ ซึ่งอาจลามขึ้นขาและแขน
  • ไม่รู้สึกร้อนหรือเย็น เช่น เตาร้อน
  • ไม่รู้สึกเจ็บ เช่น จากแผลหรือรอยบาดที่เท้า

ประสาทสั่งการ

  • กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือปวดเมื่อย จนเสียการทรงตัว สะดุดง่าย ติดกระดุมหรือเปิดฝาขวดยาก
  • กล้ามเนื้อกระตุกและเป็นตะคริว
  • กลืนหรือหายใจลำบาก ถ้ากล้ามเนื้อหน้าอกหรือคอได้รับผล

ประสาทอัตโนมัติ

  • ท้องผูกหรือท้องเสีย
  • เวียนศีรษะหรือรู้สึกจะเป็นลมจากความดันต่ำ
  • เหงื่อออกมากหรือน้อยผิดปกติ
  • ปัสสาวะเล็ดหรือปัสสาวะไม่หมด และปัญหาทางเพศ

ระยะเวลา: การวิเคราะห์รวม 31 การศึกษา ผู้ป่วย 4,179 คน (2557) พบความชุกราว 68% เมื่อวัดในเดือนแรกหลังคีโม ราว 60% ที่ 3 เดือน และราว 30% ที่ 6 เดือนขึ้นไป ผู้วิจัยระบุว่าแม้ความชุกลดลงตามเวลา แต่ราว 30% ยังมีอาการที่ 6 เดือน และพบงานที่รายงานปัจจัยเสี่ยงทางคลินิก ได้แก่ มีปลายประสาทเสื่อมอยู่ก่อน สูบบุหรี่ และค่าการทำงานของไตผิดปกติ NINDS ระบุว่าอาการอาจเป็นต่อไปอีกนานหลังหยุดคีโม

แหล่งที่เปิดอ่านไม่ได้ระบุว่าอาการเริ่มหลังคีโมรอบที่เท่าไร ให้ถามทีมรักษาตามคำถามที่ NCI แนะนำว่า อาการจะเริ่มเมื่อไร และอาจอยู่นานแค่ไหน

ทำไมต้องบอกหมอมะเร็งทันทีที่เริ่มชา

NCI ระบุว่าถ้าเริ่มสังเกตอาการเหล่านี้ ให้บอกแพทย์หรือพยาบาล เพราะการวินิจฉัยและรักษาแต่เนิ่น ๆ เป็นทางที่ดีในการคุมอาการ ป้องกันความเสียหายเพิ่ม และลดปวด NHS หน้าผลข้างเคียงของเคมีบำบัด (ทบทวน 14 ก.พ. 2568) ระบุชาหรือเหน็บที่มือเท้าเป็นผลข้างเคียงหนึ่ง และให้แจ้งทีมรักษาเมื่อมีผลข้างเคียง

แนวทาง ASCO ปี 2563 (ปรับปรุงเรื่องการป้องกันและดูแล CIPN ในผู้รอดชีวิตจากมะเร็งผู้ใหญ่) ระบุไว้ดังนี้

  • ข้อมูลยืนยันซ้ำว่า ยังไม่มีสารใดที่แนะนำเพื่อป้องกัน CIPN
  • ไม่สนับสนุนการใช้อะซิติล-แอล-คาร์นิทีน (acetyl-L-carnitine) เพื่อป้องกัน CIPN ในผู้ป่วยมะเร็ง
  • แพทย์ควรประเมินความเหมาะสมของการเลื่อนยา ลดขนาดยา เปลี่ยนยา หรือหยุดเคมีบำบัด ในผู้ป่วยที่ปลายประสาทเสื่อมจนทนไม่ได้ หรือกระทบการใช้ชีวิต
  • ดูล็อกซีทีนเป็นสารเดียวที่มีหลักฐานเหมาะสมรองรับการใช้ในผู้ป่วยที่มี CIPN แบบปวดแล้ว แต่ประโยชน์ที่ได้มีจำกัด

สิ่งที่ข้อความนี้หมายถึงสำหรับผู้ป่วย (คำแนะนำของบทความ): การปรับเคมีบำบัดเป็นเรื่องที่แพทย์ต้องชั่งกับการคุมมะเร็ง ผู้ป่วยห้ามหยุด เลื่อน หรือลดยาเคมีบำบัดเอง และห้ามหยุดหรือเปลี่ยนยาแก้ปวดปลายประสาทเอง หน้าที่ของผู้ป่วยคือเล่าอาการให้ชัด เช่น

  • ชาเริ่มเมื่อไร ที่ไหน ลามถึงไหน
  • ติดกระดุม ถือของ เขียนหนังสือ หรือเดินลำบากขึ้นไหม
  • ล้มหรือเกือบล้มไหม
  • ปวดแสบรบกวนการนอนไหม

ดูแลมือเท้า ป้องกันแผลและการล้มระหว่างรักษา

NCI แนะนำขั้นตอนเหล่านี้

ป้องกันการล้ม

  • ให้คนช่วยจัดบ้าน ย้ายพรมออกจากทางเดิน
  • ติดราวจับที่ผนังและในห้องน้ำ วางแผ่นกันลื่นในที่อาบน้ำ
  • ใส่รองเท้าที่มั่นคงและพื้นนุ่ม
  • ลุกช้า ๆ หลังนั่งหรือนอน โดยเฉพาะถ้าเวียนศีรษะ

ระวังในครัวและห้องน้ำ

  • ใช้ถุงมือจับของร้อนในครัว
  • ระวังเวลาใช้มีดหรือของมีคม
  • ให้คนอื่นช่วยวัดอุณหภูมิน้ำว่าไม่ร้อนเกิน

ปกป้องมือและเท้า

  • ใส่รองเท้าทั้งในบ้านและนอกบ้าน
  • ตรวจแขน ขา และเท้าว่ามีแผลหรือรอยข่วนทุกวัน
  • อากาศเย็น ใส่เสื้อผ้าอุ่น ๆ ป้องกันมือเท้า

ขอความช่วยเหลือและทำช้าลง NCI ระบุให้ยอมให้คนอื่นช่วยงานที่ยาก และให้เวลาตัวเองมากขึ้น

ยาแก้ปวดและการดูแลเสริม: NCI ระบุว่าอาจได้ยาแก้ปวด และบางครั้งทีมรักษาอาจแนะนำการฝังเข็ม นวด กายภาพบำบัด หรือโยคะเพื่อลดปวด ให้คุยกับทีมรักษาว่าแบบไหนเหมาะ ส่วนการทบทวนเรื่องฝังเข็มกับ CIPN (2562) รวม 3 งาน 203 คน พบผลดี 2 งาน ไม่พบประโยชน์ 1 งาน คุณภาพงานหลากหลาย และสรุปว่าหลักฐานยังไม่พอจะแนะนำการฝังเข็มเพื่อรักษาหรือป้องกัน CIPN แต่แพทย์อาจพิจารณาเป็นรายคน

NHS ระบุว่าคีโมอาจทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนลงและติดเชื้อได้ง่ายขึ้น แผลเล็กที่เท้าจึงควรแจ้งทีมรักษา (คำแนะนำของบทความ) การดูแลตัวเองทั่วไปอ่านที่ ปลายประสาทอักเสบดูแลตัวเองยังไง และผลข้างเคียงอื่นที่ ดูแลผลข้างเคียงคีโมที่บ้าน

ทำไมห้ามกินวิตามินหรือสารต้านอนุมูลอิสระเองระหว่างคีโม

เหตุผลจากแหล่งที่เปิดอ่านมี 3 ข้อ

  • ยังไม่มีสารที่แนะนำเพื่อป้องกัน: ASCO 2563 ระบุว่าไม่มีสารใดที่แนะนำเพื่อป้องกัน CIPN และไม่สนับสนุนอะซิติล-แอล-คาร์นิทีน การวิเคราะห์รวม 2557 และงานทบทวน 2562 ก็ระบุว่ายังไม่มีวิธีป้องกันที่ได้ผล
  • บางตัวอาจรบกวนการรักษา: MSKCC (ศูนย์มะเร็งในสหรัฐ ปรับ 31 ก.ค. 2569) ระบุว่ากรดอัลฟาไลโปอิกอาจรบกวนเคมีบำบัดหรือการฉายรังสี ส่วน NHS ระบุว่าการรักษาเสริม เช่น กรดอัลฟาไลโปอิกและเบนโฟไทอะมีน หลักฐานยังไม่ชัด และให้คุยกับแพทย์ก่อนเพราะอาจรบกวนการรักษาที่ได้อยู่
  • วิตามินบี 6 ขนาดสูงทำให้ชาได้เอง: NHS ระบุว่าบี 6 ตั้งแต่ 200 มก. ต่อวันขึ้นไปทำให้ปลายประสาทเสื่อมได้

แหล่งที่เปิดอ่านไม่ได้ระบุผลของโคเอนไซม์คิวเท็นหรือวิตามินแต่ละตัวต่อยาเคมีบำบัดแต่ละชนิด บทความนี้จึงแนะนำว่าผู้อยู่ระหว่างเคมีบำบัดต้องถามแพทย์มะเร็งก่อนใช้กรดอัลฟาไลโปอิก โคคิวเท็น และวิตามินเสริมทุกชนิด และนำขวดหรือกล่องไปให้ทีมรักษาดู (คำแนะนำของบทความ) อ่านเพิ่มที่ ผู้ป่วยมะเร็งกินอาหารเสริมได้ไหม

อาการระหว่างคีโมที่ต้องรีบไป

ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง

  • หายใจไม่อิ่มหรือหายใจลำบากขึ้นมาทันที
  • เจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที หรือเจ็บแปลบที่หน้าอก (อาจเจ็บมากขึ้นเวลาหายใจเข้า)
  • ชาหรืออ่อนแรงซีกเดียว หน้าเบี้ยว หรือพูดไม่ชัด
  • ขาสองข้างอ่อนแรงหรือชามากขึ้นเรื่อย ๆ หรือชารอบอวัยวะเพศหรือทวารหนัก

ที่มาและเหตุผลของการจัดกลุ่ม: NHS หน้าผลข้างเคียงของเคมีบำบัด (ทบทวน 14 ก.พ. 2568) จัดอาการหายใจไม่อิ่มทันที เจ็บหน้าอกแปลบ และไอหรือไอเป็นเลือด รวมเป็นข้อเดียวในกลุ่ม "โทรหาทีมรักษาทันที" โดยระบุว่าอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อหรือลิ่มเลือด ขณะที่ NHS หน้าเจ็บหน้าอก (ทบทวน 8 ส.ค. 2566 เลยกำหนดทบทวนแล้ว) จัดอาการเจ็บหน้าอกที่เกิดขึ้นทันทีเป็นเหตุให้โทร 999 สองหน้านี้จัดระดับต่างกัน บทความนี้จึงเลือกระดับที่ปลอดภัยกว่า คือไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 แล้วแจ้งทีมมะเร็งด้วย ส่วนรายการชาซีกเดียวและขาอ่อนแรงมาจากหน้าที่ NHS จัดเป็นเหตุให้โทร 999

ติดต่อทีมรักษาทันที หรือไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด (NHS หน้าผลข้างเคียงของเคมีบำบัด)

  • มีไข้ รู้สึกร้อน หนาวสั่น เหงื่อออก หรือผิวหลังหรือหน้าอกร้อนกว่าปกติ
  • มีอาการติดเชื้ออื่น เช่น เจ็บคอ ไอ ท้องเสีย ปัสสาวะบ่อย หรือปัสสาวะแสบ
  • ปวดตุบหรือปวดบีบ บวม และร้อนที่ขาหรือแขน
  • ไอ หรือไอเป็นเลือด (ถ้ามาพร้อมหายใจไม่อิ่มหรือเจ็บหน้าอกทันที ให้ใช้รายการ 1669 ข้างบน)

NHS ระบุว่าถ้าไม่แน่ใจว่าติดต่อทีมรักษาอย่างไร ให้โทร 111 ในไทย บทความนี้แนะนำให้ขอเบอร์ติดต่อฉุกเฉินของหน่วยเคมีบำบัดไว้ตั้งแต่วันแรก (คำแนะนำของบทความ) และดูอาการชาที่ต้องรีบไปเพิ่มที่ มือเท้าชาอันตรายไหม ชาแบบไหนต้องไปหาหมอ

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าวิต (Beta Vit)

ข้อควรระวังก่อนอ่านส่วนนี้: ผู้อยู่ระหว่างเคมีบำบัดหรือฉายรังสี ต้องถามแพทย์มะเร็งก่อนใช้กรดอัลฟาไลโปอิก โคคิวเท็น และวิตามินเสริม ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้มีทั้งสามอย่าง ห้ามเริ่มเอง (คำแนะนำของบทความ)

เบต้าวิต (Beta Vit) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 13-1-01566-5-0062 ผู้ผลิต บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด ผู้จัดจำหน่าย บริษัท โฮปฟูล จำกัด กล่องละ 30 แคปซูล แคปซูลละ 900 มก. ฉลากระบุรับประทานวันละ 1 แคปซูล เลข อย. คือการอนุญาตเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ได้รับรองสรรพคุณ

ฉลากระบุส่วนประกอบใน 1 แคปซูล: แมกนีเซียมออกไซด์ 440 มก. · แมกนีเซียม บิสไกลซิเนต คีเลต (20%) 100 มก. · วิตามินบี 1 (100%) 100 มก. · กรดอัลฟาไลโปอิก (95%) 50 มก. · วิตามินเค 2 (เมนาควิโนน-7) จากบาซิลลัส ซับทิลิส นัตโตะ (0.2%) 37.5 มก. · โคเอนไซม์ คิวเท็น (99.5%) 30 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 6 มก. · วิตามินบี 6 (100%) 2 มก. · วิตามินบี 12 (100%) 0.6 มก. · เปลือกแคปซูลทำจากเจลาติน

ค่าคำนวณจากฉลาก (ไม่มีบนฉลาก): MK-7 ราว 75 ไมโครกรัม · วิตามินดี 3 ราว 600 IU (15 ไมโครกรัม) · บี 12 600 ไมโครกรัม · แมกนีเซียมธาตุรวมราว 280–285 มก. ต่อแคปซูล รอผู้ผลิตยืนยันด้วยเอกสารผลวิเคราะห์ (COA) คิดเป็นราว 80% ของเพดาน 350 มก. ต่อวันจากผลิตภัณฑ์เสริม

คำเตือนบนฉลาก: "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" และข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ

กับชาจากคีโม: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ป้องกันหรือทำให้อาการชาจากคีโมดีขึ้น ASCO 2563 ระบุว่ายังไม่มีสารใดที่แนะนำเพื่อป้องกัน CIPN และเราไม่พบงานวิจัยของสูตรนี้ทั้งสูตร

  • กรดอัลฟาไลโปอิก 50 มก.: งานที่ศึกษาเป็นงานในผู้ป่วยเบาหวานที่มีอาการปลายประสาท ใช้วันละ 600–1,800 มก. คือ 12–36 เท่าของในแคปซูล (คำนวณ) ไม่ใช่ผู้ป่วย CIPN และ MSKCC ระบุว่าอาจรบกวนเคมีบำบัดหรือการฉายรังสี
  • วิตามินบี 6 2 มก.: ราว 118–133% ของค่าแนะนำผู้ใหญ่อายุ 51 ปีขึ้นไป (คำนวณ) ถ้าได้วิตามินบีรวมจากที่อื่นด้วย ให้นับรวมและแจ้งทีมรักษา เพราะบี 6 ขนาดสูงทำให้ชาได้ (NHS)

ข้อควรระวัง (สองข้อแรกมีคำเตือนบนฉลาก ข้ออื่นเป็นคำแนะนำของบทความ)

  • ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด (ฉลากเตือนให้ระวัง): ห้ามเริ่มเอง ต้องให้แพทย์ที่ดูแลยาตัดสินก่อน งานปี 2556 พบว่า MK-7 วันละ 10–20 ไมโครกรัมเปลี่ยนค่า INR ได้ในบางคน แคปซูลมีราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ) และ LPI ระบุว่ามีรายงานไม่กี่รายว่าโคเอนไซม์คิวเท็นลดฤทธิ์วาร์ฟาริน · Linus Pauling Institute หน้าแมกนีเซียม (ทบทวน ต.ค. 2568) ระบุด้วยว่าแมกนีเซียมลดประสิทธิภาพของยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดกินได้
  • เด็กและหญิงตั้งครรภ์ ฉลากเตือนว่า "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" หญิงให้นมบุตรให้ถามแพทย์
  • โรคไตหรือฟอกไต: ปรึกษาแพทย์ก่อน LPI ระบุว่าคนไตบกพร่องเสี่ยงแมกนีเซียมคั่ง
  • ท้องเสียจากคีโม หรือใช้ยาระบาย/ยาลดกรดที่มีแมกนีเซียม: แมกนีเซียมออกไซด์ทำให้บางคนถ่ายเหลว และรวมกันอาจเกิน 350 มก. ต่อวัน ให้ถามทีมรักษาก่อน
  • ใช้ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: LPI ระบุว่าในทางทฤษฎีกรดอัลฟาไลโปอิกอาจเสริมฤทธิ์ลดน้ำตาล ให้รู้จักอาการน้ำตาลต่ำและตรวจน้ำตาลตามที่แพทย์สั่ง
  • ยาที่ต้องเว้นระยะจากแมกนีเซียม: ยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนและเตตราไซคลีน ยากลุ่มบิสฟอสโฟเนต ยาไทรอยด์ และกาบาเพนติน ให้เภสัชกรจัดเวลา
  • ผู้ใช้ยาประจำตัวให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าวิตทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้ปวดปลายประสาท (เช่น กาบาเพนติน พรีกาบาลิน อะมิทริปไทลีน ดูล็อกซีทีน) ยาเคมีบำบัด ยาเบาหวาน อินซูลิน เมทฟอร์มิน ยาความดัน ยาขับปัสสาวะ ยาลดไขมันกลุ่มสแตติน ยาละลายลิ่มเลือดหรือวาร์ฟาริน และยาลดกรด แม้จะรู้สึกดีขึ้น หรือเริ่มรับประทานวิตามินหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม การปรับยาเป็นหน้าที่ของแพทย์

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจหาสาเหตุของอาการชา

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • หน้าข้างหนึ่งตกหรือเบี้ยว ยิ้มลำบาก
  • ยกแขนสองข้างค้างไว้ไม่ได้ เพราะแขนข้างหนึ่งอ่อนแรงหรือชา
  • อ่อนแรงหรือชาซีกเดียวของร่างกาย
  • พูดไม่ชัด หรือพูดแล้วฟังสับสน
  • พูดลำบาก หรือนึกคำไม่ออก
  • ตาพร่ามัวหรือมองไม่เห็นข้างเดียวหรือสองข้าง
  • เคยมีอาการข้างบนแม้หายไปเองแล้ว
  • ปวดร้าวลงขาทั้งสองข้าง
  • ขาสองข้างอ่อนแรงหรือชามาก หรือเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ
  • ชารอบหรือใต้อวัยวะเพศ หรือรอบทวารหนัก
  • เริ่มปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะไม่ออก หรือกลั้นปัสสาวะไม่ได้ ซึ่งไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน
  • ไม่รู้สึกว่าปวดอุจจาระ หรือกลั้นอุจจาระไม่ได้ ซึ่งไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน
  • เจ็บหรือแน่นอึดอัดในหน้าอกขึ้นมาทันทีและไม่หายไป อาจรู้สึกเหมือนถูกบีบ ถูกกด แสบร้อน หรือคล้ายอาหารไม่ย่อย
  • เจ็บร้าวไปแขนซ้ายหรือแขนขวา คอ กราม ท้อง หรือหลัง
  • เจ็บหน้าอกและมีเหงื่อออก
  • เจ็บหน้าอกและคลื่นไส้
  • เจ็บหน้าอกและรู้สึกหวิว ๆ เหมือนจะเป็นลม
  • เจ็บหน้าอกและหายใจไม่อิ่มหรือหายใจลำบาก
  • ผู้ใช้ยาเบาหวานที่หมดสติหรือชัก (ห้ามป้อนอาหารหรือน้ำ จัดท่านอนตะแคง)

ถ้ามีความคิดอยากทำร้ายตัวเองหรือไม่อยากมีชีวิตอยู่ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323

รายการนี้มาจากหน้าที่ NHS จัดเป็นเหตุให้โทร 999 หรือไปห้องฉุกเฉิน ได้แก่ หน้าอาการโรคหลอดเลือดสมอง (ทบทวน 12 ก.ย. 2567) ปวดร้าวลงขา (3 ธ.ค. 2567) เจ็บหน้าอก (8 ส.ค. 2566 ซึ่งเลยกำหนดทบทวนครั้งถัดไปแล้ว) น้ำตาลในเลือดต่ำ (3 ส.ค. 2566) และหน้ายากาบาเพนตินกับพรีกาบาลิน (ทบทวน ก.พ. และ ม.ค. 2569) NHS ระบุว่าอาการโรคหลอดเลือดสมอง แม้หายไปเองแล้วก็ต้องไปทันที และห้ามขับรถไปห้องฉุกเฉินเอง

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta Vit ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 30 แคปซูล

Beta Vitเบต้าวิต

เลข อย. 13-1-01566-5-0062

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาบนกล่อง 2,990 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Vit →

คำถามที่พบบ่อย

ชาปลายมือปลายเท้าจากคีโมเกิดจากอะไร

เกิดจากยาเคมีบำบัดทำลายเส้นประสาทส่วนปลาย งานทบทวนปี 2562 ระบุยา 6 กลุ่มหลัก ได้แก่ แพลทินัม แทกเซน วินคาอัลคาลอยด์ อีโพไทโลน บอร์เทโซมิบ และทาลิโดไมด์ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ได้คีโมจะเป็น

ชาจากคีโมจะหายไหม

การวิเคราะห์รวมปี 2557 พบอาการราว 68% ในเดือนแรก และราว 30% ยังมีอาการที่ 6 เดือนขึ้นไป NINDS ระบุว่าอาจเป็นต่ออีกนานหลังหยุดคีโม ให้ถามทีมรักษาว่าอาการอาจอยู่นานแค่ไหน

เริ่มชาระหว่างคีโมต้องทำอย่างไร

บอกแพทย์หรือพยาบาลทันที NCI ระบุว่าการวินิจฉัยแต่เนิ่น ๆ ช่วยคุมอาการ ASCO 2563 ให้แพทย์พิจารณาปรับเคมีบำบัดเมื่ออาการทนไม่ได้ ผู้ป่วยห้ามหยุดหรือเลื่อนยาเอง

กินวิตามินป้องกันชาจากคีโมได้ไหม

ASCO 2563 ระบุว่ายังไม่มีสารใดที่แนะนำเพื่อป้องกัน CIPN และไม่สนับสนุนอะซิติล-แอล-คาร์นิทีน MSKCC ระบุว่ากรดอัลฟาไลโปอิกอาจรบกวนการรักษา จึงต้องถามแพทย์มะเร็งก่อนใช้วิตามินหรือผลิตภัณฑ์เสริมทุกชนิด

ระหว่างคีโม อาการแบบไหนต้องโทร 1669

หายใจไม่อิ่มหรือหายใจลำบากขึ้นมาทันที หรือเจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 และแจ้งทีมมะเร็ง ส่วนไข้หรืออาการติดเชื้อ ให้ติดต่อทีมรักษาทันที

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-29

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท