บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta X Plus

ภูมิแพ้จมูกแล้วไม่ได้กลิ่น เกิดจากอะไร กลับมาได้กลิ่นไหม

คำตอบสั้น: ภูมิแพ้จมูกทำให้ได้กลิ่นลดลงได้ และ MedlinePlus (สารานุกรมการแพทย์ของห้องสมุดแพทยศาสตร์แห่งชาติสหรัฐ) ระบุว่าการไม่ได้กลิ่นชั่วคราวพบได้บ่อยเมื่อเป็นหวัดหรือภูมิแพ้จมูก สาเหตุที่พบบ่อยอื่น ๆ ตาม NHS คือ หวัด ไข้หวัดใหญ่ โควิด-19 ไซนัสอักเสบ และติ่งเนื้อในจมูก (ริดสีดวงจมูก) ส่วนน้อยเกิดจากยาบางชนิดหรือโรคทางสมองและระบบประสาท NHS ระบุว่าการได้กลิ่นอาจกลับมาเป็นปกติในไม่กี่สัปดาห์หรือไม่กี่เดือน แต่บางครั้งรักษาไม่ได้และอาจเป็นถาวร ถ้ายังไม่กลับมาในไม่กี่สัปดาห์ให้พบแพทย์ ระหว่างนี้ต้องระวังเรื่องแก๊สรั่ว ไฟไหม้ และอาหารบูด เพราะอาจไม่ได้กลิ่น

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • ภูมิแพ้จมูกเป็นสาเหตุหนึ่งที่พบบ่อย ร่วมกับหวัด ไข้หวัดใหญ่ โควิด-19 ไซนัสอักเสบ และริดสีดวงจมูก (NHS ทบทวน 1 ธ.ค. 2566)
  • อายุมากขึ้นก็ได้กลิ่นลดลงได้ NHS ระบุว่าพบบ่อย และ MedlinePlus ระบุว่าการได้กลิ่นลดลงจากอายุยังไม่มีวิธีรักษา
  • รักษาที่สาเหตุ เช่น ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์เมื่อเป็นไซนัสอักเสบหรือริดสีดวงจมูก ยาแก้แพ้เมื่อเกิดจากภูมิแพ้ หรือผ่าตัดเมื่อมีสิ่งอุดกั้น ตามที่แพทย์พิจารณา
  • การฝึกดมกลิ่น NHS ระบุว่าช่วยได้ในบางคน MedlinePlus ใช้คำว่าช่วยได้ในผู้ป่วยส่วนน้อย
  • ไม่ได้กลิ่นนานเกินไม่กี่สัปดาห์ ให้พบแพทย์ เพื่อหาสาเหตุ เช่น ไซนัสอักเสบหรือริดสีดวงจมูก
  • ติดเครื่องตรวจจับควันและแก๊สในบ้าน และเขียนวันที่เปิดอาหารไว้ ตามคำแนะนำของ MedlinePlus

ภูมิแพ้จมูกทำให้ไม่ได้กลิ่นได้อย่างไร

ตัวรับกลิ่นอยู่สูงขึ้นไปในโพรงจมูก MedlinePlus (หน้าการได้กลิ่นผิดปกติ ทบทวน 28 ก.ค. 2568) อธิบายว่าการไม่ได้กลิ่นเกิดได้จาก 2 ทาง คือ มีภาวะที่ทำให้อากาศขึ้นไปไม่ถึงตัวรับกลิ่น หรือตัวรับกลิ่นเสียหายหรือหายไป

ภูมิแพ้จมูกและหวัดทำให้ไม่ได้กลิ่นชั่วคราวได้บ่อย MedlinePlus ระบุไว้ตรง ๆ ว่าการไม่ได้กลิ่นชั่วคราวพบได้บ่อยเมื่อเป็นหวัดหรือภูมิแพ้จมูก เช่น โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ และอาจเกิดหลังการเจ็บป่วยจากไวรัส แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้อธิบายกลไกละเอียดว่าเยื่อบุจมูกที่บวมจากภูมิแพ้ปิดทางอากาศอย่างไร

ริดสีดวงจมูกเป็นอีกสาเหตุที่ต้องนึกถึง NHS (หน้าริดสีดวงจมูก ทบทวน 29 มิ.ย. 2566) ระบุว่าอาการของริดสีดวงจมูก ได้แก่ คัดจมูก น้ำมูกไหล รู้สึกมีน้ำมูกไหลลงคอ ได้กลิ่นหรือรับรสลดลง และนอนกรน ส่วน MedlinePlus (หน้าริดสีดวงจมูก) ระบุว่าติ่งเนื้อเหล่านี้ไม่ใช่มะเร็ง และดูเหมือนจะเกิดจากการบวมและอักเสบของเยื่อบุจมูกเป็นเวลานานจากภูมิแพ้ หอบหืด หรือการติดเชื้อ อ่านต่อได้ที่ ริดสีดวงจมูกเกิดจากอะไร

ไซนัสอักเสบก็ทำให้ได้กลิ่นลดลง NHS ระบุว่าได้กลิ่นลดลงเป็นอาการหลักอย่างหนึ่งของไซนัสอักเสบ และแนวทาง TAC 2568 (แนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคหืดในประเทศไทยสำหรับผู้ใหญ่ ของสมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นแนวทางของสมาคมวิชาชีพ) ใช้ "รับกลิ่นลดลง" เป็นหนึ่งในอาการที่ใช้วินิจฉัยไซนัสอักเสบเรื้อรัง อ่านต่อที่ ไซนัสอักเสบเรื้อรัง

ได้กลิ่นลดลงแล้วรสอาหารเปลี่ยนด้วย MedlinePlus อธิบายว่าการได้กลิ่นช่วยให้รับรสได้ดีขึ้น หลายคนที่ไม่ได้กลิ่นจึงบอกว่ารับรสไม่ได้ด้วย แต่ส่วนใหญ่ยังแยกรสเค็ม หวาน เปรี้ยว และขมได้ เพราะรับรู้ด้วยลิ้น สิ่งที่แยกไม่ออกคือรสชาติอื่น ๆ ของอาหาร

จมูกไม่ได้กลิ่นจากสาเหตุอื่นมีอะไรบ้าง

ไม่ใช่ทุกคนที่ไม่ได้กลิ่นจะเป็นภูมิแพ้ แหล่งที่เราเปิดอ่านระบุสาเหตุอื่นไว้ดังนี้

  • หลังติดเชื้อไวรัส NHS ระบุว่าหวัด ไข้หวัดใหญ่ และโควิด-19 เป็นสาเหตุที่พบบ่อย
  • อายุ NHS ระบุว่าการได้กลิ่นลดลงบ้างเมื่ออายุมากขึ้นเป็นเรื่องที่พบบ่อย MedlinePlus ระบุว่ากรณีส่วนใหญ่ไม่พบสาเหตุชัดเจน
  • ยาบางชนิด MedlinePlus ยกตัวอย่างยาที่ทำให้การรับกลิ่นเปลี่ยนหรือลดลง เช่น การใช้ยาพ่นแก้คัดจมูกต่อเนื่องนาน ยาฮอร์โมนเอสโตรเจน ยาลดความดันรีเซอร์พีน และอาจรวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีสังกะสี (ซิงค์) เป็นส่วนประกอบ ผู้ที่สงสัยว่ายาที่ใช้อยู่เป็นสาเหตุ ห้ามหยุดยาเอง ให้ถามแพทย์หรือเภสัชกร
  • สิ่งอุดกั้นในจมูก ได้แก่ ริดสีดวงจมูก ผนังกั้นจมูกผิดรูป และเนื้องอกในจมูก (MedlinePlus)
  • การติดเชื้อในจมูก คอ หรือไซนัส (MedlinePlus)
  • บาดเจ็บที่ศีรษะ การผ่าตัดจมูกหรือไซนัส และการฉายรังสีบริเวณศีรษะหรือใบหน้า (MedlinePlus)
  • โรคต่อมไร้ท่อ และภาวะขาดสารอาหาร (MedlinePlus ระบุไว้ในรายการสาเหตุ แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นสารอาหารชนิดใด)
  • โรคทางสมองและระบบประสาท MedlinePlus ระบุว่าการไม่ได้กลิ่นไม่ใช่เรื่องร้ายแรง แต่บางครั้งอาจเป็นสัญญาณของโรคระบบประสาท และระบุภาวะสมองเสื่อมไว้ในรายการสาเหตุ ส่วน NHS ระบุว่าพบน้อยที่เกิดจากโรคที่รุนแรงกว่า เช่น พาร์กินสัน หรือโรคลมชัก

ความผิดปกติของการได้กลิ่นมีหลายแบบ NHS แบ่งไว้ 4 แบบ คือ ไม่ได้กลิ่นเลย (anosmia) ได้กลิ่นลดลง (hyposmia) ได้กลิ่นผิดไปจากเดิม (parosmia) และได้กลิ่นที่ไม่มีอยู่จริง (phantosmia) เช่น กลิ่นควันหรือกลิ่นขนมปังไหม้

เรื่องสังกะสีชนิดพ่นจมูก สถาบันไลนัส พอลลิง มหาวิทยาลัยโอเรกอนสเตต (Linus Pauling Institute หน้าสังกะสี ทบทวน พ.ค. 2562) ระบุว่ามีรายงานผู้ที่สูญเสียการได้กลิ่นหลังใช้สังกะสีทางจมูก และภาวะนี้อาจไม่กลับคืน จึงแนะนำให้เลี่ยงสังกะสีชนิดเจลหรือสเปรย์พ่นจมูก อ่านเรื่องสังกะสีเพิ่มได้ที่ ซิงค์กับหวัด หลักฐานว่าอย่างไร

ไม่ได้กลิ่นอันตรายไหม เรื่องแก๊สรั่วและอาหารบูด

อันตรายหลักคืออาจไม่รู้ตัวเมื่อมีสิ่งผิดปกติ NHS เตือนว่าผู้ที่ไม่ได้กลิ่นอาจไม่ได้กลิ่นแก๊สรั่ว ไฟไหม้ และอาหารที่เสียแล้ว

MedlinePlus แนะนำวิธีลดความเสี่ยงในบ้านไว้ดังนี้

  • ติดเครื่องตรวจจับควัน
  • ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าแทนเครื่องใช้แก๊สถ้าทำได้ เพราะอาจไม่ได้กลิ่นเมื่อแก๊สรั่ว หรือติดอุปกรณ์ตรวจจับแก๊สในบ้าน
  • เขียนวันที่เปิดอาหารไว้บนภาชนะ เพื่อไม่ให้กินอาหารบูด

สำหรับบ้านในไทยที่ใช้ถังแก๊สหุงต้ม คำแนะนำข้างต้นใช้ได้เช่นเดียวกัน ถ้าไม่แน่ใจเรื่องการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับแก๊ส ให้ถามร้านหรือช่างที่ติดตั้งแก๊ส

เรื่องรสชาติอาหาร MedlinePlus ระบุว่าการเพิ่มเครื่องปรุงรสจัดในอาหารช่วยกระตุ้นการรับรสที่ยังเหลืออยู่ได้ ผู้ที่ต้องคุมเกลือ เช่น เป็นความดันสูงหรือโรคไต ควรระวังการเติมน้ำปลา ซีอิ๊ว หรือผงปรุงรสเพิ่ม และถามแพทย์หรือนักกำหนดอาหารว่าปรุงอย่างไรได้บ้าง

ภูมิแพ้จมูกไม่ได้กลิ่น จะกลับมาได้กลิ่นไหม

ขึ้นกับสาเหตุ NHS ระบุว่าการได้กลิ่นอาจกลับมาเป็นปกติในไม่กี่สัปดาห์หรือไม่กี่เดือน การรักษาที่สาเหตุอาจช่วยได้ แต่บางครั้งความผิดปกติของการได้กลิ่นรักษาไม่ได้และอาจเป็นถาวร

  • จากหวัดหรือการติดเชื้อทางเดินหายใจ MedlinePlus ระบุว่ามักกลับมาได้เองโดยไม่ต้องรักษา
  • จากภูมิแพ้หรือการติดเชื้อ NHS ระบุว่าการล้างจมูกด้วยน้ำเกลืออาจช่วยได้
  • จากริดสีดวงจมูก MedlinePlus (หน้าริดสีดวงจมูก) ระบุว่าการได้กลิ่นหรือรับรสที่ลดลง ไม่ได้ดีขึ้นทุกรายหลังรักษาด้วยยาหรือผ่าตัด
  • จากอายุ MedlinePlus ระบุว่ายังไม่มีวิธีรักษา

ภูมิแพ้จมูกเป็นโรคเรื้อรังที่อาการขึ้นลงตามสิ่งกระตุ้น เอกสารของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล (อ้างแนวทางไทยฉบับปรับปรุง 2554) ระบุว่าอาการเป็น ๆ หาย ๆ ตามสิ่งกระตุ้น และการหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้เป็นเรื่องสำคัญ อ่านภาพรวมได้ที่ ภูมิแพ้อากาศ อาการเป็นอย่างไร

แพทย์ตรวจอะไรเมื่อไม่ได้กลิ่น

เริ่มจากซักประวัติ MedlinePlus ระบุคำถามที่แพทย์มักถาม ได้แก่ เริ่มเป็นเมื่อไร ไม่ได้กลิ่นทุกกลิ่นหรือบางกลิ่น รับรสเปลี่ยนด้วยไหม มีอาการหวัดหรือภูมิแพ้ไหม ใช้ยาอะไรอยู่ และมีอาการอื่นร่วมไหม ก่อนไปพบแพทย์จึงควรจดรายการยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิดที่ใช้อยู่ไปด้วย

ตรวจจมูกและตรวจเพิ่มเติมตามความจำเป็น MedlinePlus ระบุการตรวจที่อาจทำ ได้แก่

  • ส่องกล้องตรวจในโพรงจมูก
  • ทดสอบการได้กลิ่น และทดสอบเส้นประสาทรับกลิ่น
  • เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) หรือเอ็มอาร์ไอ (MRI)

NHS ระบุว่าแพทย์ทั่วไปจะตรวจหาสาเหตุที่เห็นได้ชัดก่อน เช่น ไซนัสอักเสบหรือริดสีดวงจมูก และอาจส่งต่อแพทย์เฉพาะทางเมื่อยังไม่แน่ใจ

รักษาอาการไม่ได้กลิ่นอย่างไร

รักษาที่สาเหตุ MedlinePlus ระบุแนวทางที่แพทย์อาจใช้ ได้แก่ ยาแก้แพ้เมื่อสาเหตุคือภูมิแพ้ ปรับยาที่ใช้กับโรคอื่น ผ่าตัดแก้สิ่งอุดกั้น และดูแลโรคอื่นที่เป็นต้นเหตุ ส่วน NHS ระบุว่ายาพ่นหรือยาหยอดจมูกสเตียรอยด์อาจช่วยเมื่อเป็นไซนัสอักเสบหรือริดสีดวงจมูก

สำหรับภูมิแพ้จมูก แนวทาง TAC 2568 (ดัดแปลงจากแนวทางจมูกอักเสบภูมิแพ้ไทย 2565) วางการดูแลไว้ที่การหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ และยาต้านฮิสทามีนรุ่นที่ 2 หรือยาสเตียรอยด์พ่นจมูก โดยแพทย์เลือกตามความรุนแรง อ่านวิธีใช้ยาพ่นได้ที่ ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ ใช้อย่างไร

ระวังยาพ่นแก้คัดจมูก MedlinePlus เตือนว่าไม่ควรใช้ยาพ่นแก้คัดจมูกมากเกินไป เพราะทำให้คัดจมูกซ้ำ ๆ ได้ แนวทาง TAC 2568 ระบุให้ใช้ยาหดหลอดเลือดไม่เกิน 5 วัน

ผู้ที่ใช้ยาพ่นจมูกหรือยาแก้แพ้ตามที่แพทย์สั่งอยู่ ห้ามหยุดหรือลดยาเอง แม้จะรู้สึกว่ายังไม่ได้กลิ่นกลับมา ให้กลับไปคุยกับแพทย์ที่ดูแลว่าควรตรวจเพิ่มหรือปรับการรักษาอย่างไร

ฝึกดมกลิ่น (smell training) ช่วยได้จริงไหม

มีหลักฐานว่าช่วยได้ในบางคน แต่ไม่ใช่ทุกคน แหล่งที่เราเปิดอ่านใช้ถ้อยคำต่างกันเล็กน้อย

  • NHS (ทบทวน 1 ธ.ค. 2566) ระบุว่าการฝึกดมกลิ่นช่วยได้ในบางคน
  • MedlinePlus (ทบทวน 28 ก.ค. 2568) ระบุว่าการฝึกด้วยกลิ่นที่คุ้นเคยช่วยให้การได้กลิ่นดีขึ้นในผู้ป่วยส่วนน้อย
  • งานรวมผลวิจัย 13 งาน (คณะผู้วิจัยจากเยอรมนีและโปแลนด์ ตีพิมพ์ปี 2560 ในวารสาร Rhinology) นิยามการฝึกดมกลิ่นว่าเป็นการดมกลิ่นที่กำหนดไว้ทุกวัน และพบผลบวกต่อการแยกกลิ่น การบอกชื่อกลิ่น และค่าคะแนนการได้กลิ่นรวม ส่วนความไวในการรับกลิ่นเห็นผลน้อยถึงปานกลาง ผลแตกต่างกันตามสาเหตุของการไม่ได้กลิ่น ผู้วิจัยสรุปว่าควรพิจารณาเป็นทางเสริมหรือทางเลือกร่วมกับการรักษาที่มีอยู่ บทคัดย่อไม่ได้ระบุจำนวนผู้เข้าร่วม และไม่ได้ระบุว่างานที่นำมารวมมีกลุ่มเปรียบเทียบครบทุกงานหรือไม่ และไม่ได้แยกผลเฉพาะผู้ที่ไม่ได้กลิ่นจากภูมิแพ้จมูก

วิธีฝึกที่มีการแนะนำ NHS ไม่ได้อธิบายวิธีฝึกเอง แต่ให้ลิงก์ไปที่ AbScent องค์กรการกุศลในสหราชอาณาจักร (ปิดดำเนินการปี 2567 แต่ยังเปิดเว็บไซต์ไว้เป็นแหล่งข้อมูล) ข้อมูลต่อไปนี้จึงเป็นของ AbScent ไม่ใช่ของ NHS AbScent อธิบายว่าเป็นการตั้งใจดมกลิ่นชุดเดิม 4 กลิ่นทุกวัน กลิ่นละราว 20 วินาที วันละ 2 ครั้ง และส่วนใหญ่ฝึกอย่างน้อย 4 เดือน AbScent ระบุว่าไม่ใช่วิธีที่เห็นผลเร็ว และถ้าไม่แน่ใจว่าเหมาะกับตัวเองหรือไม่ ให้ถามแพทย์ทั่วไปหรือแพทย์หู คอ จมูก

การฝึกดมกลิ่นไม่ใช่การรักษาสาเหตุ ถ้าไม่ได้กลิ่นเพราะริดสีดวงจมูกหรือไซนัสอักเสบ ยังต้องให้แพทย์ตรวจและรักษาต้นเหตุ

เมื่อไรต้องไปพบแพทย์

นัดพบแพทย์ (ไม่เร่งด่วน)

  • การได้กลิ่นไม่กลับมาเป็นปกติในไม่กี่สัปดาห์ (NHS)
  • ไม่ได้กลิ่นต่อเนื่องหรือแย่ลง หรือมีอาการอื่นที่หาสาเหตุไม่ได้ (MedlinePlus)
  • มีน้ำมูกหรือเสมหะค้างนานเกินไม่กี่สัปดาห์ หรือมีอาการใหม่ เช่น ไม่ได้กลิ่น เจ็บคอ หรือกลืนลำบาก (NHS หน้าน้ำมูกค้าง ทบทวน 16 มิ.ย. 2569)

ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้

  • อาการจมูกเป็นข้างเดียว เช่น คัดจมูกข้างเดียวไม่หาย
  • เลือดกำเดาไหล หรือน้ำมูกปนเลือด
  • มีสะเก็ดแห้งในจมูก

แนวทาง TAC 2568 จัดอาการกลุ่มนี้ไว้ในอาการเตือน (alarm symptoms) ของไซนัสอักเสบเรื้อรัง หน้า 23 ให้ "ให้การรักษาเบื้องต้นและส่งต่อ" ส่วนแผนภูมิหน้า 24 จัดไว้ใต้ "Emergency Refer" (ส่งต่อฉุกเฉิน) ส่วน NHS (หน้าอาการมะเร็งโพรงจมูกและไซนัส ทบทวน 17 ก.ย. 2568) จัดไว้ในกลุ่มนัดพบแพทย์ไม่เร่งด่วน และระบุว่าอาการเหล่านี้พบบ่อยและอาจเกิดจากโรคอื่นได้ แต่ควรให้แพทย์ตรวจ เราจึงจัดไว้ที่ไปโรงพยาบาลวันนี้ ส่วนอาการทางสมองและการมองเห็นจัดไว้ที่ 1669 ด้านล่าง

ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ซึ่ง NHS (หน้าไมเกรน) จัดให้โทร 999 ทันที

  • ปวดศีรษะขึ้นมาทันทีและปวดรุนแรงมาก
  • พูดลำบาก หรือจำอะไรไม่ได้
  • มองไม่เห็น ตามัว หรือเห็นภาพซ้อน
  • ง่วงซึมหรือสับสน
  • ชัก
  • ขยับไม่ได้ หรือแขนขาหรือใบหน้าอ่อนแรงซีกใดซีกหนึ่ง

เรื่องเห็นภาพซ้อนที่เกิดขึ้นทันที NHS หน้ามะเร็งโพรงจมูกจัดไว้ในกลุ่มนัดพบแพทย์ แต่หน้าไมเกรนจัดเป็นเหตุโทร 999 เราจึงใช้ระดับที่ปลอดภัยกว่า

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)

เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน (mulberry) 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก.

ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) และเบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. คิดเป็นเบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) วิตามินซีที่ฉลากระบุชัดคือ 3 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ และไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์

ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้กินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม

คำแนะนำของบทความ (ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก): ผู้ที่เคยเป็นนิ่ว ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน และผู้ใช้ยาประจำตัว ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

เรื่องการได้กลิ่น: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำให้กลับมาได้กลิ่น ลดอาการภูมิแพ้จมูก หรือทำให้ริดสีดวงจมูกยุบ ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง การหาสาเหตุและการรักษากับแพทย์ยังเป็นทางหลัก

ส่วนประกอบที่มักถูกถามในหัวข้อนี้ เทียบปริมาณที่ศึกษากับปริมาณในแคปซูลได้ดังนี้

  • ซิงค์ 5.8 มก. ต่อแคปซูลตามฉลาก (11.6 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — แหล่งที่เราเปิดอ่านในบทความนี้ไม่มีงานวิจัยที่ใช้ซิงค์ชนิดกินเพื่อให้กลับมาได้กลิ่น งานรวมของ Cochrane (ปี 2567) เรื่องสังกะสีกับหวัด ส่วนใหญ่ใช้ยาอมสังกะสีวันละ 45–276 มก. ซึ่งเป็นคนละรูปแบบและคนละขนาดกับแคปซูลกลืน และไม่ได้วัดผลเรื่องการได้กลิ่น MedlinePlus ระบุ "ผลิตภัณฑ์ที่มีสังกะสี" ไว้ในรายการยาที่อาจ (possibly) ทำให้การรับกลิ่นเปลี่ยนหรือลดลง โดยไม่ได้แยกว่าเป็นชนิดกินหรือทางจมูก ส่วนสถาบันไลนัส พอลลิง พูดถึงความเสี่ยงสูญเสียการได้กลิ่นซึ่งอาจไม่กลับคืน เฉพาะสังกะสีทางจมูก (เจลหรือสเปรย์) ผู้ที่สังเกตว่าการได้กลิ่นเปลี่ยนไประหว่างกินผลิตภัณฑ์ที่มีซิงค์ ให้แจ้งแพทย์ ผู้ที่กินวิตามินรวมหรือสังกะสีจากผลิตภัณฑ์อื่นอยู่ ให้นับรวมทุกแหล่ง เพราะค่าสูงสุดที่รับได้ต่อวันของผู้ใหญ่คือ 40 มก. (ข้อกำหนดสารอาหารที่ควรได้รับประจำวันของไทย พ.ศ. 2563)
  • แอล-ซิสเทอีน 100 มก. (200 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — บางคนสับสนกับ NAC (เอ็น-อะเซทิลซิสเทอีน) ซึ่งเป็นยาละลายเสมหะ งานในผู้สูงอายุใช้ NAC วันละ 1,200 มก. แต่แอล-ซิสเทอีนเป็นคนละสาร และไม่พบงานทดลองในคนที่ให้แอล-ซิสเทอีนเดี่ยว ๆ แล้ววัดผลเรื่องการได้กลิ่น น้ำมูก หรือภูมิแพ้ จึงนำผลของ NAC มาใช้แทนไม่ได้

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน · หญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
  • โรคตับ หรือกินยาหลายชนิด: มีกระชาย ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
  • โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน: มีกรดอะมิโนเสริม (ซิสเทอีน อาร์จินีน ออร์นิทีน ไกลซีน) ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: มีอาร์จินีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัด/ทำฟัน: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: มีม่อนและขิง ปรึกษาแพทย์ก่อนและสังเกตอาการน้ำตาลต่ำ
  • ยากดภูมิคุ้มกัน (เช่น ทาโครลิมัส ไซโคลสปอริน) หรือโรคภูมิต้านตนเอง: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: มีซิงค์ ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
  • กินวิตามินรวมหรือซิงค์จากผลิตภัณฑ์อื่นอยู่: ให้นับรวมทุกแหล่ง
  • สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: มีเบต้าแคโรทีน ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • นิ่วในถุงน้ำดี: มีขิง ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • แพ้ยีสต์ ขิง หรือกระชาย: ควรเลี่ยง

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรืออาการดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ ยาสูดหรือยาพ่นหอบหืด ยาปฏิชีวนะ และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาพ่นหอบหืด อะดรีนาลีน หรือวัคซีนตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
  • หายใจเร็วมาก หรือหายใจลำบาก หอบมีเสียงหวีดมาก หรือรู้สึกเหมือนสำลักหรือหายใจไม่ทัน
  • คอแน่น หรือกลืนลำบาก
  • ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงิน เทา หรือซีด
  • สับสน ง่วงซึม หรือเวียนศีรษะมากขึ้นมาทันที
  • หมดสติและปลุกไม่ตื่น
  • เด็กตัวอ่อนปวกเปียก หรือไม่ตอบสนองเหมือนปกติ
  • หอบหืดกำเริบ แล้วใช้ยาพ่นบรรเทาอาการตามแผนของแพทย์แล้วไม่ดีขึ้น หรือแย่ลง
  • หอบหืดกำเริบ และไม่มียาพ่นบรรเทาอาการอยู่กับตัว
  • เจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที
  • ไอเป็นเลือด

อาการแพ้รุนแรงข้างต้นเป็นรายการที่ NHS (ระบบสุขภาพของสหราชอาณาจักร หน้าภาวะแพ้รุนแรง ทบทวน 21 มิ.ย. 2566) ให้โทรเรียกรถฉุกเฉินทันที ผู้ที่มีปากกาฉีดอะดรีนาลีนตามที่แพทย์สั่ง ให้ใช้ตามแผนที่แพทย์ให้ไว้ แล้วโทร 1669 แม้จะรู้สึกดีขึ้น ห้ามรอดูอาการด้วยยาแก้แพ้ และห้ามขับรถไปโรงพยาบาลเอง

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta X Plus ของแบรนด์ Hopeful พื้นกล่องสีเขียวมิ้นต์

Beta X Plusเบต้าเอ็กซ์พลัส

เลข อย. 10-1-15662-5-0098

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →

คำถามที่พบบ่อย

ภูมิแพ้จมูกทำให้ไม่ได้กลิ่นได้ไหม

ได้ MedlinePlus ระบุว่าการไม่ได้กลิ่นชั่วคราวพบได้บ่อยเมื่อเป็นหวัดหรือภูมิแพ้จมูก และ NHS ระบุภูมิแพ้ไว้ในสาเหตุที่พบบ่อย ร่วมกับหวัด ไข้หวัดใหญ่ โควิด-19 ไซนัสอักเสบ และริดสีดวงจมูก

ไม่ได้กลิ่นจะกลับมาได้กลิ่นไหม

ขึ้นกับสาเหตุ NHS ระบุว่าอาจกลับมาเป็นปกติในไม่กี่สัปดาห์หรือไม่กี่เดือน แต่บางครั้งรักษาไม่ได้และอาจเป็นถาวร ถ้าไม่กลับมาในไม่กี่สัปดาห์ให้พบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ

ฝึกดมกลิ่นช่วยได้ไหม

NHS ระบุว่าช่วยได้ในบางคน MedlinePlus ระบุว่าช่วยได้ในผู้ป่วยส่วนน้อย งานรวม 13 งานพบผลบวกต่อการแยกและบอกชื่อกลิ่น แต่การฝึกดมกลิ่นไม่ได้รักษาสาเหตุ เช่น ริดสีดวงจมูกหรือไซนัสอักเสบ

ไม่ได้กลิ่นต้องระวังอะไรในบ้าน

NHS เตือนว่าอาจไม่ได้กลิ่นแก๊สรั่ว ไฟไหม้ และอาหารเสีย MedlinePlus แนะนำให้ติดเครื่องตรวจจับควัน ติดอุปกรณ์ตรวจจับแก๊สหรือใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าแทนแก๊ส และเขียนวันที่เปิดอาหารไว้

ไม่ได้กลิ่นแบบไหนต้องรีบไปโรงพยาบาล

ถ้ามีอาการทางสมองร่วม เช่น ปวดศีรษะรุนแรงขึ้นมาทันที พูดลำบาก มองไม่เห็นหรือเห็นภาพซ้อน แขนขาหรือหน้าอ่อนแรงซีกเดียว ชัก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ถ้าอาการจมูกเป็นข้างเดียว มีเลือดออกหรือสะเก็ดในจมูก ให้ไปโรงพยาบาลวันนี้

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท