บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta Vit

คนท้องและเด็กกินวิตามินดี 3 ได้ไหม ต้องได้วันละเท่าไร

คำตอบสั้น: คนท้องและเด็กต้องการวิตามินดี และ กรมอนามัย (ปริมาณสารอาหารอ้างอิงสำหรับคนไทย พ.ศ. 2563) แนะนำ 600 IU ต่อวันสำหรับหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร 400 IU สำหรับทารกอายุต่ำกว่า 1 ปี และ 600 IU สำหรับเด็ก 1–8 ปี สิ่งที่ต่างจากผู้ใหญ่ชัดเจนคือ เพดานต่อวันของทารกและเด็กเล็กต่ำกว่าผู้ใหญ่มาก การให้วิตามินดีเสริมแก่คนท้องและเด็กจึงเป็นเรื่องที่ แพทย์ฝากครรภ์หรือกุมารแพทย์เป็นผู้ประเมินและเลือกผลิตภัณฑ์กับขนาดให้ ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ผู้ใหญ่ที่มีหลายส่วนผสมและมีคำเตือนห้ามเด็กและคนท้อง

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • คนท้องและให้นมบุตร: ค่าแนะนำ 600 IU (15 ไมโครกรัม) ต่อวัน เพดาน 4,000 IU เท่ากับผู้ใหญ่
  • ทารกอายุต่ำกว่า 1 ปี: ค่าแนะนำ 400 IU (10 ไมโครกรัม) ต่อวัน เพดาน 1,000 IU (0–5 เดือน) และ 1,500 IU (6–11 เดือน)
  • เด็ก 1–3 ปี เพดาน 2,500 IU · เด็ก 4–8 ปี เพดาน 3,000 IU
  • ร่างกายได้วิตามินดีส่วนใหญ่จากแสงแดด อาหารให้วิตามินดีได้น้อย
  • ขาดวิตามินดีรุนแรงในเด็กทำให้เป็นโรคกระดูกอ่อน ขาโก่ง ข้อมือบวม
  • ได้มากเกินทำให้แคลเซียมในเลือดสูง เป็นอันตรายต่อไต หัวใจ และกระดูก
  • คนท้องและเด็กจะได้วิตามินดีเสริมหรือไม่ ขนาดเท่าไร ให้แพทย์ฝากครรภ์หรือกุมารแพทย์เป็นผู้ตัดสิน
  • อย่าให้ผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินดีซ้อนกันสองตัว และใช้ขนาดตามแพทย์หรือฉลากของผลิตภัณฑ์สำหรับวัยนั้น

คนท้อง ทารก และเด็ก ต้องการวิตามินดีวันละเท่าไร

ตัวเลขด้านล่างมาจากตารางปริมาณวิตามินดีที่แนะนำของกรมอนามัย (ตารางที่ 2 หน้า 151) โดย 40 IU เท่ากับ 1 ไมโครกรัม

  • ทารกแรกเกิดถึง 11 เดือน: 400 IU ต่อวัน (ตารางระบุเป็นค่าที่เพียงพอ หรือ AI)
  • เด็ก 1–3 ปี และ 4–8 ปี: 600 IU ต่อวัน
  • เด็กและวัยรุ่น 9–18 ปี: 600 IU ต่อวัน
  • หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร อายุ 14–50 ปี: 600 IU ต่อวัน เท่ากับผู้หญิงที่ไม่ตั้งครรภ์ในช่วงอายุเดียวกัน

MedlinePlus (ทบทวน 21 ม.ค. 2568) ให้ตัวเลขชุดเดียวกัน คือทารก 400 IU เด็กและคนท้องหรือให้นม 600 IU ซึ่งตรงกับค่าของกรมอนามัย

NHS ของสหราชอาณาจักรใช้ตัวเลขต่างออกไป (หน้าวิตามินดี ทบทวน 3 ส.ค. 2563) คือเด็กตั้งแต่ 1 ปีและผู้ใหญ่ รวมคนท้องและให้นมบุตร ต้องการ 10 ไมโครกรัม (400 IU) ต่อวัน ส่วนทารกต่ำกว่า 1 ปีต้องการ 8.5–10 ไมโครกรัม แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้อธิบายเหตุผลของความต่างนี้ NHS ระบุเพียงว่าช่วงเดือนตุลาคมถึงต้นมีนาคม คนในสหราชอาณาจักรสร้างวิตามินดีจากแสงแดดได้ไม่พอ ผู้อ่านในประเทศไทยให้ใช้ค่าของกรมอนามัยเป็นหลัก แล้วให้แพทย์ปรับตามแต่ละคน

ร่างกายได้วิตามินดีจากไหน

กรมอนามัยระบุว่าร่างกายได้วิตามินดีส่วนใหญ่ราวร้อยละ 80–90 จากผิวหนังที่ได้รับแสงแดด (UVB) และอีกราวร้อยละ 10–20 จากอาหารและวิตามินเสริม ปริมาณที่ผิวสร้างได้ขึ้นกับสีผิว ช่วงเวลา ฤดูกาล และเมฆหรือมลภาวะ

MedlinePlus ระบุว่ามีอาหารไม่กี่ชนิดที่มีวิตามินดีตามธรรมชาติ เช่น ปลาที่มีไขมันอย่างทูน่า แซลมอน แมคเคอเรล ส่วนตับวัว ชีส และไข่แดงมีเล็กน้อย เห็ดบางชนิดมีบ้าง

NHS ของสหราชอาณาจักรเตือนเรื่องตับสำหรับคนท้อง: ในรายการแหล่งวิตามินดี NHS ระบุให้คนท้องหลีกเลี่ยงตับ

ทารกที่กินนมแม่ต้องได้วิตามินดีเสริมไหม

แนวทางที่เราพบเป็นของสหราชอาณาจักร NHS หน้าวิตามินสำหรับเด็ก (ทบทวน 30 พ.ค. 2567) ระบุว่า

  • ทารกที่กินนมแม่ควรได้วิตามินดีเสริม 8.5–10 ไมโครกรัมทุกวันตั้งแต่แรกเกิด ไม่ว่าแม่จะกินวิตามินดีเสริมอยู่หรือไม่
  • ทารกที่กินนมผสมมากกว่า 500 มล. ต่อวัน ไม่ต้องให้วิตามินเสริม เพราะนมผสมเติมวิตามินดีแล้ว
  • เด็ก 1–4 ปี ให้วิตามินดีเสริม 10 ไมโครกรัมทุกวัน

แนวทางนี้เป็นของสหราชอาณาจักร สำหรับเด็กไทย แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่มีแนวทางระดับประเทศเรื่องการให้วิตามินดีเสริมแก่ทารกทุกคน การจะให้หรือไม่ ให้ปรึกษากุมารแพทย์หรือพยาบาลที่คลินิกเด็กสุขภาพดีตามนัดฉีดวัคซีน

ทำไมคนท้องและเด็กต้องใช้ผลิตภัณฑ์เฉพาะวัย ตามที่แพทย์แนะนำ

ข้อแรกคือเพดานต่อวันของเด็กต่ำกว่าผู้ใหญ่มาก ตารางเพดานวิตามินดีของกรมอนามัย (ตารางที่ 4 หน้า 154) ระบุดังนี้

  • ทารก 0–5 เดือน: 1,000 IU ต่อวัน
  • ทารก 6–11 เดือน: 1,500 IU ต่อวัน
  • เด็ก 1–3 ปี: 2,500 IU ต่อวัน
  • เด็ก 4–8 ปี: 3,000 IU ต่อวัน
  • อายุมากกว่า 9 ปี รวมหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร: 4,000 IU ต่อวัน

NHS ของสหราชอาณาจักรใช้ตัวเลขที่ต่างออกไปบางช่วงอายุ คือทารกไม่เกิน 25 ไมโครกรัม (1,000 IU) เด็ก 1–10 ปีไม่เกิน 50 ไมโครกรัม (2,000 IU) ซึ่งต่ำกว่าค่าของกรมอนามัยสำหรับเด็ก 1–3 ปี (2,500 IU) และ 4–8 ปี (3,000 IU) และผู้ใหญ่รวมคนท้องไม่เกิน 100 ไมโครกรัม (4,000 IU) ต่อวัน ไม่ว่าจะยึดค่าไหน ขนาดวิตามินดีของเด็กให้กุมารแพทย์เป็นผู้กำหนด

ข้อสองคือผลิตภัณฑ์ผู้ใหญ่มักมีส่วนผสมอื่น NHS หน้าวิตามินสำหรับเด็ก (สหราชอาณาจักร) ระบุว่าผลิตภัณฑ์บางตัวที่วางขายมีวิตามินหรือส่วนผสมอื่นนอกเหนือจากที่แนะนำ ให้ ปรึกษาเภสัชกรว่าตัวไหนเหมาะกับเด็ก ใช้ขนาดตามฉลาก และ อย่าให้เด็กกินผลิตภัณฑ์สองตัวพร้อมกัน เช่น น้ำมันตับปลาร่วมกับวิตามินหยด เพราะน้ำมันตับปลามีวิตามินเอและดีอยู่แล้ว

ข้อสามคือคำเตือนบนฉลาก ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับผู้ใหญ่บางตัวพิมพ์คำเตือนว่าเด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน ให้ทำตามคำเตือนนั้น และถ้าแพทย์ต้องการให้คนท้องหรือเด็กได้วิตามินดีเพิ่ม แพทย์จะเลือกชนิดและขนาดที่เหมาะกับวัยให้ อ่านต่อที่ อาหารเสริมสำหรับคนท้องและเด็ก และ ความปลอดภัยของวิตามินในเด็ก

ทำไมผลิตภัณฑ์ผู้ใหญ่บางตัวระบุว่าเด็กและคนท้องไม่ควรรับประทาน

คำเตือนบนฉลากเป็นข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์นั้น ให้ทำตามเสมอ แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้อธิบายเหตุผลของผลิตภัณฑ์แต่ละตัว แต่ส่วนผสมบางตัวที่พบบ่อยในผลิตภัณฑ์ผู้ใหญ่มีข้อมูลที่ควรรู้ เช่น Linus Pauling Institute (ทบทวน ม.ค. 2562) ระบุว่ายังไม่มีข้อมูลยืนยันความปลอดภัยของกรดอัลฟาไลโปอิกเสริมในหญิงให้นมบุตรจึงไม่สนับสนุนให้ใช้ และมีรายงานเด็กอายุ 20 เดือนรายหนึ่งที่กินกรดอัลฟาไลโปอิกเม็ดขนาด 600 มก. ไป 4 เม็ดโดยบังเอิญ แล้วชักและหมดสติจนต้องเข้าโรงพยาบาล

อีกเรื่องคือเพดานต่อวันของเด็กต่ำกว่าผู้ใหญ่ ตามที่เล่าไว้ข้างต้น ขนาดที่เหมาะกับผู้ใหญ่จึงอาจไม่เหมาะกับเด็ก

อาการขาดวิตามินดีในเด็กเป็นอย่างไร

ขาดวิตามินดีรุนแรงในเด็กทำให้เป็นโรคกระดูกอ่อน (rickets) NHS หน้าโรคกระดูกอ่อน (ทบทวน 9 ก.ค. 2568) ระบุว่าโรคนี้ทำให้กระดูกเด็กอ่อนแอและนิ่ม มักเกิดจากได้วิตามินดีหรือแคลเซียมไม่พอ อาการที่ระบุมีดังนี้

  • ขาโก่ง ยืนเท้าชิดกันแล้วเข่าห่างกันมาก เป็นอาการหลัก
  • ข้อมือบวมและเจ็บ
  • ปวดหลัง ไหล่ ซี่โครง เชิงกราน หรือขา
  • เดินเปลี่ยนไป ไม่อยากเดิน หรือเหนื่อยง่ายเมื่อเดิน
  • ขึ้นบันไดหรือลุกจากเก้าอี้ลำบากเพราะกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • กล้ามเนื้อเสียวแปลบ เป็นตะคริว หรือกระตุก
  • กระดูกหักบ่อย หรือหักจากอุบัติเหตุเล็กน้อย
  • ตัวเล็กกว่าเด็กวัยเดียวกัน และฟันขึ้นช้ากว่าปกติ

Linus Pauling Institute (ทบทวน ต.ค. 2560 ข้อมูลค่อนข้างเก่า) เพิ่มว่าในทารก กระหม่อมอาจปิดช้า ซี่โครงผิดรูป และในรายรุนแรง แคลเซียมในเลือดต่ำอาจทำให้ชักได้

NHS ให้พบแพทย์ถ้าสงสัยว่าลูกเป็นโรคกระดูกอ่อน แพทย์จะตรวจระดับวิตามินดีและแคลเซียมจากเลือดและปัสสาวะ และอาจส่งเอกซเรย์ การรักษาประกอบด้วยวิตามินดีและแคลเซียมเสริมตามที่แพทย์สั่ง อาหารที่สมดุล และการออกแดดมากขึ้น

ถ้าเด็กหรือทารกชัก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 ไม่ต้องรอดูว่าสาเหตุคืออะไร (NHS หน้าชักจากไข้ในเด็ก ทบทวน 21 มิ.ย. 2566 ให้โทรเรียกรถพยาบาลหรือไปห้องฉุกเฉินเมื่อเด็กชักเป็นครั้งแรก บทความเลือกระดับที่ปลอดภัยกว่าสำหรับการชักทุกครั้ง)

ถ้าเด็กได้วิตามินดีมากเกิน อันตรายอย่างไร

NHS ระบุว่าการได้วิตามินดีเสริมมากเกินเป็นเวลานานทำให้แคลเซียมสะสมในร่างกายมากเกิน ซึ่งทำให้กระดูกอ่อนแอ และทำลายไตกับหัวใจได้ NHS ไม่ได้แยกอาการของเด็กไว้ต่างหาก

กรมอนามัย (หน้า 154) อธิบายอาการพิษวิตามินดีซึ่งเกิดจากแคลเซียมในเลือดสูงไว้ เช่น อ่อนเพลีย สับสน ซึม เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน ท้องผูก ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำ และอาการทางหัวใจ ข้อควรระวังในเด็กคือ เพดานต่ำกว่าผู้ใหญ่ การให้ผลิตภัณฑ์ผู้ใหญ่ หรือให้หลายผลิตภัณฑ์ซ้อนกัน จึงเกินได้ง่ายกว่า

การป้องกันที่ทำได้: เก็บวิตามินและอาหารเสริมทุกชนิดให้พ้นมือเด็ก

ถ้าเด็กกินผลิตภัณฑ์ของผู้ใหญ่โดยบังเอิญ NHS หน้าภาวะได้รับสารพิษ (สหราชอาณาจักร ทบทวน 12 มิ.ย. 2568) จัดเป็นเรื่องที่ต้องไปห้องฉุกเฉินหรือเรียกรถพยาบาลเมื่อคิดว่าเด็กอาจกลืนสิ่งที่เป็นอันตราย ถ้าไม่แน่ใจว่าเป็นอันตรายหรือไม่ ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทันที นำขวดหรือกล่องไปด้วย และ NHS ห้ามพยายามทำให้อาเจียน

ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 (NHS หน้าภาวะได้รับสารพิษ)

  • หมดสติ
  • หยุดหายใจ
  • หายใจลำบากรุนแรง พูดไม่เป็นคำ สำลัก หรือหอบเฮือก
  • ชัก

คนท้องที่เป็นตะคริวหรือปวดขา ต้องเสริมวิตามินดีเองไหม

อาการตะคริวขาในคนท้องมีหลายสาเหตุ และ NHS หน้าตะคริวขา (ทบทวน 1 ธ.ค. 2566) ระบุการตั้งครรภ์เป็นสาเหตุหนึ่งของตะคริว อย่าเพิ่มวิตามินหรือแร่ธาตุเองระหว่างตั้งครรภ์ ให้แจ้งแพทย์หรือพยาบาลที่ฝากครรภ์ อ่านต่อที่ ตะคริวตอนตั้งครรภ์ และเรื่องเพดานวิตามินดีที่ วิตามินดีกินได้สูงสุดวันละเท่าไร

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าวิต (Beta Vit)

เบต้าวิต (Beta Vit) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับผู้ใหญ่ เลข อย. 13-1-01566-5-0062 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด หนึ่งกล่องมี 30 แคปซูล แคปซูลละ 900 มก. วิธีรับประทานตามฉลากคือ วันละ 1 แคปซูล เลข อย. หมายถึงการอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ได้รับรองสรรพคุณ

ข้อสำคัญสำหรับบทความนี้: ฉลากระบุคำเตือนว่า "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" ผลิตภัณฑ์นี้จึง ไม่ใช้กับเด็กและหญิงตั้งครรภ์ เรื่องวิตามินดีของเด็กให้ปรึกษากุมารแพทย์ และของคนท้องให้ปรึกษาแพทย์ฝากครรภ์ ส่วนหญิงให้นมบุตร ฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์ เพราะมีกรดอัลฟาไลโปอิกซึ่ง Linus Pauling Institute ไม่สนับสนุนให้ใช้ระหว่างให้นมบุตร

ส่วนประกอบสำคัญใน 1 แคปซูลตามฉลาก: แมกนีเซียมออกไซด์ 440 มก. · แมกนีเซียม บิสไกลซิเนต คีเลต (20%) 100 มก. · วิตามินบี 1 (100%) 100 มก. · กรดอัลฟาไลโปอิก (95%) 50 มก. · วิตามินเค 2 (เมนาควิโนน-7) จากบาซิลลัส ซับทิลิส นัตโตะ (0.2%) 37.5 มก. · โคเอนไซม์ คิวเท็น (99.5%) 30 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 6 มก. · วิตามินบี 6 (100%) 2 มก. · วิตามินบี 12 (100%) 0.6 มก. · เปลือกแคปซูลเป็นเจลาติน

ตัวเลขที่คำนวณจากฉลาก: วิตามินดี 3 ราว 600 IU หรือ 15 ไมโครกรัมต่อแคปซูล (คำนวณ) วิตามินเค 2 (MK-7) ราว 75 ไมโครกรัม (คำนวณ) และแมกนีเซียมธาตุราว 280–285 มก. (คำนวณ) ตัวเลขแมกนีเซียมยังรอผู้ผลิตยืนยันด้วยใบวิเคราะห์ (COA)

ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" และ "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · "ควรกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ"

เทียบตัวเลขกับเรื่องในบทความนี้

  • วิตามินดี 3 ราว 600 IU (คำนวณ): เท่ากับค่าแนะนำของผู้ใหญ่ไทยอายุ 19–70 ปี ขณะที่เพดานของทารก 0–5 เดือนอยู่ที่ 1,000 IU และเด็ก 1–3 ปีอยู่ที่ 2,500 IU ต่อวัน ซึ่งต้องนับรวมวิตามินดีจากแหล่งอื่นด้วย
  • แมกนีเซียมราว 280–285 มก. (คำนวณ): คิดตามความต้องการของผู้ใหญ่ ราว 80% ของเพดาน 350 มก. ต่อวันของผู้ใหญ่สำหรับแมกนีเซียมจากผลิตภัณฑ์เสริม (คำนวณ)
  • กรดอัลฟาไลโปอิก 50 มก.: รายงานเด็กที่ชักหลังกินโดยบังเอิญเป็นเม็ดขนาด 600 มก. จำนวน 4 เม็ด ซึ่งมากกว่าในแคปซูลหลายเท่า แต่เป็นเหตุผลให้ เก็บผลิตภัณฑ์เสริมทุกชนิดให้พ้นมือเด็ก

ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ปลอดภัยหรือเหมาะสำหรับเด็ก หญิงตั้งครรภ์ หรือหญิงให้นมบุตร และยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรนี้ในคนกลุ่มดังกล่าว

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ (สำหรับผู้ใหญ่) (สองข้อแรกเป็นคำเตือนบนฉลาก ข้อที่เหลือเป็นคำแนะนำของบทความจากส่วนประกอบ ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก)

  • เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่า "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน"
  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด: ฉลากระบุว่า "ควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด" · คำแนะนำของบทความ: ผู้ใช้วาร์ฟารินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดอื่น ห้ามเริ่มเอง ต้องให้แพทย์ที่ดูแลตัดสินก่อน เพราะงานวิจัยพบว่า MK-7 เพียง 10–20 ไมโครกรัมต่อวันทำให้ค่า INR เปลี่ยนในบางคน และโคเอนไซม์คิวเท็นมีรายงานไม่กี่รายว่าลดฤทธิ์วาร์ฟาริน · Linus Pauling Institute หน้าแมกนีเซียม (ทบทวน ต.ค. 2568) ระบุด้วยว่าแมกนีเซียมลดประสิทธิภาพของยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดกินได้
  • ผู้ใช้ยาประจำตัว: ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
  • ผู้ป่วยโรคไต: ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน Linus Pauling Institute (ทบทวน ต.ค. 2568) ระบุว่าผู้ที่ไตทำงานบกพร่องเสี่ยงต่อภาวะแมกนีเซียมเกิน
  • กินยาระบายหรือยาลดกรดที่มีแมกนีเซียม หรือวิตามินรวมอื่นอยู่: ถ้านับรวมแหล่งอื่นอาจเกินเพดานแมกนีเซียมและเสี่ยงท้องเสีย
  • ยาที่ต้องกินห่างจากแมกนีเซียม: เช่น ยาปฏิชีวนะไซโปรฟลอกซาซินและด็อกซีไซคลิน ยากระดูกพรุนอเลนโดรเนต ยาไทรอยด์เลโวไทร็อกซีน และกาบาเพนติน ให้เภสัชกรจัดเวลา
  • ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: Linus Pauling Institute ระบุว่ากรดอัลฟาไลโปอิกในทางทฤษฎีอาจเสี่ยงน้ำตาลต่ำเมื่อใช้คู่กับยาเบาหวาน ให้ติดตามน้ำตาลตามแพทย์สั่ง
  • ไม่บริโภคเจลาติน: เปลือกแคปซูลทำจากเจลาติน

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าวิตทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่มีหลักฐานว่าทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงวาร์ฟารินและยาละลายลิ่มเลือดอื่น ยาเบาหวาน อินซูลิน ยาความดัน ยาลดไขมัน ยาหัวใจ ยาลดกรด และยาขับปัสสาวะ แม้จะเริ่มรับประทานวิตามินหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669 (NHS ห้ามขับรถไปเอง)

  • เจ็บหรือแน่นหน้าอกเหมือนถูกบีบหรือกดทับ (NHS หน้าหัวใจขาดเลือด ทบทวน 31 มี.ค. 2569)
  • เจ็บหน้าอกที่ร้าวไปแขน คอ หรือกราม (NHS หน้าหัวใจขาดเลือด ทบทวน 31 มี.ค. 2569)
  • หน้าเบี้ยว ยิ้มแล้วมุมปากตก (NHS หน้าอาการโรคหลอดเลือดสมอง ทบทวน 12 ก.ย. 2567)
  • แขนหรือขาอ่อนแรงหรือชาซีกเดียว ยกแขนไม่ขึ้น (NHS หน้าอาการโรคหลอดเลือดสมอง ทบทวน 12 ก.ย. 2567)
  • พูดไม่ชัด หรือสับสนขึ้นมาทันที (NHS หน้าอาการโรคหลอดเลือดสมอง ทบทวน 12 ก.ย. 2567) แม้อาการจะหายไปเองแล้วก็ต้องไป
  • ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นทันที (NHS หน้าภาวะแพ้รุนแรง ทบทวน 21 มิ.ย. 2566)
  • หายใจเร็วมาก หายใจลำบาก หรือคอตีบแน่นจนกลืนลำบาก (NHS หน้าภาวะแพ้รุนแรง ทบทวน 21 มิ.ย. 2566)
  • หมดสติ หรือปลุกไม่ตื่น (NHS หน้าภาวะแพ้รุนแรง ทบทวน 21 มิ.ย. 2566)
กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta Vit ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 30 แคปซูล

Beta Vitเบต้าวิต

เลข อย. 13-1-01566-5-0062

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาบนกล่อง 2,990 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Vit →

คำถามที่พบบ่อย

คนท้องต้องได้วิตามินดีวันละเท่าไร

กรมอนามัยแนะนำ 600 IU (15 ไมโครกรัม) ต่อวันสำหรับหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรอายุ 14–50 ปี และเพดานไม่เกิน 4,000 IU ต่อวัน ถ้าแพทย์ฝากครรภ์สั่งขนาดอื่นให้ทำตามแพทย์

เด็กกินวิตามินดีได้ไหม ได้วันละเท่าไร

กรมอนามัยแนะนำทารก 400 IU และเด็ก 1–8 ปี 600 IU ต่อวัน เพดานของเด็กต่ำกว่าผู้ใหญ่ คือทารก 0–5 เดือน 1,000 IU ทารก 6–11 เดือน 1,500 IU เด็ก 1–3 ปี 2,500 IU และเด็ก 4–8 ปี 3,000 IU ให้ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กตามที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำ

อาการขาดวิตามินดีในเด็กเป็นอย่างไร

NHS ระบุว่าขาดรุนแรงทำให้เป็นโรคกระดูกอ่อน อาการหลักคือขาโก่ง ข้อมือบวมเจ็บ ปวดกระดูก เดินลำบาก กล้ามเนื้ออ่อนแรง ตัวเล็กกว่าวัย และฟันขึ้นช้า ถ้าสงสัยให้พบแพทย์เพื่อตรวจระดับวิตามินดีและแคลเซียม

ให้ลูกกินน้ำมันตับปลาคู่กับวิตามินหยดได้ไหม

NHS ระบุว่าไม่ควรให้คู่กัน เพราะน้ำมันตับปลามีวิตามินเอและดีอยู่แล้ว ผลิตภัณฑ์เดียวที่มีวิตามินดีในขนาดแนะนำก็เพียงพอ และให้ใช้ขนาดตามฉลาก

ทำไมวิตามินผู้ใหญ่บางตัวห้ามเด็กและคนท้อง

คำเตือนบนฉลากเป็นข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ให้ทำตามเสมอ ผลิตภัณฑ์ผู้ใหญ่มักมีหลายส่วนผสมในขนาดสำหรับผู้ใหญ่ และเพดานของเด็กต่ำกว่า ถ้าแพทย์ต้องการให้เด็กหรือคนท้องได้วิตามินเพิ่ม แพทย์จะเลือกชนิดที่เหมาะกับวัยให้

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-29

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท