กฎหมายโฆษณาอาหารเสริมไทย อะไรพูดได้ อะไรพูดไม่ได้

คำถามที่ผู้บริโภคควรรู้คำตอบคือ ทำไมอาหารเสริมถึงพูดว่าช่วยเรื่องโน้นเรื่องนี้ไม่ได้ ทั้งที่บางอย่างอาจเป็นความจริง
คำตอบอยู่ที่โครงสร้างของกฎหมาย ซึ่งเข้าใจได้ไม่ยากและช่วยให้คุณดูออกว่าใครกำลังทำผิด
กฎหมายหลักคือ พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522
เป็นกฎหมายที่ควบคุมทั้งการผลิต การนำเข้า การจำหน่าย และ การโฆษณา อาหาร ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารด้วย
ในเรื่องโฆษณามีสองหลักการที่ต้องแยกให้ออก
หลักการที่ 1 ห้ามโฆษณาเป็นเท็จหรือหลอกลวง
ข้อความที่ ไม่จริง หรือ ทำให้เข้าใจผิด ใช้โฆษณาไม่ได้
ในกรณีนี้ ความจริงเป็นข้อต่อสู้ได้ คือถ้าพิสูจน์ได้ว่าข้อความนั้นจริงและไม่หลอกลวง ก็ไม่เข้าข่าย
หลักการที่ 2 การโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณ ต้องได้รับอนุญาตก่อน
นี่คือจุดที่คนเข้าใจผิดมากที่สุด
กฎหมายกำหนดว่า การโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหาร ต้องได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาตก่อน จึงจะเผยแพร่ได้
หมายความว่าแม้ข้อความนั้นจะเป็นความจริง ถ้ายังไม่ได้ขออนุญาต ก็ยังผิด
การขออนุญาตโฆษณาอาหารจะได้เอกสารที่เรียกกันว่า ฆอ. ซึ่งระบุข้อความที่อนุญาตให้ใช้ได้ไว้ชัดเจน
แล้วขออนุญาตแล้วพูดเรื่องโรคได้ไหม
ไม่ได้
เพราะผลิตภัณฑ์เสริมอาหารถูกจัดเป็น อาหาร ไม่ใช่ ยา
ฉลากของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเองต้องแสดงข้อความว่า "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค"
ข้อความที่โยงผลิตภัณฑ์เข้ากับการป้องกัน บำบัด บรรเทา หรือรักษาโรค จึงไม่ใช่สิ่งที่ขออนุญาตแล้วจะได้ เพราะขัดกับสถานะของผลิตภัณฑ์เอง
สรุปสั้นที่สุด
- ข้อมูลตามฉลาก เช่น ส่วนประกอบ ปริมาณ วิธีรับประทาน เลข อย. — ใช้ได้
- คุณประโยชน์หรือสรรพคุณทั่วไป — ต้องขออนุญาตก่อน และใช้ได้เฉพาะข้อความที่ได้รับอนุญาต
- ข้อความที่โยงกับโรค — ใช้ไม่ได้ ไม่ว่าจะขออนุญาตหรือไม่
ตัวอย่างที่หน่วยงานราชการเคยยกมา
ในประกาศของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมเรื่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหารรายหนึ่ง อย. ยกข้อความโฆษณาที่พบมาแล้วสรุปว่าเป็นการโฆษณาสรรพคุณอันเป็นเท็จ ตัวอย่างข้อความที่ถูกยกมาเช่น
- ช่วยลดไขมันในเลือด
- ป้องกันความดันโลหิตสูง
- ลดความเสี่ยงโรคที่เกี่ยวกับหัวใจ
- "ไม่เห็นผล ยินดีคืนเงิน"
ข้อสุดท้ายน่าสนใจ เพราะดูเผิน ๆ เหมือนเป็นเรื่องเงื่อนไขการขาย แต่ถูกนับรวมเป็นการโฆษณาสรรพคุณ อธิบายไว้ที่ โฆษณา "ไม่เห็นผลยินดีคืนเงิน" ผิดกฎหมายไหม
บทลงโทษ
พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 กำหนดโทษไว้สำหรับผู้ฝ่าฝืน โดยความหนักเบาขึ้นกับฐานความผิด
สิ่งที่ผู้บริโภคควรรู้คือ ผู้ที่รับผิดคือผู้โฆษณา ซึ่งอาจเป็นตัวแทนจำหน่ายรายใดรายหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของแบรนด์
นี่คือเหตุผลที่ตัวแทนคนละรายของสินค้าตัวเดียวกัน อาจเขียนโฆษณาต่างกันมาก
ทำไมเว็บนี้ถึงเขียนเรื่องนี้
เพราะเราขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเราเลือกที่จะอยู่ในกรอบนี้อย่างเคร่งครัด
ทั้งเว็บนี้ไม่มีประโยคใดที่อ้างว่าผลิตภัณฑ์ช่วยเรื่องใด มีแต่ข้อมูลที่พิมพ์อยู่บนฉลากจริงและความรู้สุขภาพทั่วไปที่ไม่ผูกกับสินค้า
และเมื่อคุณรู้กฎแล้ว คุณจะดูออกทันทีว่าผู้ขายรายไหนกำลังทำผิด ซึ่งเป็นเครื่องมือป้องกันตัวที่ดีที่สุด
ตรวจสอบข้อกฎหมายด้วยตัวเอง
ตัวบทกฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องเผยแพร่อยู่บนเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
หากมีข้อสงสัยเฉพาะกรณี ควรปรึกษาผู้มีความรู้ทางกฎหมาย เพราะบทความนี้เป็นการอธิบายภาพรวมเพื่อความเข้าใจของผู้บริโภค ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางกฎหมาย
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าออยล์ (Beta Oil)
เบต้าออยล์ (Beta Oil) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เบต้า ออยล์ เลข อย. 13-1-01566-5-0001 เกี่ยวกับบทความนี้ตรงที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่เราจำหน่ายภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกัน หน้าสินค้าของเราจึงเขียนเฉพาะข้อมูลจากฉลาก เช่น ต่อ 1 แคปซูลมีน้ำมันคาโนลา 200 มก. น้ำมันมะกอก 200 มก. และน้ำมันรำข้าว 109 มก. ฉลากให้รับประทานวันละ 1 แคปซูล เคยมีประกาศของ อย. เรื่องโฆษณา Betaoil เมื่อ 4 ธ.ค. 2566 ซึ่งเราอธิบายไว้ที่ อย. เตือนเรื่อง Betaoil คืออะไร
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าออยล์ทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
อ่านต่อ
- วิธีเช็คเบต้าออยล์ของแท้ ด้วยเลข อย. ทำเองได้ใน 3 นาที
- เช็คลิสต์ 10 ข้อก่อนโอนเงินซื้ออาหารเสริม
- 10 ประโยคโฆษณาอาหารเสริมที่ผิดกฎหมาย ดูออกได้ใน 5 วินาที
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้อธิบายข้อกฎหมายและวิธีตรวจสอบข้อมูลด้วยตัวเอง ไม่ได้ระบุว่าผลิตภัณฑ์ใดให้ผลอย่างไรต่อร่างกาย และไม่ใช่คำวินิจฉัยทางกฎหมายเฉพาะกรณี
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาอยู่ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิด
ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)
ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Oil →คำถามที่พบบ่อย
ข้อความที่เป็นความจริงก็ยังผิดกฎหมายได้จริงไหม
ได้ เพราะกฎหมายกำหนดว่าการโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหาร ต้องได้รับอนุญาตก่อนจึงจะเผยแพร่ได้ แม้ข้อความนั้นจะเป็นความจริงแต่ยังไม่ได้ขออนุญาตก็ยังเข้าข่ายผิด
ขออนุญาตแล้วโฆษณาว่ารักษาโรคได้ไหม
ไม่ได้ เพราะผลิตภัณฑ์เสริมอาหารถูกจัดเป็นอาหารไม่ใช่ยา และฉลากต้องแสดงข้อความว่าไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ข้อความที่โยงกับโรคจึงไม่ใช่สิ่งที่ขออนุญาตแล้วจะได้
ใครเป็นผู้รับผิดเมื่อมีการโฆษณาผิดกฎหมาย
ผู้โฆษณาเป็นผู้รับผิด ซึ่งอาจเป็นตัวแทนจำหน่ายรายใดรายหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของแบรนด์ นี่คือเหตุผลที่ตัวแทนคนละรายของสินค้าตัวเดียวกันอาจเขียนโฆษณาต่างกันมาก
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- กฎหมายอาหาร หมวดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 450) พ.ศ. 2567 การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุกองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-08-16
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12
