บทความความรู้สุขภาพ

โฆษณา ไม่เห็นผลยินดีคืนเงิน ผิดกฎหมายไหม

ภาพประกอบบทความ โฆษณา ไม่เห็นผลยินดีคืนเงิน ผิดกฎหมายไหม

"ไม่เห็นผล ยินดีคืนเงิน" ฟังดูเหมือนเป็นข้อเสนอที่ดีต่อผู้บริโภค เพราะดูเหมือนผู้ขายรับความเสี่ยงแทน

แต่ข้อความนี้เคยถูกหน่วยงานราชการยกมาเป็นตัวอย่างของการโฆษณาที่เข้าข่ายผิดกฎหมายมาแล้ว

หน้านี้อธิบายว่าทำไม

ข้อความนี้ผิดตรงไหน

ต้องย้อนไปที่หลักการของกฎหมายก่อน

การโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหาร ต้องได้รับอนุญาตก่อน และข้อความที่โยงกับโรคขออนุญาตไม่ได้เลย

คำถามคือ ประโยค "ไม่เห็นผล ยินดีคืนเงิน" เป็นการโฆษณาสรรพคุณหรือไม่

คำว่า "เห็นผล" คือหัวใจของปัญหา

การพูดว่าจะคืนเงินถ้าไม่เห็นผล แปลว่ากำลังยืนยันโดยอ้อมว่าผลิตภัณฑ์ให้ผลบางอย่าง

ถ้าไม่ได้ยืนยันว่ามีผล ก็ไม่มีเหตุต้องรับประกันตั้งแต่แรก

และเมื่อไม่ได้ระบุว่า "ผล" คืออะไร ผู้บริโภคจะเติมความหมายเอง ซึ่งมักเป็นเรื่องอาการหรือโรคที่ตัวเองมีอยู่

นี่คือเหตุผลที่ข้อความลักษณะนี้ถูกนับรวมเป็นการโฆษณาสรรพคุณ แม้จะไม่มีคำว่าโรคปรากฏอยู่เลยก็ตาม

กรณีจริงที่หน่วยงานราชการเคยยกมา

ในประกาศของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมเรื่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหารรายหนึ่ง ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2566 ซึ่งตรวจสอบโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

ข้อความ "ไม่เห็นผล ยินดีคืนเงิน" ถูกยกมาอยู่ในกลุ่มข้อความที่นำไปสู่ข้อสรุปว่าเป็นการโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จ หรือหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร

นี่ไม่ใช่การตีความของเว็บนี้ แต่เป็นข้อความที่ปรากฏในประกาศจริง ซึ่งค้นอ่านได้เองที่เว็บไซต์ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม

ข้อความกลุ่มเดียวกันที่ควรระวัง

  • "การันตีเห็นผลใน 7 วัน"
  • "ไม่ได้ผลคืนเงิน 100%"
  • "รับประกันความพอใจ"
  • "ทานครบคอร์สแล้วไม่ดีขึ้น ยินดีคืนเงิน"
  • "กล้าท้าให้ลอง"

ทุกข้อมีโครงสร้างเดียวกันคือ ยืนยันว่ามีผล แล้วเอาเงินมาค้ำ

แล้วนโยบายคืนสินค้าทำได้ไหม

ทำได้ และเป็นคนละเรื่องกัน

ความต่างอยู่ที่ เงื่อนไขผูกกับอะไร

ผูกกับ "ผล" — เข้าข่ายโฆษณาสรรพคุณ

  • "ไม่เห็นผล คืนเงิน"
  • "ไม่ดีขึ้น คืนเงิน"

ผูกกับ "สภาพสินค้าหรือการส่ง" — เป็นเงื่อนไขการขายปกติ

  • "สินค้าชำรุดระหว่างขนส่ง เปลี่ยนให้"
  • "ส่งผิดรุ่น เปลี่ยนได้ภายใน 7 วัน"
  • "กล่องยังไม่แกะ คืนได้ภายใน..."

แบบหลังไม่ได้พูดถึงผลต่อร่างกายเลย จึงไม่เข้าข่าย

วิธีดูอย่างเร็วว่าข้อความไหนเสี่ยง

ถามตัวเองว่า ประโยคนี้กำลังรับประกัน "สินค้า" หรือ "ผลที่เกิดกับร่างกาย"

  • รับประกัน สินค้า เช่น ของแท้ ไม่ชำรุด ส่งตรงรุ่น → ปกติ
  • รับประกัน ผลกับร่างกาย → เข้าข่ายโฆษณาสรรพคุณ

ทำไมผู้ขายถึงยังใช้ข้อความแบบนี้

เพราะได้ผลในการปิดการขาย โดยเฉพาะกับคนที่ลังเล

แต่ผู้ที่รับผิดตามกฎหมายคือผู้โฆษณา ซึ่งคือตัวแทนรายนั้นเอง ไม่ใช่เจ้าของแบรนด์

และในมุมผู้ซื้อ ข้อความรับประกันผลควรทำให้ระวังมากขึ้น ไม่ใช่สบายใจขึ้น เพราะผู้ขายที่ยอมเสี่ยงผิดกฎหมายเพื่อปิดการขาย คือผู้ขายที่ให้ความสำคัญกับยอดมากกว่าความถูกต้อง

จุดยืนของเว็บนี้

เว็บนี้ไม่มีข้อความรับประกันผลใด ๆ

เรามีแต่ข้อมูลจากฉลากจริง คำเตือนครบทุกข้อ และคำเชิญให้คุณเอาเลข อย. ไปตรวจเอง

เราไม่รับประกันผล เพราะเราบอกไม่ได้ว่าผลิตภัณฑ์จะให้ผลอะไรกับคุณ และไม่มีใครบอกได้ตามกฎหมาย

อ่านต่อ

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้อธิบายข้อกฎหมายและวิธีตรวจสอบข้อมูลด้วยตัวเอง ไม่ได้ระบุว่าผลิตภัณฑ์ใดให้ผลอย่างไรต่อร่างกาย และไม่ใช่คำวินิจฉัยทางกฎหมายเฉพาะกรณี

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาอยู่ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิด

ปรึกษาทีมงานได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ถามเรื่องสินค้า ราคา วิธีทาน หรือสอบถามโปรโมชันพิเศษ ได้ทุกช่องทางด้านล่าง

คำถามที่พบบ่อย

ไม่เห็นผลยินดีคืนเงิน ผิดกฎหมายจริงไหม

ข้อความลักษณะนี้เคยถูกยกมาในประกาศของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมที่ตรวจสอบโดย อย. เมื่อ 4 ธันวาคม 2566 โดยอยู่ในกลุ่มข้อความที่นำไปสู่ข้อสรุปว่าเป็นการโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จ

แล้วนโยบายคืนสินค้าทำได้ไหม

ทำได้ ถ้าเงื่อนไขผูกกับสภาพสินค้าหรือการจัดส่ง เช่น สินค้าชำรุดระหว่างขนส่งหรือส่งผิดรุ่น เพราะไม่ได้พูดถึงผลต่อร่างกาย ต่างจากการรับประกันว่าจะเห็นผล

จะดูอย่างไรว่าข้อความรับประกันแบบไหนเสี่ยง

ถามว่าประโยคนั้นรับประกันสินค้าหรือรับประกันผลที่เกิดกับร่างกาย ถ้ารับประกันว่าของแท้ ไม่ชำรุด ส่งตรงรุ่น ถือเป็นเงื่อนไขการขายปกติ แต่ถ้ารับประกันผลกับร่างกายจะเข้าข่ายโฆษณาสรรพคุณ

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-08-16

อ่านต่อ

ซื้อเบต้าแคร์ให้พ่อแม่ ควรบอกอะไรและควรถามอะไรก่อน

ก่อนซื้อเบต้าแคร์ให้พ่อแม่ ควรพาไปถามเภสัชกรพร้อมกล่องและรายการยาที่ท่านใช้อยู่ พร้อมคำเตือน 4 ข้อบนฉลากที่ต้องอ่านให้ครบก่อน

ซื้อเบต้าแคร์จากตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้ง ต่างจากแพลตฟอร์มอย่างไร

ความต่างระหว่างซื้อเบต้าแคร์จากตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับแต่งตั้งกับซื้อในแพลตฟอร์ม และวิธีตรวจผู้ขายรายใดก็ได้ด้วยเลข อย. 13-1-01566-5-0066

คำถามที่คนถามบ่อยเรื่องโปรโมชันเบต้าแคร์

รวมคำถามเรื่องโปรโมชันเบต้าแคร์ ราคาชุด 890 2,490 4,590 7,890 12,990 บาท ส่งฟรีทุกออเดอร์ พร้อมย้ำว่าราคาเปลี่ยนตามช่วงเวลา

ซื้อเบต้าแคร์ชุด 4 8 15 และ 25 กล่อง ตกกล่องละและวันละเท่าไร

ชุด 4 กล่อง 2,490 ตกกล่องละ 622.50 บาท ชุด 8 กล่อง 4,590 ตกกล่องละ 573.75 บาท ชุด 15 และ 25 กล่องพร้อมราคาต่อวันและวิธีคิดเลขให้ตรวจเองได้

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 425 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท