บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta Herb

OGTT คืออะไร ตรวจยังไง ค่าปกติเท่าไร ใครต้องตรวจ

คำตอบสั้น: OGTT (Oral Glucose Tolerance Test) คือ การตรวจว่าร่างกายจัดการน้ำตาลได้ดีแค่ไหน โดยเจาะเลือดหลังอดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง แล้วดื่มน้ำละลายกลูโคส 75 กรัม และเจาะซ้ำที่ 2 ชั่วโมง ค่าที่ 2 ชั่วโมงต่ำกว่า 140 มก./ดล. ปกติ · 140–199 คือภาวะก่อนเบาหวาน · 200 ขึ้นไปเข้าเกณฑ์เบาหวาน แพทย์จะเป็นผู้ตัดสินว่าใครควรตรวจ

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • OGTT เห็นความผิดปกติที่การเจาะน้ำตาลหลังอดอาหารอย่างเดียวอาจไม่เห็น ADA ระบุว่าค่าที่ 2 ชั่วโมงวินิจฉัยภาวะก่อนเบาหวานและเบาหวานได้มากกว่า
  • ต้องกินอาหารตามปกติก่อนตรวจ ไม่ต้องงดแป้งล่วงหน้า แล้วอดอาหาร 8 ชั่วโมงคืนก่อน
  • ใช้เวลา 2 ชั่วโมง บางแห่งเจาะหลายครั้งทุก 30–60 นาที นานถึง 3 ชั่วโมง
  • อาจคลื่นไส้ เหงื่อออก หรือหน้ามืดได้ระหว่างตรวจ ให้บอกเจ้าหน้าที่
  • หญิงตั้งครรภ์ใช้ขั้นตอนและเกณฑ์ต่างจากบทความนี้

OGTT คืออะไร ต่างจากเจาะน้ำตาลธรรมดายังไง

การเจาะน้ำตาลธรรมดาดูน้ำตาล "ตอนนั้น" ส่วน OGTT ดูว่าร่างกาย "รับมือ" กับน้ำตาลปริมาณมากได้ดีแค่ไหน เมื่อดื่มกลูโคส ร่างกายปกติจะหลั่งอินซูลินพาน้ำตาลเข้าเซลล์ น้ำตาลจึงขึ้นแล้วลงกลับภายใน 2 ชั่วโมง ถ้าร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินไม่ดี น้ำตาลจะค้างสูงนานกว่า

ADA อธิบายว่า น้ำตาลหลังอดอาหาร ค่าที่ 2 ชั่วโมงของ OGTT และ HbA1c สะท้อนการทำงานของน้ำตาลคนละด้าน จึงจับคนได้ไม่ตรงกันทั้งหมด ค่าที่ 2 ชั่วโมงเป็นการตรวจที่ไวที่สุดในสามแบบ แต่ใช้เวลานานและยุ่งยากกว่า โรงพยาบาลจึงไม่ได้ใช้กับทุกคน อ่านพื้นฐานของสองค่าหลักได้ที่ FBS กับ HbA1c ต่างกันอย่างไร

ขั้นตอนตรวจ OGTT 75 กรัม ทำยังไง

  1. มาถึงหลังอดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง ดื่มน้ำเปล่าได้
  2. เจาะเลือดครั้งแรก เพื่อดูน้ำตาลขณะอดอาหาร
  3. ดื่มน้ำละลายกลูโคส 75 กรัม ให้หมดในเวลาที่เจ้าหน้าที่กำหนด ADA ระบุให้ใช้กลูโคสเทียบเท่า 75 กรัมละลายน้ำตามวิธีขององค์การอนามัยโลก
  4. นั่งรอในโรงพยาบาล ไม่กินอาหาร ไม่สูบบุหรี่ ไม่ออกไปเดินออกกำลัง เพราะการออกแรงมีผลต่อค่าน้ำตาล
  5. เจาะเลือดอีกครั้งที่ 2 ชั่วโมง NIDDK อธิบายขั้นตอนพื้นฐานแบบนี้ ส่วน MedlinePlus ระบุว่าบางแห่งเจาะทุก 30–60 นาทีหลังดื่ม และอาจใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมง

ควรเผื่อเวลาทั้งเช้า และพาญาติไปด้วยถ้าเป็นผู้สูงอายุ เพราะต้องนั่งรอนานขณะท้องว่าง

ค่าปกติ OGTT เท่าไร แปลผลอย่างไร

ค่าหลักที่ใช้วินิจฉัยคือค่าที่ 2 ชั่วโมง ตามแนวทางไทย พ.ศ. 2566 ซึ่งตรงกับ ADA และ NIDDK

  • ต่ำกว่า 140 มก./ดล. ปกติ
  • 140–199 มก./ดล. ภาวะก่อนเบาหวานชนิดความทนต่อกลูโคสบกพร่อง (IGT)
  • 200 มก./ดล. ขึ้นไป เข้าเกณฑ์เบาหวาน

ค่าหลังอดอาหารที่เจาะครั้งแรกอ่านตามเกณฑ์ปกติ คือ ต่ำกว่า 100 ปกติ · 100–125 ภาวะก่อนเบาหวาน · 126 ขึ้นไป เบาหวาน (MedlinePlus ระบุช่วงปกติขณะอดอาหาร 60–99 มก./ดล.)

เหมือนการตรวจอื่น ADA ระบุว่าการวินิจฉัยเบาหวานต้องมีผลผิดปกติยืนยัน 2 ค่า เช่น ค่าหลังอดอาหารและค่าที่ 2 ชั่วโมงผิดปกติทั้งคู่ หรือผิดปกติซ้ำในการตรวจอีกครั้ง ถ้าอยากรู้ว่าค่าอื่น ๆ ในใบผลเลือดหมายถึงอะไร อ่าน ตัวเลขเบาหวานแต่ละค่าบอกอะไร

ใครควรตรวจ OGTT

แพทย์เป็นผู้เลือกการตรวจตามสถานการณ์ สถานการณ์ที่มักพิจารณา OGTT ได้แก่

  • ผลน้ำตาลหลังอดอาหารหรือ HbA1c อยู่ก้ำกึ่ง แต่แพทย์ยังสงสัย เช่น มีปัจจัยเสี่ยงหลายข้อ
  • คนที่ HbA1c อาจไม่แม่น เช่น มีโลหิตจาง ฟอกไต หรือมีฮีโมโกลบินผิดปกติบางชนิด ตามที่ ADA ระบุ
  • โรคเฉพาะบางกลุ่ม ที่ ADA แนะนำ OGTT เป็นหลัก เช่น หลังปลูกถ่ายอวัยวะ
  • หญิงตั้งครรภ์ มีขั้นตอนและเกณฑ์ของตัวเอง ให้ทำตามที่แพทย์ฝากครรภ์นัด

คนที่ได้รับการวินิจฉัยเบาหวานแล้วและใช้ยาอยู่ ไม่ควรไปขอตรวจ OGTT เอง เพราะต้องดื่มน้ำตาลปริมาณมาก ให้ถามแพทย์ผู้ดูแลก่อนเสมอ

ต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนตรวจ OGTT

สิ่งสำคัญที่คนมักทำผิดคือ "งดแป้งล่วงหน้าหลายวัน" ADA ระบุให้กินอาหารแบบผสมที่มีคาร์โบไฮเดรตอย่างน้อย 150 กรัมต่อวัน ในช่วง 3 วันก่อนตรวจ MedlinePlus ก็ระบุให้กินตามปกติหลายวันก่อนตรวจ ถ้าอดแป้งไปก่อน ร่างกายจะรับน้ำตาลได้ไม่ดีชั่วคราว ผลอาจออกมาสูงเกินจริง

เพื่อให้เห็นภาพ ข้าวสวย 1 ทัพพีมีคาร์โบไฮเดรตราว 18 กรัม (ตามรายการอาหารแลกเปลี่ยนของศิริราช) กินข้าวมื้อละ 2–3 ทัพพีพร้อมผลไม้ตามปกติ ก็ได้ราวตัวเลขนี้แล้ว (เป็นการคำนวณคร่าว ๆ)

  • คืนก่อนตรวจ อดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง ดื่มน้ำเปล่าได้
  • ยาประจำตัว ถามแพทย์ล่วงหน้า MedlinePlus ระบุว่ายาบางชนิดมีผลต่อผลตรวจ ห้ามหยุดยาเอง
  • เพิ่งไม่สบายหรือเพิ่งผ่าตัด ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ เพราะการเจ็บป่วยมีผลต่อค่าน้ำตาล อาจต้องเลื่อนตรวจ

อ่านเรื่องการงดอาหาร กาแฟ และยาก่อนเจาะเลือดอย่างละเอียดที่ ตรวจเบาหวาน งดอาหารกี่ชั่วโมง

ระหว่างตรวจ OGTT มีอาการอะไรได้บ้าง

MedlinePlus ระบุว่าน้ำกลูโคสมีรสคล้าย น้ำอัดลมที่หวานจัด บางคนอาจมีอาการ

  • คลื่นไส้
  • เหงื่อออก
  • หน้ามืดหรือมึนศีรษะ
  • หายใจไม่อิ่ม

นอกจากนี้อาจเจ็บหรือมีรอยช้ำตรงที่เจาะเลือด ถ้าอาเจียน หน้ามืดจะเป็นลม หรือรู้สึกไม่ไหว ให้บอกเจ้าหน้าที่ทันที อย่าฝืนนั่งเงียบ ๆ

ทำไม FBS ปกติ แต่ OGTT ผิดปกติ

เพราะสองค่านี้วัดคนละช่วงของการจัดการน้ำตาล บางคนตอนเช้าน้ำตาลปกติ แต่เมื่อมีน้ำตาลเข้ามามาก ร่างกายพาน้ำตาลเข้าเซลล์ได้ช้า น้ำตาลจึงค้างสูงหลังดื่มกลูโคส ADA ระบุว่าการตรวจทั้งสามแบบจับคนได้ไม่ตรงกันทั้งหมด และค่าที่ 2 ชั่วโมงพบภาวะก่อนเบาหวานและเบาหวานได้มากกว่า

ภาวะนี้มักไปด้วยกันกับภาวะดื้ออินซูลิน อ่านต่อได้ที่ ดื้ออินซูลินคืออะไร

ความเชื่อที่พบบ่อย: "OGTT ได้ 150 ต้องกินยาเบาหวานแล้ว" จริงไหม

ไม่จำเป็น ค่า 140–199 ที่ 2 ชั่วโมงคือภาวะก่อนเบาหวาน ยังไม่ใช่เบาหวาน ADA แนะนำให้เข้าโปรแกรมปรับพฤติกรรม เป้าหมายลดน้ำหนักอย่างน้อย 5–7% และออกกำลังกายระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ส่วนยาเมทฟอร์มินแพทย์จะพิจารณาเฉพาะบางกลุ่มที่เสี่ยงสูง และควรตรวจติดตามอย่างน้อยปีละครั้ง อ่านรายละเอียดที่ ภาวะก่อนเบาหวานคืออะไร

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเฮิร์บ (Beta Herb)

เบต้าเฮิร์บ (Beta Herb) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข อย. 10-1-15662-5-0011 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 1,000 มก. ฉลากแนะนำวันละ 1–2 แคปซูล ปริมาณที่ได้รับจึงขึ้นกับจำนวนแคปซูลที่กิน ส่วนประกอบที่เกี่ยวกับหัวข้อนี้มีดังนี้

  • สารสกัดจากมะระขี้นก 150 มก. (2 แคปซูลเป็น 300 มก. ฉลากไม่ระบุอัตราส่วนการสกัด) — การวิเคราะห์รวม 10 งานในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 (ระยะ 4–16 สัปดาห์) พบว่ามะระขี้นกเทียบยาหลอกลดน้ำตาลขณะอดอาหารเฉลี่ย 0.72 มิลลิโมล/ลิตร แต่ผู้วิจัยจัดว่าหลักฐานมีคุณภาพต่ำถึงต่ำมาก งานในไทยที่ได้ผลใช้วันละ 2,000 มก. และได้ผลน้อยกว่ายาเมทฟอร์มิน ปริมาณในแคปซูลจึงเทียบตรงไม่ได้
  • สารสกัดจากโสมอเมริกัน 100 มก. — งานทดลองระยะสั้นในคนไม่เป็นเบาหวาน 10 คนและผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 อีก 9 คน ซึ่งศึกษาโดยให้กินโสมอเมริกัน 3 กรัม (3,000 มก.) ก่อนดื่มน้ำตาล พบระดับน้ำตาลหลังดื่มต่ำลงราว 18–22% ผู้วิจัยเตือนว่าคนไม่เป็นเบาหวานควรกินพร้อมอาหารเพื่อเลี่ยงน้ำตาลต่ำ ปริมาณในแคปซูล (100–200 มก. ต่อวัน) น้อยกว่างานนี้ 15–30 เท่า
  • โครเมียม พิโคลิเนต 0.5 มก. (เป็นน้ำหนักของสารประกอบ ให้ธาตุโครเมียมราว 62 ไมโครกรัม เป็นค่าคำนวณ) — Linus Pauling Institute รายงานว่าผลงานทดลองโครเมียมในการป้องกันหรือดูแลเบาหวานปนกัน มีไม่กี่งานที่พบประโยชน์ที่มีความหมายทางคลินิก งานส่วนใหญ่ใช้ธาตุโครเมียมวันละ 200–1,000 ไมโครกรัม มากกว่าที่คำนวณได้จากแคปซูล (ราว 62–124 ไมโครกรัม) และองค์การอาหารและยาสหรัฐอนุญาตให้กล่าวได้เพียงว่าความสัมพันธ์ของโครเมียมพิโคลิเนตกับภาวะดื้ออินซูลินนั้น "ไม่แน่นอนอย่างมาก"

ถ้ากินผลิตภัณฑ์นี้อยู่และได้นัดตรวจ OGTT ให้แจ้งแพทย์ก่อนวันตรวจ เพราะส่วนประกอบบางตัวมีงานวิจัยเกี่ยวกับน้ำตาลในเลือด แพทย์จะบอกว่าควรทำอย่างไรระหว่างเตรียมตัว แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน พ.ศ. 2566 ของไทยระบุว่ายังไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าการเสริมโครเมียม แมกนีเซียม หรือสมุนไพร ช่วยให้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดดีขึ้น และยังไม่มีงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้เอง

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ใช้อินซูลินหรือยาเบาหวานชนิดกิน: มะระขี้นก โสมอเมริกัน และกรดแอลฟาไลโปอิกในสูตร อาจเสริมฤทธิ์ยาลดน้ำตาล ต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน และรู้จักอาการน้ำตาลต่ำ เช่น หิว หวิว มือสั่น ใจสั่น เหงื่อออก ห้ามลด หยุด หรือปรับยาเบาหวานหรืออินซูลินเอง ถ้าน้ำตาลต่ำบ่อยผิดปกติ ให้หยุดผลิตภัณฑ์นี้ (ยาและอินซูลินที่แพทย์สั่งให้ใช้ต่อ) แล้วรีบแจ้งแพทย์ ถ้ามีอาการข้อใดข้อหนึ่ง ได้แก่ สับสนมาก ชัก หรือหมดสติ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
  • ผู้ใช้วาร์ฟาริน แอสไพริน หรือยาต้านเกล็ดเลือด: ฉลากเตือนเรื่องน้ำมันปลา และโสมอเมริกันมีงานทดลองที่พบว่าลดค่า INR ของวาร์ฟาริน ต้องบอกแพทย์
  • ผู้ป่วยโรคไต: มีโครเมียมและแมกนีเซียม ซึ่ง Linus Pauling Institute เตือนให้ระวังในผู้มีโรคไต ปรึกษาแพทย์โรคไตพร้อมนำกล่องไป
  • คำเตือนบนฉลาก: เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน สตรีให้นมบุตรไม่ควรรับประทาน ระวังในผู้แพ้อาหารทะเล ห้ามใช้ในผู้แพ้ปลาทะเลหรือน้ำมันปลา

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเฮิร์บทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรงทันที ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ให้โทร 1669 ทันที

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta Herb ของแบรนด์ Hopeful ถ่ายมุมเฉียงบนพื้นขาว ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 1,000 มิลลิกรัม

Beta Herbเบต้าเฮิร์บ

เลข อย. 10-1-15662-5-0011

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 · 24 กล่อง 8,290 บาท (ประกาศโดยบริษัท ก.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta Herb →

คำถามที่พบบ่อย

OGTT คืออะไร

คือการตรวจความทนต่อน้ำตาล เจาะเลือดหลังอดอาหาร แล้วดื่มน้ำละลายกลูโคส 75 กรัม และเจาะซ้ำที่ 2 ชั่วโมง เพื่อดูว่าร่างกายจัดการน้ำตาลได้ดีแค่ไหน

OGTT ค่าปกติเท่าไร

ค่าที่ 2 ชั่วโมงต่ำกว่า 140 มก./ดล. ถือว่าปกติ 140–199 คือภาวะก่อนเบาหวาน และ 200 ขึ้นไปเข้าเกณฑ์เบาหวาน ซึ่งต้องมีผลยืนยันก่อนวินิจฉัย

ก่อนตรวจ OGTT ต้องงดแป้งไหม

ไม่ต้อง ควรกินอาหารตามปกติที่มีคาร์โบไฮเดรตอย่างน้อย 150 กรัมต่อวันในช่วง 3 วันก่อนตรวจ แล้วอดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมงคืนก่อน

ตรวจ OGTT ใช้เวลานานไหม

อย่างน้อย 2 ชั่วโมงหลังดื่มกลูโคส บางแห่งเจาะเลือดหลายครั้งทุก 30–60 นาทีและอาจนานถึง 3 ชั่วโมง ควรเผื่อเวลาทั้งเช้า

ทำไมน้ำตาลหลังอดอาหารปกติ แต่ OGTT ผิดปกติ

เพราะสองการตรวจวัดคนละด้าน บางคนน้ำตาลตอนเช้าปกติ แต่เมื่อมีน้ำตาลเข้ามามากร่างกายจัดการได้ช้า ค่าที่ 2 ชั่วโมงจึงสูง

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-05

อ่านต่อ

เบต้ากลูแคน คืออะไร ช่วยเรื่องอะไร จากยีสต์ต่างจากข้าวโอ๊ตอย่างไร

เบต้ากลูแคน คืออะไร มาจากข้าวโอ๊ต บาร์เลย์ และยีสต์ ต่างกันอย่างไร งานวิจัยเรื่องน้ำตาลหลังอาหาร ขนาดที่ใช้ศึกษา และคนเป็นเบาหวานกินได้ไหม

ไคโตซาน ลดน้ำหนักได้จริงไหม คนเป็นเบาหวานกินได้ไหม

ไคโตซาน ลดน้ำหนักได้จริงไหม งานวิจัย Cochrane พบผลแค่ไหน จับไขมันได้จริงกี่กรัม คนเป็นเบาหวานกินได้ไหม ใครควรเลี่ยง ทำไมต้องกินห่างวิตามินที่ละลายในไขมัน

แมกนีเซียม เบาหวานกินได้ไหม ขาดแมกนีเซียมเกี่ยวกับน้ำตาลในเลือดไหม

แมกนีเซียม เบาหวานกินได้ไหม ทำไมคนเป็นเบาหวานเสียแมกนีเซียมทางปัสสาวะ งานวิจัยเรื่องน้ำตาล ควรได้วันละเท่าไร แหล่งอาหารไทย และข้อระวังในคนไตเสื่อม

โครเมียม พิโคลิเนต คืออะไร ช่วยคุมน้ำตาลจริงไหม ผลข้างเคียงมีไหม

โครเมียม พิโคลิเนต คืออะไร 500 ไมโครกรัมให้โครเมียมจริงเท่าไร งานวิจัยเรื่องน้ำตาลขัดกันอย่างไร โครเมียมในอาหาร ผลข้างเคียงต่อไต และการกินคู่ยาเบาหวาน

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 894 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท