บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ BETA CAL PRO PLUS

แคลเซียมเพิ่มความสูงได้จริงไหม เด็กให้กินแคลเซียมเสริมหรือเปล่า

คำตอบสั้น: ยังไม่มีหลักฐานว่าแคลเซียมเม็ดเสริมทำให้เด็กสูงขึ้น งานรวม 19 งานทดลองในเด็กสุขภาพดี 2,859 คน (BMJ 2006) วัด ความหนาแน่นกระดูก ไม่ได้วัดความสูง และพบผลเพียงเล็กน้อยที่กระดูกแขน ความสูงของเด็กขึ้นกับ พันธุกรรมของพ่อแม่ โภชนาการโดยรวม การนอน การออกกำลังกาย ฮอร์โมน และโรคประจำตัว กรมอนามัยแนะนำให้เด็กกินอาหารครบ 5 หมู่ ดื่มนมจืดวันละ 2 แก้ว ออกกำลังกายวันละ 60 นาที และนอนวันละ 9–11 ชั่วโมง ถ้าเด็กเตี้ยกว่าเพื่อนวัยเดียวกันมาก หรือดูเหมือนหยุดสูง ควรพาไปพบแพทย์

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • แคลเซียมสำคัญต่อการสร้างกระดูกช่วงโต แต่ไม่มีงานวิจัยที่แสดงว่าแคลเซียมเม็ดเสริมเพิ่มส่วนสูงในเด็กสุขภาพดี
  • ห้องสมุดการแพทย์แห่งชาติสหรัฐ (MedlinePlus) ระบุว่า เด็กตัวเตี้ยส่วนใหญ่ไม่ได้มีสาเหตุจากโรค บางคนแค่โตช้ากว่าเพื่อนแล้วไปสูงทีหลัง
  • ถ้าพ่อแม่ตัวเล็ก ลูกมักตัวเล็กด้วย
  • กรมอนามัย: อาหารครบ 5 หมู่ นมจืด 2 แก้ว ออกกำลังกาย 60 นาที นอน 9–11 ชั่วโมง ทุกวัน
  • คำโฆษณา "กินแล้วสูงขึ้นกี่เซนติเมตร" หรือ "โคลอสตรุ้มเพิ่มความสูง" ยังไม่มีหลักฐานในคนรองรับในแหล่งที่เราตรวจ
  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ฉลากเขียนว่า เด็กไม่ควรรับประทาน ต้องทำตามฉลาก
  • พาไปพบแพทย์ถ้าเด็ก เตี้ยกว่าเด็กวัยเดียวกันมาก หรือดูเหมือนหยุดโต

ความสูงของเด็กขึ้นกับอะไรบ้าง

พันธุกรรมและจังหวะการโต

MedlinePlus ระบุว่า ส่วนใหญ่แล้วเด็กที่ตัวเตี้ยไม่มีสาเหตุทางการแพทย์

  • ถ้าพ่อหรือแม่หรือทั้งคู่ตัวเตี้ย ลูกก็มักตัวเตี้ย และน่าจะสูงได้ใกล้เคียงพ่อหรือแม่
  • เด็กบางคน โตช้าตามธรรมชาติ เข้าวัยรุ่นช้ากว่าเพื่อน และจะยังสูงต่อไปหลังเพื่อนหยุดโตแล้ว สุดท้ายมักสูงพอ ๆ กับพ่อแม่ แพทย์เรียกภาวะนี้ว่า "constitutional growth delay"

โภชนาการ

MedlinePlus จัด ภาวะขาดสารอาหาร เป็นหนึ่งในสาเหตุของตัวเตี้ย ซึ่งหมายถึงการได้อาหารไม่พอโดยรวม ไม่ใช่การขาดแคลเซียมตัวเดียว

กรมอนามัยอธิบายว่านมเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดี แคลเซียมในนมมีปริมาณมากและดูดซึมได้ดี มีความสำคัญต่อมวลกระดูกและการขยายตัวของกระดูก โดยเฉพาะช่วงวัยรุ่นที่โตเร็ว แต่ต้องกินร่วมกับอาหารอื่นให้หลากหลาย ครบ 5 หมู่ ทั้ง 3 มื้อ

การนอนและการออกกำลังกาย

อินโฟกราฟิกของกรมอนามัยแนะนำให้เด็กที่อยากสูง

  1. กินอาหารครบ 5 หมู่ หลากหลาย เน้นอาหารที่มีแคลเซียมสูง ดื่มนมจืดวันละ 2 แก้ว
  2. ออกกำลังกายทุกวัน วันละ 60 นาที เน้นกระโดดโลดเต้น
  3. นอนหลับให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 9–11 ชั่วโมง ซึ่งกรมอนามัยระบุว่าช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนการเจริญเติบโต

กรมอนามัยยังแนะนำให้เด็กรับแสงแดดทุกวันเพื่อให้ได้วิตามินดี ซึ่งช่วยการดูดซึมแคลเซียม

ฮอร์โมนและโรคประจำตัว

MedlinePlus ระบุว่าบางครั้งตัวเตี้ยเป็นอาการของโรค เช่น

  • ภาวะขาดฮอร์โมนการเจริญเติบโต หรือ ไทรอยด์ทำงานต่ำ
  • โรคเรื้อรัง เช่น หอบหืด โรคหัวใจแต่กำเนิด เบาหวาน โรคไต โรคลำไส้อักเสบ ธาลัสซีเมีย
  • โรคกระดูกบางชนิด เช่น โรคกระดูกอ่อน (rickets)
  • โรคทางพันธุกรรม เช่น ดาวน์ซินโดรม เทิร์นเนอร์ซินโดรม
  • ทารกที่โตช้าในครรภ์หรือตัวเล็กกว่าอายุครรภ์

ภาวะเหล่านี้แคลเซียมเสริมช่วยไม่ได้ ต้องให้แพทย์หาสาเหตุ

แคลเซียมเม็ดทำให้เด็กสูงขึ้นไหม งานวิจัยว่าอย่างไร

งานรวมงานทดลองแบบสุ่ม 19 งาน ในเด็กสุขภาพดี 2,859 คน (BMJ 2006) ที่ให้แคลเซียมเสริมอย่างน้อย 3 เดือน พบว่า

  • ไม่มีผลต่อความหนาแน่นกระดูก ที่คอกระดูกต้นขาและกระดูกสันหลังส่วนเอว
  • มีผลเล็กน้อยต่อปริมาณแร่ธาตุกระดูกทั้งตัวและความหนาแน่นกระดูกแขน และหลังหยุดเสริม เหลือผลเฉพาะที่แขน
  • ผู้วิจัยสรุปว่าผลเล็ก ๆ นี้ ไม่น่าจะลดความเสี่ยงกระดูกหักได้อย่างมีความหมาย ทั้งในวัยเด็กและเมื่อโตขึ้น

สิ่งสำคัญคือ งานนี้วัดกระดูก ไม่ได้วัดความสูง จึงไม่มีข้อมูลว่าแคลเซียมเม็ดทำให้สูงขึ้น

ผู้ใหญ่กินแคลเซียมแล้วสูงขึ้นไหม

สถาบันไลนัส พอลลิง (LPI) อธิบายว่า หลังจากความสูงหยุดเพิ่มแล้ว โครงกระดูกยังสะสมมวลกระดูกต่อไปไปจนถึงช่วงอายุ 20 กว่าปี แคลเซียมในวัยผู้ใหญ่จึงเกี่ยวกับมวลกระดูก ไม่ได้ทำให้ตัวสูงขึ้น

เด็กได้แคลเซียมจากอาหารพอไหม ต้องเสริมเมื่อไร

เด็กต้องการแคลเซียมเท่าไร

ตัวเลขค่าแนะนำของสหรัฐ (สถาบันการแพทย์ ปี 2011 ตามที่ LPI รวบรวม) ต่อวัน

  • อายุ 1–3 ปี 700 มก.
  • อายุ 4–8 ปี 1,000 มก.
  • อายุ 9–18 ปี 1,300 มก.

ประเทศไทยมีข้อกำหนดสารอาหารของกรมอนามัย (DRI ไทย 2563) สำหรับเด็กแต่ละวัยด้วย ตัวเลขอาจไม่ตรงกับของสหรัฐทุกช่วงอายุ ให้สอบถามแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร

ส่วนใหญ่เริ่มจากอาหาร

MedlinePlus ระบุว่า หลายคนได้แคลเซียมพอจากอาหารปกติ แหล่งหลักคือนมและผลิตภัณฑ์นม ผักใบเขียว และอาหารที่เสริมแคลเซียม นมหรือโยเกิร์ต 1 ถ้วย (237 มล.) มีแคลเซียมราว 300 มก.

สำหรับเด็กไทย แหล่งแคลเซียมที่หาง่าย เช่น นมจืด โยเกิร์ต เต้าหู้ที่ตกตะกอนด้วยแคลเซียม ปลาเล็กปลาน้อยที่กินได้ทั้งก้าง และผักใบเขียวอย่างคะน้า กวางตุ้ง กรมอนามัยรณรงค์ให้เด็กดื่ม นมจืด ไม่ใช่นมรสหวาน

เมื่อไรควรคุยกับแพทย์เรื่องแคลเซียมเสริม

การตัดสินใจให้เด็กกินแคลเซียมเสริม ควรให้กุมารแพทย์ประเมิน เช่น เด็กที่แพ้นมวัว ดื่มนมไม่ได้ กินอาหารได้น้อยมาก หรือมีโรคประจำตัวที่กระทบการดูดซึม

ข้อควรรู้เพิ่ม

  • แคลเซียมมีขีดสูงสุดที่ไม่ควรเกินต่อวันจากทุกแหล่ง ตามตารางของ LPI คือ อายุ 1–8 ปี 2,500 มก. และอายุ 9–18 ปี 3,000 มก.
  • ขนาดและรูปแบบสำหรับเด็กต่างจากผู้ใหญ่ อย่าแบ่งเม็ดของผู้ใหญ่ให้เด็กเอง
  • เก็บแคลเซียมและยาทุกชนิดให้พ้นมือเด็ก MedlinePlus ระบุว่าถ้ามีคนกินเกินขนาดแล้ว หมดสติ ชัก หายใจลำบาก หรือปลุกไม่ตื่น ต้องเรียกบริการฉุกเฉินทันที ในไทยโทร 1669

ทำไมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับผู้ใหญ่บางตัวเขียนว่าเด็กไม่ควรรับประทาน

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลายตัวที่ทำมาสำหรับผู้ใหญ่ มีคำเตือนบนฉลากว่า "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" คำเตือนบนฉลากเป็นสิ่งที่ผู้ปกครองต้องทำตาม ไม่ว่าคำโฆษณาจะบอกอย่างไร

เหตุผลที่เป็นไปได้

  • ปริมาณออกแบบสำหรับผู้ใหญ่ ไม่ได้คิดตามน้ำหนักตัวเด็ก
  • มีสมุนไพรหรือสารสกัดผสม ซึ่งงานวิจัยส่วนใหญ่ทำในผู้ใหญ่ ไม่มีข้อมูลความปลอดภัยในเด็กในแหล่งที่เราตรวจ
  • มีส่วนผสมที่อาจก่อแพ้ เช่น โปรตีนนมวัว หรือผลิตภัณฑ์จากเปลือกหอย

ถ้าต้องการแคลเซียมเสริมสำหรับเด็ก ให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่ทำมาสำหรับเด็กตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร

คำโฆษณาเพิ่มความสูงที่ควรระวัง

  • "กินแล้วสูงขึ้น X เซนติเมตรใน Y เดือน" ไม่มีงานวิจัยที่เราตรวจรองรับ เด็กโตขึ้นเองตามวัยอยู่แล้ว การวัดความสูงที่เพิ่มขึ้นจึงบอกไม่ได้ว่าเป็นผลของผลิตภัณฑ์
  • "โคลอสตรุ้ม (น้ำนมเหลือง) เพิ่มความสูง" งานโคลอสตรุ้มในคนที่เราตรวจทำในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ใช้ปริมาณถึงวันละ 60 กรัม ไม่มีงานที่วัดความสูงในเด็ก
  • "แคลเซียมนาโน ดูดซึม 100% สูงไว" ไม่มีหลักฐานที่เราตรวจรองรับ
  • รีวิวจากคนดังหรือผู้ปกครองคนอื่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ยึดหลัก "3 ต." ตรวจสอบเลข อย. แหล่งที่มา และคำโฆษณา และไม่หลงเชื่อคำอวดอ้างว่าเห็นผลรวดเร็ว

อ่านวิธีอ่านฉลากแคลเซียมที่ เลือกแคลเซียมเสริมอย่างไร

เมื่อไรควรพาเด็กไปพบแพทย์เรื่องการเจริญเติบโต

MedlinePlus แนะนำให้ติดต่อแพทย์ถ้า

  • เด็กดูเตี้ยกว่าเด็กส่วนใหญ่ในวัยเดียวกันมาก
  • เด็กดูเหมือนหยุดสูง

สิ่งที่ผู้ปกครองช่วยได้

  1. จดน้ำหนักและส่วนสูงของลูกไว้เป็นระยะ แล้วนำไปให้แพทย์ดู MedlinePlus แนะนำให้เก็บบันทึกเองด้วย นอกจากที่แพทย์บันทึกในกราฟการเจริญเติบโต
  2. ถามแพทย์ว่าส่วนสูงและน้ำหนักของลูกอยู่ที่เปอร์เซ็นไทล์เท่าไร
  3. แพทย์อาจตรวจร่างกาย ถามประวัติ และถ้าสงสัยโรค อาจตรวจเลือด ตรวจไทรอยด์ หรือเอกซเรย์ดูอายุกระดูกที่ข้อมือ

MedlinePlus ยังเตือนว่า ความตัวเตี้ยอาจกระทบความมั่นใจของเด็ก และแนะนำให้ผู้ปกครองชวนลูกคุยเรื่องความสัมพันธ์กับเพื่อน ให้กำลังใจ และช่วยให้ครอบครัว เพื่อน และครูเน้นความสามารถและจุดแข็งของเด็ก

เป้าหมายส่วนสูงเด็กไทย

กรมอนามัยตั้งเป้าปี 2570 ให้ส่วนสูงเฉลี่ยเด็กอายุ 12 ปี ชาย 152 ซม. หญิง 153 ซม. และอายุ 19 ปี ชาย 175 ซม. หญิง 165 ซม. ตัวเลขนี้เป็นเป้าหมายระดับประเทศ ไม่ใช่เกณฑ์ตัดสินว่าเด็กคนใดผิดปกติ การประเมินรายคนต้องใช้กราฟการเจริญเติบโตโดยแพทย์

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS)

ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่สำหรับเด็ก ฉลากระบุชัดว่า "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" ห้ามนำมาให้เด็กกินเพื่อหวังเรื่องความสูงหรือเรื่องใดก็ตาม

เบต้าแคลโปรพลัส (BETA CAL PRO PLUS) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า แคล โปร พลัส (ฉลากระบุว่าเด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน) เลข อย. 13-1-01566-5-0027 ผลิตโดย บริษัท โอดี อินโนวาคอสเม็กซ์ จำกัด (ปทุมธานี) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มก. ฉลากระบุให้รับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (98%) 350 มก. · แคลเซียม อะมิโนแอซิด คีเลต (40%) 135 มก. · ผงเชอร์รี่ทาร์ต 100 มก. · แคลเซียมจากเปลือกหอยมุก 50 มก. · ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. · สารสกัดโรสฮิป 24.22 มก. · คอลลาเจน ไทป์ ทู 20 มก. · สารสกัดขมิ้นชัน 16 มก. · สารสกัดขิง 10 มก. · วิตามินดี 3 (100,000 IU/g) 0.5 มก. (คิดเป็นราว 50 IU หรือ 1.25 ไมโครกรัม คำนวณ)

คำเตือนบนฉลาก: ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน · ห้ามใช้ในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน · ควรรับประทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ · ฉลากระบุว่า ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

ส่วนประกอบที่มักถูกถามถึงในเรื่องนี้

  • ผงโคลอสตรุ้ม (colostrum) 25 มก. — คือน้ำนมเหลืองจากวัว งานในคนที่พบเป็นงานในผู้ใหญ่อายุเฉลี่ยราว 59 ปี ที่ใช้โคลอสตรุ้มวันละ 60 กรัมร่วมกับการฝึกยกน้ำหนัก 8 สัปดาห์ มากกว่าในแคปซูล (50 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล) ราว 1,200 เท่า (คำนวณ) ไม่มีงานที่วัดความสูงในเด็ก และ ผู้แพ้โปรตีนนมวัวควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อน
  • แคลเซียมในผลิตภัณฑ์ — ฉลากไม่ระบุแคลเซียมธาตุรวม ส่วนที่คำนวณได้จากแคลเซียม แอล-ทรีโอเนต คือราว 44 มก. ต่อแคปซูล หรือราว 89 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล (คำนวณ) ส่วนคีเลต "(40%)" และเปลือกหอยมุกคำนวณแคลเซียมไม่ได้
  • สมุนไพรในสูตร — มีขมิ้นชัน ขิง โรสฮิป และเชอร์รี่ทาร์ต ซึ่งงานวิจัยของสารเหล่านี้ที่เรารวบรวมไว้ทำในผู้ใหญ่ทั้งหมด

ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้เพิ่มความสูง หรือมีผลต่อกระดูก ส่วนประกอบแต่ละตัวมีงานวิจัยในคนจำนวนจำกัด และยังไม่มีงานวิจัยของสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ (สำหรับผู้ใหญ่)

  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่ว (ไต ทางเดินปัสสาวะ ถุงน้ำดี) ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้มีท่อน้ำดีอุดตัน: ฉลากห้ามใช้ ขมิ้นชันมีงานในคนพบว่าทำให้ถุงน้ำดีบีบตัว
  • หญิงตั้งครรภ์และเด็ก: ฉลากระบุว่าไม่ควรรับประทาน
  • ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ฟอกไต แคลเซียมในเลือดสูง หรือโรคพาราไทรอยด์: ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม (ควิโนโลน เตตราไซคลีน) ยากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต หรือยาเหล็ก: แคลเซียมอาจลดการดูดซึมยาเหล่านี้ ระยะห่างที่เหมาะสมขึ้นกับชนิดยา ให้เภสัชกรหรือแพทย์กำหนดเวลา
  • ผู้ใช้ยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์ หรือยาไดจอกซิน: แจ้งแพทย์ก่อน
  • ผู้ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ผู้มีเลือดออกง่าย หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ผลิตภัณฑ์มีขมิ้นชันและขิง ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้มีโรคตับ: ขมิ้นชันมีรายงานตับอักเสบ ถ้ามีตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลียมาก หรือคลื่นไส้ ให้หยุดและพบแพทย์
  • ผู้แพ้โปรตีนนมวัว: มีโคลอสตรุ้ม (น้ำนมเหลือง) ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้มีประวัติแพ้หอยหรืออาหารทะเล: มีแคลเซียมจากเปลือกหอยมุก ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ที่ได้วิตามินดีหรือแคลเซียมจากแพทย์อยู่แล้ว: นับรวมทุกแหล่ง และห้ามเปลี่ยนยาเอง
  • ผู้ใช้ยากระดูกพรุน ยาเกาต์ หรือยาแก้ปวดข้อ: ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าแคลโปรพลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยากระดูกพรุน ยาเกาต์ ยาสเตียรอยด์ ยาไทรอยด์ แคลเซียมหรือวิตามินดีที่แพทย์สั่ง และยาแก้ปวด แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนการตรวจมวลกระดูกหรือการรักษาของแพทย์

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ หมดสติหรือปลุกไม่ตื่น · ชัก · หายใจลำบาก · หกล้มแล้วปวดสะโพกมาก · หกล้มแล้วลงน้ำหนักหรือเดินไม่ได้ · ขาผิดรูปหรือสั้นลงหลังล้ม · กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้หรือปัสสาวะไม่ออก · ชารอบอวัยวะเพศหรือรอบทวารหนัก ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

กล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร BETA CAL PRO PLUS ของแบรนด์ Hopeful ด้านหน้า ระบุขนาดบรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 850 มิลลิกรัม

BETA CAL PRO PLUSเบต้าแคลโปรพลัส

เลข อย. 13-1-01566-5-0027

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาบนกล่อง 1,590 บาท สอบถามโปรโมชันได้ทาง LINE

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ BETA CAL PRO PLUS →

คำถามที่พบบ่อย

แคลเซียมเพิ่มความสูงได้จริงไหม

ยังไม่มีหลักฐานว่าแคลเซียมเม็ดเสริมทำให้เด็กสุขภาพดีสูงขึ้น งานรวม 19 งานทดลองในเด็ก 2,859 คน วัดความหนาแน่นกระดูก ไม่ได้วัดความสูง และพบผลเล็กน้อยเฉพาะที่กระดูกแขน ความสูงขึ้นกับพันธุกรรม โภชนาการโดยรวม การนอน การออกกำลังกาย และฮอร์โมน

อยากให้ลูกสูง ควรทำอย่างไร

กรมอนามัยแนะนำให้เด็กกินอาหารครบ 5 หมู่ เน้นอาหารที่มีแคลเซียมสูง ดื่มนมจืดวันละ 2 แก้ว ออกกำลังกายวันละ 60 นาที เน้นกระโดดโลดเต้น และนอนหลับวันละ 9–11 ชั่วโมง

เด็กให้กินแคลเซียมเสริมไหม

ส่วนใหญ่เริ่มจากอาหารก่อน การให้แคลเซียมเสริมในเด็กควรให้กุมารแพทย์ประเมิน เช่น เด็กที่แพ้นมวัวหรือกินอาหารได้น้อยมาก และใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาสำหรับเด็ก ห้ามแบ่งเม็ดของผู้ใหญ่ให้เด็กเอง

โคลอสตรุ้มเพิ่มความสูงจริงไหม

ในแหล่งที่เราตรวจยังไม่พบงานวิจัยในคนที่วัดความสูงในเด็ก งานโคลอสตรุ้มที่พบทำในผู้ใหญ่และใช้ปริมาณถึงวันละ 60 กรัม ผู้แพ้โปรตีนนมวัวควรหลีกเลี่ยง

เมื่อไรควรพาลูกไปพบแพทย์เรื่องความสูง

MedlinePlus แนะนำให้ติดต่อแพทย์ถ้าเด็กดูเตี้ยกว่าเด็กวัยเดียวกันมาก หรือดูเหมือนหยุดสูง ให้จดน้ำหนักและส่วนสูงเป็นระยะแล้วนำไปให้แพทย์ดู

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-20

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท