บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ Beta X Plus

ภูมิแพ้ขึ้นตา คันตา ตาบวม น้ำตาไหล ต่างจากตาแดงติดเชื้ออย่างไร

คำตอบสั้น: ภูมิแพ้ขึ้นตา หรือเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ เกิดเมื่อเยื่อบุตาเจอสิ่งที่แพ้ เช่น ละอองเกสร ไรฝุ่น ขนสัตว์ หรือเชื้อรา อาการเด่นตาม MedlinePlus คือคันหรือแสบตามาก ตาแดง น้ำตาไหล หนังตาบวมโดยเฉพาะตอนเช้า และมีขี้ตาเป็นเส้นเหนียว NHS ระบุว่าตาอักเสบจากภูมิแพ้ไม่ติดต่อ ต่างจากตาแดงที่มีขี้ตาเป็นหนองเหนียวติดขนตา ซึ่งมักติดต่อได้ ถ้าปวดตา แพ้แสง การมองเห็นเปลี่ยน หรือตาแดงมาก ให้ไปพบแพทย์ในวันนั้น

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • MedlinePlus (ทบทวน 22 ก.ค. 2024) ระบุอาการ เช่น คันหรือแสบตามาก หนังตาบวมโดยเฉพาะตอนเช้า ตาแดง ขี้ตาเป็นเส้น และน้ำตาไหล
  • NHS (ทบทวน 23 เม.ย. 2024) ระบุว่าตาอักเสบจากภูมิแพ้ทำให้ตาแดงและน้ำตาไหล แต่ไม่ติดต่อ ส่วนตาที่มีหนองเหนียวติดขนตาเป็นแบบที่ติดต่อได้
  • การดูแลเบื้องต้นตามแหล่ง: เลี่ยงสิ่งที่แพ้ ประคบเย็น ใช้น้ำตาเทียม ไม่ขยี้ตา และไม่ใส่คอนแทคเลนส์จนกว่าตาจะดีขึ้น
  • MedlinePlus ระบุว่ายาหยอดตาลดตาแดงไม่ควรใช้เกิน 5 วัน และยาหยอดตาสเตียรอยด์ควรตรวจกับจักษุแพทย์ก่อนใช้ เพราะต้องวัดความดันลูกตา
  • ปวดตา แพ้แสง การมองเห็นเปลี่ยน หรือตาแดงมาก NHS จัดเป็นอาการที่ต้องพบแพทย์ด่วน

ภูมิแพ้ขึ้นตาคืออะไร

คือการที่เยื่อบุตาอักเสบจากการแพ้ MedlinePlus อธิบายว่าเยื่อบุตาเป็นเยื่อใสที่บุด้านในหนังตาและคลุมตาขาว เมื่อตาเจอสารก่อภูมิแพ้ ร่างกายจะหลั่งสารฮิสตามีน หลอดเลือดในเยื่อบุตาจะบวม ตาจึงแดง คัน และน้ำตาไหลได้อย่างรวดเร็ว

สิ่งกระตุ้นที่ MedlinePlus ระบุ ได้แก่ ละอองเกสรจากหญ้า วัชพืช และต้นไม้ เชื้อรา รังแคสัตว์ และไรฝุ่น ละอองเกสรกลุ่มเดียวกันนี้ทำให้เกิดภูมิแพ้จมูกได้ด้วย อาการจึงอาจแย่ลงในวันที่มีเกสรในอากาศมาก เช่น วันที่ร้อน แห้ง และลมแรง

NHS นับตาคัน แดง และน้ำตาไหล เป็นอาการหนึ่งของภูมิแพ้จมูก หลายคนจึงมีอาการที่ตาและจมูกพร้อมกัน อ่านอาการทางจมูกได้ที่ ภูมิแพ้อากาศอาการเป็นยังไง

ภูมิแพ้ขึ้นตา อาการเป็นอย่างไร

อาการเด่นคือคัน NHS ระบุว่าตาอักเสบโดยทั่วไปมักเป็นทั้งสองตา ส่วน MedlinePlus ระบุอาการของภูมิแพ้ขึ้นตาไว้ดังนี้ และอาการอาจเป็นตามฤดู

  • คันหรือแสบตามาก
  • หนังตาบวม โดยเฉพาะตอนเช้า
  • ตาแดง
  • ขี้ตาเป็นเส้นเหนียว
  • น้ำตาไหล
  • หลอดเลือดบนตาขาวขยายเห็นชัด

เมื่อแพทย์ตรวจ MedlinePlus ระบุว่าอาจพบตุ่มนูนเล็ก ๆ ด้านในหนังตา และการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังอาจพบสารที่แพ้ การทดสอบผิวหนังมักทำเมื่ออาการไม่ตอบสนองต่อการรักษา อ่านเรื่องการตรวจได้ที่ ตรวจภูมิแพ้ Skin test กับเจาะเลือด

MedlinePlus ยังระบุภาวะที่เรียกว่าเยื่อบุตาอักเสบแบบเวอร์นัล (vernal conjunctivitis) ซึ่งเป็นการบวมของเยื่อบุตาระยะยาวในผู้ที่มีภูมิแพ้เรื้อรังหรือหอบหืด พบมากในเพศชายอายุน้อย และมักเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน

ภูมิแพ้ขึ้นตาต่างจากตาแดงจากไวรัสหรือแบคทีเรียอย่างไร

จุดสังเกตที่แหล่งระบุคือลักษณะขี้ตาและการติดต่อ NHS อธิบายตาอักเสบไว้ 3 ลักษณะ

  • ตาที่มีขี้ตาเป็นหนองเหนียวติดขนตา: NHS ระบุว่าแบบนี้ติดต่อได้
  • ตาแดงและรู้สึกเคืองเหมือนมีทรายในตา: NHS ระบุว่ามักติดต่อได้เช่นกัน
  • ตาแดงและน้ำตาไหลจากภูมิแพ้ เช่น ไข้ละอองฟาง: NHS ระบุว่าไม่ติดต่อ

MedlinePlus ระบุว่าภูมิแพ้ขึ้นตามีอาการคันหรือแสบตามาก และขี้ตาเป็นเส้น ส่วนอาการอื่นของภูมิแพ้ เช่น จาม คันจมูก น้ำมูกใส อาจเกิดร่วมด้วย ตามที่ NHS ระบุในหน้าภูมิแพ้จมูก

ยาปฏิชีวนะไม่ช่วยตาอักเสบจากภูมิแพ้ NHS ระบุว่าถ้าเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย แพทย์อาจสั่งยาปฏิชีวนะ แต่ยาปฏิชีวนะไม่ได้ผลถ้าเกิดจากไวรัสหรือภูมิแพ้ จึงไม่ควรซื้อยาหยอดตาปฏิชีวนะมาใช้เอง

แยกด้วยตาเปล่าให้แน่นอนไม่ได้เสมอ ถ้าไม่แน่ใจว่าเป็นแบบไหน ให้ถามเภสัชกรหรือพบแพทย์ NHS ระบุว่าเภสัชกรช่วยแนะนำยาหยอดตาหรือยาแก้แพ้ได้

ถ้าเป็นแบบติดเชื้อ ป้องกันการแพร่อย่างไร

NHS แนะนำให้ล้างมือด้วยสบู่บ่อย ๆ ซักปลอกหมอนและผ้าเช็ดหน้าด้วยน้ำร้อน ปิดปากและจมูกเวลาจามแล้วทิ้งทิชชูลงถัง ไม่ใช้ผ้าเช็ดตัวหรือหมอนร่วมกับผู้อื่น และไม่ขยี้ตา

ทำไมขยี้ตาแล้วแย่ลง ประคบเย็นช่วยอย่างไร

NHS ให้ "ไม่ขยี้ตา" แต่แหล่งที่เปิดตรวจไม่ได้อธิบายกลไกว่าทำไมขยี้แล้วแย่ลง บทความนี้จึงไม่อธิบายกลไกเอง สิ่งที่ทำได้คือเลี่ยงการขยี้ และใช้วิธีบรรเทาที่แหล่งแนะนำแทน

วิธีบรรเทาเบื้องต้นตาม NHS และ MedlinePlus

  • ประคบเย็นที่ตา NHS แนะนำให้ใช้ผ้าเย็นวางบนตาไม่กี่นาทีเพื่อให้ตาเย็นลง
  • ใช้น้ำตาเทียมหล่อลื่นตา (MedlinePlus)
  • เช็ดหนังตาด้วยน้ำต้มสุกที่เย็นแล้วและสำลีสะอาด ใช้สำลีแยกข้างละชิ้น (NHS)
  • ไม่ใส่คอนแทคเลนส์จนกว่าตาจะดีขึ้น (NHS)
  • ไม่สูบบุหรี่และเลี่ยงควันบุหรี่ (MedlinePlus)
  • เลี่ยงสิ่งที่แพ้ เช่น ฝุ่น เชื้อรา และเกสร ซึ่ง MedlinePlus จัดเป็นการรักษาหลัก

MedlinePlus ระบุว่าอาการมักหายไปเมื่อรักษา แต่อาจเป็นต่อถ้ายังเจอสิ่งที่แพ้อยู่ อ่านการลดไรฝุ่นและขนแมวในบ้านได้ที่ ภูมิแพ้ไรฝุ่น และ แพ้แมว อาการเป็นอย่างไร

ยาหยอดตาแก้แพ้ ยาหยอดที่มีสเตียรอยด์ ต้องระวังอะไร

ยาหยอดตาแต่ละกลุ่มมีข้อควรระวังต่างกัน ห้ามซื้อยาหยอดตาสเตียรอยด์มาใช้เอง MedlinePlus (ทบทวน 22 ก.ค. 2024) แบ่งไว้ดังนี้

ยาที่หาซื้อได้

  • ยาแก้แพ้ชนิดกิน และยาหยอดตาแก้แพ้: ช่วยบรรเทาอาการได้มากขึ้น แต่บางครั้งทำให้ตาแห้ง
  • ยาหยอดตาลดตาแดง (decongestant eye drops): MedlinePlus ระบุว่า ไม่ควรใช้เกิน 5 วัน เพราะอาจเกิดอาการตาแดงย้อนกลับ
  • ห้ามหยอดยาขณะใส่คอนแทคเลนส์

ยาที่แพทย์สั่ง

  • ถ้าดูแลตัวเองแล้วไม่ดีขึ้น แพทย์อาจสั่งยาหยอดตาแก้แพ้ หรือยาหยอดลดการบวม
  • ยาหยอดตาสเตียรอยด์ชนิดอ่อน ใช้ในอาการที่รุนแรงกว่า MedlinePlus ระบุว่า ควรส่งพบจักษุแพทย์ก่อนใช้ เพราะต้องวัดความดันในลูกตาและตรวจตาอย่างละเอียดด้วยกล้องตรวจตา (slit lamp)
  • ยาหยอดตาที่ป้องกันเซลล์มาสต์ไม่ให้หลั่งสารก่อการบวม ใช้ร่วมกับยาแก้แพ้ และได้ผลดีเมื่อใช้ก่อนเจอสิ่งที่แพ้

NHS (ทบทวน 16 พ.ค. 2023) ระบุว่าก่อนใช้ยาแก้แพ้ ต้องรู้วิธีใช้ให้ถูก ขนาดยา เวลาใช้ และใช้ได้นานเท่าไร เพราะบางตัวใช้ได้นาน บางตัวแนะนำให้ใช้เพียงไม่กี่วัน ให้อ่านเอกสารกำกับยาและถามเภสัชกร ส่วนหน้า NHS เรื่องตาอักเสบระบุว่าเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปีต้องได้ยาตามใบสั่งแพทย์

ผู้ที่ใช้ยาหยอดตาตามแพทย์สั่ง ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาเอง ถ้าใช้แล้วตาแย่ลง ปวดตา หรือมองไม่ชัด ให้กลับไปพบแพทย์ อ่านเรื่องยาแก้แพ้แบบง่วงและไม่ง่วงได้ที่ ยาแก้แพ้แบบง่วงกับไม่ง่วง

ภูมิแพ้ขึ้นตา ห้ามกินอะไร

แหล่งที่เปิดตรวจไม่ได้ระบุอาหารที่ต้องงดสำหรับภูมิแพ้ขึ้นตา สิ่งกระตุ้นที่ MedlinePlus ระบุคือสิ่งที่เข้าตาทางอากาศ เช่น เกสร ฝุ่น เชื้อรา และรังแคสัตว์ ไม่ใช่อาหาร

ข้อยกเว้นคือผู้ที่แพ้อาหารจริง NHS ระบุว่าการแพ้อาหารอาจทำให้ริมฝีปาก หน้า และตาบวมได้ ถ้าตาบวมหลังกินอาหารบางอย่าง โดยเฉพาะถ้ามีปากบวม คอตีบ หรือหายใจลำบาก ให้ดูกล่องอาการฉุกเฉินท้ายบทความ ไม่ควรงดอาหารหลายอย่างเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์

อาการแบบไหนต้องรีบพบจักษุแพทย์

ไปโรงพยาบาลวันนี้ ไม่ต้องรอนัด ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง (NHS ให้ขอนัดแพทย์ด่วน เพราะอาจเป็นปัญหาตาที่ร้ายแรงกว่า)

  • ปวดตา
  • ตาสู้แสงไม่ได้ (แพ้แสง)
  • การมองเห็นเปลี่ยน เช่น เห็นเส้นหยัก หรือเห็นแสงวาบ
  • ตาแดงมาก ข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง
  • ทารกอายุไม่ถึง 30 วันที่ตาแดงและมีขี้ตาเหนียว

นัดพบแพทย์ ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง (NHS และ MedlinePlus)

  • อาการไม่หายภายใน 7 วัน
  • ใส่คอนแทคเลนส์และมีอาการของตาอักเสบ ร่วมกับมีตุ่มที่หนังตา NHS ระบุว่าอาจแพ้คอนแทคเลนส์
  • ดูแลตัวเองและใช้ยาที่ซื้อเองแล้วไม่ดีขึ้น
  • หนังตาหรือผิวรอบตาบวมหรือแดง
  • ปวดศีรษะร่วมกับอาการทางตา

ส่วนอาการแพ้รุนแรง เช่น ริมฝีปากหรือลิ้นบวมทันที หายใจลำบาก ต้องโทร 1669 ทันที (รายการเต็มอยู่ท้ายบทความ)

ความเชื่อที่พบบ่อย

ล้างตาด้วยน้ำเกลือหรือน้ำยาล้างตาบ่อย ๆ ดีไหม

แหล่งที่เปิดตรวจแนะนำน้ำตาเทียมหล่อลื่นตา และการเช็ดหนังตาด้วยน้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว ไม่ได้แนะนำการล้างตาบ่อย ๆ ถ้าคิดจะใช้ผลิตภัณฑ์ล้างตา ให้ถามเภสัชกรก่อน

คันตาทุกปีช่วงเดิม ใช้ยาหยอดตาสเตียรอยด์ที่เคยได้มาซ้ำได้ไหม

ไม่ควร MedlinePlus ระบุว่าควรพบจักษุแพทย์ก่อนใช้ยาหยอดตาสเตียรอยด์ เพราะต้องวัดความดันลูกตาและตรวจตาอย่างละเอียด จึงควรให้แพทย์ตรวจก่อนใช้ยาที่เหลืออยู่

ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล: เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus)

เบต้าเอ็กซ์พลัส (Beta X Plus) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เบต้า เอ็กซ์ พลัส เลข อย. 10-1-15662-5-0098 ผลิตโดย บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด (หลักสี่ กรุงเทพฯ) จัดจำหน่ายโดย บริษัท โฮปฟูล จำกัด บรรจุ 10 แคปซูล แคปซูลละ 800 มก. (น้ำหนักสุทธิ 8 กรัม) ฉลากระบุรับประทานวันละ 2 แคปซูล เลข อย. คือการจดแจ้งหรืออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่การรับรองสรรพคุณ

ส่วนประกอบต่อ 1 แคปซูลตามฉลาก: แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก. · สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก. · แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก. · ผงกระชาย 75 มก. · ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. · แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก. · ผงบร็อคโคลี 50 มก. · ไกลซีน (100%) 50 มก. · สารสกัดขิง 50 มก. · สารสกัดม่อน 20.650 มก. · สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก. · เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. · ซิงค์ (100%) 5.8 มก. · กรดแพนโทธีนิก 3 มก. · กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) 1.5 มก. · ไพริดอกซิน (วิตามินบี 6) 1 มก. · ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก.

ผงยีสต์เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก. คิดเป็นเบต้ากลูแคนราว 40 มก. ต่อแคปซูล (คำนวณ) ฉลากไม่ระบุปริมาณวิตามินซีในสารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ และไม่ระบุรูปเกลือของซิงค์

ข้อความบนฉลาก: คำเตือน "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" · "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" · กรอบข้อความ "ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค" · ฉลากมีข้อความให้รับประทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม · เก็บในที่แห้ง หลีกเลี่ยงแสงแดดและความชื้น

เรื่องภูมิแพ้ขึ้นตา: ไม่มีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์นี้ลดอาการคันตา ตาแดง ตาบวม หรือน้ำตาไหลจากภูมิแพ้ ยังไม่พบงานวิจัยที่ทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง และไม่ใช้แทนยาหยอดตา ยาแก้แพ้ หรือการตรวจของจักษุแพทย์

ส่วนประกอบที่คนมักถามเมื่อพูดถึงดวงตาคือเบต้าแคโรทีนและวิตามินบี 2 ข้อมูลที่ตรวจไว้มีดังนี้

  • เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก. (เบต้าแคโรทีนราว 1 มก. ต่อแคปซูล และราว 2 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — ไม่พบงานวิจัยเรื่องเบต้าแคโรทีนกับภูมิแพ้ขึ้นตาในหลักฐานที่ตรวจไว้ งานใหญ่ที่มีเป็นงานด้านความปลอดภัย คือ ATBC (NEJM 1994) ในชายสูบบุหรี่ชาวฟินแลนด์ 29,133 คน ที่ได้เบต้าแคโรทีน 20 มก. ต่อวัน มากกว่าในแคปซูล 10 เท่า (คำนวณ) พบมะเร็งปอดเพิ่มขึ้นร้อยละ 18 และ CARET (NEJM 1996) ที่ใช้เบต้าแคโรทีน 30 มก. ต่อวันร่วมกับเรตินอล มากกว่าในแคปซูล 15 เท่า (คำนวณ) พบมะเร็งปอดเพิ่มขึ้นจนต้องหยุดการศึกษาก่อนกำหนด ไม่มีงานที่บอกว่าขนาดราว 2 มก. ต่อวันปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัยในคนสูบบุหรี่ ผู้ที่สูบบุหรี่หรือเคยสูบควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ไรโบฟลาวิน 98% (วิตามินบี 2) 0.85 มก. (1.7 มก. ต่อวันละ 2 แคปซูล คำนวณ) — เป็นวิตามินที่ร่างกายต้องได้จากอาหาร คิดเป็นไรโบฟลาวินราว 1.67 มก. ต่อวัน หลังหักความบริสุทธิ์ 98% หรือราวร้อยละ 128 ของค่าแนะนำสำหรับชาย และร้อยละ 152 สำหรับหญิง ตามข้อแนะนำปริมาณสารอาหารของกรมอนามัย พ.ศ. 2563 (คำนวณ) ไม่พบงานวิจัยว่าวิตามินบี 2 ขนาดนี้เกี่ยวกับภูมิแพ้ในคนที่ไม่ได้ขาดวิตามิน สถาบัน Linus Pauling (ทบทวน ก.ค. 2022) ระบุว่าไรโบฟลาวินขนาดสูงทำให้ปัสสาวะเป็นสีเหลืองสดได้

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ

  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว: ฉลากระบุว่า "ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน" ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่วให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  • เด็กและหญิงตั้งครรภ์: ฉลากระบุว่า "เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน" หญิงให้นมบุตรฉลากไม่ได้ระบุ ให้ปรึกษาแพทย์
  • ผู้ใช้ยาประจำตัว: ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน (คำแนะนำของบทความนี้ ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก)
  • สูบบุหรี่หรือเคยสูบ: ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีเบต้าแคโรทีน
  • กินวิตามินรวม วิตามินบี หรือสังกะสีเสริมอยู่แล้ว: นับรวมทุกแหล่ง
  • ใช้ยาความดัน ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือเคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจตาย: ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีอาร์จินีน
  • ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด หรือจะผ่าตัดหรือทำฟัน: ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีขิง
  • ใช้ยาเบาหวานหรืออินซูลิน: ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีขิงและสารสกัดม่อน
  • ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน เป็นโรคภูมิต้านตนเอง หรือได้ยาเคมีบำบัด: ปรึกษาแพทย์ก่อน MSKCC ระบุว่าขิงอาจเปลี่ยนระดับยาทาโครลิมัส
  • ใช้ยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลีนหรือควิโนโลน: สังกะสีลดการดูดซึมยา ให้เภสัชกรกำหนดเวลากินให้ห่างกัน
  • โรคไตเรื้อรังที่แพทย์จำกัดโปรตีน หรือโรคตับ: ปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีกรดอะมิโนเสริมและผงกระชาย
  • แพ้ขิง กระชาย หรือยีสต์: ควรเลี่ยง (ข้อสังเกตจากส่วนประกอบ ไม่ใช่ข้อความบนฉลาก)

ส่วนประกอบแต่ละตัวมีงานวิจัยในคนจำนวนจำกัด ส่วนใหญ่ใช้ปริมาณมากกว่าในแคปซูลหลายเท่า และยังไม่มีงานวิจัยของสูตรผลิตภัณฑ์นี้โดยตรง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช้แทนยาหยอดตา ยาแก้แพ้ หรือยาพ่นจมูกที่แพทย์สั่ง

อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ บทความเบต้าเอ็กซ์พลัสทั้งหมด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือค่าตรวจดีขึ้น ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ห้ามหยุด ลด หรือเปลี่ยนยาที่แพทย์สั่งเอง รวมถึงยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ ยาหยอดตา ยาสูดหรือยาพ่นหอบหืด ยาปฏิชีวนะ และปากกาฉีดอะดรีนาลีน แม้จะรู้สึกดีขึ้นหรือเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดก็ตาม หากสงสัยเรื่องยา ให้กลับไปคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลอยู่

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนยาแก้แพ้ ยาพ่นจมูก ยาพ่นหอบหืด อะดรีนาลีน หรือวัคซีนตามคำแนะนำของแพทย์

หากมีอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

  • ริมฝีปาก ปาก คอ หรือลิ้นบวมขึ้นมาทันที
  • หายใจเร็วมาก หรือหายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีดมาก หรือรู้สึกเหมือนสำลักหรือหอบหาอากาศ
  • รู้สึกคอตีบแน่น หรือกลืนลำบาก
  • ผิว ลิ้น หรือริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีออกน้ำเงิน เทา หรือซีด
  • สับสน ง่วงซึม หรือเวียนศีรษะขึ้นมาทันที
  • เป็นลมแล้วปลุกไม่ตื่น
  • เด็กตัวอ่อนปวกเปียก หรือไม่ตอบสนองเหมือนปกติ
  • หอบหืดกำเริบ ใช้ยาพ่นบรรเทาอาการตามแผนของแพทย์แล้วไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง หรือไม่มียาพ่นอยู่กับตัว

อาการเหล่านี้มาจากรายการที่ NHS (ระบบสุขภาพของสหราชอาณาจักร) ให้โทรเรียกรถฉุกเฉินทันที NHS ระบุว่าผู้ที่มีปากกาฉีดอะดรีนาลีนให้ใช้ทันที แล้วโทรเรียกรถฉุกเฉินแม้จะรู้สึกดีขึ้น และห้ามลุกยืนหรือเดิน

หน้ากล่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Beta X Plus ของแบรนด์ Hopeful พื้นกล่องสีเขียวมิ้นต์

Beta X Plusเบต้าเอ็กซ์พลัส

เลข อย. 10-1-15662-5-0098

ส่งฟรีทุกออเดอร์ · ได้รับใน 1–2 วัน

ราคาโปรโมชัน 690 บาท ต่อกล่อง · 4 กล่อง 1,790 · 8 กล่อง 3,290 · 15 กล่อง 5,690 บาท (พ.ย. 2569)

ดูข้อมูลจากฉลากจริงของ Beta X Plus →

คำถามที่พบบ่อย

ภูมิแพ้ขึ้นตา อาการเป็นอย่างไร

MedlinePlus ระบุว่าคันหรือแสบตามาก หนังตาบวมโดยเฉพาะตอนเช้า ตาแดง ขี้ตาเป็นเส้น น้ำตาไหล และเห็นหลอดเลือดบนตาขาวชัดขึ้น อาการอาจเป็นตามฤดูและแย่ลงในวันที่มีเกสรมาก

ภูมิแพ้ขึ้นตากับตาแดงติดเชื้อต่างกันอย่างไร

NHS ระบุว่าตาอักเสบจากภูมิแพ้ทำให้ตาแดงและน้ำตาไหลแต่ไม่ติดต่อ ส่วนตาที่มีหนองเหนียวติดขนตา หรือตาแดงเคืองเหมือนมีทราย มักติดต่อได้ ถ้าไม่แน่ใจให้ถามเภสัชกรหรือพบแพทย์

ภูมิแพ้ขึ้นตาใช้ยาหยอดตาอะไร

MedlinePlus ระบุว่าอาจใช้ยาแก้แพ้ชนิดกินหรือยาหยอดตาแก้แพ้ ยาหยอดลดตาแดงไม่ควรใช้เกิน 5 วัน ส่วนยาหยอดตาสเตียรอยด์ควรพบจักษุแพทย์ก่อนใช้ ให้เภสัชกรหรือแพทย์เลือกยาให้

ภูมิแพ้ขึ้นตาห้ามกินอะไร

แหล่งที่เปิดตรวจไม่ได้ระบุอาหารที่ต้องงด สิ่งกระตุ้นตาม MedlinePlus คือเกสร ฝุ่น เชื้อรา และรังแคสัตว์ ถ้าตาหรือปากบวมหลังกินอาหารบางอย่าง อาจเป็นการแพ้อาหาร ต้องพบแพทย์

ตาแดงจากภูมิแพ้ เมื่อไรต้องรีบพบแพทย์

NHS ให้ขอพบแพทย์ด่วนเมื่อปวดตา แพ้แสง การมองเห็นเปลี่ยน หรือตาแดงมาก ควรไปโรงพยาบาลในวันนั้นโดยไม่ต้องรอนัด ถ้าอาการไม่หายใน 7 วันให้นัดพบแพทย์

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-10-26

อ่านต่อ

ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน

งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ

กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร

ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม

หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต

หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที

เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร

เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 1421 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันFacebookแชท