เกี่ยวกับ ความรู้สุขภาพผิว
เป็นสะเก็ดเงิน กินอาหารเสริมได้ไหม และควรบอกแพทย์อะไรบ้าง
คำตอบสั้น: คำถามนี้ไม่มีคำตอบเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะขึ้นกับยาที่ใช้อยู่ โรคประจำตัว และผลตรวจของแต่ละคน
สิ่งที่ตอบได้ชัดเจนมีสองข้อ ข้อแรกคือ ต้องแจ้งแพทย์ทุกอย่างที่กินและทาอยู่ ข้อที่สองคือ ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเองเพื่อไปลองอย่างอื่น
และไม่มีของกินชนิดใดที่ทำให้สะเก็ดเงินหายขาด หากเจอคำโฆษณาแบบนั้น ให้ถามแพทย์ก่อนจ่ายเงิน
ทำไมต้องบอกแพทย์ทุกตัว
เพราะของที่ซื้อกินเองก็มีฤทธิ์และมีโอกาสตีกับยาได้
บางอย่างมีผลต่อการทำงานของตับหรือไต ซึ่งเป็นอวัยวะที่แพทย์ต้องติดตามอยู่แล้วในผู้ที่ใช้ยาบางกลุ่ม
บางอย่างมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ซึ่งสำคัญมากหากต้องผ่าตัดหรือทำหัตถการ
บางอย่างมีผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งต้องระวังเป็นพิเศษในผู้ที่ใช้ยาที่มีผลต่อภูมิคุ้มกัน
และหลายอย่างมีส่วนผสมซ้ำกันโดยไม่รู้ตัว เช่น วิตามินตัวเดียวกันอยู่ในหลายขวดพร้อมกัน จนได้รับเกินโดยไม่ตั้งใจ
แพทย์ไม่ได้ถามเพื่อจะห้าม แต่ถามเพื่อประเมินความปลอดภัยและวางแผนให้ถูก
สิ่งที่ควรบอกแพทย์ให้ครบ
- ชื่อบนฉลากทุกอย่างที่กินหรือทาอยู่ รวมวิตามิน สมุนไพร ชาสมุนไพร ยาหม้อ ยาลูกกลอน ยาต้ม และของที่คนอื่นให้มา
- ปริมาณและความถี่ กินกี่เม็ด วันละกี่ครั้ง กินมานานแค่ไหน
- เหตุผลที่กิน เพื่อเรื่องผิว หรือเพื่อเรื่องอื่น
- มีอะไรเปลี่ยนไปหลังเริ่มกินหรือไม่ ทั้งผิว ข้อ การขับถ่าย และความรู้สึกโดยรวม
- ยาประจำตัวทุกตัว รวมยาที่ได้จากที่อื่นหรือคลินิกอื่น
วิธีที่ง่ายที่สุดคือถ่ายรูปฉลากทุกกล่องไว้ในโทรศัพท์ หรือหิ้วใส่ถุงไปให้แพทย์ดูทั้งหมด
อ่านฉลากไม่ออกไม่ใช่เรื่องน่าอาย วิธีอ่านอยู่ที่ วิธีอ่านฉลากโภชนาการ
คำถามที่ควรถามแพทย์หรือเภสัชกร
ของที่กินอยู่นี้ ตีกับยาที่แพทย์สั่งหรือไม่
ต้องเว้นระยะห่างจากยาหรือไม่ กี่ชั่วโมง
ถ้ากินต่อ ต้องตรวจอะไรเพิ่มหรือไม่
มีอะไรที่ควรหยุดก่อนผ่าตัดหรือก่อนทำหัตถการหรือไม่
อาการแบบไหนที่ถ้าเกิดขึ้นแล้วต้องหยุดและกลับมาพบแพทย์ทันที
คำถามที่เจาะจงแบบนี้ได้คำตอบที่ใช้ได้จริงมากกว่าการถามลอย ๆ
สัญญาณเตือนของคำโฆษณาที่ควรระวัง
- คำโฆษณาที่สัญญาว่าหายขาด หายถาวร หรือหายภายในกี่วัน
- คำโฆษณาที่บอกให้หยุดยาที่แพทย์สั่ง หรือบอกว่ายาแผนปัจจุบันไม่ดี
- คำโฆษณาที่อ้างว่าได้ผลกับสารพัดโรคในของอย่างเดียว
- คำโฆษณาที่ใช้ภาพก่อนหลังหรือคำบอกเล่าของคนอื่นเป็นหลักฐานหลัก
- คำโฆษณาที่เร่งให้ตัดสินใจซื้อวันนี้ หรือจำกัดจำนวน
- คำโฆษณาที่อ้างว่าเป็นสูตรลับซึ่งบอกส่วนผสมไม่ได้
เจอข้อใดข้อหนึ่ง ให้ชะลอไว้ก่อนแล้วถามแพทย์
ข้อควรระวังเพิ่มเติม
ผู้ที่มีโรคไต โรคตับ โรคหัวใจ เบาหวาน หรือกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ต้องปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนเริ่มของใหม่
ผู้สูงอายุที่กินยาหลายตัวอยู่แล้วมีความเสี่ยงเรื่องยาตีกันมากกว่า จึงควรทบทวนรายการทั้งหมดกับแพทย์หรือเภสัชกรเป็นระยะ
ถ้าเกิดผื่นใหม่ คัน บวม หายใจลำบาก ตัวเหลืองตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม หรืออ่อนเพลียผิดปกติหลังเริ่มของใหม่ ให้หยุดของนั้นแล้วไปพบแพทย์
สรุปให้จำง่าย
บอกแพทย์ให้ครบ · ถามให้เจาะจง · ห้ามหยุดยาเอง · อย่าเชื่อคำโฆษณาที่สัญญาว่าหายขาด
ดูเรื่องอาหารได้ที่ สะเก็ดเงินห้ามกินอะไร และเรื่องวิตามินดีได้ที่ วิตามินดีกับสะเก็ดเงิน
ผลิตภัณฑ์ที่เราดูแล
เราคือ บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด ตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับแต่งตั้ง หน้าสินค้าของเราลงข้อมูลจากฉลากจริงครบทุกรายการ
- เบต้าแคร์ (Beta Care) — ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดแคปซูล เลข อย. 13-1-01566-5-0066 ฉลากระบุส่วนประกอบ ได้แก่ เลซิตินจากถั่วเหลือง สารสกัดขมิ้นชัน อินูลิน วิตามินอี วิตามินดี 3 และจุลินทรีย์ 5 สายพันธุ์
- ดูผลิตภัณฑ์ทั้งหมด
ข้อความข้างต้นเป็นการบอกว่าเราขายอะไร และฉลากเขียนว่าอะไรเท่านั้น ไม่ได้ระบุว่าผลิตภัณฑ์มีผลต่อโรคสะเก็ดเงินหรือต่ออาการใด ๆ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ผู้ที่ใช้ยาอยู่ห้ามหยุดหรือลดยาที่แพทย์สั่งเอง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิด
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
สะเก็ดเงินเป็นโรคที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและวางแผนดูแลโดยแพทย์ โดยเฉพาะแพทย์ผิวหนัง เพราะโรคผิวหนังหลายชนิดมีหน้าตาคล้ายกันมาก
ห้ามหยุดหรือปรับยาที่แพทย์สั่งเอง หากคิดว่ายาไม่ได้ผล มีผลข้างเคียง หรือใช้ไม่ไหว ให้กลับไปคุยกับแพทย์เพื่อปรับแผนร่วมกัน
หากมีอาการผิดปกติหรือไม่แน่ใจในสิ่งที่อ่าน ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
ปรึกษาทีมงานได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
ถามเรื่องสินค้า ราคา วิธีทาน หรือสอบถามโปรโมชันพิเศษ ได้ทุกช่องทางด้านล่าง
คำถามที่พบบ่อย
เป็นสะเก็ดเงินกินอาหารเสริมได้ไหม
ไม่มีคำตอบเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะขึ้นกับยาที่ใช้อยู่ โรคประจำตัว และผลตรวจ สิ่งที่ต้องทำเสมอคือแจ้งแพทย์ทุกอย่างที่กินและทาอยู่ และห้ามหยุดยาที่แพทย์สั่งเอง
ต้องบอกหมอไหมว่ากินวิตามินหรือสมุนไพรอยู่
ต้องบอกทุกตัว รวมวิตามิน สมุนไพร ยาหม้อ ยาลูกกลอน และของที่คนอื่นให้มา เพราะบางอย่างตีกับยา มีผลต่อตับ ไต การแข็งตัวของเลือด หรือระบบภูมิคุ้มกัน
มีอาหารเสริมตัวไหนทำให้สะเก็ดเงินหายไหม
ไม่มีของกินชนิดใดที่ทำให้โรคนี้หายไป หากเจอคำโฆษณาที่สัญญาว่าหายขาดหรือบอกให้หยุดยาที่แพทย์สั่ง ให้ชะลอไว้ก่อนแล้วปรึกษาแพทย์
ควรถามหมอว่าอะไรบ้างเรื่องของที่กินเอง
ถามว่าตีกับยาที่สั่งหรือไม่ ต้องเว้นระยะห่างกี่ชั่วโมง ต้องตรวจอะไรเพิ่มหรือไม่ มีอะไรต้องหยุดก่อนผ่าตัดหรือไม่ และอาการแบบไหนที่ต้องหยุดแล้วกลับมาพบแพทย์ทันที
กินของใหม่แล้วมีผื่นขึ้น ควรทำอย่างไร
ให้หยุดของนั้นแล้วไปพบแพทย์ โดยเฉพาะหากมีอาการบวม หายใจลำบาก ตัวเหลืองตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม หรืออ่อนเพลียผิดปกติ และนำฉลากของที่กินไปให้แพทย์ดูด้วย
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis)คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
- โรคสะเก็ดเงิน อาการเริ่มแรกที่ต้องรู้รามา แชนแนล คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
- สถาบันโรคผิวหนังจัดงานวันสะเก็ดเงินโลก เรื่องโรคร่วมของผู้ป่วยสะเก็ดเงินกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล หากมีอาการผิดปกติควรปรึกษาแพทย์
ตรวจสอบเนื้อหาโดย ทีมงาน Hopeful Beta Consult เรียบเรียง
เผยแพร่เมื่อ 2026-09-21
อ่านต่อ
อยู่กับสะเก็ดเงินในชีวิตประจำวัน ที่ทำงาน สระว่ายน้ำ และการดูแลใจ
รวมเรื่องที่คนเป็นสะเก็ดเงินเจอจริงในชีวิตประจำวัน ทั้งที่ทำงาน การเข้าสังคม สระว่ายน้ำ การเลือกเสื้อผ้า และการดูแลสุขภาพใจ พร้อมสัญญาณที่ควรพบแพทย์
ยาทาที่แพทย์ใช้กับสะเก็ดเงินมีกลุ่มไหนบ้าง และต่างกันอย่างไร
อธิบายกลาง ๆ ว่ายาทาสำหรับสะเก็ดเงินมีกลุ่มไหนบ้าง แต่ละกลุ่มใช้ต่างกันอย่างไร ทำไมต้องให้แพทย์เป็นผู้สั่ง และทำไมห้ามขอยืมยาของคนอื่นมาใช้
สระผมอย่างไรเมื่อมีสะเก็ดเงินที่หนังศีรษะ และเลือกแชมพูดูอะไร
วิธีสระผมเมื่อมีสะเก็ดเงินที่หนังศีรษะ ตั้งแต่อุณหภูมิน้ำ วิธีนวด การเลือกแชมพูที่อ่อนโยน ไปจนถึงข้อควรระวังเรื่องยาย้อมผมและการเป่าผม
สะเก็ดเงินถ่ายทอดทางพันธุกรรมไหม ลูกหลานจะเป็นด้วยหรือเปล่า
สะเก็ดเงินมีพื้นฐานทางพันธุกรรมเกี่ยวข้อง จึงพบบ่อยขึ้นในครอบครัวที่มีคนเป็น แต่สิ่งที่ส่งต่อคือแนวโน้ม ไม่ใช่ตัวโรค พ่อแม่เป็นแล้วลูกอาจไม่เป็นก็ได้