บทความความรู้สุขภาพ

เกี่ยวกับ ความรู้สุขภาพตา

ตาแห้ง ตาล้าจากการใช้จอ ดูแลอย่างไรให้ดีขึ้น

ภาพประกอบบทความ ตาแห้ง ตาล้าจากการใช้จอ ดูแลอย่างไรให้ดีขึ้น

อาการแสบตา เคืองตา ตาพร่าเป็นพัก ๆ และรู้สึกตาหนักตอนบ่าย เป็นเรื่องที่คนทำงานกับจอเจอกันแทบทุกคน

หลายคนคิดว่าเป็นเพราะสายตาสั้นหรือยาว แต่จริง ๆ แล้วสาเหตุมักอยู่ที่ผิวตาและพฤติกรรมการกะพริบ

ทำไมจ้องจอแล้วตาแห้ง

ปกติคนเรากะพริบตาราว 15–20 ครั้งต่อนาที เพื่อเกลี่ยน้ำตาให้ทั่วผิวตา

เมื่อจ้องจอด้วยความตั้งใจ อัตราการกะพริบลดลงได้ถึงราวครึ่งหนึ่ง และหลายครั้งเป็นการกะพริบไม่สุด ทำให้ฟิล์มน้ำตาระเหยเร็วกว่าที่ควร

ผลคือผิวตาแห้ง เกิดการระคายเคือง และสายตาพร่าเป็นช่วง ๆ เพราะฟิล์มน้ำตาไม่เรียบ

ปัจจัยอื่นที่ทำให้แย่ลง

  • แอร์เป่าตรงหน้าหรือพัดลมเป่าใส่
  • อากาศแห้ง
  • ใส่คอนแทคเลนส์นาน
  • ตำแหน่งจอที่สูงเกินไป ทำให้ต้องเบิกตากว้าง
  • นอนไม่พอ
  • ยาบางกลุ่ม เช่น ยาแก้แพ้และยาลดน้ำมูกบางชนิด
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โดยเฉพาะผู้หญิงวัยใกล้หมดประจำเดือน

สิ่งที่ทำได้ทันทีวันนี้

1. กฎ 20-20-20

ทุก 20 นาที ให้มองไกลออกไปราว 20 ฟุต (ประมาณ 6 เมตร) เป็นเวลา 20 วินาที

เป็นวิธีที่จำง่ายและได้ผลกับอาการล้า

2. ตั้งใจกะพริบให้สุด

ระหว่างพัก ให้กะพริบช้า ๆ และสนิทสัก 10 ครั้ง เพื่อให้น้ำตาเกลี่ยทั่ว

3. จัดตำแหน่งจอใหม่

  • ให้ขอบบนของจออยู่ ต่ำกว่า ระดับสายตาเล็กน้อย เพื่อให้เปลือกตาปิดคลุมผิวตาได้มากขึ้น
  • ระยะห่างประมาณหนึ่งช่วงแขน
  • ปรับความสว่างของจอให้ใกล้เคียงกับแสงในห้อง ไม่สว่างจ้ากว่ารอบข้าง

4. จัดการลมและอากาศ

  • อย่าให้แอร์หรือพัดลมเป่าตรงหน้า
  • ถ้าห้องแห้งมาก การเพิ่มความชื้นช่วยได้

5. ประคบอุ่นที่เปลือกตา

ช่วยเรื่องต่อมไขมันที่ขอบเปลือกตาซึ่งมีส่วนทำให้ฟิล์มน้ำตาคงตัว ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่นประคบเบา ๆ ประมาณ 5–10 นาที

6. พักคอนแทคเลนส์

สลับมาใส่แว่นในวันที่ต้องอยู่หน้าจอนาน

เรื่องน้ำตาเทียมที่ควรรู้

  • น้ำตาเทียมช่วยบรรเทาอาการได้ แต่ควรเลือกให้เหมาะ
  • ถ้าต้องหยอดบ่อยกว่าวันละ 4–6 ครั้ง ควรพิจารณาชนิด ไม่มีสารกันเสีย และควรปรึกษาเภสัชกรหรือจักษุแพทย์
  • ยาหยอดตาที่ทำให้ตาขาวหายแดงทันที ไม่ใช่น้ำตาเทียม และไม่ควรใช้ต่อเนื่องเอง

เมื่อไรควรพบจักษุแพทย์

  • ตามัวลงเรื่อย ๆ หรือมัวแล้วไม่กลับมาชัด
  • ปวดตามาก ตาแดงมาก หรือสู้แสงไม่ได้
  • เห็นเงาดำลอยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือเห็นแสงวาบ
  • มองเห็นภาพบิดเบี้ยว
  • อาการไม่ดีขึ้นแม้ปรับพฤติกรรมแล้วหลายสัปดาห์

อาการสองข้อกลางเป็นสัญญาณที่ต้องรีบพบแพทย์ ไม่ควรรอ

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อประกอบความเข้าใจ ไม่ใช่คำวินิจฉัยและไม่ใช่คำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล

ค่าอ้างอิงของห้องปฏิบัติการแต่ละแห่งอาจต่างกันเล็กน้อย ให้ยึดค่าอ้างอิงที่พิมพ์อยู่ในใบผลตรวจของคุณเป็นหลัก

และให้แพทย์เป็นผู้แปลผลร่วมกับประวัติสุขภาพของคุณเสมอ

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาอยู่ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิด

ปรึกษาทีมงานได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ถามเรื่องสินค้า ราคา วิธีทาน หรือสอบถามโปรโมชันพิเศษ ได้ทุกช่องทางด้านล่าง

คำถามที่พบบ่อย

กฎ 20-20-20 คืออะไร

ทุก 20 นาทีให้มองไกลออกไปประมาณ 20 ฟุตหรือราว 6 เมตร เป็นเวลา 20 วินาที เป็นวิธีพักสายตาที่จำง่ายและช่วยเรื่องอาการล้าจากการจ้องจอ

ควรตั้งจอสูงหรือต่ำกว่าระดับสายตา

ควรให้ขอบบนของจออยู่ต่ำกว่าระดับสายตาเล็กน้อย เพราะทำให้เปลือกตาปิดคลุมผิวตาได้มากขึ้น ลดการระเหยของฟิล์มน้ำตา ต่างจากการตั้งจอสูงที่ทำให้ต้องเบิกตากว้าง

หยอดน้ำตาเทียมบ่อย ๆ ได้ไหม

ได้ แต่ถ้าต้องหยอดบ่อยกว่าวันละ 4-6 ครั้ง ควรพิจารณาชนิดไม่มีสารกันเสียและปรึกษาเภสัชกรหรือจักษุแพทย์ ส่วนยาหยอดที่ทำให้ตาขาวหายแดงทันทีไม่ใช่น้ำตาเทียมและไม่ควรใช้ต่อเนื่องเอง

อาการแบบไหนที่ต้องรีบพบจักษุแพทย์

ปวดตามาก ตาแดงมาก สู้แสงไม่ได้ เห็นเงาดำลอยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เห็นแสงวาบ หรือมองเห็นภาพบิดเบี้ยว อาการเหล่านี้ไม่ควรรอ

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง

  • Dry Eyeสถาบันจักษุแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา (NEI)

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล หากมีอาการผิดปกติควรปรึกษาแพทย์
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-08-13

อ่านต่อ

จอประสาทตาเสื่อมตามวัย ใครเสี่ยง และควรตรวจเมื่อไร

จอประสาทตาเสื่อมตามวัยกระทบการมองเห็นตรงกลางภาพและมักไม่มีอาการในระยะแรก บทความนี้อธิบายว่าจุดรับภาพชัดคืออะไร ปัจจัยเสี่ยง สัญญาณที่ควรสังเกต การใช้ตารางแอมสเลอร์ และช่วงเวลาที่ควรตรวจ

ไทเทเนียมไดออกไซด์ (INS 171) บนฉลากคืออะไร ยุโรปเลิกใช้ในอาหารแล้ว ไทยยังอนุญาต

INS 171 หรือไทเทเนียมไดออกไซด์บนฉลากคือสีขาว สหภาพยุโรปเลิกใช้ในอาหารตั้งแต่ 7 ส.ค. 2565 ส่วนไทยยังอนุญาต รวมหมวดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

ทำไมอาหารเสริมใช้แทนยาที่แพทย์สั่งไม่ได้

อาหารเสริมกับยาอยู่คนละหมวดกฎหมาย และผ่านการตรวจสอบคนละแบบ บทความนี้อธิบายความต่างที่ทำให้ใช้แทนกันไม่ได้ และย้ำว่าห้ามหยุดยาเอง

กินอาหารเสริมแล้วไม่รู้สึกอะไรเลย เป็นเพราะอะไรได้บ้าง

อาหารเสริมไม่ใช่ยา และไม่ได้ออกแบบมาให้รู้สึกทันที บทความนี้อธิบาย 5 สาเหตุที่พบบ่อย สิ่งที่ห้ามทำ และเมื่อไรควรหยุดแล้วไปหาหมอ

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 52 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท