ขมิ้นชัน ทำไมร่างกายดูดซึมยาก และวงการอาหารเสริมแก้ปัญหานี้อย่างไร

ขมิ้นชันเป็นสมุนไพรที่คนไทยคุ้นเคย สารที่ถูกพูดถึงบ่อยในขมิ้นชันคือ เคอร์คูมิน (curcumin) แต่เคอร์คูมินมีจุดอ่อนที่นักวิจัยรู้กันดี คือร่างกายดูดซึมเข้าเลือดได้น้อย บทความนี้อธิบายว่าทำไม และผู้ผลิตอาหารเสริมพยายามแก้อย่างไร
สรุปสั้นสำหรับคนรีบ
- เคอร์คูมิน ละลายน้ำได้น้อย และถูกลำไส้กับตับ เปลี่ยนรูปเร็ว ระดับในเลือดจึงต่ำ
- วิธีที่ผู้ผลิตใช้ เช่น ผสม สารสกัดพริกไทยดำ หรือจับเคอร์คูมินกับ ฟอสโฟลิพิด
- การดูดซึมดีขึ้นไม่ได้แปลว่าป้องกันหรือรักษาโรคได้
- คนที่ใช้ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด มีโรคตับหรือนิ่วในถุงน้ำดี ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
เคอร์คูมินคืออะไร
เคอร์คูมินเป็นสารสีเหลืองในเหง้าขมิ้นชัน จัดอยู่ในกลุ่มเคอร์คูมินอยด์ ผงขมิ้นชันที่ใช้ทำอาหารมีเคอร์คูมินอยู่ไม่มาก ส่วนสารสกัดขมิ้นชันในอาหารเสริมมักทำให้มีความเข้มข้นสูงกว่า
ทำไมร่างกายดูดซึมยาก
สถาบัน Linus Pauling มหาวิทยาลัยแห่งรัฐออริกอน สรุปจากงานวิจัยในคนว่า เมื่อกินเคอร์คูมินทางปาก ระดับในเลือดต่ำมาก ด้วยเหตุผลหลัก 2 ข้อ
- ละลายน้ำได้น้อย ลำไส้จึงดูดซึมเข้าไปได้เพียงส่วนน้อย
- ถูกเปลี่ยนรูปเร็ว เคอร์คูมินที่ผ่านผนังลำไส้ถูกเปลี่ยนเป็นสารรูปอื่นที่ลำไส้และตับอย่างรวดเร็ว ก่อนจะไปถึงส่วนอื่นของร่างกาย
วิธีที่วงการอาหารเสริมใช้
1. ผสมพริกไทยดำ
พริกไทยดำมีสารชื่อ ไพเพอรีน (piperine) งานวิจัยพบว่าไพเพอรีนชะลอการเปลี่ยนรูปของเคอร์คูมินที่ลำไส้และตับ ระดับเคอร์คูมินในเลือดจึงสูงขึ้นเมื่อกินคู่กัน
ข้อควรรู้คือ ไพเพอรีนชะลอการเปลี่ยนรูปของยาบางชนิดได้ด้วยกลไกเดียวกัน คนที่ใช้ยาประจำตัวจึงควรถามเภสัชกรก่อน
2. จับกับฟอสโฟลิพิดหรือไขมัน
ผู้ผลิตบางรายจับเคอร์คูมินกับฟอสโฟลิพิด เช่น เลซิติน เพื่อให้ผ่านผนังลำไส้ได้ง่ายขึ้น บางรายทำเป็นอนุภาคขนาดเล็กหรือไมเซลล์ แต่ละสูตรมีชื่อทางการค้าต่างกัน และผลการศึกษาแต่ละสูตรไม่ได้เท่ากัน
3. กินพร้อมอาหารที่มีไขมัน
เคอร์คูมินละลายในไขมันได้ดีกว่าในน้ำ การกินพร้อมมื้ออาหารจึงเป็นวิธีพื้นฐานที่พูดถึงกันบ่อย
ดูดซึมดีขึ้น ไม่ได้แปลว่ารักษาโรคได้
ศูนย์สุขภาพเสริมและผสมผสานแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (NCCIH) ระบุว่างานวิจัยเรื่องขมิ้นชันในคนส่วนใหญ่ยังมีขนาดเล็ก และยังไม่มีหลักฐานที่หนักแน่นพอว่าขมิ้นชันใช้ป้องกันหรือรักษาโรคใดได้
กฎหมายไทยก็ห้ามอาหารเสริมอ้างสรรพคุณป้องกันหรือรักษาโรค ไม่ว่าจะใช้เทคโนโลยีการดูดซึมแบบใด
ข้อควรระวัง
NCCIH ระบุว่าขมิ้นชันในปริมาณที่ใช้ปรุงอาหารโดยทั่วไปถือว่าปลอดภัย แต่ในรูปอาหารเสริมมีรายงานผลข้างเคียงทางเดินอาหาร และมีรายงานการบาดเจ็บของตับในผู้ใช้อาหารเสริมขมิ้นชันบางราย จึงควรระวังในกลุ่มต่อไปนี้
- ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด
- ผู้ที่มีโรคตับ หรือมีนิ่วในถุงน้ำดีหรือท่อน้ำดี
- หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร
- ผู้ที่จะผ่าตัด ควรแจ้งแพทย์ว่ากินอาหารเสริมขมิ้นชันอยู่
ถ้ากินแล้วมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม หรือปวดท้องด้านขวาบน ให้หยุดและพบแพทย์
ผลิตภัณฑ์ Hopeful ที่มีขมิ้นชัน
ข้อมูลจากฉลาก
- Beta Liv Pro Plus มีสารสกัดจากขมิ้นชัน 50 มิลลิกรัมต่อแคปซูล
- Beta Care มีสารสกัดขมิ้นชัน 50 มิลลิกรัม และเลซิตินจากถั่วเหลือง 100 มิลลิกรัมต่อแคปซูล ฉลากไม่ได้ระบุว่าสารสกัดขมิ้นชันเป็นรูปแบบพิเศษใด
- BETA CAL PRO PLUS มีสารสกัดขมิ้นชัน 16 มิลลิกรัมต่อแคปซูล
ส่วนประกอบครบทุกตัวและคำเตือนดูได้ที่หน้าสินค้า ถ้ามียาประจำตัว ให้ถือกล่องไปถามเภสัชกรก่อน อ่านวิธีเตรียมตัวได้ที่ ทานอาหารเสริมพร้อมยาประจำตัวได้ไหม
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาอยู่ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิด และไม่ควรหยุดหรือปรับยาเอง
ปรึกษาทีมงานได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
ถามเรื่องสินค้า ราคา วิธีทาน หรือสอบถามโปรโมชัน ได้ทุกช่องทางด้านล่าง
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมเคอร์คูมินในขมิ้นชันดูดซึมยาก
เพราะเคอร์คูมินละลายน้ำได้น้อย และถูกลำไส้กับตับเปลี่ยนเป็นสารรูปอื่นอย่างรวดเร็ว ระดับเคอร์คูมินในเลือดหลังกินทางปากจึงต่ำ
ทำไมอาหารเสริมขมิ้นชันบางสูตรใส่พริกไทยดำ
เพราะไพเพอรีนในพริกไทยดำชะลอการเปลี่ยนรูปของเคอร์คูมิน ระดับในเลือดจึงสูงขึ้น แต่ไพเพอรีนอาจมีผลต่อยาบางชนิดด้วย ผู้ที่ใช้ยาประจำตัวควรถามเภสัชกรก่อน
ใครควรระวังการกินอาหารเสริมขมิ้นชัน
ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ผู้มีโรคตับหรือนิ่วในถุงน้ำดี หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร และผู้ที่จะผ่าตัด ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
ขมิ้นชันที่ดูดซึมดีขึ้นรักษาโรคได้ไหม
ไม่ได้ การดูดซึมดีขึ้นไม่ได้แปลว่าป้องกันหรือรักษาโรคได้ และกฎหมายไทยห้ามอาหารเสริมอ้างสรรพคุณป้องกันหรือรักษาโรค
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- CurcuminLinus Pauling Institute, Oregon State University
- Turmeric: Usefulness and SafetyNational Center for Complementary and Integrative Health (NCCIH) สหรัฐอเมริกา
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-08-13 · ปรับปรุงล่าสุด 2026-11-04
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12