บทความความรู้สุขภาพ

เบต้าเฮิร์บ กับ เบต้าเอ็กซ์พลัส ต่างกันอย่างไร ราคาต่อกล่องและราคาต่อวันไม่เท่ากัน

ภาพประกอบบทความ เบต้าเฮิร์บ กับ เบต้าเอ็กซ์พลัส ต่างกันอย่างไร ราคาต่อกล่องและราคาต่อวันไม่เท่ากัน

สองตัวนี้ผลิตจากโรงงานเดียวกัน และบรรจุ 10 แคปซูลเท่ากัน แต่ราคาปกติไม่เท่ากัน คือเบต้าเฮิร์บ 1,590 บาท และเบต้าเอ็กซ์พลัส 1,290 บาท

และพอดูวิธีรับประทานบนฉลาก ตัวไหนถูกกว่าต่อวันจะขึ้นกับว่าทานเบต้าเฮิร์บวันละกี่แคปซูล

จุดที่คนคำนวณพลาดมากที่สุด

  • เบต้าเฮิร์บ — ฉลากระบุ วันละ 1-2 แคปซูล กล่องหนึ่งจึงอยู่ได้ 5-10 วัน ตกวันละ 159-318 บาท
  • เบต้าเอ็กซ์พลัส — ฉลากระบุ วันละ 2 แคปซูล กล่องหนึ่งอยู่ได้ 5 วัน ตกวันละ 258 บาท

ถ้าทานเบต้าเฮิร์บวันละ 1 แคปซูล เบต้าเฮิร์บจะถูกกว่าต่อวัน 99 บาท ทั้งที่ราคาต่อกล่องแพงกว่า

ถ้าทานเบต้าเฮิร์บวันละ 2 แคปซูล เบต้าเฮิร์บจะแพงกว่าต่อวัน 60 บาท

ดูแค่ป้ายราคาจึงตัดสินไม่ได้ ต้องดูจำนวนที่ทานต่อวันคู่กันเสมอ

เทียบข้อมูลบนกล่อง

  • ขนาดต่อแคปซูล — เบต้าเฮิร์บ 1,000 มก. เทียบกับ เบต้าเอ็กซ์พลัส 800 มก.
  • น้ำหนักสุทธิ — 10 กรัม เทียบกับ 8 กรัม
  • จำนวนส่วนประกอบ — 14 รายการ เทียบกับ 17 รายการ
  • ราคาปกติ — 1,590 บาท เทียบกับ 1,290 บาท (ฉลากกล่องเบต้าเฮิร์บไม่ได้พิมพ์ราคา)
  • เลข อย. — 10-1-15662-5-0011 เทียบกับ 10-1-15662-5-0098
  • โรงงานผู้ผลิต — บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด (กรุงเทพมหานคร) ทั้งคู่

สังเกตว่าเลข อย. ของทั้งสองตัวมีส่วนหน้าเหมือนกันคือ 10-1-15662-5 ต่างกันแค่สี่หลักท้าย เพราะมาจากผู้รับอนุญาตรายเดียวกัน

ส่วนประกอบของเบต้าเฮิร์บ ทั้ง 14 รายการ

  • สารสกัดจากมะระขี้นก 150 มก.
  • ผงน้ำมันปลา 100 มก.
  • แมกนีเซียม (100%) 100 มก.
  • สารสกัดจากโสมอเมริกัน 100 มก.
  • สารสกัดจากเห็ดหลินจือ 70 มก.
  • สารสกัดจากอาร์ติโชค 70 มก.
  • โพรโพลิส 60.5 มก.
  • ไคโตซาน (80%) 60 มก.
  • ยีสต์ เบต้า-กลูแคน (85%) 60 มก.
  • สารสกัดจากเจียวกู่หลาน 45 มก.
  • ซิงค์ อะมิโน แอซิด คีเลต (20%) 30 มก.
  • กรดแอลฟาไลโปอิก (100%) 24 มก.
  • ดี-แอลฟา-โทโคเฟอริล แอซีเตต 10 มก.
  • โครเมียม พิโคลิเนต 0.5 มก.

ส่วนประกอบของเบต้าเอ็กซ์พลัส ทั้ง 17 รายการ

  • แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก.
  • สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก.
  • แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก.
  • ผงกระชาย 75 มก.
  • ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก.
  • แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก.
  • ผงบร็อคโคลี 50 มก.
  • ไกลซีน (100%) 50 มก.
  • สารสกัดขิง 50 มก.
  • สารสกัดม่อน 20.650 มก.
  • สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก.
  • เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก.
  • ซิงค์ (100%) 5.8 มก.
  • กรดแพนโธทีนิก (100%) 3 มก.
  • กรดแอสคอร์บิก (100%) 1.5 มก.
  • ไพริดอกซิน (100%) 1 มก.
  • ไรโบฟลาวิน 98% 0.85 มก.

ส่วนประกอบเดียวที่พบทั้งสองตัวคือ ยีสต์ เบต้า-กลูแคน โดยเบต้าเฮิร์บมี 60 มก. (ความเข้มข้น 85%) และเบต้าเอ็กซ์พลัสมี 50 มก. (ความเข้มข้น 80%)

คำเตือนที่ต่างกันมาก ข้อนี้ต้องอ่านให้จบ

เบต้าเฮิร์บมีคำเตือนเฉพาะมากที่สุดในบรรดาผลิตภัณฑ์ Hopeful ทั้งหมด

จากไคโตซาน

  • สตรีให้นมบุตรไม่ควรรับประทาน
  • ควรระวังในผู้ที่แพ้อาหารทะเลและผู้ที่มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน
  • หากทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดอื่นที่มีไขมันเป็นส่วนประกอบหลัก ควรทานห่างจากผลิตภัณฑ์นี้อย่างน้อย 2 ชั่วโมง

จากน้ำมันปลา

  • ห้ามใช้ในผู้ที่แพ้ปลาทะเลหรือน้ำมันปลา
  • ควรระวังในผู้ที่เลือดแข็งตัวช้า หรือผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือแอสไพริน

และฉลากระบุข้อมูลผู้แพ้อาหารว่า มีผลิตภัณฑ์ทำจากปลา

เบต้าเอ็กซ์พลัส

  • ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน

ทั้งคู่มีคำเตือนร่วมกันว่าเด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน และหากรับประทานยาประจำตัวอยู่ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

สิ่งที่ตอบได้จากฉลาก

  1. ถ้าแพ้ปลาหรืออาหารทะเล ฉลากเบต้าเฮิร์บระบุว่ามีผลิตภัณฑ์ทำจากปลาและมีไคโตซาน
  2. ถ้าใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือแอสไพริน ฉลากเบต้าเฮิร์บระบุให้ระวัง
  3. ถ้ามีภาวะนิ่ว ฉลากเบต้าเอ็กซ์พลัสระบุว่าไม่ควรรับประทาน
  4. ถ้ากำลังให้นมบุตร ฉลากเบต้าเฮิร์บระบุว่าไม่ควรรับประทาน

เว็บนี้ไม่ระบุว่าตัวไหนเหมาะกับอาการใด เพราะผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา

ดูข้อมูลเต็มของแต่ละตัว

ข้อความสำคัญท้ายบทความ

บทความนี้เปรียบเทียบเฉพาะข้อมูลที่พิมพ์อยู่บนฉลากและในทะเบียน อย. เท่านั้น ไม่ได้ระบุว่าผลิตภัณฑ์ตัวใดเหมาะกับอาการหรือโรคใด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

หากมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาอยู่ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิด

ปรึกษาทีมงานได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ถามเรื่องสินค้า ราคา วิธีทาน หรือสอบถามโปรโมชันพิเศษ ได้ทุกช่องทางด้านล่าง

คำถามที่พบบ่อย

เบต้าเฮิร์บกับเบต้าเอ็กซ์พลัส ตัวไหนคุ้มกว่า

ราคาปกติต่อกล่องไม่เท่ากัน เบต้าเฮิร์บ 1,590 บาท เบต้าเอ็กซ์พลัส 1,290 บาท บรรจุ 10 แคปซูลเท่ากัน ฉลากเบต้าเอ็กซ์พลัสระบุวันละ 2 แคปซูล ตกวันละ 258 บาท ส่วนเบต้าเฮิร์บระบุวันละ 1-2 แคปซูล ตกวันละ 159-318 บาท ถ้าทานเบต้าเฮิร์บวันละ 1 แคปซูลจะถูกกว่าต่อวัน แต่ถ้าทาน 2 แคปซูลจะแพงกว่า

สองตัวนี้ผลิตที่เดียวกันไหม

ใช่ ทั้งคู่ผลิตโดยบริษัท โอดี สไตล์ จำกัด กรุงเทพมหานคร เลข อย. จึงมีส่วนหน้าเหมือนกันคือ 10-1-15662-5 ต่างกันแค่สี่หลักท้าย

คนแพ้อาหารทะเลทานเบต้าเฮิร์บได้ไหม

ฉลากเบต้าเฮิร์บระบุว่ามีผลิตภัณฑ์ทำจากปลา และมีคำเตือนจากไคโตซานว่าควรระวังในผู้ที่แพ้อาหารทะเล รวมถึงห้ามใช้ในผู้ที่แพ้ปลาทะเลหรือน้ำมันปลา ผู้ที่มีประวัติแพ้ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-08-14

อ่านต่อ

ซื้อเบต้าแคร์ให้พ่อแม่ ควรบอกอะไรและควรถามอะไรก่อน

ก่อนซื้อเบต้าแคร์ให้พ่อแม่ ควรพาไปถามเภสัชกรพร้อมกล่องและรายการยาที่ท่านใช้อยู่ พร้อมคำเตือน 4 ข้อบนฉลากที่ต้องอ่านให้ครบก่อน

ซื้อเบต้าแคร์จากตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้ง ต่างจากแพลตฟอร์มอย่างไร

ความต่างระหว่างซื้อเบต้าแคร์จากตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับแต่งตั้งกับซื้อในแพลตฟอร์ม และวิธีตรวจผู้ขายรายใดก็ได้ด้วยเลข อย. 13-1-01566-5-0066

คำถามที่คนถามบ่อยเรื่องโปรโมชันเบต้าแคร์

รวมคำถามเรื่องโปรโมชันเบต้าแคร์ ราคาชุด 890 2,490 4,590 7,890 12,990 บาท ส่งฟรีทุกออเดอร์ พร้อมย้ำว่าราคาเปลี่ยนตามช่วงเวลา

ซื้อเบต้าแคร์ชุด 4 8 15 และ 25 กล่อง ตกกล่องละและวันละเท่าไร

ชุด 4 กล่อง 2,490 ตกกล่องละ 622.50 บาท ชุด 8 กล่อง 4,590 ตกกล่องละ 573.75 บาท ชุด 15 และ 25 กล่องพร้อมราคาต่อวันและวิธีคิดเลขให้ตรวจเองได้

ดูบทความความรู้สุขภาพทั้งหมด(ทั้งหมด 425 บทความ)
📞 โทรปรึกษาฟรีทัก LINEสอบถามโปรโมชันพิเศษFacebookแชท