เบต้าเฮิร์บ กับ เบต้าเอ็กซ์พลัส ต่างกันอย่างไร ราคาบนกล่องและจำนวนวันต่อกล่องไม่เท่ากัน

สองตัวนี้ผลิตจากโรงงานเดียวกัน และบรรจุ 10 แคปซูลเท่ากัน แต่ราคาปกติไม่เท่ากัน คือเบต้าเฮิร์บ 1,590 บาท และเบต้าเอ็กซ์พลัส 1,290 บาท
และพอดูวิธีรับประทานบนฉลาก จำนวนวันที่กล่องหนึ่งทานได้ก็ไม่เท่ากัน
จุดที่คนดูพลาดมากที่สุด
เบต้าเอ็กซ์พลัสฉลากให้ทานวันละ 2 แคปซูล กล่องหนึ่งจึงทานได้ 5 วัน ส่วนเบต้าเฮิร์บฉลากให้ทานวันละ 1-2 แคปซูล กล่องหนึ่งจึงทานได้ 5 ถึง 10 วัน
ดูแค่ป้ายราคาจึงตัดสินไม่ได้ ต้องดูจำนวนที่ทานต่อวันคู่กันเสมอ
เทียบข้อมูลบนกล่อง
- ขนาดต่อแคปซูล — เบต้าเฮิร์บ 1,000 มก. เทียบกับ เบต้าเอ็กซ์พลัส 800 มก.
- น้ำหนักสุทธิ — 10 กรัม เทียบกับ 8 กรัม
- จำนวนส่วนประกอบ — 14 รายการ เทียบกับ 17 รายการ
- ราคาปกติ — 1,590 บาท เทียบกับ 1,290 บาท (ฉลากกล่องเบต้าเฮิร์บไม่ได้พิมพ์ราคา)
- เลข อย. — 10-1-15662-5-0011 เทียบกับ 10-1-15662-5-0098
- โรงงานผู้ผลิต — บริษัท โอดี สไตล์ จำกัด (กรุงเทพมหานคร) ทั้งคู่
สังเกตว่าเลข อย. ของทั้งสองตัวมีส่วนหน้าเหมือนกันคือ 10-1-15662-5 ต่างกันแค่สี่หลักท้าย เพราะมาจากผู้รับอนุญาตรายเดียวกัน
ส่วนประกอบของเบต้าเฮิร์บ ทั้ง 14 รายการ
- สารสกัดจากมะระขี้นก 150 มก.
- ผงน้ำมันปลา 100 มก.
- แมกนีเซียม (100%) 100 มก.
- สารสกัดจากโสมอเมริกัน 100 มก.
- สารสกัดจากเห็ดหลินจือ 70 มก.
- สารสกัดจากอาร์ติโชค 70 มก.
- โพรโพลิส 60.5 มก.
- ไคโตซาน (80%) 60 มก.
- ยีสต์ เบต้า-กลูแคน (85%) 60 มก.
- สารสกัดจากเจียวกู่หลาน 45 มก.
- ซิงค์ อะมิโน แอซิด คีเลต (20%) 30 มก.
- กรดแอลฟาไลโปอิก (100%) 24 มก.
- ดี-แอลฟา-โทโคเฟอริล แอซีเตต 10 มก.
- โครเมียม พิโคลิเนต 0.5 มก.
ส่วนประกอบของเบต้าเอ็กซ์พลัส ทั้ง 17 รายการ
- แอล-ซิสเทอีน (100%) 100 มก.
- สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ 100 มก.
- แอล-อาร์จินีน (100%) 92.20 มก.
- ผงกระชาย 75 มก.
- ยีสต์ เบต้า-กลูแคน 80% 50 มก.
- แอล-ออร์นิทีน (100%) 50 มก.
- ผงบร็อคโคลี 50 มก.
- ไกลซีน (100%) 50 มก.
- สารสกัดขิง 50 มก.
- สารสกัดม่อน 20.650 มก.
- สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ 20 มก.
- เบต้า-แคโรทีน (10%) 10 มก.
- ซิงค์ (100%) 5.8 มก.
- กรดแพนโธทีนิก (100%) 3 มก.
- กรดแอสคอร์บิก (100%) 1.5 มก.
- ไพริดอกซิน (100%) 1 มก.
- ไรโบฟลาวิน 98% 0.85 มก.
ส่วนประกอบเดียวที่พบทั้งสองตัวคือ ยีสต์ เบต้า-กลูแคน โดยเบต้าเฮิร์บมี 60 มก. (ความเข้มข้น 85%) และเบต้าเอ็กซ์พลัสมี 50 มก. (ความเข้มข้น 80%)
คำเตือนที่ต่างกันมาก ข้อนี้ต้องอ่านให้จบ
เบต้าเฮิร์บมีคำเตือนเฉพาะมากที่สุดในบรรดาผลิตภัณฑ์ Hopeful ทั้งหมด
จากไคโตซาน
- สตรีให้นมบุตรไม่ควรรับประทาน
- ควรระวังในผู้ที่แพ้อาหารทะเลและผู้ที่มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน
- หากทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดอื่นที่มีไขมันเป็นส่วนประกอบหลัก ควรทานห่างจากผลิตภัณฑ์นี้อย่างน้อย 2 ชั่วโมง
จากน้ำมันปลา
- ห้ามใช้ในผู้ที่แพ้ปลาทะเลหรือน้ำมันปลา
- ควรระวังในผู้ที่เลือดแข็งตัวช้า หรือผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือแอสไพริน
และฉลากระบุข้อมูลผู้แพ้อาหารว่า มีผลิตภัณฑ์ทำจากปลา
เบต้าเอ็กซ์พลัส
- ผู้ที่เป็นโรคนิ่วไม่ควรรับประทาน
ทั้งคู่มีคำเตือนร่วมกันว่าเด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน และหากรับประทานยาประจำตัวอยู่ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
สิ่งที่ตอบได้จากฉลาก
- ถ้าแพ้ปลาหรืออาหารทะเล ฉลากเบต้าเฮิร์บระบุว่ามีผลิตภัณฑ์ทำจากปลาและมีไคโตซาน
- ถ้าใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือแอสไพริน ฉลากเบต้าเฮิร์บระบุให้ระวัง
- ถ้ามีภาวะนิ่ว ฉลากเบต้าเอ็กซ์พลัสระบุว่าไม่ควรรับประทาน
- ถ้ากำลังให้นมบุตร ฉลากเบต้าเฮิร์บระบุว่าไม่ควรรับประทาน
เว็บนี้ไม่ระบุว่าตัวไหนเหมาะกับอาการใด เพราะผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา
ดูข้อมูลเต็มของแต่ละตัว
- Beta Herb (เบต้าเฮิร์บ) — ส่วนประกอบครบ 14 รายการและคำเตือนเต็ม
- Beta X Plus (เบต้าเอ็กซ์พลัส) — ส่วนประกอบครบ 17 รายการพร้อมปริมาณ
- เทียบผลิตภัณฑ์ Hopeful ทุกตัวในหน้าเดียว
ข้อความสำคัญท้ายบทความ
บทความนี้เปรียบเทียบเฉพาะข้อมูลที่พิมพ์อยู่บนฉลากและในทะเบียน อย. เท่านั้น ไม่ได้ระบุว่าผลิตภัณฑ์ตัวใดเหมาะกับอาการหรือโรคใด
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
หากมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาอยู่ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิด
ปรึกษาทีมงานได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
ถามเรื่องสินค้า ราคา วิธีทาน หรือสอบถามโปรโมชัน ได้ทุกช่องทางด้านล่าง
คำถามที่พบบ่อย
สองตัวนี้ผลิตที่เดียวกันไหม
ใช่ ทั้งคู่ผลิตโดยบริษัท โอดี สไตล์ จำกัด กรุงเทพมหานคร เลข อย. จึงมีส่วนหน้าเหมือนกันคือ 10-1-15662-5 ต่างกันแค่สี่หลักท้าย
คนแพ้อาหารทะเลทานเบต้าเฮิร์บได้ไหม
ฉลากเบต้าเฮิร์บระบุว่ามีผลิตภัณฑ์ทำจากปลา และมีคำเตือนจากไคโตซานว่าควรระวังในผู้ที่แพ้อาหารทะเล รวมถึงห้ามใช้ในผู้ที่แพ้ปลาทะเลหรือน้ำมันปลา ผู้ที่มีประวัติแพ้ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลขององค์กรสาธารณสุขและสถาบันวิจัยต่อไปนี้ กดเข้าไปอ่านต้นทางเองได้ทุกแหล่ง
- ระบบสืบค้นข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
- การแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุกองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาประจำตัว
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายของบริษัท โฮปฟูล จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-08-14 · ปรับปรุงล่าสุด 2026-10-12
อ่านต่อ
ต้อกระจก ตามัว ทำให้สมองเสื่อมได้ไหม ผ่าตัดต้อแล้วเกี่ยวกับความจำแค่ไหน
งานวิจัยพบผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดีเสี่ยงสมองเสื่อมสูงขึ้น และผู้ผ่าตัดต้อกระจกเสี่ยงต่ำกว่า แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและผล ลูกหลานควรตรวจทั้งตาและความจำ
กินยาวัณโรคอยู่ ทำไมหมอให้วิตามินบี 6 ด้วย ชาปลายมือปลายเท้าต้องทำอย่างไร
ยาวัณโรคไอโซไนอาซิดทำให้ร่างกายใช้วิตามินบี 6 ได้น้อยลง ชาปลายมือปลายเท้าต้องบอกหมอ แนวทางไทยใช้บี 6 กี่มิลลิกรัม และวิตามินรวมใช้แทนได้ไหม
หน้าชา ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไร ชาแบบไหนเป็นสัญญาณอัมพาต
หน้าชาครึ่งซีก ปากชา ลิ้นชา เกิดจากอะไรได้บ้าง แยกอัมพาต โรคเบลล์ หายใจเร็ว น้ำตาลต่ำ แคลเซียมต่ำ และรู้ว่าอาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที
เมทิลโคบาลามินกับไซยาโนโคบาลามิน วิตามินบี 12 สองรูปต่างกันอย่างไร
เมทิลโคบาลามิน (เมโคบาลามิน) กับไซยาโนโคบาลามินต่างกันตรงไหน รูปไหนดูดซึมดีกว่าจริงไหม ไซยาไนด์อันตรายไหม และงานวิจัยใช้ขนาดเท่าไรเมื่อขาดบี 12