เกี่ยวกับ ความรู้สุขภาพผิว
สะเก็ดเงินติดต่อไหม คำถามที่ผู้ป่วยเจอบ่อยที่สุด
คำตอบสั้นที่สุดคือ ไม่ติดต่อ
และหน้านี้อธิบายว่าทำไม พร้อมพูดถึงสิ่งที่ความเข้าใจผิดข้อนี้ทำกับผู้ป่วย
ทำไมถึงไม่ติดต่อ
เพราะสะเก็ดเงินไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค
โรคติดต่อเกิดจากเชื้อที่ส่งผ่านจากคนหนึ่งไปอีกคนได้ เช่น แบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อรา
แต่สะเก็ดเงินเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยเองทำงานผิดปกติ ทำให้เซลล์ผิวหนังแบ่งตัวเร็วกว่าปกติมาก
ไม่มีเชื้อให้ติด จึงไม่มีอะไรส่งต่อไปยังคนอื่นได้
สิ่งที่ทำได้ตามปกติ ไม่ต้องกังวล
- จับมือ กอด หรือสัมผัสผิวกันได้ตามปกติ
- ใช้ห้องน้ำร่วมกันได้
- ว่ายน้ำในสระเดียวกันได้
- กินข้าวร่วมโต๊ะ ใช้ภาชนะร่วมกันได้
- นอนเตียงเดียวกันได้
- ทำงานใกล้กันได้
ไม่มีข้อใดที่ทำให้ติดโรค
แล้วทำไมบางครอบครัวเป็นหลายคน
เพราะสะเก็ดเงินมีปัจจัยทางพันธุกรรมเกี่ยวข้อง ไม่ใช่เพราะติดกัน
ผู้ที่มีคนในครอบครัวเป็นสะเก็ดเงินมีโอกาสเป็นสูงกว่าคนทั่วไป แต่ไม่ได้แปลว่าจะเป็นแน่นอน
และการมีพันธุกรรมอย่างเดียวมักไม่พอ ส่วนใหญ่ต้องมีปัจจัยกระตุ้นร่วมด้วย เช่น การติดเชื้อ ความเครียด หรือการบาดเจ็บที่ผิวหนัง
อ่านเรื่องปัจจัยกระตุ้นได้ที่ ปัจจัยที่กระตุ้นให้สะเก็ดเงินกำเริบ
ผลกระทบที่คนภายนอกมักมองข้าม
ความเข้าใจผิดว่าโรคนี้ติดต่อ สร้างความเสียหายกับผู้ป่วยมากกว่าตัวโรคในหลายกรณี
สิ่งที่ผู้ป่วยจำนวนมากเจอ
- ถูกหลีกเลี่ยงในที่ทำงาน
- ถูกห้ามใช้สระว่ายน้ำสาธารณะ
- ถูกมองในที่สาธารณะจนไม่กล้าใส่เสื้อแขนสั้น
- ถูกปฏิเสธจากร้านทำเล็บหรือร้านตัดผม
หลายคนเลือกปกปิดร่างกายแม้ในอากาศร้อน ซึ่งทำให้ผิวยิ่งอับชื้นและอาการแย่ลง
ผลต่อสุขภาพจิต
สะเก็ดเงินเป็นโรคที่กระทบสุขภาพจิตอย่างมีนัยสำคัญ
ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยมีภาวะซึมเศร้าหรือวิตกกังวลร่วมด้วย ซึ่งเกิดได้ทั้งจากตัวโรค จากสายตาคนรอบข้าง และจากความเครียดที่วนกลับมากระตุ้นอาการอีกที
ถ้ารู้สึกว่าจิตใจได้รับผลกระทบ ควรบอกแพทย์ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลที่แพทย์ให้ความสำคัญ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องทนเอง
สิ่งที่คนรอบข้างทำได้
1. ปฏิบัติกับเขาตามปกติ เพราะไม่มีอะไรต้องระวัง
2. อย่าถามว่าเป็นอะไร ติดไหม ในที่สาธารณะ
3. อย่าแนะนำวิธีรักษาที่ได้ยินมา โดยเฉพาะสิ่งที่ไม่ได้มาจากแพทย์
4. เข้าใจว่าเป็นโรคเรื้อรังที่มีช่วงกำเริบ ไม่ใช่ว่าเขาไม่ดูแลตัวเอง
5. ถ้าเขาอยากเล่า ก็รับฟัง ถ้าไม่อยากเล่า ก็ไม่ต้องถาม
สรุปให้จำง่าย
สะเก็ดเงินไม่ติดต่อ ไม่เกี่ยวกับความสะอาด และไม่ใช่ความผิดของผู้ป่วย
ข้อความสำคัญ
บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่คำวินิจฉัยและไม่ใช่คำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล
สะเก็ดเงินเป็นโรคที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและดูแลโดยแพทย์ โดยเฉพาะแพทย์ผิวหนัง
หากสงสัยว่าตนเองหรือคนใกล้ตัวมีอาการ ให้ไปพบแพทย์ อย่าวินิจฉัยเองและอย่าหยุดยาที่แพทย์สั่งด้วยตัวเอง
ปรึกษาทีมงานได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
ถามเรื่องสินค้า ราคา วิธีทาน หรือสอบถามโปรโมชันพิเศษ ได้ทุกช่องทางด้านล่าง
คำถามที่พบบ่อย
สะเก็ดเงินติดต่อจากการสัมผัสไหม
ไม่ติด เพราะสะเก็ดเงินไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค แต่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยเองทำงานผิดปกติ จึงไม่มีเชื้อให้ส่งต่อไปยังคนอื่น จับมือ กอด ว่ายน้ำสระเดียวกัน หรือใช้ของร่วมกันได้ตามปกติ
ทำไมบางครอบครัวเป็นหลายคน
เพราะมีปัจจัยทางพันธุกรรมเกี่ยวข้อง ไม่ใช่เพราะติดต่อกัน ผู้ที่มีคนในครอบครัวเป็นมีโอกาสสูงกว่าคนทั่วไป แต่ไม่ได้แปลว่าจะเป็นแน่นอน และมักต้องมีปัจจัยกระตุ้นร่วมด้วย
คนรอบข้างควรทำตัวอย่างไร
ปฏิบัติตามปกติเพราะไม่มีอะไรต้องระวัง ไม่ถามเรื่องโรคในที่สาธารณะ ไม่แนะนำวิธีรักษาที่ไม่ได้มาจากแพทย์ และเข้าใจว่าเป็นโรคเรื้อรังที่มีช่วงกำเริบ ไม่ใช่เพราะเขาไม่ดูแลตัวเอง
บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล หากมีอาการผิดปกติควรปรึกษาแพทย์
เรียบเรียงจากฉลากผลิตภัณฑ์โดย บริษัท อินฟินิตี้ บลู จำกัด
เผยแพร่เมื่อ 2026-08-24
อ่านต่อ
อยู่กับสะเก็ดเงินในชีวิตประจำวัน ที่ทำงาน สระว่ายน้ำ และการดูแลใจ
รวมเรื่องที่คนเป็นสะเก็ดเงินเจอจริงในชีวิตประจำวัน ทั้งที่ทำงาน การเข้าสังคม สระว่ายน้ำ การเลือกเสื้อผ้า และการดูแลสุขภาพใจ พร้อมสัญญาณที่ควรพบแพทย์
ยาทาที่แพทย์ใช้กับสะเก็ดเงินมีกลุ่มไหนบ้าง และต่างกันอย่างไร
อธิบายกลาง ๆ ว่ายาทาสำหรับสะเก็ดเงินมีกลุ่มไหนบ้าง แต่ละกลุ่มใช้ต่างกันอย่างไร ทำไมต้องให้แพทย์เป็นผู้สั่ง และทำไมห้ามขอยืมยาของคนอื่นมาใช้
สระผมอย่างไรเมื่อมีสะเก็ดเงินที่หนังศีรษะ และเลือกแชมพูดูอะไร
วิธีสระผมเมื่อมีสะเก็ดเงินที่หนังศีรษะ ตั้งแต่อุณหภูมิน้ำ วิธีนวด การเลือกแชมพูที่อ่อนโยน ไปจนถึงข้อควรระวังเรื่องยาย้อมผมและการเป่าผม
สะเก็ดเงินถ่ายทอดทางพันธุกรรมไหม ลูกหลานจะเป็นด้วยหรือเปล่า
สะเก็ดเงินมีพื้นฐานทางพันธุกรรมเกี่ยวข้อง จึงพบบ่อยขึ้นในครอบครัวที่มีคนเป็น แต่สิ่งที่ส่งต่อคือแนวโน้ม ไม่ใช่ตัวโรค พ่อแม่เป็นแล้วลูกอาจไม่เป็นก็ได้